เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 187 - เส้นทางที่ฉันเลือกเดิน (4) [08-08-2019]

บทที่ 187 - เส้นทางที่ฉันเลือกเดิน (4) [08-08-2019]

บทที่ 187 - เส้นทางที่ฉันเลือกเดิน (4) [08-08-2019]


บทที่ 187 - เส้นทางที่ฉันเลือกเดิน (4)”

 

ยูอิลฮานกับนายูนาที่ได้จบลงด้วยแผนฆ่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้ออกมาจากโลกอื่นและกลับไปเตรียมตัวที่โลกในทันที พวกเขาได้ทิ้งโน๊ตไว้ที่คฤหาสน์แผ่นหนึ่ง

ข่าวการตายของเทวดาตกสวรรค์อาจจะไปถึงศูนย์หลักของพวกมันในเวลาไม่นาน เมื่อข่าวไปถึงพวกมันจะต้องตัวสั่นด้วยความกลัวและลดขอบเขตการกระทำลงอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงแค่นี้พวกมันก็ยังจะลดการโผล่ตัวที่โลกของเขาและโลกอื่นๆที่มีการเชื่อมต่อด้วย การกระทำของยูอิลฮานจะส่งผลออกไปอย่างต่อเนื่อง

เหตุผลที่เขาพยายามจะฆ่าทูตสวรรค์เในตอนแรกก็เพราะเรื่องข้างต้นนั่นด้วย แต่ในตอนนี้ที่เขารู้ว่าไม่เพียงแต่เจ้าพวกนั้นจะเป็นแหล่งค่าประสบการณ์ที่ดี เขาก็ยังจะได้ทั้งร่างกายแล้วก็หินพลังเวทย์ด้วย ดังนั้นเขาก็เลยคิดขึ้นมาว่าเขาจะพลาดโอกาสนี้ไปไม่ได้

สิ่งที่ยิ่งทำให้เขายิ่งมั่นใจมากขึ้นไปอีกก็คือฉายา 'ไม่อาจเอื้อม' ที่เขาเพิ่งจะได้รับมา เจ้าพวกที่มี 'ขอบเขต' ที่สูงกว่าเขาก็คือสิ่งมีชีวิตตั้งแต่คลาส 4 ขึ้นไปจะทำให้พลังทั้งหมดของเขาเพิ่มขึ้น 20% ดังนั้นตอนนี้เขาก็ไม่ต้องลังเลอะไรแล้ว

"ตามปกติแล้วคนที่ได้ฉายานี้จะยินดีที่ฆ่าคลาส 4 ได้ง่ายขึ้นแต่ไม่ว่ายังไงก็คงไม่มีทางที่จะไปคิดฆ่าสิ่งมีชีวิตชั้นสูงล่ะน้า~"

[เธอก็น่าจะรู้ดีนี่ว่าอิลฮานไม่นับว่าปกติอีกต่อไปแล้ว]

ตามปกติแล้วพวกสิ่งมีชีวิตชั้้นสูงจะไม่ได้ปรากฏตัวให้เห็นในโลกระดับต่ำ เหตุผลที่ยูอิลฮานได้เจอกับเทวดาตกสวรรค์นั่นก็เพราะว่ามีข้อมูลรั่วไหลออกไปให้พวกนี้ผ่านทูตสวรรค์ที่ทรยศเลยทำให้เทวดาตกสวรรค์โผล่ออกมา ยูอิลฮานก็ไม่ได้รู้ว่าพวกนี้มีแผนจะติดต่อเขาทำไม แต่พวกนั้นกำลังจะรอยูอิลฮานอยู่แน่นอน พวกมันจะทำอะไรงั้นหรอ? ตรวจดูระดับพลังของฉัน? บอกอะไรบางอย่างกับฉัน? เตือนฉัน?

ไม่ว่าจะยังไงฉันก็ไม่สนสักนิด ยูอิลฮานก็แค่ต้องอัดพวกมันทั้งหมด

หลังจากยูอิลฮานได้ไปโลกอื่นมาอีก 4 แห่ง เขาก็ได้เจอกับเทวดาตกสวรรค์เป็นครั้งที่ 2

"เจอแล้ว"

"ฉันไม่เห็นเจอเลย~"

[ถ้าพวกมันถูกเธอเจอ พวกมันก็ไม่นับเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงแล้ว]

เทวดาตกสวรรค์ดูจะไม่ได้รับการแจ้งว่าเพื่อนของเขาได้ตายไปแล้วเลย เขายังคงรอยูอิลฮานอยู่รอบๆประตูมิติ ในทันทีที่ยูอิลฮานเห็นเขา ยูอิลฮานก็ไม่ได้เข้าไปทำลายวงเวทย์แต่ยูอิลฮานได้ไปล่ามอนสเตอร์รอบๆ 100 ตัวก่อนจะเริ่มการซุ่มโจมตี

[ฉันรู้สึกได้ถึงบางอย่าง... อั๊ก!?]

"นายได้ตายไปแล้ว!"

[ติดคริติคอล!]

การโจมตีต่อเนื่องติดกัน 9 ครั้งได้เกิดคริติคอลหลายต่อหลายครั้ง ข้อความพวกนี้คือสิ่งที่ยูอิลฮานชอบที่สุด

[อั๊ก!? เป็นแบบนี้ได้ยังไงกัน...!]

"เฮ้ เฮ้ พอแค่นี้แหละ คำแบบนี้เพื่อนนายเคยพูดมาแล้ว"

[แก... เห็นฉัน!]

"ก็นายมันอ่อนอะ"

เขาได้พยายามจะฆ่ายูอิลฮานด้วยพลังเฮือกสุดท้าย แต่ว่ามันก็ไม่มีทางที่ยูอิลฮานจะโจมตีอยู่แล้วหากว่าเขาอาจจะถูกสวนกลับได้

[อ๊าาา ไอ้สารเลว...!]

"ปล่อยให้ฉันพักเถอะนะ เดี๋ยวฉันจะส่งคนอื่นตามไปเจอด้วยแล้วกัน"

[ก่อนหน้านั้นฉันจะฆ่าแก.... ฆ่า!!!]

การโจมตีของเทวดาตกสวรรค์นั้นเฉียบขาดและถึงตายได้เลย แต่ว่าต่อใหเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่มีพลังมากขนาดฉีกผืนฟ้าข้ามทะเลได้ก็ตาม หากอวัยวะเวทย์ของพวกเขาถูกทำลายไปแล้วก็ไร้ประโยชน์ ไม่ว่าเขาจะพยายามรวบรวมพลังในร่างยังไงก็ไม่เกิดผลอะไรขึ้น

[ยังไงก็ตามมันสายไปแล้ว... แกมาช้าไปแล้ว!]

เพราะแบบนี้นี่คือการโจมตีสุดท้ายที่เทวดาตกสวรรค์ทิ้งเอาไว้จนทำให้ยูอิลฮานรู้สึกรำคาญ เนื้อหาของคำพูดนี้ก็คล้ายๆกับเทวดาตกสวรรค์คนแรกที่เขาฆ่า แต่ว่าในครั้งนี่มากกว่าหน่อยแล้วก็แตกต่างเล็กน้อยด้วย

แม้ว่ายูอิลฮานจะรู้ว่าถามออกไปก็ไม่ได้อะไรแต่เขาก็เลือกถามออกไป

"แล้วอะไรที่สายเกินไป..."

[อั๊ก!]

คำตอบกลับก็มีแค่นี้ เทวดาตกสวรรค์ได้สำลักเลือดสีดำออกมาจนตายลงไป ยังไงก็ตามแม้ว่ายูอิลฮานจะทำการล่าสำเร็จแต่สีหน้าเขาก็ไม่ได้สดใสขึ้นมา

[คุณได้รับค่าประสบการณ์]

[สกิลหอกไร้วิถีได้เพิ่มเลเวลเป็นเลเวล 86]

[สกิลยมทูตได้เพิ่มเลเวลเป็นเลเวล 90]

[ฆ่าคลาส 5 1/1]

"ชิ ฉันโดนเล่นเข้าแล้ว"

ยูอิลฮานได้บ่นออกมาอย่างไม่พอใจทั้งๆที่เก็บร่างกายเทวดาตกสวรรค์ไป

"เจ้านี่มันมีความสามารถในการพูดล่อเหยื่อต่างไปจากคนแรกเลยแหะ ฉันตกใจจริงๆ"

"ฉันยิ่งตกใจกับปฏิกิริยาของนายมากกว่า"

"จากความจริงที่มันทำให้ฉันเตรียมอะไรไมได้เลยทั้งๆที่มันได้ทิ้งข้อมูลที่เป็นรูปธรรมไว้ให้ฉัน ฉันให้คะแนนเจ้านี่ 79 คะแนนเลย"

จากสีหน้าที่ค่อนข้างเคร่งเครียดของยูอิลฮานทำให้นายูนาที่อยากจะถามว่าอีก 21 คะแนนหายไปไหนได้แต่ห้ามตัวเองเอาไว้ ยูอิลฮานได้ขบริมฝีปากหลังจากเลาะกระโหลกเปิดสมองดูแล้วไม่เจอกับหินพลังเวทย์

"ดวงของฉันไม่ได้ดีเลยสักนิด เอ๊ะ? ฉันอยากจะวิวัฒนาการสกิลภาษาเหมือนกันแล้วสิ..."

[คงมีแต่นายเท่านั้นแหละที่ทั้งๆอยู่ในคลาสที่ 3 แต่กลับอยากจะได้หินพลังเวทย์คลาส 5 มากๆน่ะ]

"เอาล่ะ ถ้างั้นก็รีบไปโลกอื่นกันดีกว่า! พวกมันก็น่าจะใกล้รู้ตัวแล้ว นับจากนี้คงต้องแข่งกับเวลาแล้ว"

"อ่า ถึงแบบนั้นเราก็ยังต้องทำลายวงเวทย์ก่อนน้า~"

ด้วยปีกเสียงเพรียกแห่งการล่มสลายกับสกิลกระโดดได้ทำให้ยูอิลฮานกับนายูนาได้ใช้เวลา 25 นาทีในการเข้ามาในโลกและทำลายวงเวทย์ หากเป็นคนอื่นๆเวลาที่เร็วที่สุดก่อนจะกลับไปที่โลกก็คือ 4 วันแล้ว พอมาลองคำนวนง่ายๆแล้วยูอิลฮานเร็วกว่าคนอื่นๆถึง 180 เท่า

ยังไงก็ตาม 25 นาทีที่กำลังพูดถึงกันนี้คือเวลาโดยเฉลี่ยเท่านั้นดังนั้นถึงเทียบกันไปก็ไม่ได้มีความหมายอะไร ด้วยความเร็วของยูอิลฮานนี้ต่างทำให้คนอื่นๆต้องกลับไปทบทวนตัวเองว่าพวกเธอมัวทำอะไรกันอยู่ในเวลา 2 ปี

นายูนาได้สร้างโล่แลถถามขึ้นมาแม้ว่าตอนนี้เธอจะอยู่บนอ้อมแขนยูอิลฮานที่บินอยู่บนท้องฟ้าด้วยความเร็วที่สูงมากๆ

"นายสร้างอาร์ติแฟคแบบนี้ได้ยังไงกัน? การบินด้วยความเร็วแบบนี้มันต้องใช้มานาที่มหาศาลมากเลยนะ แต่ว่าดูแล้วนายดูจะไม่ได้เสียมานามากเท่าไหร่เลย"

"ในตอนเริ่มบินมันก็กินมานาของฉันอยู่แหละ แต่ก็แค่นิดเดียวเท่านั้น เจ้าอาร์ติแฟคนี่น่ะมันต้องการความสามารถของผู้ใช้มากกว่า หืม ฉันเดาว่าน่าจะเป็นการเชี่ยวชาญสกิลการต่อสู้ระยะประชิดแล้วก็สกิลกระโดดล่ะมั้ง"

"เห~ เป็นแบบนี้นี่เอง"

นายูนาได้ตัดสินใจว่าจะไม่ถามอไรอีกแล้ว แน่นอนว่าที่เป็นแบบนี้เพราะว่าอาร์ติแฟคนี้มีประสิทธิภาพมากๆและใช้มานาเพียงน้อยนิดนี้จำเป็นต้องเชี่ยวชาญสกิลถึง 2 อย่างเป็นพื้นฐาน.... แต่แม้แต่เธอได้ไปใช้ชีวิตในโลกอื่นถึง 10 ปีเธอก็ยังไม่มีสักสกิลเดียวที่เชี่ยวชาญเลย

แน่นอนว่าเรื่องนี้ก็ยังเป็นเพราะว่าสกิลคลาสที่เธอได้รับมามีระดับสูงอยู่แล้วซึ่งมันเป็นเรื่องยากมากๆอยู่แล้วที่จะฝึก แต่ว่าเมื่อนำมาเทียบกันดูแล้วสถานะของยูอิลฮานก็ยังผิดปกติไปอยู่ดี

ไม่ว่าคนๆหนึ่งจะมีศักยภาพหรือแข็งแกร่งยังไงก็น่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะข้ามขีดจำกัดของเวลาใช่ไหมล่ะ? สายตาที่เธอมองไปที่ยูอิลฮานได้หรี่เล็กลง

"นายยังมีอะไรที่ยังไม่ได้บอกฉันใช่ไหม?"

"ฉันไม่มีอะไรจะบอกเธอ"

"นายไม่ยอมลดการระวังตัวเลยนะ"

[นี่แหละอิลฮานของฉัน]

"เขาไม่ใช่ของเธอหรอกนะคุณป้า!"

[คุณป้า!?]

ยูอิลฮานได้กังวลว่ากองทัพจรัสแสงจะสังเกตุเห็นว่ายูอิลฮานได้ฆ่าเทวดาตกสวรรค์ไปแล้วสองคน แต่จริงๆแล้วถึงแม้ว่าเขาจะไปจัดการวงเวทย์มาแล้วสิบโลกเวลาก็เพิ่งจะผ่านไปแค่ 4 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

เทวดาตกสวรรค์ที่อยู่ในฝั่งกองทัพจรัสแสงนั่นจะมาเจอกันเฉพาะการประชุมเป็นระยะเท่านั้นซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะจัดขึ้นในวันสองวัน เพราะแบบนี้ทำให้สมาชิกทุกๆคนที่เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงส่วนใหญ่จะตัดสินแก้ไขเรื่องส่วนใหญ่ด้วยการกระทำของตัวเอง

แถมจะมีใครกันที่ไปคิดว่าหนึ่งในพวกเขาจะถูกสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำซุ่มโจมตีในโลกระดับต่ำ นี่ไม่ใช่ว่ากองทัพจรัสแสงหละหลวมแต่ว่าเป็นตัวยูอิลฮานต่างหากที่อยู่เหนือกว่าจินตนาการของพวกเขา

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ยังคงเร่งรีบจัดการเคลียร์โลกต่างๆในเวลาเฉลี่ย 25 นาที

"พวกเราจะไม่เจอเลยจริงดิ?"

[พวกเราไม่เจอจริงๆนั่นแหละ มันไม่มีทางที่เทวดาตกสวรรค์จะเคลื่อนไหวกันแบบพร้อมเพรียงขยันขันแข็งอยู่แล้ว]

"แต่ว่าทำไมฉันถึงไม่เจอเทวดาตกสวรรค์เลยล่ะ! ทั้งๆที่ฉันอยากจะเจอพวกมันมากขนาดนี้!"

[พวกมันก็มีอะไรต้องทำเหมือนกับที่สวรรค์ก็มีเรื่องยุ่งๆหลายอย่างนั่นแหละ จริงๆแล้วกองกำลังของสิ่งมีชีวิตชั้นสูงทุกๆฝ่ายก็เป็นแบบนี้แหละ]

ยูอิลฮานได้หันไปมองรอบๆทันทีหลังจากที่เขาได้ทำลายวงเวทย์อันที่ 17 ไป เขาไม่อาจจะสัมผัสได้ถึงตัวตนของเทวดาตกสวรรค์ได้เลยสักคน เขารู้สึกโกรธจนต้องบ่นออกมาทั้งๆที่มองดูซากวงเวทย์ที่เหลืออยู่

"แถมฉันยังไม่รู้ด้วยว่าพวกมันจะใช้วงเวทย์นี่ทำอะไร ไม่ว่าฉันจะทำอะไรกับมันฉันก็ไม่เห็นจะรู้สึกได้ถึงอันตรายจากวงเวทย์เลย"

"นั่นมันก็เพราะนายทำลายมันไปในทันทีไงล่ะ ถ้าไม่ใช่แบบนั้นมันจะปล่อยควันแปลกๆแล้วก็ยิงมานาออกมาจนเกิดความวุ่นวายขึ้นทุกแบบนั่นแหละ หากว่าไม่มีมิลอยู่ด้วยแม้แต่ฉันกับมิเรย์ยังต้องลำบากกันเลย

"วงเวทย์มันมีฟังก์ชั่นเยอะขนาดนั้นเลย?"

ดวงตายูอิลฮานได้เป็นประกายออกมา วงเวทย์ที่สร้างขึ้นเพื่อกระตุ้นเวทย์ให้เกิดผลอะไรบางอย่างในระดับโลกยังจะมีการป้องกันหลายด้านแบบนี้ด้วย? แล้วก็สิ่งมีชีวิตชั้นสูงก็ไม่อาจจะสร้างวงเวทย์ได้ด้วยเพราะว่ามีข้อจำกัดอยู่เนี้ยนะ?

"...มันมีฟังก์ชั่นแบบนั้นจริงดิ?"

"อิลฮาน?"

ยังไงก็ตามมันเป็นปกติที่เขาจะถามแบบนี้ออกมา

"วงเวทย์ที่มีความสามารถในการโจมตีที่มากมายแบบนี้ มันยังมีฟังก์ชั่นซ่อนอยู่อีกงั้นหรอ? วงเวทย์พวกนี้ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากมนุษย์หรืออะไรที่คล้ายๆกันเนี้ยนะ"

"แต่ว่าก็ต้องมีการช่วยจากกองทัพจรัสแสงแล้วก็กองทัพปีศาจแห่งการทำลายแหละน้า~ ถึงในความเป็นจริงมันจะไม่เป็นไปตามที่ฉันคิดก็เถอะนะ"

ใช่แล้ว แน่นอนว่าด้วยไหวพริบของนายูนามันไม่มีทางที่เธอจะไม่สงสัยถึงฟังก์ชั่นที่แท้จริงของวงเวทย์นี่

"ยังไงก็ตามถ้ามันไม่มีฟังก์ชั่นอื่นซ่อนอยู่อีกมันก็จะไร้ความหมายไปเลย มันจะแค่ปล่อยมานาออกมาสวนกลับผู้ที่โจมตีมัน ถ้ามันมีแค่นี้จริงๆมันไม่มีทางที่จะสร้างความเสียหายให้กับโลกเราได้เลย~"

"แต่ว่าถ้าหากว่าพวกมันตั้งใจให้เราสังเกตุเห็นวงเวทย์นี่แต่แรกล่ะ? หากว่าความตั้งใจของพวกมันคือการทำให้ผู้คนในโลกเรา 'เคลื่อนไหว' ซักอย่างล่ะ?"

"นั่นมันก็ยิ่งไร้ความหมายอีกนะ สิ่งเดียวที่ฉันคิดได้คือการกัดกันเราจากโลกเนี้ยนะ แต่ว่ามันก็ไม่ใช่ว่าผู้เชี่ยวชาญคนอื่นๆบนโลกจะแหกสามัญสำนึกแบบนายนะ การเสียผู้เชี่ยวชาญไม่กี่คนบนโลกไปไม่ได้ทำให้โลกต้องเจอจุดจบซะหน่อยนี่ ในตอนนี้ไม่เพียงแต่จะมีผู้ใช้พลังจำนวนมากอยู่บนโลกเราเท่านั้นนะ เรายังมีผู้สนับสนุนจากโลกอื่นๆอีกมากด้วย"

"อ๊าา"

ยูอิลฮานได้แต่ถอนหายใจออกมาเพราะเขาไม่อาจจะหาข้อสรุปได้เลย ถ้าเขารู้ว่าวงเวทย์นี้ถูกสร้างขึ้นมาจากผู้หญิงใหญ่และมันจะทำให้โลกตกอยู่ในอันตรายเขาก็แค่จะทำลายวงเวทย์นี่ไปง่ายๆ แต่ว่าในตอนนี้ที่เขาเริ่มจะสงสัยมันทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะคิดไปในทางอื่น

นอกไปจากนี้สิ่งที่ทำให้เขาหนักใจที่สุดเลยก็คือความจริงที่ว่าทูตสวรรค์ทั้งสองคนที่เขาได้ฆ่าลงไปต่างก็พูดประมาณว่า 'มันสายเกินไปแล้ว' สายเกินไป? อะไรสายเกินไปล่ะ? การทำลายวงเวทย์จำนวนมากมันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดแผนของพวกมันงั้นหรอ? หรือว่าวงเวทย์เป็นแผนตัวล่อแล้วยังมีแผนอื่นซ่อนอยู่อีก?

มันเป็นไปไม่ได้มากๆที่คำพูดของเทวดาตกสวรรค์จะผิด นี่มันก็เพราะว่าคำพูดของพวกมันไม่ได้ชักจูงให้ใครทำอะไร แต่เป็นเพียงคำประกาศถึงสถานการณ์ที่เป็นไปแล้ว

ให้เทียบก็คล้ายๆกับหมากรุกที่รุกฆาตไปแล้ว ไม่ว่าฝ่ายตรงข้ามจะทำอะไรสถานการณ์ก็ไม่เปลื่ยนไปแล้ว มีก็เพียงแค่ในสถานการณ์ที่ได้เปรียบอย่างสิ้นเชิงแล้วเท่านั้นที่จะมีคำแบบนี้พูดออกมา คนที่ได้ยินคำพวกนี้ก็จะรู้สึกแย่อย่างอดไม่ได้ เหมือนกับที่ยูอิลฮานกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้

"อ๊าาา นี่มันน่ารำคาญมากๆ"

"แล้วไม่อยากให้ฉันจูบนายหน่อยหรอ?"

"อย่ามาพูดไร้สาระเหมือนเลียร่าสิ"

"อ่า โทษที"

[พวกนายทั้งสองคนอยากโดนตบใช่ไหม?]

การคิดเรื่องนี้จบไว้เพียงเท่านี้พอแล้ว ในตอนนี้เขาจะต้องทำสิ่งที่ทำได้ให้ดีที่สุดก่อน ยูอิลฮานได้ถอนหายใจและกางปีกเสียงเพรียกแห่งการล่มสลายออกมา เขาได้ยื่นแขนออกไปข้างหน้าทำให้นายูนากระโดดเข้ามาในอ้อมแขนของเขาทั้งๆที่หน้าแดงทันที

"นี่มันทำให้ใจฉันเต้นนะ"

"ฉันไม่ได้มีแรงจูงใจซ่อนแบบนั้น ไม่ต้องห่วงหรอก"

"นี่มันยิ่งแย่เลยนะ!"

ยูอิลฮานได้กระโดดขึ้นไปทั้งๆที่อุ้มเธออยู่ในทันที ในตอนนี้เองได้มีความคิดหนึ่งโผล่ขึ้นมาจนเขาต้องถามขึ้น

"ฉันสงสัยมานานแล้วนะว่าเธอกำลังใช้น้ำหอมอะไรกัน?"

"โอ้"

นายูนาที่รู้สึกแย่ลงไปในตอนที่ได้ยินว่าเขาไม่มีแรงจูงใจซ่อนเร้นแบบนั้น แต่จู่ๆคำถามนี้ได้ทำให้เธอยิ้มขึ้นมา

"ฉันไม่ได้ใช้น้ำหอมเลยนะ กลิ่นตัวฉันหอมสินะ?"

"ฮึ่ม โกหก"

ยูอิลฮานได้ส่งเสียงขึ้นจมูกและหันหน้าไปทางอื่น นายูนาได้คิดว่านี่มันน่าขำมาก ในด้านการชมคนอื่นๆนี่น่ารักทั้งพ่อทั้งลูกเลยสินะ เธอได้กระชับร่างกายกอดแขนยูอิลฮานแน่นจนทำให้เขาบ่นออกมา

"ถอยไป"

"ถ้าฉันถอยไปฉันก็ตายสิ ฉันจะอยู่แบบนี้แหละ"

เลียร่าที่ดูอยู่ตลอดเวลาได้พูดขึ้นมาทันทีด้วยเสียงที่น่าขนรุก

[นายูนา ฉันหวังว่าเธอจะรีบๆกลายมาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงนะ ใช่แล้วเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้เลย... ก่อนที่เลือดที่ปะทุขึ้นในตัวฉันจะเย็นชืดไปซะก่อน]

ยูอิลฮานก็ไม่ได้ชอบนายูนาเป็นพิเศษ แต่ในวินาทีนี้เขาได้ตัดสินใจจะปกป้องเธอจากเงื้อมมือของเลียร่าในตอนที่เธอกลายเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูงทันที

จบบทที่ บทที่ 187 - เส้นทางที่ฉันเลือกเดิน (4) [08-08-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว