เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 181 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (7) [24-07-2019]

บทที่ 181 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (7) [24-07-2019]

บทที่ 181 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (7) [24-07-2019]


บทที่ 181 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (7)

 

หลังจากตัวแห้งแล้ว ยูอิลฮานก็ได้หยิบเสื้อของเขามาใส่แต่ว่าเขาก็ได้พบว่าเสื้อที่เขาซื้อเมื่อสองปีก่อนไม่ได้พอดีตัวเขาอีกแล้ว

เมื่อไม่มีอะไรให้ใส่ เขาก็เลยตัดสินใจใส่แค่ชุดชั้นในและดันถังยักษ์ไปเก็บไว้ในมุมหนึ่งของห้องน้ำ

"แต่ทำไมพ่อถึงมาอาบน้ำที่นี่ล่ะ?"

"มิล ที่นี่คือบ้านของเขาไงล่ะ"

"โอเคครับ"

ยูมิลยอมรับเสมอไม่ว่าพ่อของเขาจะบอกอะไร แม้แต่ในตอนนี้เขาก็ยังติดยูอิลฮานเหมือนกับเขา เอาเถอะเขาเพิ่งจะเกิดได้ไม่นานเองดังนั้นจึงเป็นปกติที่จะเป็นแบบนี้ นอกไปจากนี้พวกเขาทั้งสองคนเพิ่งจะแยกห่างกันตั้ง 2 ปีเชียวนะ

"แล้วลูกทำอะไรมาจนถึงตอนนี้มั้งล่ะ?"

"พวกเรายุ่งมากๆเลยครับ แล้วพวกเราก็ยังเป็น"

จากการที่พวกมิลกำลังพูดถึงการมาถึงของมหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 ดังนั้นพวกมิลก็น่าจะยุ่งถูกแล้ว ยูอิลฮานได้ลูบหัวมิลด้วยรอยยิ้ม

จากนั้นหลังจากเขาได้เปลื่ยนเสื้อแต่งตัวแล้ว เขาก็แบกคังมิเรย์ที่ยังหมดสติอยู่ออกไปข้างนอก ในระหว่างทางเขาก็ได้เจอกับนายูนาด้วย เขาคิดว่าคังมิเรย์สวยขึ้นมากแล้ว แต่ว่าเมื่อนำมาเทียบกับนายูนาที่สวยแต่กำเนิดและได้รับพรจากเทพธิดาแห่งความงามแล้ว เธอเทียบไม่ติดเลย

"สวัสดี! ดีจังเลยน้าที่นายปลอดภัยกลับมา"

"เธอก็ด้วยนะยูนา"

ด้วยการที่เลเวลเธอเพิ่มมากขึ้นและได้เชี่ยวชาญในการใช้พลังของเทพธิดาแห่งความงามทำให้รูปลักษณ์ของเธอดูไปแล้วยากที่จะเชื่อว่าเธอยังเป็นมนุษย์อยู่ ยิ่งยูอิลฮานที่ไม่ได้เห็นการเปลื่ยนแปลงตลอด 2 ปีของเธอ เขาก็ยิ่งตกใจมากยิ่งกว่าเดิม

เนื่องจากตัวเธอแต่เดิมตอนนี้ยังเป็นสิ่งมีชีวิตขั้นต่ำก็มีความงามเทียบเท่ากับสิ่งมีชีวิตขั้นสูงแล้ว แล้วถ้าเมื่อไหร่เธอกลายเป็นสิ่งมีชีวิตขั้นสูงล่ะ? ในที่สุดตัวเขาก็เข้าใจแล้วว่าทำไมหลายๆฝ่ายของสิ่งมีชีวิตขั้นสูงถึงเล็งจับเธอ และในเวลาเดียวกันเขาก็มั่นใจว่าจะต้องมีเรื่องน่ารำคาญในอนาคตเกิดขึ้นเพราะเธอแน่

"แต่ว่าอิลฮาน นายดูเหลือขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเลยน้า~"

"ขอบคุณ"

"นายควรจะพูดว่า 'ยูนาเธอก็สวยขึ้นมากเหมือนกัน' สิ!"

"ฉันเงียบไว้ก็เพราะรู้ว่าเธอจะพูดมันไง เธอนี่น่ารำคาญเสมอเลยนะ"

นายูนาได้พองแก้มขึ้นมาแต่ยูอิลฮานก็ไม่ได้สนใจเธอเลย กลับกันเขาได้หยิบเอารัดเกล้าที่ทำขึ้นมาจากโลหะสีแดงเงาสวยงามขึ้นมาและบนรัดเกล้าได้ฝังอัญมณีเล็กๆอยู่

"นี่เป็นสิค้าใหม่งั้นสิ~?"

"ฉันไม่ขายมันหรอกนะ นี่เป็นของระดับมหากาพย์"

สำหรับยูอิลฮานแล้วรัดเกล้านี่ไม่ใช่เครื่องประดับที่เขาทำขึ้นมาสุ่มๆในเวลาสองปี แต่ว่าเป็นสิ่งที่แม้แต่นายูนาที่ไม่ค่อยสนอะไรยังต้องผงะไป ยังไงก็ตามสิ่งต่อมาที่ยูอิลฮานพูดขึ้นนั้นยิ่งจริงจังขึ้นกว่าเดิม

"รับไปสินายูนา แม้ว่ารัดเหล้านี้จะมีความสามารถในการเสริมพลังให้มานา แต่ที่มากกว่านั้นคือการป้องกัน หากเธอถูกสิ่งมีชีวิตขั้นสูงจากโลกอื่นๆซุ่มโจมตีเธอก็น่าจะพอทนได้บ้าง นี่มันน่าจะยื้อเอาไว้ได้ซักสองครั้ง ดังนั้นระหว่างนั้นเธอก็ต้องวิ่งหนีแล้วก็หาคนที่จะช่วยปกป้องเธอด้วยนะ แถมมันยังมีออฟชั่นอื่นๆอีกเยอะให้เธอไปลองดูด้วยนะ"

"..."

เขาได้หันไปแล้วเนื่องจากว่าเขาไม่ได้ยินเสียงอะไรตอบกลับมา และดูเหมือนยูนาจะกำลังซึมซับไปกับรัดเกล้านี้จนเธอไม่ได้ยินเสียงเขาอีกต่อไปแล้ว นี่มันไม่น่าสงสัยเลย ไม่ว่าใครก็จะเป็นแบบนี้หากมีไอเทมระดับมหากาพย์อยู่ภายในมือของเขา ยูอิลฮานเข้าใจความรู้สึกของเธอเป็นอย่างดี แต่ว่าไม่นานจากนั้นก็ได้มีเสียงตอบกลับมาเบาๆ

"ขอบคุณนะ"

"แค่เธอใช้มันให้ดีก็พอแล้ว"

"...โอเค"

นายูนาได้ใส่รัดเกล้าไปในทันที รัดเกล้าไม่ได้ทำให้ความสวยงามของนายูนาลดลงเลย แต่กระทั่งทำให้เธอดูเปล่งประกายมากขึ้นกว่าเดิมซะอีก

"สวยไหม?"

"เธอคิดว่าใครเป็นคนทำรัดเกล้ากันล่ะ แน่นอนว่ามันต้องสวยอยู่แล้ว"

ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปอย่างชาญแฉลาดทันที ในขณะเดียวกันเขาก็เอาคังมิเรย์ไปวางบนโซฟา

"ฉันรู้นะว่านายตกหลุมรักฉัน"

"ไว้เก็บเอาไปฝันล่ะกันนะ"

ยูอิลฮานได้พึมพัมออกมาและนั่งลงตรงข้ามกับโซฟาที่คังมิเรย์นอนอยู่ ยูมิลได้เดินตามมานั่งลงบนตักของเขา

"แล้วทำไมมิเรย์ถึงเป็นแบบนี้ล่ะ? มีอะไรเกิดขึ้นในตอนที่ฉันไม่อยู่งั้นสินะ?"

"ถึงฉันจะรู้เหตุผล แต่ว่าฉันจะต้องเก็บเป็นความลับในฐานะที่เราเป็นเพื่อนกันน้า~"

ในตอนนีเขาก็ยิ่งอยากจะรู้มากกว่าเดิม เขาได้คิดหาวิธทีว่าเขาควรจะถามอีกทีหลังจากนั้น ในตอนนี้เองทูตสวรรค์เองก็รีบออกมาจากอีกฝั่งหนึ่ง

แต่ก็มีปัญหาหนึ่งอยู่ตรงหน้าเขาก็คือเลียร่าที่ลอยออกมาทั้งที่ยังเปลือยอยู่พร้อมน้ำเต็มตัว บางทีอาจจะเพราะเธอตกใจเกินไปก็ได้

[อิลฮาน ขั้นสามแล้ว! มหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 แล้ว!] (เลียร่า)

"ฉันรู้แล้วเหมือนกัน ไปใส่เสื้อดีๆก่อนไป"

เนื่องจากยูอิลฮานเคยได้เห็นเธอเปลือยมาสองสามครั้งแล้วในสถานการณ์ต่างๆทำให้นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรเลย แม้แต่ในตอนเขาถอนหายใจออกมาเขาก็ยังไปช่วยเลียร่าเช็ดตัวและช่วยเธอแต่งตัว

ในขณะเดียวกันนายูนาก็กระซิบกับเอิลต้า

"ทูตสวรรค์คนนั้นกำลังรุกอิลฮานใช่ป่ะ~"

[ใช่ เหมือนกับที่เธอทำนั่นแหละ] (เอิลต้า)

"แล้วอิลฮานก็ทำเหมือนเรื่องธรรมดาด้วยน้า?"

[ใช่ก็เหมือนกับที่เขาทำกับเธอนั่นแหละ] (เอิลต้า)

"เอะเฮะๆ ก็ไม่ได้มากขนาดนั้นน้า"

[ฉันไม่ได้ชมเธออยู่นะ!] (เอิลต้า)

คังมิเรย์ก็ยังเริ่มได้สติกับมาจากความวุ่นวายนี้ ใบหน้าของเธอยังคงแดงอยู่แต่ว่าอย่างน้อยเธอก็เข้ามาร่วมคุยได้แล้ว ยูอิลฮานได้หันไปถามเธอทันที

"เธอสบายดีนะ? พักซะบ้างนะ เธอไม่ต้องหักโหมตัวเองก็ได้"

"...อะ ฉันสบายดี ไม่เป็นไรๆ"

เขารู้สึกว่าคังมิเรย์กำลังหลยตาเขาอยู่ แต่แน่นอนว่าการที่คนอื่นไม่มองมาที่เขานี่พบได้บ่อยมาดังนั้นยูอิลฮานก็เลยไม่ได้คิดมาก

สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้เลยคือข้อมูลสถานการณ์ของโลกภายในปัจจุบัน

ยังไงก็ตามดูเหมือนคนที่อยู่กับยูอิลฮานในตอนนี้มีแต่อยากที่จะรู้ว่ายูอิลฮานไปทำอะไรมาในสองปี ยูอิลฮานก็ได้แต่อธิบายออกไปคร่าวๆ

"นาย...ติดอยู่ในดันเจี้ยน?"

"แล้วนายก็ยังเอาแต่ฝึกมาตลอดสองเดือนเพื่อจะฆ่าบอส แต่แล้วก็โชคดีบังเอิญออกมาได้ก่อนที่จะได้เคลียร์ที่นั่น"

คำพูดนี้เหมือนกับการตีเข้าที่หัวของพวกเธอเพราะพวกเธอคิดไปว่าเขากำลังทำอะไรที่เหมือนกับวีรบุุรุษอยู่ในที่ไหนซักแห่งของโลก

"...อยู่ในดันเจี้ยนตลอด 2 ปีคนเดียวเลย?"

"ไม่หรอก มีทูตสวรรค์อยู่กับฉันด้วยดังนั้นก็ไม่ใช่คนเดียวไปซะสิ้นเชิง"

"แต่ถึงแบบนั้น..."

ในตอนที่ยูอิลฮานพูดแบบนี้ออกมาเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไรเลยเพราะว่าเขาปฏิบัติกับทูตสวรรค์เหมือนกับพวกเธออยู่ในระดับเดียวกับเขา แต่ว่าคังมิเรย์กับนายูนาที่ไม่ได้คิดแบบเขาได้แต่จินตนาการว่าเขาอดทนมาได้ยังไงกันในที่ที่เขาเรียกว่านรก

"เอาล่ะงั้นตอนนี้มาคุยเรื่องมหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 กันดีกว่า ฉันไม่รู้เลยว่าใน 2 ปีที่ผ่านมาเกิดอะไรขึ้นกับโลกมั้ง"

แน่นอนว่าสำหรับยูอิลฮานนี่มันเป็นเรื่องนี้เพราะจะมีดันเจี้ยนได้เขาไปกวาดเอาวัสดุได้เยอะขึ้น มหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 นั้นสำคัญเอามากๆ คังมิเรย์ได้เปิดปากพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าแปลกๆ

"'...ในระหว่างที่นายไม่ได้อยู่ที่นี่ การพัฒนาขึ้นของโลกในสองปีที่ผ่านมามันบ้าเอามากๆ"

"ฉันก็พอจะเดาได้อยู่"

"โดยพื้นฐานแล้วปริมาณมานาที่นี่เมื่อเทียบกับโลกอื่นแล้วเทียบกันไม่ติดเลย และเพราะแบบนี้ทำให้ความถี่ของมอนสเตอร์ที่เกิดขึ้นมามากขึ้นและการพัฒนาของผู้คนก็เร็วขึ้นมากๆเช่นกัน ตามปกติแล้วถ้าในโลกอื่นคนจำนวนมากจะไม่อาจไปถึงคลาส 2 ได้เพราะขีดจำกัดทางพรสวรรค์ แต่ว่าด้วยคุณภาพอาวุธที่ดีเกินไปของแวนการ์ดที่ได้ขายออกไป..."

ไอเทมที่ยูอิลฮานประมูลออกไปมีแต่พวกขั้นสูงทั้งนั้น ยังไงก็ตาม 'อุปกรณ์พื้นฐาน' ที่แวนการ์ดได้ขายให้กับโลกต่างๆก็ยังมีค่ามากๆในแนวหน้า เพราะแบบนี้จึงส่งผลให้ภารกิจเลื่อนคลาสของผู้คนที่ไม่มีหวังจะผ่านได้ด้วยความสามารถของพวกเขาได้เคลียร์ง่ายขึ้นด้วยอุปกรณ์ใหม่ทำให้พวกเขาได้ข้ามไปสู่คลาสต่อไปกันได้

เพราะแบบนี้ทำให้คลาส 2 เป็นเงื่อนไขขั้นต่ำไปแลวในการที่จะเข้าร่วมกันกลุ่มทีมบนโลกนี้ หากว่าเป็นในโลกอื่นเรื่องนี้ไม่อาจจะจินตนาการได้เลย

แน่นอนยูอิลฮานก็ยังพอเดาได้แล้วว่าจะเกิดเรื่องนี้ขึ้นและเขาได้ทำมันขึ้นด้วยความคิดที่ว่าหากพลังต่อสู้โดยรวมของผู้คนเพิ่มขึ้นก็จะทำให้ปกป้องโลกได้ง่ายขึ้น

ยังไงก็ตาม

"นายก็น่าจะพอรู้นะ การพัฒนาของโลกน่ะจะเพิ่มขึ้นตามการพัฒนาของมนุษย์ มันก็คล้ายกับกองไฟกับฟืนนั่นแหละ แถมผู้คนที่มีความสำเร็จในระดับหนึ่งก็ยังสามารถจะเปิดประตูมิติสู่โลกอื่นได้อีกด้วย ผลที่ออกมาก็คือทำให้มีคนจำนวนมากมาบนโลกได้ด้วย..."

ประตูมิติจำนวนมากได้ถูกเปิดขึ้นมาในแต่ล่ะประเทศ และในระหว่างกระบวนการนี้ทำให้เกิดการผสมกันขึ้นระหว่างมานาของต่างโลกกับโลกนี้ มานาพวกนี้ได้ทำปฏิกิริยากัน ผสมกันและปฏิปักษ์กันจนเกิดเป็นผลเร่งการเติบโตของโลกขึ้น

"ถ้างั้นเธอกำลังจะบอกว่าการเชื่อมต่อกับหลายๆโลกทำให้โลกพัฒนาเร็วขึ้นสินะ?"

"แต่ถึงแม้แบบนั้นจากการฟังจากคนในโลกอื่นๆแล้วก็จากการสังเกตุของทูตสวรรค์ พวกเราก็แค่เห็นสัญญาณของมหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 เท่านั้นเอง แต่ว่าถ้าเป็นแบบนีต่อไปในอีกสามเดือนน่าจะเกิดขึ้นแน่ หรือถ้ามันเร็วกว่านั้นก็เดือนเดียว..."

ยูอิลฮานได้แต่ยิ้มแน่ๆออกมา ตอนแรกเขาคิดว่าในที่สุดเขาจะได้พักแล้ว แต่ว่าในตอนนี้มหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 ได้มาถึงเอาซะแล้ว เขานี่ได้รับพรจากเทพแห่งแรงงานหรืออะไรกันเนี้ย!!!

[ถ้าโลกที่ซึ่งในตอนอยู่ในขั้นที่ 2 ก็มีระดับแทบจะเทียบเท่ามหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 แล้วดังนั้นค่าประสบการณ์ก็เลยเพิ่มเร็วขึ้น...] (เลียร่า)

[ดันเจี้ยนนั่นก็กวนใจฉันอยู่เหมือนกัน โลกนี้เต็มไปด้วยปัญหาเลยนะ เมื่อไหร่กันที่เราจะแก้ปัญหาทั้งหมดนี่ได้] (เอิลต้า)

"จนถึงตอนนี้พวกเราก็ทำงานกันมามากแล้ว พวกเราไม่จำเป็นต้องคิดเรื่องนี้มากก็ได้นะ"

มันก็แค่มหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 เมื่อไหร่ที่มอนสเตอร์บุกมา เขาจะจัดการมันทั้งหมดเอง แน่นอนว่าเขายังต้องเสริมพลังให้กับพื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้าด้วยความสามารถวิศวกรรมเวทย์ที่เขาได้ศึกษามาตลอดด้วย

"แต่ว่าปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่ตรงนี้"

"แล้วตรงไหน?"

หูของยูอิลฮานได้กระดิกขึ้นมา แม้แต่ในตอนที่เขาได้ยินเรื่องมหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 เขาก็ยังผ่อนคลายอยู่เลย

[ยังมีเรื่องอื่นอีก? ยังจะมีอะไรพิเศษกว่ามหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 อีก?] (เลียร่า)

[การเชื่อมต่อกับโลกที่ถูกทิ้งงั้นหรอ? ไม่สิ เรื่องนั้นมันดูเหมือนเรื่องปกติของโลกไปแล้วนี่ ในตอนนี้โลกก็เหมือนกับขนมหวานที่ดึงดูดมดไปแล้วนี่นา] (เลียร่า)

"เฮ้ อย่าพูดแบบนั้นสินี่มันทำให้ฉันเศร้าเลยนะ แล้วก็นะมิเรย์มันเรื่องอะไรกันล่ะ"

แม้ว่าคังมิเรย์จะเกริ่นออกมาแล้วเธอก็ยังไม่รู้จะพูดยังไงและดูลังเลอยู่ดี เธอได้มองไปที่ทูตสวรรค์ทั้งสามคนก่อนจะปิดตาลง

"จริงๆแล้ว...นอกจากโลกที่ถูกทิ้งก็ดูเหมือนว่าศัตรูจะเตรียมแผนโจมตีโลก"

"โอ้ กองทัพจรัสแสงกับกองทัพปีศาจแห่งการทำลายสินะ?"

ในตอนแรกยูอิลฮานคิดว่าดันเจี้ยนที่เขาไปติดอยู่ก็เป็นแผนของพวกนี้เช่นกัน แต่ว่าเขาคิดมากไป พื้นที่ที่เต็มไปด้วย 'ความต้องการที่ไม่อยากให้ใครเข้ามา' จะเป็นที่ของพวกนั้นได้ยังไงกัน

"เจ้าบ้าพวกนั้นกำลังจะทำอะไรอีก? ไม่ใช่ว่าเราต้องรีบแล้วหรอกหรอ?"

"อ่า ไม่หรอก พวกเราเพิ่งจะจัดการมาแล้ว... คุณแม่จะอธิบายให้ฟัง"

"ถ้างั้นมันก็ดีแล้วนี่... หืม?"

ยูอิลฮานได้ถามกลับไปก่อนจะพูดได้จบประโยค

"คุณแม่ เธอหมายถึง... แม่ของเธองั้นหรอ?"

"อ่า ไม่หรอก แม่ของนายต่างหาก..."

แก้มของคังมิเรย์ได้แดงขึ้นมาอีกครั้ง ยูอิลฮานไม่อาจจะจินตนาการได้เลวว่าแม่เขากับคังมิเรย์มาติดต่อกันยังไง ระหว่างเขากำลังงงอยู่นี้เองจู่ๆแม่ของเขาก็โผลขึ้นมาที่ทางเข้าคฤหาสน์

และรูปลักษณ์ของเธอยังดูเหมือนยังเรียนอยู่ ไม่ได้ต่างไปจากคังมิเรย์มากเลย

"เกิดอะไรขึ้นที่นี่กัน!?"

"เป็นแม่ของนายที่บอกเราถึงปัญหาเรื่องนี้ คุณแม่ได้ช่วยเราไว้มากตลอดสองปีนี้..."

"คุณแม่เยี่ยมที่สุดเลย~"

ยูอิลฮานได้แต่สับสนจากข้อมูลที่ได้มาจากคังมิเรย์กับนายูนา อย่างแรกเขาได้ให้แม่เขาเข้ามาก่อนและมองหน้าแม่ของด้วยสายตาที่ซับซ้อนสุดๆ

"แม่....?"

"ลูกมีอะไรงั้นหรอ?"

ในตอนนี้ยูอิลฮานได้แต่ยอมรับเท่านั้นเอง นี่ก็คือคุณแม่ของเขาอย่างแน่นอน

"ผมไม่คิดเลยว่าแม่จะแข็งแกร่งแบบนี้"

ยูอิลฮานได้แต่เกาหัวเขินๆ ในอดีตเขาคิดว่าโลกคงจะพังลงไปหากไม่มีเขาอยู่ แต่ดูเหมือนว่าบางทีเขาอาจจะยโสมากไปหน่อยแล้ว

จากนั้นเองเขาก็คิดว่ามันน่าจะดีถ้าแม่มาช่วยเร็วกว่านี้อีกหน่อย... ยูอิลฮานได้บ่นเล็กๆ แต่แล้วเขาก็ทำบางสิ่งก่อนจะคุยเรื่องหลัก

"อ่า... ผมกลับมาแล้วครับ"

"จ้าลูกแม่ ยินดีต้อนรับกลับนะ

แม่ของเขาได้ยิ้มอย่างสดใสและสวมกอดเขา

เรื่องนี้จะดูยิ่งอบอุ่นมากกว่านี้อีกหากว่ารูปลักษณ์ภายนอกของทั้งคู่ไม่ได้ดูเหมือนกับพี่น้องกัน

จบบทที่ บทที่ 181 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (7) [24-07-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว