- หน้าแรก
- ย้อนเวลามาแก้ไขอดีต แต่ดันเผลอไปจีบสาวทั่วโรงเรียนซะงั้น
- บทที่ 7 - เดี๋ยวฉันจะฟ้องแฟนให้มาจัดการแก
บทที่ 7 - เดี๋ยวฉันจะฟ้องแฟนให้มาจัดการแก
บทที่ 7 - เดี๋ยวฉันจะฟ้องแฟนให้มาจัดการแก
จ้าวข่ายฝันสลาย นอนซมหมดอาลัยตายอยาก
หลินอี้กลับเข้าห้องเรียนเพื่อเรียนต่อ ช่วงเช้าเป็นวิชาภาษาอังกฤษและวิทยาศาสตร์รวม
ภาษาจีนยังพูดไม่ค่อยจะชัด ดันต้องมาเรียนภาษาอังกฤษอีก
ถ้าเป็นวิชาเลือกเสรี เขาคิดว่าคนทั่วไปน่าจะยอมรับได้มากกว่า ยังมีทฤษฎีที่ว่าภาษาอังกฤษมีไว้เพื่อคัดกรองคนเหมือนวิธีตัดชอยส์ เป็นการร่อนตะแกรงหาทองในกองทราย
ผ่านไปครึ่งวัน หลินอี้ลุกขึ้นยืนเห็นซูเข่อเนี่ยนกำลังนั่งทำโจทย์อยู่ "ไปกินข้าวกัน?"
"ตอนบ่ายมีสอบจำลอง"
ซูเข่อเนี่ยนเตือนเสียงเบา พลางหยิบเครปไข่ที่เย็นชืดออกมา
หลินอี้ถาม "วิชาคณิต?"
"อื้อ"
"คณิตเรื่องจิ๊บจ๊อยน่า ไปเถอะ อย่าเครียดจนเกินไป ออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้าง ซุปวุ้นเส้นเลือดเป็ดหน้าโรงเรียนชามละห้าหยวน ไม่หอมกว่าเครปไข่เย็นชืดนั่นเหรอ มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง ถือโอกาสให้เธอช่วยสอนโจทย์ยากๆ ให้ด้วย เธอเรียนเก่งที่สุดในห้องนี่นา"
หยางเยว่แอบขยิบตาให้หลินอี้ "ฉันไปด้วยได้ไหม? ไม่ต้องเลี้ยงก็ได้"
"ตามใจสิ" หลินอี้ตอบ
"ซูเข่อเนี่ยน ไปด้วยกันเถอะ ฉันก็มีโจทย์ที่ทำไม่ได้เหมือนกัน" หยางเยว่ดึงมือซูเข่อเนี่ยน
หลินอี้มองหยางเยว่ด้วยความแปลกใจเล็กน้อย
ซูเข่อเนี่ยนส่ายหน้า แล้วก็พยักหน้า สุดท้ายก็ยอมเก็บของกอดหนังสือเดินตามมา
พวกเขายังไม่ทันพ้นประตู ห้องเรียนก็เริ่มจอแจ
"เชี่ย คบกันจริงดิ?"
"ชู่วๆ เบาๆ หน่อยพวกนาย"
"ซูเข่อเนี่ยนไปสนิทกับสองคนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่? แล้วหยางเยว่ล่ะ หรือว่ากิ๊กกั๊กกับจ้าวข่าย?"
"ซุนหงอคงแปลงร่างเป็นซูเปอร์ไซย่าแล้วโว้ย กูอวยไส้แตก!"
เรื่องรักใคร่ในวัยเรียนไม่ใช่เรื่องแปลก พอเพื่อนๆ หายตกใจก็เลิกสนใจไปเอง ไม่มีใครคิดจะไปฟ้องครูให้ตัวเองเดือดร้อนหรอก
...............................................................
"ซุปวุ้นเส้นเลือดเป็ดสี่ชาม หยางเยว่เธอจะดื่มอะไร..."
ลูกค้าในร้านแน่นขนัด หลินอี้กับซูเข่อเนี่ยนมาจองที่ไว้ก่อนแล้ว
อาจจะเป็นเพราะความเคยชิน ซูเข่อเนี่ยนเลยไม่ได้ใส่ใจหลินอี้ที่นั่งอยู่ข้างๆ
หลินอี้ขยับเข้าไปใกล้ "ข้อนี้ยากพอตัว แต่วิธีคิดเธอผิด ต้องทำแบบนี้..."
จ้าวข่ายกับหยางเยว่ถือชามวุ้นเส้นเดินเข้ามา เห็นทั้งสองคนนั่งชิดกันก็อดแปลกใจไม่ได้
"พี่อี้ ดื่มไรดี สไปรท์ โค้ก หรือชาดำเย็น?"
"มื้อนี้เอ็งเลี้ยงจริงดิ?"
"จริงดิ พี่อุตส่าห์ไม่ไปกินข้าวบ้านข้าทั้งที ข้าเลี้ยงข้าวพี่นอกบ้านอาทิตย์นึงเลยเอ้า"
หลินอี้ยิ้ม "เอาสิ"
หยางเยว่ทำท่าทางตกใจ "ซูเข่อเนี่ยน ข้อนี้เธอก็ทำได้เหรอเนี่ย สมกับที่เป็นกรรมการนักเรียนฝ่ายวิชาการ สอนวิธีทำฉันหน่อยสิ"
ซูเข่อเนี่ยนเงยหน้ามองหลินอี้
ส่วนหลินอี้หยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความ แล้วตักพริกใส่ชามตัวเองอย่างไม่สนใจใคร
ซูเข่อเนี่ยนถึงได้เริ่มอธิบายให้หยางเยว่ฟังเสียงเบา
"อ๋อ... เป็นแบบนี้นี่เอง ซูเข่อเนี่ยน เธอฉลาดจัง..."
"รีบกินเถอะ เดี๋ยวอืดหมด"
ซูเข่อเนี่ยนถึงยอมวางปากกา
หยางเยว่ยิ้มกว้าง "ขอบคุณสำหรับน้ำนะ อ่ะนี่เงิน"
"เธอเห็นฉันเป็นคนยังไง?" จ้าวข่ายดันเงินกลับไป
"งั้นคราวหน้าฉันเลี้ยงเอง"
กินมื้อเที่ยงง่ายๆ เสร็จ พอกลับถึงโรงเรียนหยางเยว่ก็แอบมาซุบซิบกับหลินอี้ "ซูเข่อเนี่ยนดูเหมือนคนไม่มีความมั่นใจเลยนะ ออกจะซื่อๆ บื้อๆ หน่อย ต้องคอยกระตุ้นถึงจะยอมขยับ ถ้าคราวหน้าจะไปกินข้าวนอกโรงเรียนอีก เรียกฉันไปด้วยก็ได้นะ เดี๋ยวฉันช่วยชวนเธอให้"
"ดูไม่ออกเลยนะเนี่ย"
หลินอี้เอามือล้วงกระเป๋า พยักหน้ารับ
จ้าวข่ายแยกไปหาหม่าเจียเจีย ส่วนหลินอี้ไปวิ่งรอบสนามฟุตบอล ดึงข้ออีกนิดหน่อย เดินเล่นในโรงเรียนอย่างสบายใจเฉิบก่อนจะกลับเข้าห้องเรียน
ช่วงบ่าย คาบแรกคือวิชาคณิตศาสตร์
ยังไม่ทันเริ่มคลาส ก็เห็นเหอซูเจี๋ยหอบปึกกระดาษข้อสอบเดินเข้ามา นักเรียนทั้งห้องสังหรณ์ใจไม่ดี
และก็เป็นไปตามคาด เหอซูเจี๋ยวางปึกกระดาษลงบนโต๊ะหน้าชั้น "สอบจำลอง"
เธอไม่ถามสุขภาพเราสักคำว่าพร้อมไหม หล่อลื่นหรือยัง มาถึงก็ใส่ยับเลย
สอบเสร็จ ทั้งห้องร้องระงมเหมือนญาติเสีย
"เชี่ยเอ้ย ข้อแรกพวกมึงตอบ B หรือ A วะ?"
"มีกูตอบ B อยู่คนเดียวเหรอวะ?"
"จบเห่ ข้อเขียนข้อสุดท้ายอ่านไม่รู้เรื่องเลย คำตอบคืออะไรวะ?"
มีคนดีใจก็มีคนเสียใจ วันหนึ่งก็ผ่านไปแบบนี้
ก่อนเลิกเรียน เหอซูเจี๋ยยืนหน้าชั้นแล้วประกาศ "เดิมทีโรงเรียนจัดให้มีคาบเรียนด้วยตัวเองตอนเย็น แต่เนื่องจากนักเรียนบางคนบ้านไกลเดินทางไม่สะดวก เลยขอยกเลิกชั่วคราว ให้กลับไปทบทวนเองที่บ้าน อย่าขี้เกียจล่ะ พรุ่งนี้ครูจะสุ่มตรวจผู้โชคดี
สิ้นเดือนมีสอบจำลอง สอบเสร็จเดือนหน้าจะเริ่มมีเรียนภาคค่ำ กลับไปบอกผู้ปกครองให้รับทราบและเตรียมตัวล่วงหน้าด้วย"
คนที่จะฟังไม่ต้องพูดเยอะ ส่วนคนที่ไม่ฟังพูดไปก็ไลฟ์บอย
ทบทวน?
ทบทวนคืออะไร ชาตินี้ไม่มีทางทบทวนหรอก
"พี่อี้ ไปร้านเกมกัน!"
"บอกแล้วไงว่ามีธุระ"
หลินอี้โบกมือให้ซูเข่อเนี่ยนที่นั่งอยู่บนรถโรงเรียน แล้วปั่นจักรยานหายวับไปทันที
ซูเข่อเนี่ยนมองเบาะนุ่มๆ บนรถจักรยานของหลินอี้ กอดกระเป๋านักเรียนมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
...............................................................
โรงเรียนสือยั่น โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งของอำเภอ รองลงมาคือโรงเรียนอีจง
พูดได้ว่าคนที่เข้าสือยั่นได้ล้วนเป็นระดับหัวกะทิ สภาพแวดล้อมการเรียนที่นั่นเทียบกับอีจงไม่ได้เลย แน่นอนว่าก็มีพวกที่เรียนจนเพี้ยน หรือพวกดวงดีจับฉลากได้โควตาเข้าไปเหมือนกัน
หน้าร้านโชห่วยฝั่งตรงข้ามโรงเรียนสือยั่น นักเรียนหญิงสวมชุดเครื่องแบบโรงเรียนสือยั่นกลุ่มหนึ่งกำลังล้อมหน้าล้อมหลังหลินเสี่ยวเว่ย
คนที่เป็นหัวโจกทาเล็บสีชมพู สวมกระโปรงสั้น ดูแปลกแยกจากคนรอบข้างอย่างชัดเจน
"เมื่อวานเธอบอกว่าจะเรียกพี่ชายมาตบพวกฉันไม่ใช่เหรอ?"
"นั่นสิ พี่ชายเธอไปไหนล่ะ ไม่ใช่ว่าปอดแหกไม่กล้ามาแล้วนะ?"
"ฮะ? ถามทำไมไม่ตอบ..."
หลินเสี่ยวเว่ยถูกผลักจนเซถลา เธอกัดริมฝีปากแน่น กลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอ แล้วพุ่งเข้าไปตบตีอีกฝ่าย
กรี๊ด!!!
เสียงกรีดร้องแหลมสูงทำให้นักเรียนที่มุงดูอยู่รู้ว่ากลุ่มนี้เอาจริง
"เฮ้ย ไปบอกครูดีไหมวะ"
"ตบกันจริงว่ะ!"
"แม่เจ้าโว้ย ผู้หญิงห้องสองโหดชะมัด"
พวกเด็กเรียนโรงเรียนสือยั่นเห็นแล้วยังตกใจ บทจะตบก็ตบ ไม่พูดพร่ำทำเพลง
ไทยมุงรอบๆ ไม่มีใครกล้าเข้าไปห้าม มีสองคนวิ่งแจ้นไปฟ้องครูในโรงเรียนแล้ว
โรงเรียนอีจงอยู่ห่างจากสือยั่นแค่สองบล็อก หลินอี้ปั่นรถมาเร็วมาก มาถึงก็เห็นฉากนี้พอดี สติขาดผึงทันที ไฟโทสะลุกโชน รถยังไม่ทันจอดสนิทเขาก็กระโดดลง พุ่งเข้าไปซัดทันที
กรี๊ด!!!
เด็กผู้หญิงคนนั้นรู้สึกแค่ว่าหน้าชาและแสบร้อน ล้มลงไปกองกับพื้น ลืมตาไม่ขึ้น ร้องไห้จ้าออกมาทันที
หลินเสี่ยวเว่ยเห็นหลินอี้ น้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลทะลักออกมาเหมือนเขื่อนแตก
เธอสะอื้น
ร้องไห้ออกมาด้วยความอัดอั้น
ยืนปาดน้ำตาป้อยๆ อยู่ข้างๆ
หลินอี้ยิ่งเห็นยิ่งปวดใจ แทบจะงัดคอมโบจากเกม KOF 97 ออกมาใช้ อยากจะปล่อยท่าไม้ตายแสงอาทิตย์สาดส่องล้างบางมันทั้งตระกูล
หลี่เหยียนไม่มีสภาพสาวมั่นจอมหยิ่งผยองเมื่อครู่อีกแล้ว ใบหน้าบวมเป่ง
"ชอบรังแกคนอื่นนักใช่ไหม?"
"ฉัน..."
เพียะ!
หลี่เหยียนกุมหน้า พูดอาฆาตเสียงแข็ง "แก... แกคอยดูเถอะ เดี๋ยวฉันจะฟ้องแฟนให้มาจัดการแก!"
[จบแล้ว]