เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 - ดอกไม้มีใจ สายน้ำไร้รัก

บทที่ 13 - ดอกไม้มีใจ สายน้ำไร้รัก

บทที่ 13 - ดอกไม้มีใจ สายน้ำไร้รัก


หลังเลิกเรียน หลินอี้ตบไหล่ลาดมนของซูเข่อเนี่ยนเบาๆ

ซูเข่อเนี่ยนหันกลับมา ดวงตาดอกท้อกระพริบปริบๆ ด้วยความสงสัย "?"

"เธอจะดื่มน้ำอะไร?"

"ฉันไม่ดื่ม" ซูเข่อเนี่ยนส่ายหน้า

หลินอี้พยักหน้า "อ้อ นมจืดใช่ไหม?"

ซูเข่อเนี่ยนทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็เงียบไป

หลินอี้ชี้ไปที่โจทย์ข้อสุดท้ายในกระดาษข้อสอบ "เดี๋ยวฉันกลับมา เธออธิบายข้อนี้ให้ฉันฟังหน่อยนะ แล้วฉันจะเลี้ยงนมจืด"

"......"

ซูเข่อเนี่ยนยกมือขึ้นทำท่าจะแย้ง แต่สุดท้ายก็วางลง

หยางเยว่เข้ามากอดซูเข่อเนี่ยน "คุณหัวหน้าฝ่ายการเรียน ให้ฉันเกาะขาด้วยคนสิ ข้อนี้ฉันก็ทำไม่ได้เหมือนกัน!"

ซูเข่อเนี่ยนรู้สึกว่าหัวใจที่ว่างเปล่าพลันถูกเติมเต็มขึ้นมา... มันช่างอบอุ่น

ช่วงบ่ายหลังจากถกเถียงเรื่องโจทย์กับซูเข่อเนี่ยนเสร็จ ข้อความแจ้งเตือนเรื่องเซ็นสัญญาก็เด้งเข้ามา พอดีหน้าโรงเรียนมีร้านถ่ายเอกสาร หลินอี้เลยอาศัยช่วงพักเบรควิ่งไปจัดการ ปริ้นท์เอกสารสัญญา 4 ชุด หมดไปไม่กี่บาท ไม่แพงเลย

จากนั้นก็หาร้านส่งพัสดุ ส่งออกไปเรียบร้อย

บนบอร์ดจัดอันดับตั๋วรายเดือนและยอดติดตาม ยังคงเป็นชื่อของนักเขียนระดับเทพเจ้าที่คุ้นตาไม่กี่คนนั้น แต่หลังจากนี้ คงต้องมีที่ว่างให้เขาสักที่แล้วล่ะ

ตั้งเป้าไว้ว่า ภายในหนึ่งปีต้องไต่เต้าเป็นนักเขียนระดับเทพ สองปีระดับแพลตตินัม สามปีติดอันดับเศรษฐีนักเขียนของ Forbes

สี่ปีมีอิสรภาพทางการเงิน ห้าปีเกษียณตัวเอง

เขาไม่ได้จงใจลอกนิยายแนวล้ำยุคพวกนั้นมา เพราะมันอาจจะไม่เหมาะกับกระแสและตลาดในตอนนี้ นิยายแนวฮาเร็ม หรือแนวติดเรทนิดๆ นี่แหละที่สร้างผลงานได้ง่ายที่สุด

ตอนนี้ยังไม่มีมาตรการกวาดล้างอินเทอร์เน็ต นักเขียนหลายคนบนเว็บไซต์เลยปล่อยของกันเต็มที่

แน่นอนว่าเขาคงไม่ไปเป็นหนึ่งในพวกนั้นหรอก งานเขียนของเขาเป็นวรรณกรรมน้ำดีมีสาระทั้งนั้น

ช่วงบ่าย การเรียนการสอนดำเนินไปตามปกติ

ถึงจะมีความทรงจำเดิมอยู่แล้ว แต่หลินอี้ก็ยังตั้งใจฟังครูสอน

ได้มีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง เขาอยากจะตั้งใจเรียนเพื่อสัมผัสบรรยากาศของมัธยมปลายให้เต็มที่

"ช่วงปลายยุครณรัฐ รัฐฉินได้สร้างโครงการชลประทานขนาดใหญ่จำนวนมาก เช่น คลองเจิ้งกั๋ว เขื่อนตูเจียงเยี่ยน ซึ่งบางแห่งยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบัน สาเหตุหลักที่ทำให้โครงการเหล่านี้สำเร็จได้ในรัฐฉินคืออะไร มีใครรู้บ้าง?"

ครูประวัติศาสตร์ขยับแว่นพลางถาม "ข้อนี้มีโอกาสออกสอบเกาเข่าสูงมากนะ มีใครตอบได้ไหม?"

"ครูครับ เพราะความสามารถในการจัดตั้งองค์กรของรัฐเข้มแข็งครับ" หลินอี้ตอบ

ครูประวัติศาสตร์มองหลินอี้ เหตุการณ์เมื่อเช้าที่หน้าเสาธงยังตราตรึงใจ "ถูกต้อง เพราะความสามารถในการบริหารจัดการของรัฐที่เข้มแข็งนั่นเอง เอาล่ะ นั่งลงได้..."

หลินอี้ค่อนข้างสนใจประวัติศาสตร์อยู่แล้ว

อันที่จริง การสอบเกาเข่าไม่ได้ทำให้เขารู้สึกกดดันอะไรเลย เขากลับสนุกกับมันด้วยซ้ำ เวลาแต่ละคาบผ่านไปอย่างรวดเร็ว

หลังเลิกเรียน จ้าวข่ายเดินมาหาหลินอี้ "พี่อี้ เลิกเรียนแล้วไปเกมเซ็นเตอร์กันไหม ไปเล่นเกมตู้สักพัก?"

"ไม่ไปร้านเน็ตแล้วเหรอ?"

"ไปผ่อนคลายก่อนไง ร้านเปิดใหม่เลยนะ ไปป่ะ?"

"ไปผ่อนคลายหน่อยก็ดี"

จ้าวข่ายหันไปถามพวกหยางเยว่ "พวกเธอไปไหม แล้วซ้อล่ะ?"

"ซูเข่อเนี่ยนคงไม่ไปหรอก เธอต้องรีบขึ้นรถกลับ เดี๋ยวตกรถ" หลินอี้พูดดักคอ

หยางเยว่ตาโต "เดี๋ยวนะ ซ้ออะไรของนาย?"

"อย่าไปฟังมันพล่าม" หลินอี้ตอบปัดๆ

ซูเข่อเนี่ยนรู้ว่าพวกเขาล้อเล่น แต่ใบหน้าเล็กๆ ก็ยังแดงระเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย ในใจรู้สึกแปลกๆ... เธอชอบบรรยากาศแบบนี้จัง

สำหรับเธอในเมื่อก่อน สิ่งเหล่านี้คือความหรูหราที่เกินเอื้อม

ใจจริงเธอก็อยากไปเดินเที่ยวกับหยางเยว่เหมือนกัน แต่ถ้าไม่รีบกลับ คุณย่าจะเป็นห่วง

"ขอโทษนะ แล้วหยางเยว่ล่ะ?"

หยางเยว่ขมวดคิ้ว "นายประสาทป่ะ ใกล้สอบเกาเข่าแล้วยังจะไปเกมเซ็นเตอร์ อยากไปก็ไปคนเดียวสิ!"

"ไม่ไปก็ไม่ต้องไปสิ ดุขนาดนี้ระวังจะไม่มีใครเอา"

"ว่าใครฮะ ไอ้หมูตอน!" หยางเยว่ของขึ้นทันที แม่จะไม่มีใครเอาก็เรื่องของแม่ ไม่ต้องให้แกมาเผือก

"ก็ว่าเธอนั่นแหละ!"

"ตายซะเถอะ!"

หยางเยว่คว้าหนังสือเล่มหนาวิ่งไล่ฟาดจ้าวข่าย ถึงจ้าวข่ายจะอ้วนไปหน่อย แต่ก็เป็นคนอ้วนที่พริ้วไหว หลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่ว

หลินอี้นั่งพิงเก้าอี้ดูละครฉากใหญ่ หาววอดอย่างเกียจคร้าน

เขาหันไปมองซูเข่อเนี่ยน แล้วยิ้มให้

ซูเข่อเนี่ยนก้มหน้างุด รีบเปิดหนังสือเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

หึหึ

หลินอี้ยิ้มอย่างนึกสนุกในใจ หน้าบางจริงๆ ยัยคนนี้

เมื่อก่อนเขาเคยคิดว่าซูเข่อเนี่ยนเหมือนขอนไม้ทื่อๆ ซื่อบื้อจะตาย แต่ไม่นึกเลยว่าจริงๆ แล้วเธอก็น่ารักดีเหมือนกัน

"ซูเข่อเนี่ยน?"

ซูเข่อเนี่ยนเงยหน้าขึ้น "?"

หลินอี้ถามยิ้มๆ "เธอจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไหน?"

"นาน... นานต้า (มหาวิทยาลัยหนานจิง)..."

"เป้าหมายสูงใช้ได้นี่ มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในจินหลิงแล้ว เจ้าอ้วนจ้าวข่ายบอกว่าจะไปเรียนเทคนิค ส่วนฉันช่วงสองสามเดือนสุดท้ายนี้จะลองฮึดดู เผื่อจะฟลุ๊คติดที่ดีๆ สักที่ น่าจะเรียนต่อในจินหลิงนี่แหละ ไม่อยากไปไกลบ้านเท่าไหร่"

"อื้ม..."

คำว่า 'สู้ๆ นะ' ติดอยู่ที่ปาก ซูเข่อเนี่ยนอึกอักอยู่นานแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมา

จากอำเภอเข้าตัวเมืองจินหลิง นั่งรถโดยสารก็ปาเข้าไปชั่วโมงกว่า ถ้ารวมต่อรถโน่นนี่นั่นด้วย ไม่ต่ำกว่าสามชั่วโมงแน่ ค่อนข้างลำบากพอตัว

ตอนนี้รถไฟฟ้ายังสร้างมาไม่ถึง อำเภอนี้ยังไม่ได้ถูกผนวกเป็นเขตหนึ่งของจินหลิง การคมนาคมเลยยังไม่สะดวกสบายนัก

แต่อนาคตอำเภอเล็กๆ แห่งนี้จะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แนวโน้มดีมากทีเดียว

หลินอี้พูด ซูเข่อเนี่ยนฟัง

เธอเป็นคนพูดน้อยอยู่แล้วตามนิสัย

และแล้ว คาบเรียนก็เริ่มขึ้น

ในคาบเรียนหลินอี้จดเลคเชอร์ลงในหนังสือ ลายมือของเขาถือว่าอ่านง่ายใช้ได้

เนื่องจากไม่มีคาบเรียนภาคค่ำ พอถึงเวลาเลิกเรียนก็ปล่อยกลับบ้านทันที

เสียงออดเลิกเรียนดังขึ้น เหอซูเจี๋ย ครูประจำชั้นก็ไม่ลืมที่จะเตือนสติ

"นับถอยหลัง 58 วัน สองเดือนสุดท้ายแล้วนะจ๊ะ อย่าให้ความสนุกชั่วครู่มาทำลายอนาคตทั้งชีวิต ตอนนี้พวกเธออาจจะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง แต่โตไปเดี๋ยวก็เข้าใจเอง เชื่อครูไว้ไม่ผิดหรอก เอาล่ะ เลิกเรียนได้"

หลินอี้นัดกับจ้าวข่ายไว้ว่าจะไปเล่นที่เกมเซ็นเตอร์

เล่นก็เล่นเถอะ ตอนนี้หลินอี้ไม่ได้ติดเกมขนาดนั้น คงเล่นได้ไม่นาน เดี๋ยวก็ต้องไปร้านเน็ตต่อ

ในขณะเดียวกัน ที่หน้าประตูโรงเรียน

ฉินอีอีสวมกระโปรงนั่งคร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันเล็ก ดูโดดเด่นไม่เหมือนใคร ชุดนักเรียนของโรงเรียนสือยั่นดูแปลกแยกจากสภาพแวดล้อมรอบข้าง บวกกับหน้าตาที่สวยสะดุดตาและการแต่งตัวที่ดูทันสมัย ทำให้ดึงดูดสายตาอยากรู้อยากเห็นจากคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี

วัยรุ่นว้าวุ่น ผู้ชายเห็นผู้หญิงสวยๆ ก็ต้องมองเหลียวหลังเป็นธรรมดา

หูม่านหนีกดเล่นเกม QQ Farm ในมือถือ "ฉินอีอี วันนี้เธอมาขโมยอัลปาก้า ของฉันอีกแล้วนะ?"

"ฟาร์มเธอวันๆ ปลูกแต่หัวไชเท้า เห็นแล้วยังไม่อยากจะขโมยเลย"

"เธอจะไปรู้อะไร! หัวไชเท้าให้ค่าประสบการณ์เยอะสุดย่ะ รอฉันเลเวลอัพก่อนเถอะ จะปลูกอะไรก็สบายแล้ว หึหึ..."

ฉินอีอีเพิ่งเคยได้ยิน มีทฤษฎีแบบนี้ด้วยเหรอ?

หัวไชเท้าเนี่ยนะ ให้ EXP เยอะสุด?

"ฮัลโหล พวกเธอมาจากสือยั่นหรือเปล่าครับ?"

ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยเรื่องปลูกผักกับเรื่องรถแลมโบกินีในเกม QQ Parking เด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวสะอาดสะอ้านก็เดินเข้ามา สายตาจับจ้องไปที่ฉินอีอี

เซี่ยจื้อ ในฐานะเดือนโรงเรียนของอีจง เขาป๊อปปูล่ามากในโรงเรียน เวลาเดินเหินเลยมีความมั่นใจเกินร้อย รอยยิ้มสดใสเจิดจ้า

"อื้ม"

ฉินอีอีเงยหน้ามองเขาแวบหนึ่ง แล้วหันกลับไปมองที่ประตูโรงเรียนต่อ

หูม่านหนีตาลุกวาว ผู้ชายคนนี้หล่อใช้ได้เลยนี่นา "ใช่จ้ะ พวกเราอยู่ ม.6 โรงเรียนสือยั่น"

"ผมก็อยู่ ม.6 เหมือนกัน มารอคนเหรอครับ?"

"ใช่ มารอ... รอเพื่อนน่ะ"

คุยกับหูม่านหนีไปได้สักพัก เซี่ยจื้อเริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วน เขาตั้งใจจะมาคุยกับฉินอีอี แต่หูม่านหนีดันเสนอหน้ามาคุยด้วยซะงั้น แล้วแบบนี้จะขอเบอร์สาวยังไงล่ะเนี่ย?

จะขอเบอร์ฉินอีอี?

แต่ปล่อยหูม่านหนีทิ้งไว้กลางอากาศมันก็เสียมารยาทแย่

"เอ๊ะ มาแล้วๆ ม่านหนี!"

ฉินอีตื่นเต้นกระโดดลงจากรถ ก้มมองชุดตัวเอง จัดทรงผมหน้ากระจกมอเตอร์ไซค์ แล้วเม้มปากเช็คความเรียบร้อย

"ฉันไปก่อนนะ เชิญพวกนายคุยกันตามสบาย"

หลินอี้เดินออกมาพอดี ในมือถือถุงกระดาษใบเดียว ขี้เกียจสะพายกระเป๋า

เขารู้สึกว่าโตป่านนี้ยังสะพายเป้นักเรียนเดินไปเดินมา มันดูเด๋อๆ ด๋าๆ ชอบกล

"หลินอี้!"

หลินอี้เงยหน้ามอง ผงะไปเล็กน้อย

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 13 - ดอกไม้มีใจ สายน้ำไร้รัก

คัดลอกลิงก์แล้ว