บทที่ 73 แปลกประหลาด
บทที่ 73 แปลกประหลาด
“อ๋อ จริงสิ” หัวใจของเฟิงหลานเต้นแรง ใบหน้าแดงระเรื่อ นิ้วมือสอดเกี่ยวกัน เธอพยายามพูดด้วยน้ำเสียงที่สงบว่า “ขอบคุณค่ะ คุณสวี่”
โจวไท่ฝูมองเฟิงหลานที่ลืมไปเลยว่าเขาอยู่ตรงนั้น เขาถึงกับพูดไม่ออก สวี่เหวินเองก็ไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้ เธอจึงเปลี่ยนเรื่อง หันไปเร่งเฟิงหลานแทน
“ไปกันเถอะ คุณเฟิง”
“ค่ะ”
เมื่อเฟิงหลานเดินผ่านเขาไป สวี่เหวินก็ก้าวมามองเข้าไปในห้องน้ำเล็กๆ ที่เฟิงหลานเพิ่งเดินออกมา ประตูเปิดอยู่ ทำให้เธอมองเห็นได้อย่างชัดเจน เพียงไม่กี่วินาที สีหน้าที่ตึงเครียดของเธอก็ผ่อนคลายลง เธอเข้าใจทั้งหมดแล้ว บนขอบโถสุขภัณฑ์สีขาวมีรอยเท้าสองรอย เฟิงหลานน่าจะนั่งยองๆ อยู่บนโถสุขภัณฑ์ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำไมสวี่เหวินถึงมองไม่เห็นขาของเธอผ่านช่องประตู
“คุณสวี่?” เฟิงหลานเกือบจะเดินออกไปจากห้องน้ำไปแล้วถึงรู้ตัวว่าสวี่เหวินไม่ได้เดินตามมาด้วย เธอหันกลับมาเห็นสวี่เหวินยืนอยู่หน้าห้องน้ำ
“มาแล้ว” สวี่เหวินตอบ แล้วเดินออกมา
“เมื่อกี้คุณดูอะไรอยู่หรอคะ?”
“ฉันว่าฉันเห็นหนู” สวี่เหวินโกหกได้อย่างลื่นไหล เธอทำทีเป็นหวาดกลัวพลางตบที่อก “ฉันกลัวพวกมันมากเลย เห็นแล้วเลยเหม่อไปนิดนึง” บางทีอาจจะเพราะเธอเป็น NPC หรืออาจเพราะถูกความรู้สึกทำให้ตาบอด เฟิงหลานจึงเชื่อคำแก้ตัวนี้ โจวไท่ฝูได้แต่ถอนหายใจ หาก NPC ทุกคนในภารกิจเชื่ออะไรง่ายๆ แบบนี้ก็คงจะดีไม่น้อย
ขณะที่พวกเขากำลังจะออกไป เฟิงหลานก็วิ่งไปที่อ่างล้างหน้า เปิดก๊อกน้ำ ทำให้มือเปียก แล้วก็กดสบู่ล้างมือ โจวไท่ฝูและสวี่เหวินมองเธออยู่ พวกเขารู้สึกดีใจที่ได้เฟิงหลานมาเป็นคนนำทาง อย่างน้อยก็ดีกว่าพวกกลุ่ม 404 และ 405
สวี่เหวินกับโจวไท่ฝูก็นึกถึงเจียงเฉิงกับคำพูดที่เขาพูดไว้ เรื่องมือผีที่ใหญ่เป็นสองเท่าของเขา เรื่องว่าเขากำลังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ และอื่นๆ
เจินเจี้ยนเหรินอาจจะตายไปแล้วก็ได้ พวกเขาสงสัยว่าห่าวฉ่วยกับ้จ่าอ้วนจะเป็นยังไงบ้าง พวกเขาหาตัวหัวหน้าแผนกหลี่เจอหรือยัง แล้วได้ข้อมูลอะไรจากเธอมาบ้าง หรือว่าจะถูกฆ่าไปแล้ว?
ยิ่งภารกิจใกล้จะสิ้นสุดลง ผีจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ทุกสิ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงนี้ หากผีสามารถทำลายข้อจำกัดทั้งหมดที่กฎวางไว้ พวกเขาก็จะตายกันหมด…
สวี่เหวินนึกถึงรุ่นพี่คนหนึ่งที่เคยพูดไว้ว่า ครึ่งหนึ่งของภารกิจในฝันร้ายจบลงด้วยการที่ทุกคนตายหมด ในเขตแดนแห่งฝันร้ายนี้ การจะรอดชีวิตได้ต้องพึ่งทั้งความสามารถและโชค เธอเงยหน้ามองตัวเองในกระจก ลำคอของเธอสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่ได้
ทันทีที่เฟิงหลานเช็ดมือเสร็จ ทั้งสามคนก็เงยหน้าขึ้นพร้อมกัน สายตาของพวกเขากระทบเข้ากับเงาสะท้อนในกระจกพอดี ความรู้สึกประหลาดแล่นวาบขึ้นมาในอก ยิ่งเมื่อคิดถึงว่าตอนนี้พวกเขากำลังยืนอยู่ที่ไหน ยิ่งทำให้รู้สึกแปลกประหลาด
เวลาค่อยๆ ผ่านไป โจวไท่ฝูก็เริ่มสังเกตเห็นว่าเงาสะท้อนของตัวเองเริ่มไม่คุ้นตา ผิวของเขาซีดลงเรื่อยๆ ราวกับว่าถูกสูบเอาเลือดออกจากร่าง ความเย็นเยียบเกาะกุมร่างกายจนแทบขยับไม่ได้ ทั้งที่เขาคือคนที่ทนต่อความหนาวได้ดีที่สุด ผ่านทั้งป่าฝนและทะเลทรายไซบีเรียมาแล้ว ความแข็งแกร่งและทักษะการเอาตัวรอดกลับไร้ค่าโดยสิ้นเชิงในเวลานี้
หัวใจเขาเต้นแรงจนดังสะท้อนในหู ดวงตาหรี่ลงเหมือนกำลังจะดับวูบ พลังชีวิตกำลังไหลออกจากร่างที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของเขา…
บิดเบี้ยว เงียบงัน เย็นชา เกลียดชัง… และความมืดที่ไร้ที่สิ้นสุดกำลังกลืนกินโลกของเขา เขาตกลงไปในห้วงทะเลลึกที่ไม่มีแม้แต่แสงสว่าง ไม่มีแม้ความหวัง ฟองอากาศลอยขึ้นรอบตัว แต่กลับไม่อาจช่วยพยุงเขาได้แม้แต่น้อย…
“เพียะ!” เสียงดังแหลมสะท้อนขึ้น ราวกับทำให้โลกมืดสลายลงเล็กน้อย โจวไท่ฝูขมวดคิ้ว ก่อนจะมีเสียงดังอีกหลายครั้งติดต่อกัน เมื่อสติกลับมา เขายืนอยู่ตรงหน้ากระจก ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง เขายกมือแตะหน้าอย่างไม่เข้าใจ
“เพียะ…”
ความร้อนแผ่ซ่านออกมาจากแก้ม เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่คมชัด และในกระจก แก้มของเขาก็แดงก่ำ เต็มไปด้วยรอยฝ่ามือชัดเจน
ยังไม่ทันตั้งตัว… “เพียะ!” ตบอีกครั้งกระแทกเข้าที่ใบหน้า เขาแทบจะทรุดลงกับพื้น ด้านข้างนั้น คือสวี่เหวินที่ถลกแขนเสื้อ เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มหน้าผาก
“คุณโจวฟื้นแล้ว!”
เฟิงหลานร้องออกมา เสียงเต็มไปด้วยทั้งความดีใจและความสับสน ก่อนหน้านี้ตอนกำลังจะออกจากห้องน้ำ โจวไท่ฝูจู่ๆ ก็หยุดยืนอยู่หน้ากระจก ราวกับถูกบางสิ่งสะกดจิตไว้ ไม่ว่าพวกเธอจะเรียกหรือเขย่าตัวเท่าาไหร่ เขาก็ไม่ตอบสนอง ตายังคงจ้องเงาสะท้อนนิ่งๆ อย่างกับคนไร้วิญญาณ
สวี่เหวินตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าวิธีธรรมดาใช้ไม่ได้ผล เธอจึงใช้วิธีที่รุนแรง ตบเข้าไปอย่างเต็มแรงสองครั้ง จนเลือดซึมออกจากมุมปากของเขา โจวไท่ฝูถึงได้ฟื้นสติกลับมา
สวี่เหวินถอนหายใจยาว ความกังวลที่มีต่อเขานั้นเป็นเรื่องจริง หากเป็นคนอื่น เธอคงไม่เสียเวลาช่วยเหลือ แต่ตอนนี้ เธอเลือกเก็บความโล่งใจนั้นไว้ในใจ ไม่แสดงออกทางสีหน้าแม้แต่น้อย
“ฉัน…” วิญญาณของโจวไท่ฝูค่อยๆ กลับเข้าสู่ร่าง เขาหมุนคอไปมา รู้สึกถึงความแข็งตึงของกล้ามเนื้อ แล้วหันมามองสวี่เหวินด้วยแววตาสับสน “เมื่อกี้ฉัน… เกิดอะไรขึ้น?”
สวี่เหวินเหลือบมองกระจกแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบหันหน้าหนี “ที่นี่มันไม่ปกติ… เราควรออกไปเดี๋ยวนี้”
เธอรีบคว้าแขนเขาลากออกมา แม้ร่างกายเขายังชาและไม่ตอบสนองนัก แต่ก็ถูกดึงให้ก้าวตามไป สวี่เหวินโน้มตัวเข้ามาใกล้ และกระซิบเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้เขาฟัง
เมื่อโจวไท่ฝูได้ยิน ก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที
เขา… ถูกผีเล่นงานเข้าแล้วใช่ไหม?