บทที่ 156 ห้องลับ (ฟรี) สวัสดีปีใหม่นะคะ
บทที่ 156 ห้องลับ (ฟรี) สวัสดีปีใหม่นะคะ
“งั้น… อวี๋ม่าน…” เจียงเฉิงหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบ “เธอน่าจะถูกผู้ใหญ่บ้านควบคุมตัวไว้แล้ว หรือไม่ก็… ตายไปแล้ว”
ในแดนฝันร้าย การตายของเพื่อนร่วมทีมเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย แต่ผู้ลงมือมักจะเป็นผี การที่ NPC จะเป็นต้นเหตุถือว่าเกิดขึ้นได้ยาก เฉินเสี่ยวเหมิงไม่อยากจินตนาการถึงภาพที่อวี๋ม่านถูกชาวบ้านจับตัวไป เธออยากว่าอวี๋ม่านตายไปแล้วมากกว่า
อย่าคิดมากเกินไป“เสียงของเจียงเฉิงดังขึ้น”ถ้ามีเวลามาคิดถึงคนอื่น ทำไมไม่หันมาสนใจตัวเองล่ะ ไม่ว่าอวี๋ม่านจะเจออะไร นั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณกับผมจะเปลี่ยนแปลงได้อีกแล้ว”
“ถ้าไม่อยากลงเอยเหมือนเธอ ก็ตั้งสติให้ดี หาเบาะแส แล้วออกไปจากที่นี่ให้ได้”
เพราะความเห็นอกเห็นใจในฐานะผู้หญิงเหมือนกัน เฉินเสี่ยวเหมิงจึงเผลอผ่อนคลายการระวังตัวไปชั่วขณะ แต่หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แววตาที่แน่วแน่ก็กลับมาอีกครั้ง “ไปกันเถอะ”
เจียงเฉิงถือมีดเหล็กไว้ในมือ แล้วเป็นคนแรกที่คลานเข้าไปในประตูลับ เฉินเสี่ยวเหมิงตามเข้าไปด้านหลัง
พื้นที่ภายในแคบมาก ทั้งสองต้องก้มตัวเดินไปข้างหน้า อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้เจียงเฉิงไม่ตื่นตระหนกมากนัก เขาเชื่อว่าหลี่ลู่คงไม่เลือกสถานที่แบบนี้ไว้ซุ่มโจมตี
หลังจากเลี้ยวไปมาหลายครั้ง ทางเดินก็เริ่มลาดเอียงขึ้น เจียงเฉิงนับจำนวนขั้นบันไดในใจ จนกระทั่งไปถึงปลายทาง เหนือศีรษะของเขามีแผ่นไม้ปิดอยู่ แผ่นไม้นั้นยึดด้วยคานเหล็กแบบง่าย ๆ จากจำนวนขั้นที่นับได้ พวกเขาน่าจะขึ้นมาอยู่ชั้นสามของโรงเตี๊ยมแล้ว
ทั้งสองต่างตระหนักว่า หลังแผ่นไม้นี้คือห้องลับที่เฉียนเจี้ยนซิ่วซ่อนตัวอยู่ ทุกอย่างกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย
เจียงเฉิงวางมือบนคานเหล็ก แล้วหันไปมองเฉินเสี่ยวเหมิง เธอพยักหน้า แสดงว่าเตรียมพร้อมแล้ว หลังจากสูดหายใจลึก เจียงเฉิงก็เปิดแผ่นไม้และเลื่อนตัวออกไป เขารีบขยับเพื่อเปิดพื้นที่ให้เฉินเสี่ยวเหมิงคลานตามออกมา เฉินเสี่ยวเหมิงจึงตามขึ้นไปอย่างรวดเร็ว
แม้ในห้องจะมืด แต่เจียงเฉิงก็รู้ตัวในทันทีว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ในห้องลับ แต่อยู่ในห้อง 307 หนึ่งในห้องที่ถูกจัดสรรให้พวกเขาตั้งแต่เริ่มภารกิจ ประตูลับถูกสร้างไว้ใต้โต๊ะไม้ และถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนจนเมื่อปิดสนิทแล้ว ก็แทบจะสังเกตไม่เห็น
ความหนาวเย็นไต่ขึ้นมาตามสันหลังของทั้งสอง ใครจะคิดว่าห้องของพวกเขาเองจะมีทางลับซ่อนอยู่ หากเจ้าของสถานที่คิดจะลงมือฆ่าพวกเขาในตอนที่หลับสนิท… แค่คิดก็ทำให้หัวใจเย็นเฉียบแล้ว
ในเวลาเดียวกัน เจียงเฉิงก็นึกอะไรบางอย่างออก
ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมก่อนหน้านี้ เจ้าของโรงเตี๊ยมถึงถือมีดมาที่ห้อง 307 หลังจากรู้ว่ามีคนอยู่หลังประตูลับ เขาไม่ได้แค่สงสัยพวกเขาเท่านั้น แต่ยังต้องการตรวจสอบว่า ประตูลับถูกเปิดโปงไปแล้วหรือยัง
รอยเท้าเปื้อนเลือด หายไปภายในห้องนี้
เฉินเสี่ยวเหมิงกับเจียงเฉิงแยกกันตรวจสอบจุดซ่อนต่าง ๆ อย่างห้องน้ำและตู้เสื้อผ้า แต่กลับไม่พบอะไรเลย
ทั้งสองเปิดประตูห้องออกไป ที่ปลายทางเดินมีเชิงเทียนเพียงอันเดียวตั้งอยู่ มันถูกยึดไว้ตรงกลางผนัง ทำให้แสงเทียนส่องไปได้ในระยะจำกัด และด้านหลังผนังนั้นก็คือห้องลับของเฉียนเจี้ยนซิ่ว
เฉินเสี่ยวเหมิงขมวดคิ้ว ทั้งสองค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปตามทางเดินอย่างระมัดระวัง
เฉินเสี่ยวเหมิงที่รักษาระยะห่างจากเจียงเฉิงประมาณหนึ่งเมตร คอยสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัวอยู่ตลอด ในความคิดของเธอ ห้องข้างทางอาจเปิดออก และมีคนพุ่งออกมาได้ทุกเมื่อ
ในที่สุด พวกเขาก็มาถึงสุดทางเดิน ผนังตรงหน้านั้นมืดมาก แม้จะมีแสงเทียนก็ยังทำให้รู้สึกกดดัน เฉินเสี่ยวเหมิงกลืนน้ำลายอย่างตึงเครียด เจียงเฉิงพบรอยแยกบนผนัง เมื่อกดเบา ๆ หนึ่งครั้ง ประตูลับก็แง้มออกเล็กน้อย
ทั้งสองถอนหายใจอย่างโล่งอก สิ่งที่พวกเขากังวลที่สุด คือการที่ไม่สามารถเปิดประตูนี้ได้
พวกเขารวบรวมเบาะแสมาครบหมดแล้ว หากความพยายามทั้งหมดต้องสูญเปล่าเพียงเพราะประตูไม่ยอมเปิด พวกเขาคงตายเพราะความโกรธล้วน ๆ
เจียงเฉิงสอดนิ้วเข้าไปในรอยแยกแล้วดึง ประตูลับหนักกว่าที่เขาคาดไว้ เขาไม่อยากส่งเสียงดังมาก้กินไป หลังจากขยายช่องให้กว้างขึ้นเล็กน้อยแล้ว จึงชะโงกหน้าเข้าไปมองอย่างระมัดระวัง
ภายในมืดสนิท เทียนสีขาวที่โจวหรงเคยเห็นก่อนหน้านี้หายไปแล้ว เขาเห็นเพียงเงาดำเลือนราง คล้ายกับเฟอร์นิเจอร์หลายชิ้น
เจียงเฉิงกวาดตามองไปทั่ว แล้วก็สังเกตเห็นวัตถุทรงเสาอันหนึ่งพิงอยู่ด้านหลังประตูลับ
มันสูงประมาณครึ่งหนึ่งของร่างคน
แต่ในขณะนั้นเอง เมื่อเขาเพ่งสายตาไปที่สิ่งนั้น แสงวาบหนึ่งก็แลบขึ้นในความมืด
ในเสี้ยววินาทีสำคัญ เจียงเฉิงเอนตัวถอยหลัง แทบจะในเวลาเดียวกัน มีดสั้นเล่มหนึ่งก็แทงเข้าใส่ตำแหน่งที่ดวงตาของเขาอยู่ก่อนหน้านี้ หากช้ากว่านั้นเพียงวินาทีเดียว ใบมีดคงแทงเข้าไปในเบ้าตาเขาแล้ว
หลังจากการโจมตีล้มเหลว มีดสั้นก็หดกลับไป จากนั้น ประตูลับก็ปิดลงด้วยเสียงดังสนั่น ทุกอย่างเกิดขึ้นภายในเวลาไม่กี่วินาที
เมื่อเฉินเสี่ยวเหมิงรีบวิ่งเข้ามา ประตูลับก็ปิดสนิทแล้ว รอยแยกหายไปแล้ว
“ไอ้สารเลว!” เฉินเสี่ยวเหมิงเตะใส่ประตู
ประตูลับหนากว่าที่คิด การเตะนั้นแทบไม่ทำให้มันสั่นเลยด้วยซ้ำ
เจียงเฉิงลุกขึ้นจากพื้น เห็นได้ชัดว่านี่คือแผนการอีกชั้นหนึ่งของหลีลู่ วัตถุทรงเสาที่อยู่หลังประตูลับเมื่อครู่นั้น น่าจะเป็นหลีลู่
เจียงเฉิงสงสัยว่าหลีลู่ที่แสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังอย่างมาก ทำไมถึงจงใจปล่อยให้มีช่องว่างที่ประตูลับ
นี่คือกับดัก
ครั้งนี้ ประตูลับปิดสนิทอย่างสมบูรณ์ การจะหากลไกเพื่อเปิดมันอีกครั้งคงไม่ยาก แต่สิ่งที่พวกเขาขาดมากที่สุดในตอนนี้ คือเวลา ไม่กี่วินาทีหลังจากประตูลับปิดลง สิ่งที่พวกเขากลัวที่สุดก็เกิดขึ้น
เอี๊ยด…
หัวใจของเฉินเสี่ยวเหมิงและเจียงเฉิงกระตุกวูบ
ประตู ปรากฏขึ้นแล้ว
แสงสีม่วงหม่นสลัววาบขึ้น
ประตูเหล็กได้ปรากฏขึ้นภายในห้องลับของเฉียนเจี้ยนซิ่ว
เกมนี้ จบลงแล้ว ในแง่หนึ่ง หลี่ลู่คือผู้ชนะคนสุดท้ายอย่างไม่ต้องสงสัย และเธอได้รับรางวัลทั้งหมดไปแล้ว
สิ่งเดียวที่เจียงเฉิงกับเฉินเสี่ยวเหมิงทำได้ คือเข้าไปในห้องลับและกลับสู่โลกของตนเองก่อนที่ประตูจะหายไป พวกเขาไม่อาจหวังรางวัลภารกิจได้อีก เป้าหมายของพวกเขาคือการมีชีวิตรอด
แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังคิดว่าจะเปิดประตูลับอีกครั้งได้ยังไง เสียงดังสนั่นอีกระลอกก็ระเบิดขึ้นมันดังมาจากชั้นล่าง ฟังดูเหมือนมีใครบางคนพังประตูด้านหน้าเข้ามา ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าจำนวนมาก
“เจ้าสี่!”
เสียงกรีดร้องแหลมสูงแทบจะเจาะทะลุแก้วหูของเจียงเฉิง นั่นคือเสียงของผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านหุบเขาน้อย
หากไม่ได้ยินกับหูตัวเอง เขาคงไม่เชื่อว่าผู้ใหญ่บ้านที่แก่ชราจะร้องได้ดังขนาดนี้
เห็นได้ชัดเจนว่า เขาได้พบศพของเฉียนเจี้ยนเซ่อแล้ว