บทที่ 56 ภาพเหมือน
บทที่ 56 ภาพเหมือน
พอพวกเขากลับมาที่ห้อง เจ้าอ้วนยังไม่หายตกใจดีนัก แต่เขาก็ไม่กล้าพูดเสียงดัง เพราะด้านนอกยังคงมืดสนิท
“คุณหมอ ทำไมถึงทำแบบนั้นล่ะครับ?”
“ไม่มีเหตุผลหรอก” เจียงเฉิงบ่นพลางใช้ผ้าเปียกเช็ดมือ “แค่รู้สึกว่าพวกเขาขี้เกียจเกินไป เลยทำให้กดดันหน่อย ถือว่าเป็นการช่วยพวกเขาก็แล้วกัน”
เจ้าอ้วนชินกับคำพูดเหลวไหลของเจียงเฉิงแล้ว เขาถามต่อ “งั้น...เลือดนั่น”
“ก็อย่างที่นายคิดนั่นแหละ” เจียงเฉิงไหล่ยัก “ยืมมาจากหลงเทา”
สีหน้าของเจ้าอ้วนบรรยายไม่ถูก เขาลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดราวกับพึมพำกับตัวเอง “คุณหมอ... ผมเดาว่าคุณอยากทำให้พวกเขาคิดว่าถูกผีเลือกเข้าให้แล้ว ถ้าไม่รีบแก้ภารกิจ ก็จะต้องตาย”
“ถูกต้อง”
เจ้าอ้วนเลียริมฝีปากแล้วเดินตามหลังเจียงเฉิง “ผมเข้าใจได้นะครับ แค่รอยมือก็พอจะทำให้พวกเขาตกใจได้แล้ว แต่คุณหมอดันลากนิ้วยาวขนาดนั้น... มันมีความหมายอะไรแฝงอยู่เหรอครับ?” เขามองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย “หรือว่า... คุณอยากให้พวกเขาคิดว่าเป็นฆาตกรที่มีมือยักษ์?! ใช่ไหม?”
“ก็ไม่เชิงหรอก” เจียงเฉิงเกาศีรษะอย่างเขินๆ “ที่จริงก็แค่เห็นว่ายังมีเลือดเหลืออยู่ในขวด เลยไม่อยากให้มันเสียเปล่า”
มุมปากเจ้าอ้วนกระตุก “ผมขอบคุณแทนหลงเทาเลยแล้วกัน”
“ยินดี”
หลังจากใช้ขวดน้ำสองขวด กลิ่นเลือดก็จางลง เจียงเฉิงโยนขวดทิ้งอย่างพอใจแล้วคลานกลับขึ้นเตียง
“คุณหมอ” สักพักหนึ่ง เจ้าก็อ้วนเรียกเบาๆ “คุณหลับรึยังครับ?”
“หลับแล้ว” เจียงเฉิงตอบชัดถ้อยชัดคำ “ฉันฝันถึงหลงเทา เขาบอกว่าไม่มีคางเลยกินอะไรไม่ได้ อยากยืมคางนายไปใช้สักสองวันแล้วจะเอามาคืน ฉันเลยต้องอ้อนวอนแทนนาย แต่พอนายปลุกฉัน ฉันก็เลยยังพูดไม่จบ” เจียงเฉิงพลิกตัว “แต่ไม่ต้องห่วง เขาคงใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะมาถึง”
“คุณหมอของผม...” เจ้าอ้วนพูดทั้งน้ำตา อยากจะเย็บปากเจียงเฉิงให้สนิท “ขอร้องเถอะครับ หยุดพูดได้ไหม…”
ยังเหลือเวลาอีกสองชั่วโมงก่อนฟ้าจะสาง เจียงเฉิงเชื่อว่าเจ้าอ้วนคงหลับต่อไม่ลงแน่หลังจากฟังเรื่องของเขา
“คุณหมอ” เจ้าอ้วนพูดเบาๆ อย่างลับๆ “ผมมีคำถามหนึ่ง พอคิดขึ้นมาก็อดถามไม่ได้” เขากดเสียงลงไปอีก “ตอนเราอยู่ในโถงทางเดินเมื่อกี้... คุณไม่กลัวเหรอครับว่าผีจะโผล่มาเล่นงาน? ผู้หญิงชุดกี่เพ้าคนนั้นก็ตายที่โถงทางเดินนี่นา”
เจียงเฉิงดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดปาก น้ำเสียงของเขาจึงเบาจนแทบไม่ได้ยิน “ฉันไม่กลัว... เพราะเธอตายที่นั่นนั่นแหละ”
เจ้าอ้วนเบิกตากว้าง “คุณว่าอะไรนะครับ คุณหมอ?”
“เปล่า” เจียงเฉิงพลิกตัว “ง่วงแล้ว”
“ก็ได้ครับ คุณหมอ” เจ้าอ้วนพยักหน้า “พักผ่อนให้เต็มที่นะครับ ถ้ามีอะไรผมจะปลุก” จากนั้นเขาก็ไม่รบกวนเจียงเฉิงอีก เขานั่งไขว่ห้างบนเตียงอย่างสงบ ถ้าไม่เห็นกับตาคงไม่มีใครเชื่อว่าเจ้าอ้วนจะไขว่ห้างได้ ถ้าเจียงเฉิงเห็นล่ะก็ คงล้อเขาจนลั่นห้อง
…
ที่โรงอาหาร เจียงเฉิงกำลังนั่งดูดฟันอย่างสบายอารมณ์ นักเรียนส่วนใหญ่ไปเรียนกันหมดแล้ว มีเพียงไม่กี่คนที่มากินอาหารเช้าสาย
เจ้าอ้วนขมวดคิ้วเมื่อคิดขึ้นได้ว่าอีกเดี๋ยวพวกเขาต้องไปที่อาคารอุปกรณ์เพื่อหาความจริงต่อ
“คุณหมอ” เขาละสายตาจากนักศึกษาหญิงคนหนึ่ง “เราจะไปกันเมื่อไหร่ดีครับ?” เขากะพริบตาปริบๆ แล้วเสนอ “ไปตอนเที่ยงไหม อย่างน้อยพลังหยางก็น่าจะช่วยกันผีไว้ได้บ้าง”
เจียงเฉิงเหลือบตามองเขา “นายจำได้ไหมว่าหลงเทาตายตอนกี่โมง?”
สีหน้าเจ้าอ้วนเปลี่ยนไปทันที เจียงเฉิงพูดถูก หลงเทาตายตอนใกล้เที่ยงวัน ดูเหมือนว่า ‘เวลา’ จะไม่ได้ส่งผลต่อพลังของผีในภารกิจนี้มากนัก เจ้าอ้วนเริ่มพยายามหาข้ออ้างอื่นแทน เขาบ่นเสียงหม่น “คุณหมอ แล้วคุณอาสาไปเองทำไม ในเมื่อรู้ว่ามันอันตรายขนาดนี้?” เขาถอนหายใจ “ช่างเถอะ ผมจะไม่บ่นแล้ว แล้ว...เราจะไปเมื่อไหร่ครับ?”
เจียงเฉิงเงยหน้าขึ้น “ไปไหน?”
“อาคารอุปกรณ์ไงครับ!” เจ้าอ้วนถึงกับร้องออกมา “คุณความจำเสื่อมหรือไง?”
“ขนาดนายยังรู้เลยว่าสถานที่นั่นมันอันตราย แล้วเราจะไปทำไม?”
เจ้าอ้วนถึงกับนิ่งงัน พูดติดอ่าง “ไม่สิ... คุณหมอ เมื่อวานคุณเป็นคนตัดสินใจเองนะครับ?” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “เจินเจี้ยนเหรินกับหลัวอี้จะไปตามหานักเรียน สามคนจากห้อง 407 จะไปตามหาผู้หญิงจากห้องซ้อม ส่วนเราต้องไปอาคารอุปกรณ์...”
เจียงเฉิงพยักหน้าเหมือนเพิ่งจำได้ “อ๋อ หมายถึงเรื่องนั้นเองเหรอ ฉันก็จำได้ว่าเคยพูดไว้นะ แต่ตอนนั้นฉันก็แค่พูดไปเรื่อย”
“อะไรนะ!?”
“ใช่แล้ว” เจียงเฉิงคนซุปเต้าหู้ไปมา แต่ก็ไม่คิดจะกิน “อาคารอุปกรณ์นั่นมันที่อันตรายชัดๆ มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะเข้าไป”
เจ้าอ้วนรู้สึกร้อนวูบในหัว “แล้ว...พวกเราจะตอบคนอื่นยังไงล่ะ?” เขาไม่ได้ขี้กังวลเกินเหตุ เพราะเดี๋ยวจะต้องรวมกลุ่มแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน หากกลุ่มเขากลับไปมือเปล่า…
“คุณหมอครับ” เจ้าอ้วนเอนตัวเข้าไปเกลี้ยกล่อม “ผมว่าเรื่องนี้อย่าหลอกคนอื่นเลยนะครับ ถ้ากลับไปตัวเปล่า พวกนั้นต้องไม่ปล่อยไปเราแน่ๆ”
“ใครบอกว่าจะกลับไปมือเปล่า?” เจียงเฉิงยิ้มขึ้นมาอย่างมีเลศนัย ทำให้เปลือกตาขวาของเจ้าอ้วนกระตุกวูบ
“คุณหมอ อย่าล้อเล่นนะครับ…” เจ้าอ้วนเอามือกดตาขวาไว้แน่น
สีหน้าของเจียงเฉิงเริ่มจริงจัง เขาก้มหน้าลงสบตากับเจ้าอ้วน “ตอนบ่ายวันนั้น เราไปถึงหน้าอาคารอุปกรณ์ แต่ก่อนจะเดินไปถึงประตู ก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งจากระยะไกล”
“เธอคนนั้นดูซอมซ่อ หลังค่อม ดูแล้วแปลกประหลาด มือของเธอก็ใหญ่ผิดปกติ”
“เราไม่กล้าเข้าใกล้เลยแอบซ่อนตัว แล้วเฝ้าดูเธอจากระยะไกล เธอยืนอยู่ตรงนั้นอยู่สักพักก่อนจะเดินจากไป แล้วเราก็เห็นว่า... เธอกำลังวาดรูปอยู่”
“มันเป็นภาพเหมือนของคนคนหนึ่ง” เจียงเฉิงกระพริบตา
เจ้าอ้วนตกอยู่ในภวังค์ของเรื่องที่เจียงเฉิงเล่า เขาถามอย่างไม่รู้ตัว “ภาพของใครเหรอครับ?”
เจียงเฉิงถอนหายใจยาว ยกคิ้วขึ้น “เจินเจี้ยนเหริน”