เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 105 - โชเฟอร์บางคนก็ตีซี้เก่งชะมัด

บทที่ 105 - โชเฟอร์บางคนก็ตีซี้เก่งชะมัด

บทที่ 105 - โชเฟอร์บางคนก็ตีซี้เก่งชะมัด


พริบตาเดียว ผ่านไปไม่กี่นาที

น้ำเสียงของฉินอีอีเจือเสียงสะอื้นเล็กน้อย

"หลินอี้ ไอ้คนสารเลว!"

"หลินอี้ นายรังแกฉันแบบนี้ได้ยังไง ไอ้หมาบ้า คนขี้โกหก นาย..."

ยิ่งฉินอีตีด่าทอแรงเท่าไหร่ หลินอี้ก็ยิ่งได้ใจมากเท่านั้น

เพราะเธอกดเสียงต่ำมาก กลัวคนห้องข้างๆ จะได้ยิน

หลินอี้เกือบจะหลุดขำออกมา

"หลินอี้ ฉันผิดไปแล้ว..."

"หลินอี้ นายคอยดูเถอะ..."

"ฮือๆๆ ฉันจะไม่ด่านายอีกแล้ว... ฮือๆๆ..."

ฉินอีอีด่ากระปอดกระแปด ถ้าไม่ใช่เพราะได้รับการอบรมมารยาทมาดี ไม่ถนัดด่าคน ป่านนี้คงมีคำหยาบคายหลุดออกมามากกว่านี้แล้ว

หลินอี้กลั้นขำ ทำหูทวนลม

ด่าไปเถอะ ไม่เจ็บไม่คันหรอก

เผลอแป๊บเดียว ก็ล่วงเข้าสู่วันใหม่

ขอบตาของฉินอีอีแดงก่ำ หว่างคิ้วเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ดูแล้วน่าทะนุถนอม หลับสนิทชนิดที่ปลุกไม่ตื่น

หลินอี้มองดูเธอ

อะไรก็ดีไปหมด เสียอย่างเดียวคือนอนชอบม้วนผ้าห่ม

ว่างจนไม่มีอะไรทำ ก็ได้แต่ดูทีวี

ตอนนี้ทีวีกำลังฉายสามก๊ก ไม่นึกเลยว่าดึกป่านนี้แล้วยังมีให้ดูอีก

"ข้าถูกนารีและสุราทำร้าย จนร่างกายทรุดโทรมถึงเพียงนี้ นับจากวันนี้ไป ข้าจะเลิกเหล้า..."

หลินอี้รู้สึกว่าโจโฉพูดมีเหตุผลมาก "ข้าเองก็ถูกนารี สุรา และบุหรี่ทำร้าย ฟ้าดินเป็นพยาน ข้ากับเหล้าและบุหรี่จะอยู่ร่วมโลกกันไม่ได้!"

เขารู้สึกว่าสาบานแบบนี้ดูน่าเชื่อถือขึ้นเยอะ

คุยโม้กับเพื่อนในกลุ่มแชทสักพัก ไม่นึกว่าจะลามไปถึงเรื่องเด็กโรงเรียนสือยั่น

"ฉันมีเพื่อนของเพื่อนคนหนึ่ง สอบได้สามร้อยคะแนน พอเห็นคะแนนก็ตื่นเต้นยกใหญ่"

"สามร้อยคะแนนจะดีใจหาพระแสงอะไร?"

"นั่นสิ สามร้อยคะแนนพ่อน่าจะตีฉันตาย ขำกลิ้งเลยว่ะ"

"ไม่ใช่ พ่อของเพื่อนฉันคนนั้นบอกว่าขอแค่สอบได้สามร้อยคะแนน จะซื้อเฟอร์รารี่ให้คันหนึ่ง ฉันไม่รู้ว่าพวกแกขำอะไรกัน"

"?"

"ขอโทษที ฉันขำเร็วไปหน่อย"

โม้ในกลุ่มเสร็จ หลินอี้ก็ส่งข้อความหาหมางกั่ว

ใครจะไปรู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่นอน

หมางกั่ว: "อยู่ที่เซี่ยงไฮ้แล้วเหรอ?"

"ใช่ครับ เมื่อกี้มัวแต่ยุ่งเลยลืมทักไป ตอนนี้อยู่โรงแรม พรุ่งนี้จะเข้าไปหาครับ"

"โอเค ถึงข้างล่างแล้วโทรหาพี่นะ"

...............................................................

เช้าวันรุ่งขึ้น ดวงอาทิตย์สาดแสงทางทิศตะวันออก

หลินอี้ลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย นึกถึงวีรกรรมของฉินอีอีเมื่อคืนแล้วก็ได้แต่กุมขมับ

ยัยนี่ข้ามขั้นวัยสามสิบยังแจ๋ว สี่สิบยังเจ๋งไปแล้วหรือไงนะ?

เผลอแป๊บเดียว ก็สิบโมงแล้ว

แก้มของฉินอีอีระเรื่อสีแดงจางๆ ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายความสุข เธอมองกระจกแล้วเหลือบไปเห็นผ้าปูที่นอน หัวเราะคิกคัก "ท่านอ๋อง ตื่นบรรทมได้แล้วเพคะ"

หลินอี้ลืมตาขึ้น ไม่นึกว่าตัวเองจะมีแววเป็นฮ่องเต้ทรราชกับเขาด้วย ก็เลยดีดตัวลุกขึ้นนั่ง

"เอาครีมกันแดดมา เดี๋ยวผมทาให้"

"อื้อ ได้สิ แต่นายต้องสาบานนะ ห้ามรังแกคนอื่น" แววตาของฉินอีอีเต็มไปด้วยความระแวดระวัง

หลินอี้หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก "ได้ๆ เร็วเข้าเถอะ"

ก็แค่ทาในจุดที่ทาไม่ถึง แม้บรรยากาศจะชวนให้เคลิบเคลิ้ม แต่หลินอี้ก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลย

หลักๆ คือทำตอนกลางวันแสกๆ มันไม่ค่อยดี แถมยังมีธุระต้องไปทำด้วย

ฉินอีอีใส่เสื้อผ้าเสร็จก็หมุนตัวหนึ่งรอบ ขมวดคิ้วเรียวสวยเล็กน้อยเหมือนยังไม่ค่อยชิน ถามว่า "สวยไหม?"

"สวยสิ"

"ฮึๆ ขอฉันดูรายการค่าเสียหายหน่อย"

"ไม่ต้องดูหรอก เจ็ดร้อย"

หลินอี้ดูมาแล้ว รอยบนปลอกผ้านวมนั่น ฉินอีอีคงทนดูไม่ได้แน่

"เจ็ดร้อยแพงไปหน่อย แต่ก็พอรับได้ นายไปยืมกรรไกรมาหน่อยสิ!"

ฉินอีอีท่าทางกระตือรือร้น

แควก แควก แควก...

ไม่นานนัก ผ้าปูที่นอนบางๆ ก็ถูกฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ฉินอีอีโยนชิ้นที่เล็กที่สุดลงถังขยะ ปัดไม้ปัดมือแล้วพูดว่า "เรียบร้อย แบบนี้ก็ดูไม่ออกแล้ว"

นี่มันวัวหายล้อมคอก ปิดหูขโมยกระดิ่งชัดๆ ไม่ใช่เหรอ?

บางที ความโง่ก็น่ารักดีเหมือนกัน

หลินอี้แซวว่า "รอเธอเช็คเอาท์ออกไป ใครจะไปรู้ว่าเธอเป็นใครกันล่ะ?"

"ไม่ได้สิ งั้นวันหลังฉันคงไม่กล้ามาพักที่เพนนินซูล่าแล้ว อีกอย่างฉีกก็ฉีกไปแล้ว นายก็เป็นผู้สมรู้ร่วมคิดด้วย!"

"ครับๆๆ ผมเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด มื้อเที่ยงกินที่โรงแรมนะ กินเสร็จไปบริษัทกับผม รีบไปเซ็นสัญญาให้เสร็จ เวลาที่เหลือจะเป็นของเรา"

"ได้เลย"

หลังล้างหน้าแปรงฟัน หลินอี้มองฉินอีอีที่กำลังเก็บของ ถามด้วยความเป็นห่วงว่า "เธอไหวไหม?"

"ก็พอไหว!"

ฉินอีอีถลึงตาใส่เขาด้วยความเขินอายปนโกรธ

เมื่อคืน หลินอี้มันสัตว์ป่าชัดๆ

ฉินอีอีไม่เพียงแต่ไม่เป็นอะไร สีหน้ากลับดูดีขึ้นด้วยซ้ำ ฟันขาวดวงตาสดใส

สวยสะพรั่ง เหมาะกับเธอในตอนนี้ที่สุด

พอได้คบกัน ก็ดูเป็นธรรมชาติขึ้นเยอะ

ห้องอาหารของโรงแรมห้าดาว ระดับความหรูหราไม่ต้องพูดถึง แถมยังเป็นห้องอาหารจีนกวางตุ้งด้วย เสียดายที่ปริมาณอาหารน้อยไปหน่อย

หลินอี้หิวจริงๆ

ฉินอีอีก็บ่นหิวมาตั้งนานแล้ว

รสชาติอาหารถือว่าใช้ได้ ติดแค่เรื่องให้น้อยนี่แหละ

ทานข้าวเสร็จ หลินอี้พาฉินอีอีมาเดินเล่นที่โซนช้อปปิ้งของโรงแรมเพนนินซูล่า ที่นี่ตกแต่งหรูหราอลังการ ถ้าไม่มีเงินติดตัวคงเดินลำบาก

เดินอยู่พักใหญ่ ไม่ได้ซื้ออะไรสักอย่าง

คำอธิบายของฉินอีอีคือ "เหมือนเดินซุปเปอร์มาร์เก็ตนั่นแหละ เห็นของเยอะๆ แล้วสบายใจ ถึงไม่ซื้อก็ได้เปิดหูเปิดตา วันหลังไปเจอของแพงๆ จะได้ไม่ตื่นตูม..."

เหตุผลนี้ฟังขึ้นจนเถียงไม่ออก

จริงๆ แล้วหลินอี้ก็ชอบเดินสถานที่แบบนี้เหมือนกัน ถึงจะไม่ซื้อหรือซื้อไม่ไหว แต่ได้เดินดูเพื่อยกระดับจิตใจก็ไม่เลว ทำให้รู้ซึ้งว่าเงินสำคัญขนาดไหน

"ร้อนจัง~"

พอออกจากโรงแรม คลื่นความร้อนก็ปะทะเข้ามา

ทั้งเมืองยกเว้นในร่ม ก็เหมือนหม้อตุ๋นใบใหญ่ ทำให้คนหงุดหงิดใจร้อน

หลินอี้โบกมือ แท็กซี่คันหนึ่งมาจอดตรงหน้า

แอร์ในรถคือน้ำทิพย์ชุบชีวิตจริงๆ

"ลูกพี่ มิเตอร์นี่ไม่ได้โกงใช่มั้ยครับ?"

"ของดีมีคุณภาพแน่นอน ไอ้หนุ่ม ฉันจะไปหลอกคนต่างถิ่นอย่างพวกเธอได้ยังไง มาเที่ยวเซี่ยงไฮ้เหรอ?"

"มาเรียนมหาลัยครับ"

"มหาลัยไหน?"

"ฟู่ตั้น"

"โอ้โห เด็กหัวกะทินี่หว่า"

คนขับแท็กซี่ก็มีร้อยพ่อพันแม่ บางคนก็หยิ่ง บางคนก็เฟรนด์ลี่ คุยกันจบเที่ยวแทบจะนับถือเป็นพี่น้อง

ฉินอีอีไม่เข้าใจ คนสองคนนี้ไม่มีช่องว่างระหว่างวัยกันเลยเหรอ?

"ลูกพี่ครับ เซี่ยงไฮ้นี่ยังมีที่ไหนน่าเที่ยวอีกบ้าง?"

โชคดีที่คนขับไหวพริบดี รู้จักกาลเทศะ ไม่ได้เปิดปากมาก็แนะนำอาบอบนวด

ถ้าเป็นพวกไม่รู้จักกาลเทศะ คงบอกไปแล้วว่าแถวไหนนวดสบายที่สุด

ช่างเบอร์ไหนเด็ดสุด

ร้านไหนมีบริการครบวงจร พลิกฟ้าคว่ำดิน ขุดสุสานอะไรทำนองนั้น

สำหรับเรื่องนี้ หลินอี้คิดว่าบางทีเป็นพวกไม่รู้จักกาลเทศะ ก็ดีเหมือนกันนะ

มีฉินอีอีอยู่ด้วย คนขับเลยทำได้แค่พูดอ้อมๆ บอกใบ้ให้ ที่เหลือก็ต้องดูว่าหลินอี้จะหัวไวแค่ไหน

"ตรงนั้นคือเป่าลี่แชมเปญ ไม่เลวเลยนะ ไม่เลว"

"ได้ข่าวว่าข้างในนั้นมีเพื่อนร่วมอาชีพของแม่เว่ยเสี่ยวเป่าอยู่เยอะ?"

"ไอ้น้อง เปรียบเทียบได้เฉียบมาก!"

คนขับตาลุกวาว มีอยู่ครั้งหนึ่งเขามาส่งแขกเข้าไปข้างใน ยังต้องควักเนื้อจ่ายไปตั้งหกร้อยกว่าจะออกมาได้

ข้างในนั้นมีศัตรูตามธรรมชาติของปีศาจตะขาบอาศัยอยู่ส่วนหนึ่ง

ฉินอีอีทำหน้าสงสัย "เป่าลี่แชมเปญก็ดูหรูดีนะ เว่ยเสี่ยวเป่าเกี่ยวอะไรด้วยเหรอ?"

หลินอี้เปลี่ยนเรื่องคุย "เว่ยเสี่ยวเป่า เมียแปดคนไง!"

...............................................................

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 105 - โชเฟอร์บางคนก็ตีซี้เก่งชะมัด

คัดลอกลิงก์แล้ว