- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาแก้ไขอดีต แต่ดันเผลอไปจีบสาวทั่วโรงเรียนซะงั้น
- บทที่ 9 - ฉินอีอีแม่สาวแสนซน
บทที่ 9 - ฉินอีอีแม่สาวแสนซน
บทที่ 9 - ฉินอีอีแม่สาวแสนซน
หลินเสี่ยวเว่ยกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ร้องไห้ออกมา
พวกผู้หญิงกลุ่มนั้นยังพยายามแก้ตัวกันพัลวัน ต่างคนต่างพูดหาข้ออ้าง หลี่เหยียนถึงขั้นใส่ร้ายป้ายสีกลับ
"พวกเธอเงียบก่อน ให้เขาพูดให้จบ"
ซุนเจี้ยนชอบฟังหลินอี้พูดมากกว่า เพราะเขาพูดจาฉะฉาน มีเหตุมีผล ฟังแล้วน่าเชื่อถือ
ส่วนพวกผู้หญิงพูดจาวกไปวนมา ฟังแล้วปวดหัวไม่อยากจะฟัง
หลินอี้เป็นเด็กโรงเรียนอีจง เขาต้องรับผิดชอบ
"เธอโกหกหรือเปล่า?" จางเหล่ยหันไปถามหลินเสี่ยวเว่ย
เหอซูเจี๋ยพูดแทรกขึ้นมาว่า "ครูจางคะ ฉันคิดว่านักเรียนถูกรังแกจนมีสภาพแบบนี้แล้ว คงไม่โกหกในเรื่องแบบนี้หรอกค่ะ คุณเป็นครูประจำชั้นแท้ๆ ไม่รู้นิสัยนักเรียนตัวเองเลยเหรอคะ?"
สมควรแล้วที่โดนต่อย!
อย่าว่าแต่หลินอี้ที่เป็นเด็กหัวรั้นเลย ฉันฟังแล้วยังอยากจะซัดหน้าคุณสักที!
เหอซูเจี๋ยเหลือบมองหลินอี้ อารมณ์โกรธเริ่มจางหายไปเกือบหมด
เด็กหนุ่มที่สูงกว่าเธอหนึ่งช่วงศีรษะคนนี้ ให้ความรู้สึกเหมือนเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในชั่วข้ามคืน แม้ปกติจะดูเฉื่อยชาไม่สนใจโลก แต่ก็ต่างจากเมื่อก่อนมาก
จางเหล่ยแย้งว่า "อาจจะมีเรื่องเข้าใจผิดกันก็ได้ ทำไมเขาต้องไปรังแกเธอด้วย ก็ต้องถามให้รู้เรื่องสิครับ?"
"ให้เธอเล่าเองเถอะ นักเรียนหนูหยุดร้องก่อนนะ เรื่องมันเป็นยังไง?"
หวังไคฟางช่วยปลอบหลินเสี่ยวเว่ย
หลินเสี่ยวเว่ยพยักหน้า แล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมาอย่างละเอียด
ฟังจบ หวังไคฟางถึงได้ตระหนักว่าเรื่องนี้ร้ายแรงแค่ไหน
"เอาล่ะ เธอไปยืนข้างๆ ก่อน พวกเธอมายืนตรงนี้ บอกมาซิว่าเกิดอะไรขึ้น ห้ามโกหกนะ เดี๋ยวครูจะไปตรวจสอบทีหลัง"
"เปล่านะคะ หลินเสี่ยวเว่ยบอกว่าจะเรียกพี่ชายมาตบพวกหนู พวกหนูแค่ด่ากลับไปไม่กี่คำเอง แล้วหลินเสี่ยวเว่ยก็ลงมือตบก่อนด้วย"
หลี่เหยียนแข็งใจโกหกหน้าตาย
"จริงเหรอ?"
"จริงค่ะ" ลูกสมุนพยักหน้าสนับสนุน
หลินเสี่ยวเว่ยหน้าซีดเผือด เรื่องไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยสักนิด
"พวกนั้นลงมือก่อนต่างหาก!"
ปากเดียวหรือจะสู้สี่ปาก เรื่องราวเริ่มสับสนอลหม่าน
หลี่เหยียนกับพวกเริ่มโต้กลับ กัดไม่ปล่อย
เหอซูเจี๋ยพูดเสียงเข้ม "ฉันเชื่อใจนักเรียนของฉันค่ะ เขาไม่มีทางวิ่งมาต่อยคนถึงโรงเรียนสือยั่นโดยไม่มีเหตุผลแน่"
"ครับ ครับ ไม่มีทาง..." จางเหล่ยยิ้มเยาะ เลือดยังติดอยู่ที่ฟัน "ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจู่ๆ เขาต้องต่อยผมก่อนหนึ่งหมัด"
หลินอี้ฟังแล้วอยากจะแถมให้อีกสักหมัด
ตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก..."
หวังไคฟางบอก "ช่วยเปิดประตูหน่อย"
ประตูเปิดออก ฉินอีอีกวาดสายตามองไปรอบห้องแล้วพูดว่า "ครูคะ หนูฉินอีอีจากห้องหนึ่งค่ะ เมื่อกี้หนูอยู่ฝั่งตรงข้ามถนนพอดี เลยถ่ายคลิปวิดีโอไว้ได้"
หูม่านหนีดึงเสื้อฉินอีอีไว้ด้วยความหวาดกลัว
แม่เจ้า
เธอกล้าได้ยังไงเนี่ย?
มาห้องพักครูฝ่ายปกครอง หมาเดินผ่านยังโดนดุเลยนะ
หวังไคฟางมองฉินอีอี
กระโปรงสั้น เล็บเจล ขนตาปลอม ลิปสติก มือถือ... เธอมีครบทุกอย่างที่ห้ามเลยนะเนี่ย
"ไหนล่ะคลิป?"
"อยู่นี่ค่ะ"
ฉินอีียื่นโทรศัพท์มือถือซัมซุงสีขาวส่งให้ สมัยนี้คนอื่นยังใช้แบบปุ่มกดกันอยู่เลย แต่เธอใช้แบบทัชสกรีนแล้ว แสดงว่าฐานะทางบ้านต้องดีมากแน่ๆ
หลี่เหยียนหน้าถอดสี เริ่มกระวนกระวายใจ ผู้หญิงคนอื่นก็ก้มหน้าหลบตาโดยอัตโนมัติ
ทุกคนมุงดูคลิปวิดีโอ ใครโกหกใครพูดจริง
ผลลัพธ์ชัดเจนแจ่มแจ้ง
"ยังจะบอกว่าไม่ได้โกหกอีก! ครูประจำชั้นพวกเธอมาหรือยัง เรียกผู้ปกครองมาเดี๋ยวนี้เลย!"
หวังไคฟางดูจบแล้วก็ทนไม่ไหว ตวาดลั่นห้อง
พ่อแม่สั่งสอนกันมายังไง?
ทำไมถึงเลี้ยงลูกออกมาเป็นแบบนี้ได้!
ไม่ควรเลย
ไม่ควรจริงๆ!
กล้าดียังไงมาโกหกหน้าตายต่อหน้าเขา ต่อหน้าครูตั้งหลายคน!
ซุนเจี้ยนปลอบ "เหล่าหวัง ใจเย็นๆ ก่อน"
"เหล่าซุน ขอโทษทีที่ทำให้เสียเวลา เป็นความผิดของโรงเรียนเราเองที่อบรมเด็กไม่ดี แต่หลินอี้ก็ลงมือหนักไปหน่อยนะ ไม่ควรทำขนาดนี้"
ซุนเจี้ยนพยักหน้า "จริงครับ ครูเหอ ต้องอบรมให้หนักนะ"
"ค่ะ"
เหอซูเจี๋ยรับคำ
หวังไคฟางไม่มีข้อแก้ตัว รู้ดีว่าซุนเจี้ยนเข้าข้างหลินอี้ "แล้วทำไมเธอต้องต่อยครูจาง?"
"เขาพุ่งเข้ามาด่าผมว่ามาหาเรื่องที่สือยั่น มาทำร้ายร่างกายคนอื่น ขู่ว่าผมไม่อยากเรียนต่อแล้วใช่ไหม ด่ากราดโดยไม่ถามไถ่ต้นสายปลายเหตุ ผมรู้ว่าเขาเป็นครูประจำชั้นน้องสาวผม ตอนนั้นผมโมโหอยู่เลยยั้งมือไม่อยู่ครับ"
หลินอี้พูดความจริง "ถ้าไม่ใช่เขา ผมก็คงไม่ต่อยหรอก"
จางเหล่ยคิดในใจ ขอบใจนะพ่อคุณ
"สถานการณ์ตอนนั้นมันวุ่นวาย พวกผู้หญิงก็ร้องไห้กันระงม..."
"พอเถอะ ผมพอจะเข้าใจแล้ว"
เรื่องนี้ จางเหล่ยเองก็มีส่วนผิดจริงๆ
เหอซูเจี๋ยเตือนสติ "ครูจางคะ เป็นครูก็ต้องหัดใส่ใจความเป็นอยู่ของนักเรียนบ้างนะคะ..."
"ขอบคุณครับครูเหอ ผมจำไว้แล้ว"
จางเหล่ยไม่พูดอะไรอีก
"ไม่เรียกผู้ปกครองได้ไหมคะ พวกหนูไม่ได้อยากแกล้งหลินเสี่ยวเว่ย หลี่เหยียนบอกว่ายัยนี่ขี้เก๊ก เลยลากพวกหนูไป"
"ครูคะ พวกหนูผิดไปแล้ว ขอโทษค่ะ"
"ฮือๆ พวกหนูไม่กล้าแล้ว!"
หลี่เหยียนกำหมัดแน่น หน้าซีดเผือด เธอคาดไม่ถึงว่าจะโดนเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด
หลินอี้คิดในใจ น้ำตาจระเข้ชัดๆ
"ไม่ได้ เรื่องนี้ต้องเรียกผู้ปกครองมาจัดการ"
ที่ระเบียงทางเดิน หลินอี้ดูรายชื่อในโทรศัพท์ พ่อน่าจะเข้ากะดึกไปแล้ว เลยโทรหาเหลียงหย่าเซียงแทน
"ฮัลโหล น้าเหลียง..."
"ครูคะ หนูไปได้หรือยัง?"
ฉินอีอีเอ่ยถาม
ผอ.หวังคืนมือถือให้เธอ "ไปล้างเล็บออกซะ ลิปสติกด้วย กระโปรง แล้วก็อย่าพกมือถือมาโรงเรียน ใกล้จะสอบเกาเข่าแล้วนะ"
"รับทราบค่า"
ฉินอีียิ้มร่า โบกมือลาแล้วเดินออกไป
ที่ระเบียงทางเดิน ฉินอีอีเดินสวนกับหลินอี้ "นี่ นายต้องขอบคุณฉันหรือเปล่า?"
"จริงด้วย ขอบใจนะ"
"มีคิวคิวไหม?"
"มี" หลินอี้พยักหน้า
"ฉันจะบอกเลข นายจำไว้นะ แล้วแอดมาด้วยล่ะ... ฉันชื่อฉินอีอี ไปละ"
ฉินอีอีทิ้งช่องทางติดต่อไว้ แล้วฮัมเพลงเดินจากไป
หูม่านหนีมองหลินอี้แวบหนึ่ง "รอฉันด้วยสิ อีอี!"
หลินอี้มองแผ่นหลังของสองสาว ต้องขอบคุณเธอจริงๆ ไม่งั้นคงพูดกันไม่รู้เรื่องแน่
แต่ตอนนี้เขากำลังหงุดหงิด ไม่มีอารมณ์มาจำเบอร์อะไรหรอก
สี่สิบนาทีต่อมา เหลียงหย่าเซียงกับหลินกั๋วเหว่ยก็มาถึง
ขอบตาหลินเสี่ยวเว่ยแดงช้ำ แต่ไม่ได้ร้องไห้แล้ว เพราะความอัดอั้นตันใจระเบิดออกมาหมดเมื่อครู่ ตอนนี้เลยร้องไม่ออก
ผู้ปกครองของเด็กคู่กรณีก็มาถึง ทำได้แค่ปัดความรับผิดชอบ
บ้านหลี่เหยียนมีฐานะ พ่อของเธอใส่สร้อยทองเส้นโต ตัวใหญ่ยักษ์ พูดจาเสียงดัง
"คนไม่เป็นไรใช่ไหม? งั้นไปตรวจที่โรงพยาบาลดีกว่า ค่าเสียหายเท่าไหร่เรายินดีจ่ายให้หมด"
"เราไม่ต้องการเงิน ให้โรงเรียนจัดการตามกฎระเบียบเถอะค่ะ"
เหลียงหย่าเซียงฟังออกว่าอีกฝ่ายจะใช้เงินฟาดหัว เลยทำหน้านิ่งถาม "เสี่ยวเว่ย ยังเจ็บอยู่ไหมลูก?"
หลินเสี่ยวเว่ยส่ายหน้า
หวังไคฟางสรุป "พาเด็กไปตรวจที่โรงพยาบาลก่อน พรุ่งนี้รอโรงเรียนประชุมเสร็จค่อยมาฟังบทลงโทษ"
[จบแล้ว]