- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาแก้ไขอดีต แต่ดันเผลอไปจีบสาวทั่วโรงเรียนซะงั้น
- บทที่ 125 - หนีความวุ่นวาย เหอซูเจี๋ยสติแตก
บทที่ 125 - หนีความวุ่นวาย เหอซูเจี๋ยสติแตก
บทที่ 125 - หนีความวุ่นวาย เหอซูเจี๋ยสติแตก
รถให้ยืมไม่ได้แน่ๆ เพราะต้องไปรับพวกฉินอีอี
หลินอี้พับแล็ปท็อป เตรียมเต็นท์บาร์บีคิวที่ซื้อจากเถาเป่าไว้ล่วงหน้า พร้อมกับวัตถุดิบที่ซื้อมาก่อนหน้านี้ ล้วนเป็นของเกรดพรีเมียม
"อู๋เสี่ยวจวน มาช่วยขนหน่อย"
"มาแล้วค่ะเถ้าแก่"
หลังรถเต็มไปด้วยวัตถุดิบ เครื่องดื่ม และอื่นๆ
สิบโมงสี่สิบ หลินอี้ก็ออกเดินทาง ไปถึงลู่โข่วต้องใช้เวลาพอสมควร
ครึ่งทาง ฉินอีอีก็โทรมาจริงๆ
"ฮัลโหล หลินอี้ พวกเราถึงสนามบินแล้วนะ เธอถึงไหนแล้ว?"
"อยู่บนถนน อีกประมาณยี่สิบนาที พวกเธอนั่งรอในสนามบินก่อน อีกสิบนาทีค่อยออกมา"
"โอเคจ้า ขับรถดีๆ นะ"
วางสาย หลินอี้เหยียบคันเร่ง
สนามบินลู่โข่ว ร่างอรชรของพวกฉินอีอี ดึงดูดสายตาคนรอบข้าง
สวยยกแก๊ง
ฉินอีอีใส่กระโปรงสั้น หรงเสวี่ยหลิงกับหลี่อิงซานแต่งตัวค่อนข้างทันสมัย มีแค่เซี่ยปิงที่ดูเป็นสาวข้างบ้าน ดูเข้าถึงง่ายกว่าเพื่อน
"ฉันเข้าใจแล้ว เซี่ยปิงนางมารร้าย จงใจแต่งตัวแบบนี้ให้ดูแตกต่าง โดยเฉพาะเวลาอยู่กับพวกเรา"
"ใช่ๆ"
เซี่ยปิงดื่มน้ำ ขี้เกียจเถียง "ที่นี่คือจินหลิง เมืองหลวงเก่าหกราชวงศ์เหรอ ฉันเพิ่งเคยมาครั้งแรก"
"อย่าพูดเลย ฉันก็ครั้งแรก" หรงเสวี่ยหลิงเสริม
หลี่อิงซานบอก "นี่ก็เหมือนตอนฉันไปเซี่ยงไฮ้ครั้งแรกนั่นแหละ จะบอกให้นะสิบแปดปีก่อนหน้านี้ ฉันไม่เคยออกจากอำเภอเลย ถ้าไม่เจอพวกเธอ ฉันคงไม่ได้มาจินหลิงหรอก"
ฉินอีอียิ้มหวาน "บางที นี่อาจจะเป็นพรหมลิขิต ให้เรามาเจอกันท่ามกลางผู้คนมากมาย"
"แหมๆ ไปฝึกคำคมมาจากไหน?" หรงเสวี่ยหลิงแซว
ฉินอีอีพูดต่อ "ถ้าเป็นหลินอี้ คงพูดแบบนี้แหละ"
"แฟนเธอเจ้าบทเจ้ากลอนขนาดนั้น?"
"บางครั้ง"
ฉินอีอีมองท้องฟ้าสีคราม ในหัวมีแต่ภาพหลินอี้
ภาพหลินอี้จอมลามก ไม่มีหรอกความสูงส่งมีเกียรติ มีแต่ความหื่น เหมือนโดนผีลามกกัด แล้วติดเชื้อมา
หลี่อิงซานถาม "แฟนเธอแนะบอกไหมว่าจะไปเที่ยวไหน?"
"ภูเขาหลงซาน ฉันก็ไม่เคยได้ยิน ฉันบอกพวกเธอแล้ว จินหลิงไม่มีอะไรน่าเที่ยวจริงๆ แต่ในเมืองต้นอู๋ถงเยอะมาก ให้ความรู้สึกดีกว่าเซี่ยงไฮ้ ปีนเขาพวกเธอก็ไม่เอา เดินห้างก็สู้เซี่ยงไฮ้ไม่ได้..."
"วัดขงจื๊อแถวแม่น้ำฉินหวยล่ะ?"
ฉินอีอีกระซิบ "ในฐานะคนท้องถิ่นที่ไปมาหลายรอบ ไม่แนะนำ ก็เหมือนศาลเจ้าพ่อหลักเมืองที่เซี่ยงไฮ้นั่นแหละ"
"แทงข้างหลังบ้านเกิดชัดๆ"
"ไม่เคยไป ถ้ามีโอกาสก็ไปสักครั้งเถอะ ต่อให้โดนฟันหัวแบะก็ยอม ดีกว่าเสียใจภายหลัง ถึงไปแล้วอาจจะเสียใจกว่าเดิมก็เถอะ" เซี่ยปิงกล่าว
"มีเหตุผล ยังไงก็มาเที่ยวสองวัน"
"หลินอี้จะมาเมื่อไหร่..."
หรงเสวี่ยหลิงใส่แว่นกันแดด ดูมีสไตล์
ฉินอีอีสังเกตเห็นรถบีเอ็มดับเบิลยู 525 สีขาว และเลขทะเบียน "มาแล้ว"
"ไหน?"
"โน่น"
หลี่อิงซานตกใจ "บีเอ็มฯ แฟนเธอรวยจริง!"
"ฮุฮุ"
ฉินอีอีโบกมือ
รถจอดริมทาง ฉินอีอีเปิดประตูขึ้นนั่งข้างคนขับ อาศัยจังหวะที่พวกหรงเสวี่ยหลิงยังไม่เปิดประตู ยื่นหน้าไปจุ๊บแก้มหลินอี้ทีหนึ่ง แล้วค่อยนั่งตัวตรง
โดนขโมยจูบดื้อๆ หลินอี้ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ชินแล้ว
ฉินอีอี ยัยโรคจิต
"เถ้าแก่หลิน สวัสดีตอนเที่ยง"
"พวกเรามาเที่ยว จะรบกวนเวลาสวีทของเธอกับอีอีไหม?"
"หลินอี้ ขอบคุณที่มารับนะ"
ในบรรดาสามสาว มีแค่เซี่ยปิงที่ปกติหน่อย
หลินอี้หันไปมองข้างหลัง "คืนนี้พวกเธอจะนอนกับพวกเราเหรอ? ไม่ดีมั้ง..."
เซี่ยปิงมองออกนอกหน้าต่าง
หรงเสวี่ยหลิงโวยวาย "ฉินอีอี เธอดูแลผัวเธอหน่อยสิ ไอ้สัตว์ประหลาด รีบเผยร่างจริงออกมาซะ"
หลี่อิงซานขำ "หลินอี้ นายไม่ได้เกิดที่หมู่บ้านเกาเหล่าจวง (บ้านเมียตือโป๊ยก่าย) ใช่ไหม?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า เกี่ยวอะไรกับตือโป๊ยก่าย?"
คุยกันสนุกสนาน ฉินอีอีไม่เล่นด้วย "จอดข้างทางแป๊บนึง"
"ทำไม?"
"ฉันซื้อของมาให้"
หลินอี้เปิดไฟฉุกเฉิน จอดข้างทาง
ฉินอีอีหยิบกล่องออกมา เปิดออกหยิบแว่นกันแดดส่งให้หลินอี้ "ลองดูสิ"
หลินอี้มองแว่นกันแดด ในใจรู้สึกซับซ้อนนิดหน่อย
ผู้หญิงคนนี้มักจะมีเซอร์ไพรส์ให้เสมอ รู้ความจนน่าปวดใจ แน่นอนว่าความรู้ความในแบบนี้คนละเรื่องกับความรู้ความของซูเข่อเนี่ยน
"ลองใส่ดูสิ ถือไว้ดูไม่ออกหรอกว่าเข้าไหม"
"อามานี่ซะด้วย ซื้อเป็นนี่"
หลินอี้ใส่แล้วพอดีเป๊ะ ความสัมพันธ์ระดับนี้ไม่ต้องขอบคุณแล้ว
ฉินอีอีพอใจมาก ถ้าไม่ดีเธอยังเอาไปเปลี่ยนได้
หรงเสวี่ยหลิงมองแล้วแซว "พวกเราไปช่วยฉินอีอีเลือก นึกไม่ถึงว่าฉินอีอีจะรู้ขนาดไซส์ของนายดีขนาดนี้"
หลี่อิงซานตีหรงเสวี่ยหลิง ตกใจ "เธอพูดจาสองแง่สองง่ามอะไรเนี่ย?"
เซี่ยปิงขยับหนีห่างจากสองคนนี้ ปิดหู ไกลกว่านี้ไม่ได้แล้ว ไกลกว่านี้เธอคงทะลุออกนอกรถ
เธอมักจะรู้สึกเข้ากับพวกนี้ไม่ได้ เพราะตัวเองไม่โรคจิตพอ
ในหอก็แล้วไป ไม่มีคนได้ยิน ข้างนอกยังกล้าพูดจาโจ่งแจ้งขนาดนี้
เธอหยิบหูฟังมาใส่ ฟัง MP3 เงียบๆ
หรงเสวี่ยหลิงได้สติหน้าแดง "ไปตายซะ ความหมายของฉันคือ..."
"ถ้าพวกเธอจะตบกันก็ลงไปตบข้างล่าง เดี๋ยวฉันช่วยเชียร์"
หลินอี้เตือน
หรงเสวี่ยหลิงหน้าแดงนั่งเงียบ หลี่อิงซานหัวเราะคิกคัก
ฉินอีอีทำหูทวนลม ถามด้วยความอยากรู้ "เราจะไปเที่ยวไหนกัน? ในเมืองเหมือนไม่มีอะไรน่าเที่ยว เดินห้างก็ไม่อยาก เดินถนนก็ไม่อยาก มีอะไรน่าสนใจไหม?"
"ที่นั่นก็ไม่ไป ที่นี่ก็ไม่ไป งั้นให้หลินอี้ไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้กับพวกเราดีไหม"
หรงเสวี่ยหลิงเสนอ
หลี่อิงซานเห็นด้วย "นั่นสิ เธอเที่ยวจนเบื่อแล้ว แต่พวกเราเพิ่งเคยมานะ"
หลินอี้ตบขาฉินอีอี "วันนี้ไม่เข้าเมือง ฉันจะพาพวกเธอไปปิกนิก ตั้งแคมป์"
"ปิกนิก ตั้งแคมป์..."
ดวงตาฉินอีอีเป็นประกาย จับมือหลินอี้ เขย่าเบาๆ ตื่นเต้น "ดีเลย ดีกว่าเดินห้างตั้งเยอะ นายไอเดียเยอะจริงๆ ว่าแต่ในเมืองมีที่ตั้งแคมป์ด้วยเหรอ?"
"มีสิ ฉันเคยไป"
"ไปกับใคร?" ฉินอีอีเหมือนเชอร์ล็อก โฮล์มส์เจอจุดพิรุธ
หลินอี้ตอบ "แน่นอนว่าไปกับสาวสวย ไปกับผู้ชายจะมีอะไรน่าสนใจ"
"ดีมาก ครั้งหน้าฉันน่าจะแอบมา แล้วจับให้ได้คาหนังคาเขา ดูซิว่านายจะแก้ตัวยังไง" ฉินอีอีแกล้งทำเสียงดุ
หลินอี้แปลกใจ "ตื่นเต้นขนาดนั้น?"
"เดี๋ยวคราวหน้าจะลองดู"
"วางใจเถอะ ครั้งนี้จับไม่ได้ ครั้งหน้าเธอก็ไม่มีโอกาสแล้ว ฉันจะระวังตัว"
"เชอะ!"
สองคนนี้คุยกันซะตื่นเต้น หรงเสวี่ยหลิงกับหลี่อิงซานเงี่ยหูฟังก็รู้สึกตื่นเต้นไปด้วย
แม้แต่เซี่ยปิงยังไม่มีสมาธิฟังเพลง รู้สึกว่าวิธีคบกันของฉินอีอีกับหลินอี้มันพิเศษจริงๆ
หลินอี้กับฉินอีอี ใจกล้าทั้งคู่
งอนกันแป๊บเดียว ฉินอีอีก็รู้ว่าหลินอี้ไม่พูดคำหวานๆ มาง้อหรอก
เธอเลยหายโกรธเอง
"ไอ้ภูเขาหลงซานอะไรนั่น อยู่ที่ไหนอะ?"
"เจียงหนิง"
"เจียงหนิง มีที่แบบนั้นด้วยเหรอ?"
หลินอี้บอก "ค่อนข้างกันดาร ขับจากในเมืองไปสี่สิบนาที สวยมาก"
"นายก็เที่ยวเก่งเหมือนกันนะ รู้ไหมฉันอยู่หอสมุดมหาลัยเหนื่อยแค่ไหน แต่นายกลับมาลั้นลาอยู่ที่นี่คนเดียว แถมยังพาหญิงมาด้วย!!!"
หลินอี้เลิกเล่นลิ้น "ในป่าลึก มีคนป่าด้วยนะ"
"เชี่ย จริงดิ?" หลี่อิงซานตกใจ บ้านเธอบ้านนอกขนาดนั้นยังไม่มี จินหลิงจะมี?
หรงเสวี่ยหลิงด่า "เขาหลอกแกน่ะสิ!"
"ยอมเลย"
รถวิ่งเร็ว มองดูทิวทัศน์รอบข้างที่เริ่มกันดารขึ้นเรื่อยๆ หรงเสวี่ยหลิงกระซิบ "เธอว่า ในป่าเปลี่ยวแบบนี้ ถ้าหลินอี้จะทำอะไรพวกเรา พวกเราจะหนีรอดไหม?
ฉินอีอีอีนางนกสองหัวนั่นต้องช่วยเขาแน่ๆ"
"เหอะ~"
หลี่อิงซานเบะปาก "ฉันไม่เชื่อหรอก พวกเราสี่คนจะสู้นายคนเดียวไม่ได้!"
หรงเสวี่ยหลิงพยักหน้า มองหลินอี้แล้วส่ายหน้า "นั่นสิ วันก่อนถามฉินอีอีว่าแฟนเธอเรื่องนั้นเป็นไง อึกๆ อักๆ สงสัยจะไม่ค่อยไหว"
"?"
เซี่ยปิงมองตาค้าง ฉันได้ยินนะ
ความคิดพวกเธอสกปรกไปไหม แล้วอย่าเอาฉันไปรวมกับพวกเธอสิ
รอบข้างดูแปลกตา แต่ก็คุ้นเคย
เมื่อก่อนเขามักจะนัดเพื่อนกินเพื่อนเที่ยวมาสังสรรค์กันสองสามเดือนครั้ง ปกติก็ตั้งแคมป์ ปิ้งย่าง เล่นไพ่ผ่อนคลายอารมณ์
ดังนั้น ต่อให้แถวนี้ยังไม่พัฒนา เขาก็พอจำทางและตำแหน่งคร่าวๆ ได้
เห็นทางเข้าที่คุ้นเคย ไม่มีถนนคอนกรีต มีแต่ฝุ่นทราย รถวิ่งผ่านฝุ่นตลบ
ฉินอีอีขมวดคิ้วสวย "หลินอี้ ที่นี่ตั้งแคมป์ได้จริงเหรอ?"
"ฉันจะหลอกเธอทำไม?"
"ก็ได้..."
ฉินอีอีไม่ถามต่อ มองสำรวจรอบๆ
รอบๆ เจียงหนิงเริ่มขยายเมือง พื้นที่สีเขียวทำได้ดีมาก
ในที่สุดก็มาถึงพื้นที่โล่งกว้างผ่านเส้นทางขรุขระ นี่เป็นทุ่งร้างที่สวยงามและยังไม่ถูกพัฒนา อีกสิบปีข้างหน้าที่นี่จะเป็นสวนสาธารณะ สำหรับปิ้งย่าง ตั้งแคมป์โดยเฉพาะ แถมยังเก็บค่าเข้าด้วย
พื้นที่กว้างขวาง ร่องรอยมนุษย์ค่อนข้างเยอะเลยไม่ดูเปลี่ยวร้างนัก
มีภูเขา มีน้ำ มีทะเลสาบ ริมทะเลสาบยังมีต้นหลิว
ใบของมันเปลี่ยนจากเขียวขจีเป็นสีเหลืองทอง มองไกลๆ เหมือนคนแก่ในวัยเจ็ดสิบ ซ่อนความลึกซึ้งไว้ในความชรา ทำให้รู้สึกถึงความเศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูก
สายลมฤดูใบไม้ร่วงพัดมา ใบหลิวเริ่มร่ายรำ พริบตาเดียวก็เหลือแต่กิ่งก้าน
ฉินอีอีลงรถ จัดผม "อากาศไม่ร้อน เหมาะแก่การปิ้งย่าง จริงสิ เตรียมวัตถุดิบมาหรือยัง?"
หรงเสวี่ยหลิงเตือน "น่าจะถามตั้งแต่ขึ้นรถแล้ว ควรจะเตรียมมาแล้วมั้ง?"
"วางใจเถอะ ฉันไม่ใช่คนโง่ มาช่วยกันกางเต็นท์บาร์บีคิวก่อน กางริมทะเลสาบนี่แหละ ดับไฟง่าย เตาปิ้งย่างอะไรพวกนี้ฉันซื้อมาแล้ว ไม่กินที่ วัตถุดิบอยู่ในกล่องแช่แข็งทั้งหมด"
กล่องพวกนี้เจ้าของร้านไห่หงเยี่ยนให้มา
หอยเป๋าฮื้อดำฝรั่งเศส กุ้งลายเสือไทย ปูจักรพรรดิ มีครบ แม้แต่แซลมอนซาชิมิก็มี
แถมยังผ่านการจัดการจากเชฟที่ร้านเมื่อเช้า สดใหม่ ผักเสียบไม้ ฯลฯ ก็ครบครัน สะอาดสะอ้าน
ไม่ต้องทำเอง แค่จุดถ่านก็ย่างได้เลย
วินาทีที่เปิดกล่อง รงเสวี่ยหลิงกับเพื่อนๆ อ้าปากค้าง "เชี่ย พวกเรามาปิ้งย่างจริงดิ แน่ใจนะว่าไม่ได้มาเสวยสุข?"
"วัตถุดิบนี่มันเวอร์เกินไปไหม?"
เซี่ยปิงพยักหน้า ปูจักรพรรดิตัวละหลายพัน
นั่นแหละ ปิ้งย่างของคนรวยกับปิ้งย่างในความคิดพวกเธอคนละเรื่องกันเลย
ความจริง พอได้ยินว่ามาปิ้งย่างพวกเธอก็ไม่ค่อยคาดหวังเท่าไหร่
เพราะของที่ปิ้งเองไม่อร่อย แถมยุ่งยาก
ใครจะคิด ว่าจะเป็นแบบนี้
"อย่ามัวแต่มอง มาช่วยกัน"
หลินอี้อุปกรณ์ครบมือ ถือค้อนเล็กๆ คู่มือไม่ต้องดู ของแบบนี้เขาทำมาไม่รู้กี่รอบแล้ว
ไม่นาน เต็นท์บาร์บีคิวสีเขียวสวยงามก็กางเสร็จ
เขียวอ๋อย อยู่เหนือหัวฉินอีอีพอดี
ฉินอีอีเงยหน้ามอง ยิ้มหวาน "สีเขียวนี่ สวยดีนะ เข้ากับบรรยากาศรอบๆ ดี หลินอี้ นายเลือกเก่งนี่"
"แน่นอน"
หลินอี้พยักหน้า เขาจงใจเลือกสีเขียวเพื่อให้เข้ากับบรรยากาศ
"พวกเธอจะลองกางเต็นท์ตัวเองไหม ฉันซื้อมาสี่หลัง"
"สี่หลัง?"
หรงเสวี่ยหลิงนับนิ้วอย่างมีเลศนัย "ที่แท้ก็อย่างนี้นี่เอง สี่หลังก็สี่หลัง ฉินอีอีจะนอนกับใครในพวกเราล่ะ?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า..."
"หลินอี้ รีบโยนเต็นท์ลงน้ำไปเลย คืนนี้พวกเราห้าคนนอนด้วยกัน!" ฉินอีอีถลึงตาใส่หรงเสวี่ยหลิง
หลินอี้ตาลุกวาว เธอพูดอีกทีฉันทำจริงนะเว้ย!
วัยอย่างฉัน ก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้!
ฉินอีอีกับเพื่อนๆ งกๆ เงิ่นๆ กางเต็นท์กันอย่างวุ่นวาย
ปล่อยพวกเธอทำไปเถอะ จะได้ไม่มาเจ๊าะแจ๊ะข้างหู
หลินอี้จุดเตาปิ้งย่างเล็กๆ สองเตา เครื่องปรุงครบครัน
จากนั้น เขาก็หยิบคันเบ็ดออกมา พร้อมเหยื่อตกปลา
คุณภาพชีวิต พุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันทีไหมล่ะ?
มีสาวสวย เคียงข้าง ภูเขาสูงสายน้ำใส กินอาหารรสเลิศ ตกปลาผ่อนคลายอารมณ์ หนีความวุ่นวายในเมือง...
เดี๋ยวนะ
ทำไมพูดไปพูดมาเหมือนเซลล์ขายบ้าน
"?"
"?"
"?"
เซี่ยปิงกับเพื่อนๆ มองหลินอี้ที่เหวี่ยงเบ็ด ในหัวมีแต่คำว่า 'เหลือเชื่อ'
ชีวิตแบบนี้ เหมือนชีวิตหลังเกษียณชัดๆ
เต็นท์ส่วนตัวของฉินอีอีกางออกมาเบี้ยวๆ บูดๆ เลยวิ่งมาปิ้งย่างกับหลินอี้ ลากเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งข้างๆ หยิบน้ำจากหลังรถกับพัดเล็กๆ มาพัดไฟ
หลินอี้แซว "แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว?"
ฉินอีอียิ้มเจ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอก "ก็ฉันมีนายไง ใครจะเหมือนพวกหมาโสดพวกนั้น พอนายยุ่งเสร็จฉันช่วยล้างของ นายไปกางเต็นท์เถอะ ยังไงฉันก็กางไม่เป็น ถ้าคืนนี้ลมพัดมา พวกเราคงต้องนอนกลางดินกินกลางทรายแล้วล่ะ
ดูเหมือน... จะโรแมนติกดีนะ?"
"โรแมนติกกับผีสิ บนหญ้าแมลงเยอะจะตาย เธอไม่กลัวพรุ่งนี้ตื่นมามีตะขาบเกาะอยู่บนตัวเหรอ?"
ฉินอีอีหน้าซีด "อย่าพูดสิ ขยะแขยง!"
สิบนาทีต่อมา ลมพัดผ่าน
หรงเสวี่ยหลิงกับเพื่อนๆ ได้กลิ่นเนื้อย่าง ถือค้อนมองเต็นท์ที่ตัวเองกาง ยอมรับความจริงว่าตัวเองเป็นพวกไร้น้ำยา
"ฉินอีอี เสร็จแล้วให้แฟนนายมาช่วยพวกเรากางหน่อยสิ!"
"ใช่ พวกเราทำไม่เป็น!"
ครั้งนี้เซี่ยปิงเลือกยืนฝั่งเดียวกับหรงเสวี่ยหลิง ยิ้มมองหลินอี้
ฉินอีอีกอดอก "ไม่ได้ ทำไมแฟนฉันต้องให้พวกเธอใช้ด้วย?"
"ใช้หน่อยจะเป็นไรไป ไม่ได้แย่งไปแล้วไม่คืนสักหน่อย!"
"ยังไงก็ไม่ได้!"
หลินอี้วางคันเบ็ด ฟังพวกเธอทะเลาะกันมือก็ปิ้งย่างไม่หยุด
ทำไมพออยู่ในปากพวกผู้หญิง เขาเหมือนกลายเป็นแตงกวา เป็นเครื่องมือ ใครจะยืมไปใช้ก็ได้งั้นแหละ
นกแก้วรุมล้อม หลินอี้มองจนเพลินตา
ฉินอีอีสังเกตเห็นสายตาหลินอี้ "หลินอี้ นายเลือกเลย!"
หลินอี้รู้สึกว่า ฉินอีอีกำลังเล่น และจงใจโยนเผือกร้อนมาให้เขา
หลินอี้เสนอ "ฉันกางเต็นท์ให้เธอ แล้วให้หรงเสวี่ยหลิงมาเก็บกวาด?"
ฉินอีอีเม้มปาก "ก็ได้ เอาตามนี้ พวกเธอว่าไง?"
"ได้!"
"ฉันก็ไม่มีปัญหา"
"เนื้อย่างกินได้ยัง ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว บนเครื่องกินแค่บิสกิต ตอนนี้หิวไส้กิ่วแล้ว"
"ได้แล้ว"
หลินอี้เปิดเบียร์ หอยเป๋าฮื้ออบฟอยล์ยกมาเสิร์ฟ กลิ่นหอมฟุ้ง
ฉินอีอีชมไม่ขาดปาก "น้ำจิ้มนี้ก็ซื้อในเน็ตเหรอ?"
"เปล่า ร้านอาหารทะเลเขาให้น้ำจิ้มสูตรเด็ดมากระปุกหนึ่ง อร่อยจริง..."
"นายลองชิมไม้เสียบนี้สิ หอยปีกนกนี่นุ่มมาก!"
มีเขา มีน้ำ มีเบียร์ มีเนื้อย่าง
ชีวิตจะชิลไปกว่านี้ได้ที่ไหน อีกอย่างก็แค่เปลี่ยนสถานที่ ไปเป็นวิลล่าสไตล์สวนป่าอย่างจงซานกอล์ฟ แล้วมีสระว่ายน้ำส่วนตัว
ความคิดที่ผุดขึ้นมา ทำให้หลินอี้ตาลุกวาว
ใช่สิ
ก็แค่เพิ่มวิลล่า ในสวนมีสนามกอล์ฟอีกสักแห่ง คลับเฮาส์หรูๆ...
นี่น่าจะเป็นที่สุดของการแสวงหาชีวิตของคนธรรมดาแล้วมั้ง?
ส่วนพวกกีฬาเอ็กซ์ตรีม ต่อให้มีเงินหลินอี้ก็ไม่เล่นหรอก ชีวิตใครใครก็รัก
ดื่มเบียร์ โม้เหม็น วาดฝันอนาคต
"เชี่ย ในน้ำทำไมมีเต่าน้อย..."
"เธอไม่รู้สึกว่ามันเหมือนอะไรเหรอ?"
"น่าเกลียดขนาดนี้จะเหมือนอะไร?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า..."
เผลอแป๊บเดียว ก็บ่ายโมง แดดแรงที่สุด
วันนี้ไม่ร้อน ลมพัดแดดส่อง นั่งกินบนเก้าอี้สบายมาก
หลินอี้หยิบว่าวกับไม้แบดมินตันลงมา
"บ่ายเล่นว่าวกับแบดมินตัน แถวนี้ไม่มีสายไฟ ปลอดภัยมาก ตอนเย็นเราเล่นไพ่..."
หรงเสวี่ยหลิงเริ่มอิจฉาฉินอีอี แฟนที่ดูแลดีขนาดนี้ใครจะไม่ชอบ?
ถึงไม่พูด จริงๆ แล้วเซี่ยปิงกับหลี่อิงซานก็อิจฉา
ฉินอีอีใสซื่อเหมือนนางฟ้าตัวน้อย แต่เธอไม่ได้ใสซื่อจริง แค่แสดงด้านที่ไม่เคยแสดงในโรงเรียนออกมาให้หลินอี้เห็น เล่นแบดมินตันอย่างสนุกสนาน
พวกเซี่ยปิงเล่นว่าว
คอแห้ง หลังรถมีน้ำแร่
เหนื่อย หลินอี้ก็ยกเก้าอี้มานั่งคู่กับฉินอีอีริมทะเลสาบ คุยกัน ดูวิวทิวทัศน์ ไม่มีใครมารบกวน เงียบสงบ นกยิ้มดอกไม้บาน
หรงเสวี่ยหลิงหยิบมือถือถ่ายรูป "ถ้าวันหน้าในงานแต่งหลินอี้กับฉินอีอีทำเป็นวิดีโอพรีเซนต์ ที่สุดของความโรแมนติกก็คงประมาณนี้แหละมั้ง"
เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็ว
บ่าย หลินอี้ช่วยกางเต็นท์จนเสร็จ เวลาก็ปาเข้าไปห้าโมงเย็น
หลินอี้หยิบหม้อใบเล็ก เตาแก๊สปิคนิคออกมา
หลินอี้ไม่คิดว่าจะซื้อได้ อีกสิบปีคนใช้ของพวกนี้ยังไม่เยอะเลย เถาเป่านี่มีทุกอย่างจริงๆ
ต้องยอมรับ อินเทอร์เน็ตแก้ปัญหาเรื่องยุ่งยากได้เยอะมาก เช่นคุณจะซื้อของชิ้นหนึ่ง วิ่งหาหลายร้านก็ไม่เจอ แต่หาในเน็ตวินาทีเดียวก็เจอ แถมถูกกว่าหน้าร้าน
ความสะดวกสบายนี้สร้างประโยชน์ให้ผู้คนมหาศาล นี่คือข้อเท็จจริง
แน่นอน กิจการหน้าร้านก็ซบเซาลงเพราะเหตุนี้
ได้การพัฒนา ก็ย่อมต้องสูญเสียบางสิ่งไป
พวกหรงเสวี่ยหลิงชินชาแล้ว หมอนี่เสกของออกมาได้ทุกอย่างจริงๆ
นี่ยังกินหม้อไฟได้อีกเหรอ?
แถมเป็นหม้อไฟซีฟู้ด?
พวกเธอจะบ้าตาย
ตั้งแคมป์ ลวกเป๋าฮื้อสไลซ์ หลอดลมหมู กุ้งก้ามกราม...
"อนาคตฉันคงหาความสุขแบบวันนี้ไม่ได้อีกแล้ว"
"ถ้าทุกวันไร้กังวลแบบนี้ได้ ก็คงเป็นความสุขอย่างหนึ่ง คนที่อยู่ป่าเขาลึกๆ คงใช้ชีวิตแบบนี้ทุกวันมั้ง ถึงจะกินไม่ดีเท่านี้"
หลินอี้แซว "อยู่ในเมืองถวิลหาป่าเขา อยู่ป่าเขาถวิลหาเมืองกรุง"
ฉินอีอีหัวเราะคิกคัก "ปิดเทอมคิดถึงโรงเรียน เปิดเทอมคิดถึงวันหยุด ต่อไปตาใคร..."
"โสดนานอยากมีแฟน"
"นั่นสิ อิจฉาคนมีแฟน"
"อื้ม"
เซี่ยปิงก็รู้สึกว่า มีแฟนแบบหลินอี้ก็ดีเหมือนกัน
ฉินอีอีจ้องพวกหล่อนเขม็ง ป้องกันขโมย
ตอนเย็น หลินอี้โรยผงกันแมลงรอบเต็นท์ มุดเข้าไปข้างใน
เต็นท์ใหญ่มาก โดยเฉพาะของหลินอี้กับฉินอีอี ซื้อแบบไซส์ใหญ่พิเศษ
ดื่มน้ำอัดลม เล่นไพ่
"มีเงินไหม?"
"ไม่มีเงินก็เล่นถอดเสื้อผ้า ฉินอีอีถือไหม?" หรงเสวี่ยหลิงมองฉินอีอี
ฉินอีอียิ้มกริ่ม "ฉันไม่ถือนะ"
เหอะ,
ฉันจะไปเสียหายอะไร ฉันอยากจะดัดนิสัยแรดๆ ของเธอซะบ้าง
หลี่อิงซานแปลกใจ "ฉันก็ไม่มีปัญหา"
เซี่ยปิง: "ฉั... ฉัน..."
"ได้ งั้นเล่นแบบนี้แหละ!" หรงเสวี่ยหลิงกัดฟัน เธอไม่เชื่อหรอกว่าฉินอีอีจะกล้าจริง
เขาเป็นแฟนเธอนะ เธอยอมให้เขามีอะไรกับผู้หญิงอื่น?
ฉินอีอีสังเกตสายตาหรงเสวี่ยหลิง ยิ้มอย่างผู้กว้างขวาง
มาสิ มาทำร้ายกันให้พอ
อย่างมากหลินอี้ก็แค่โดนลวนลามทีหนึ่ง แต่พวกเธอเสียตัวเลยนะยะ!
"?"
เซี่ยปิงตกใจจนหน้าเหวอ ไม่ถามความเห็นฉันจริงๆ เหรอ ฉันไม่สำคัญจริงๆ ใช่ไหม?
หลินอี้สับไพ่ "เล่นทัวลาจีเป็นไหม ไม่เล่นซานไต้..."
พวกหรงเสวี่ยหลิงแค่ปากเก่ง ถึงหลินอี้จะชอบก็เถอะ
สุดท้ายก็พิสูจน์แล้วว่าหรงเสวี่ยหลิงแค่ปากดี หลินอี้ผิดหวังนิดหน่อย ฉินอีอีหยิกเขาด้วยความหมั่นไส้
เล่นไพ่กันถึงสามทุ่มกว่า รอบข้างมีเสียงแมลงร้อง
หรงเสวี่ยหลิงหาว "เมื่อเช้าตื่นเช้า นอนเถอะ?"
"แถวนี้แมลงเยอะ"
"พูดจาไร้สาระ เรียบเรียงคำพูดใหม่ ดูซิว่าที่นี่ที่ไหน"
"ฉันกลัวนิดหน่อย"
เซี่ยปิงกระซิบถามหรงเสวี่ยหลิง "เรานอนเต็นท์เดียวกันไหม?"
"เบียดตายเลย"
"อยู่ข้างกันกลัวอะไร กั้นแค่เต็นท์ก็คุยกันได้"
เซี่ยปิงถอนหายใจ เลือกเต็นท์ตรงกลาง ตอนกลางวันเล่นสนุก พอตกกลางคืนก็หวาดระแวง
แถวนี้ คงไม่มีคนเลวหรอกนะ?
ในเต็นท์ หลินอี้พิงหมอน
ฉินอีอีมุดเข้าอ้อมอกเขา เงยหน้ากระซิบถาม "เมื่อกี้เธอหวั่นไหวใช่ไหม?"
"หวั่นไหวอะไร?"
"ที่บอกเล่นเกมน่ะ..."
หลินอี้พยักหน้าไม่คิด "เป็นใครก็หวั่นไหว"
"ไอ้โรคจิต!"
"เธอก็โรคจิตเหมือนกันนั่นแหละ จับปลาไหลเหรอ?"
"ฮึ่ม~"
หลินอี้เตือน "ฉันจะบอกให้นะ ได้ยินจริงๆ นะ อย่าซี้ซั้ว"
"ไม่เอา ใครใช้ให้เธอทำให้ฉันโกรธ..."
"ฉินอีอี เธอประสาท..."
เต็นท์ข้างๆ เซี่ยปิงคิดในใจสองคนนี้ทะเลาะกันเหรอ ทำไมจู่ๆ ฉินอีอีก็เงียบไป?
อาจจะเพราะมีหลินอี้กับฉินอีอีอยู่ เซี่ยปิงเลยหลับตาลง
กลางดึก หรงเสวี่ยหลิงลุกขึ้นมานั่งในเต็นท์ รอบข้างมืดสนิท เงียบกริบ
ยิ่งเงียบ เธอยิ่งกลัว
ป่าเขาลำเนาไพร เธอกลัวเจอผี
"หลี่อิงซาน หลี่อิงซาน..."
เรียกไปไม่มีใครขานรับ หรงเสวี่ยหลิงเริ่มร้อนใจ ตอนเย็นดื่มน้ำเยอะไปหน่อย ปวดฉี่ แต่ไม่กล้าไปคนเดียว
"เซี่ยปิง เซี่ยปิง..."
หรงเสวี่ยหลิงตะโกนเรียก แต่ละคนหลับเป็นตาย ไหนบอกว่ากลัวไง
ที่แท้ ตัวตลกก็คือฉันเอง
หรงเสวี่ยหลิงกัดฟัน นั่งยองๆ หน้าเต็นท์ ฉี่เด็กบริสุทธิ์ไล่ผี
"ฉันบ้าไปแล้วที่ตามพวกแกมาลำบากที่นี่ คราวหน้าให้ตายก็ไม่มา..."
หรงเสวี่ยหลิงบ่นพึมพำ ปลอบใจตัวเอง
ตูม~
"กรี๊ด!!!"
เสียงน้ำแตกกระจายดังมาจากทะเลสาบไม่ไกล หรงเสวี่ยหลิงตกใจกรีดร้องลั่น
โชคดีแถวนี้ไม่มีคนอยู่ ไม่งั้นคงตื่นกันหมด
ฉินอีอีงัวเงียอยู่ในอ้อมกอดหลินอี้ หลับปุ๋ย หลินอี้กอดเธอไว้ไม่ลุกขึ้น เปิดเต็นท์ถาม "ทำบ้าอะไรของเธอ?"
"ในน้ำมีตัวอะไรไม่รู้"
"ปลาน่ะสิ จะมีอะไรได้!"
"ไม่มีอะไรแล้วๆ"
ได้ยินเสียงหลินอี้ หรงเสวี่ยหลิงก็หายกลัว รีบมุดกลับเข้าไป
พริบตาเดียว ฟ้าก็สว่าง
อากาศสดชื่น ยอดหญ้าและยอดไม้เต็มไปด้วยน้ำค้าง
ฉินอีอีหาว เมื่อวานนอนเร็ววันนี้เลยสดชื่น หยิบแปรงสีฟันใช้แล้วทิ้งกับสบู่ก้อนเล็กในกระเป๋าออกมา
"เอามาจากไหน?"
"ตอนเราพักโรงแรมฉันเก็บมา ของพวกนี้เอาไปได้ เธอไม่รู้เหรอ? แม่บ้านเขาจะวางอันใหม่ให้ ของใช้ในโรงแรมห้าดาวก็เอาไปได้ เอาไปใช้ที่บ้านได้"
พอร์ตื่นมา ฉินอีอีก็อวดความรู้รอบตัวให้หลินอี้ฟัง
หลินอี้ยิ้ม เขารู้อยู่แล้ว แต่ก็ยังเล่นตามน้ำ "เก่งนี่ ฉันเพิ่งเคยได้ยิน"
"ฮุฮุ ได้ใช้ประโยชน์แล้วเห็นไหม?"
เพิ่งตื่น ฉินอีอีก็อารมณ์ดี "เมื่อคืนหรงเสวี่ยหลิงร้องโวยวายอะไร?"
"ปลาในน้ำทำเธอตกใจ"
พืชสีเขียวสังเคราะห์แสงตอนกลางวันปล่อยออกซิเจน กลางคืนดูดออกซิเจน พืชในน้ำก็เหมือนกัน ทำให้น้ำขาดออกซิเจน
ปลาเลยกระโดดขึ้นมาเหนือน้ำ เสียงตูมตาม ไม่รู้เรื่องก็ตกใจเป็นธรรมดา
ให้เธอไปเรียนหนังสือ ดันไปเลี้ยงหมู
"อ้อ"
เมื่อคืนเธอได้ยินแว่วๆ แต่ง่วงเกิน
เซี่ยปิงกับหลี่อิงซานตื่นเช้ามาก็ชวนกันวิ่งไปไกลลิบ
พวกเธออั้นไม่ไหวแล้ว อั้นมานานแล้ว ถ้าฟ้าไม่สว่างคงต้องอั้นต่อไป
กลางคืนไม่กล้าออกจากเต็นท์ เรียกใครก็ไม่มีใครขาน
"หรงเสวี่ยหลิง เธอไม่ไปฉี่เหรอ?"
หรงเสวี่ยหลิงหน้าดำ "พวกเธอไปเถอะ!"
กางเกงเธอยังเปียกอยู่เลย ไอ้ปลาเวรนั่น สักวันจะสูบน้ำจับมาฆ่าให้หมด
หลินอี้ตอบข้อความ เก็บของ
ตอนนี้เขายังติดใจเรื่องเมื่อคืน ถ้าพวกหรงเสวี่ยหลิงไม่อยู่ เขากับฉินอีอีคงจัดหนักไปแล้ว
ป่าหลังโรงเรียนยังไม่เคยลอง มาลองตอนตั้งแคมป์ก่อนซะงั้น
"หลินอี้ ของพวกนี้ยังเอาไหม?"
"เอาสิ"
หลินอี้พยักหน้า "เดือนพฤศจิกา เราไปบนเขาต้องใช้"
"เดือนพฤศจิกา ไปบนเขาทำไม?"
ฉินอีอีมองด้วยความสงสัย
หลินอี้ยิ้ม "เดือนพฤศจิกามีฝนดาวตก กลุ่มดาววัว กลุ่มดาวสิงโตแล้วก็กลุ่มดาวนายพราน แต่กลุ่มดาววัวกับสิงโตช่วงพีคตรงกับวันเพ็ญพอดี หน้าหลังอาจจะมองไม่เห็น แต่กลุ่มดาวนายพรานมองเห็น"
ดวงตาฉินอีอีเต็มไปด้วยดวงดาว "ดีจัง ดีจัง ตกลงตามนี้นะ ห้ามเบี้ยว ถึงเวลาห้ามมีข้ออ้าง ฉันจะดูฝนดาวตก!"
"ได้"
เซี่ยปิงพูด "ดูฝนดาวตกโรแมนติกจัง"
หรงเสวี่ยหลิงเบะปาก กลางคืนในป่าโคตรเลวร้าย
กลางวันเล่นสนุกแค่ไหน กลางคืนก็ทุลักทุเลแค่นั้น เข้าห้องน้ำยังไม่กล้า
หลี่อิงซานบอก "ถึงตอนนั้น ไม่แน่พวกเราอาจจะมีแฟนแล้ว พาแฟนไปด้วยก็ได้"
"อืม"
"ค่อยว่ากัน"
ฉินอีอีเกาะติดหลินอี้ ยังไงปีนี้ก็ต้องดูฝนดาวตกให้ได้
ตอนเด็กไม่เคยดู ต้องดูสักครั้ง แถมต้องดูบนเขาด้วย
"ได้ๆๆ พาเธอไปดูแน่นอน"
"ดีจัง"
หรงเสวี่ยหลิงประชด "พวกเธอหวานกันต่อเถอะ ข้าวเช้าพวกเราไม่ต้องกินแล้ว"
หลินอี้เสนอ "พาพวกเธอไปกินเสี่ยวหลงเปาจินหลิงของแท้ แล้วก็ซุปเลือดเป็ดสักชาม"
"ซุปเลือดเป็ดที่มหาลัยเรา สู้จินหลิงไม่ได้เลย"
พอนั่งรถเข้าเมือง ก็เหมือนกลับสู่ชีวิตปกติ
หลินอี้คิดว่า ในวันที่ยุ่งวุ่นวายหาเวลามาตั้งแคมป์แบบนี้ ความกดดันเรื่องงาน เรื่องสังคมหายวับไปหมด
พอกลับเข้าเมือง ก็ไปอาบน้ำนวดเท้า
ชีวิตผู้ชนะชัดๆ!
กินมื้อเช้าเสร็จก็เดินเที่ยวธรรมดา วัดขงจื๊อที่ต้องไปสักครั้ง
ไม่มีอะไรน่าประทับใจ แค่คนเยอะ กลิ่นอายความอ่อนช้อยของแม่น้ำฉินหวยเข้มข้น คนชอบก็ชอบ คนไม่ชอบก็งั้นๆ
มาแล้วเสียใจ ไม่มาเสียใจกว่า
สถานที่แบบนี้ มีทุกเมือง
กินข้าวเที่ยงเสร็จ ฉินอีอีก็เสนอ "ไปดูที่ร้านนายไหม ฉันยังไม่รู้เลยว่าอยู่ตรงไหน"
"เครื่องออกกี่โมง?"
"ห้าโมงกว่า"
"ห้าโมงกว่าไม่รีบ ไปนั่งเล่นที่ร้านแป๊บนึง แล้วเราไปพายเรือที่ทะเลสาบเสวียนอู่ กินมื้อเย็นเร็วหน่อยแล้วค่อยกลับ"
"โอเค"
ไม่นานนัก ก็มาถึงร้าน
เหอซูเจี๋ยกำลังคุยกับสวีหย่าถิง สวีหย่าถิงพูดว่า "เถ้าแก่ตัวน้อยของเธอกลับมาแล้ว"
"เถ้าแก่ตัวน้อยอะไรของเธอ!"
เหอซูเจี๋ยค้อนใส่ ลุกขึ้นมาสายตากลับแปลกใจ
เด็กโรงเรียนทดลอง ฉินอีอี?
ส่วนผู้หญิงอีกหลายคน หน้าตาธรรมดา เธอเลยมองข้ามไป
ฉินอีอีก็แปลกใจ ทำไมเหอซูเจี๋ยมาอยู่ที่นี่
เธอเคยเจอเหอซูเจี๋ยครั้งหนึ่ง เหมือนจะเป็นครูโรงเรียนหลินอี้...
หลินอี้แนะนำ "เหอซูเจี๋ย พวกเธอเคยเจอกันแล้ว"
"ผู้จัดการเหอ สวัสดีค่ะ"
ฉินอีอียิ้มหวาน ทักทายตามมารยาท หาที่นั่งลง
"สวัสดีจ้ะ"
เหอซูเจี๋ยในใจเริ่มหงุดหงิด หลินอี้ไอ้หมาบ้านี่เล่นบ้าอะไร?
เธอมีซูเข่อเนี่ยนแล้ว ยังจะมายุ่งกับฉินอีอีอีก!
เหอซูเจี๋ยยิ้มแห้งๆ กระซิบเสียงเบา "หลินอี้ คืนนี้ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอหน่อย"
"ได้ คืนนี้ค่อยคุย"
หลินอี้พยักหน้า
เหอซูเจี๋ยสูดหายใจลึก ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอจะแก้ปัญหานี้ยังไง
[จบแล้ว]