- หน้าแรก
- โอกาสพลิกชีวิต ลิขิตด้วยมือผม
- บทที่ 20 เปิดร้านออนไลน์
บทที่ 20 เปิดร้านออนไลน์
บทที่ 20 เปิดร้านออนไลน์
บทที่ 20 เปิดร้านออนไลน์
"รุ่นน้อง นายจะเอาภาพพวกนี้ไปใช้ทำอะไร? อยากได้อารมณ์ภาพแบบไหน?" ซุนอวี้หมินเอ่ยถาม
"ผมเพิ่งเปิดร้านออนไลน์ครับ ส่วนเรื่องอารมณ์ภาพ อยากให้มันออกมาดูเป็นธรรมชาติที่สุดครับ"
"ร้านออนไลน์! อ๋อ เข้าใจแล้ว จะเอาไปทำภาพโปรโมตสินค้านี่เอง!"
"ถูกต้องครับ"
"เรื่องแค่นี้สบายมาก! ฉันถนัดอยู่แล้ว ม่านม่าน เสี่ยวคัง ไปที่สวนหย่อมกันเถอะ!" ซุนอวี้หมินหันไปกวักมือเรียกนายแบบและนางแบบทั้งสอง
"ไปสวนอีกแล้วเหรอคะ? ถ่ายรูปทีไรก็ไปแต่ที่สวน รุ่นพี่ไม่มีโลเคชันใหม่ๆ บ้างเหรอคะ" เฉิงม่านม่านบ่นอุบพลางทำปากยื่น
"ไปที่อื่นมันเปลี่ยนชุดลำบากนี่นา! อีกอย่างทิวทัศน์ในสวนก็สวยดี มีมุมกล้องแจ่มๆ ให้เลือกถ่ายเยอะแยะ จะได้รูปสวยๆ ง่ายหน่อยไง" ซุนอวี้หมินอธิบายพลางง่วนอยู่กับการปรับกล้อง
"ม่านม่าน ผมว่ารุ่นพี่พูดก็มีเหตุผลนะ ไปที่สวนกันเถอะ!"
ในเมื่อนายแบบอีกคนอย่างคังซวินเห็นดีเห็นงามด้วย เฉิงม่านม่านจึงทำได้เพียงพยักหน้ายอมรับอย่างจำยอม
จากนั้นทั้งห้าคนก็มุ่งหน้าไปยังสวนหย่อมของมหาวิทยาลัย
ลั่วฝานส่งเสื้อผ้าให้ทั้งสองคนไปเปลี่ยน เมื่อพร้อมแล้วซุนอวี้หมินก็เริ่มกดชัตเตอร์รัวๆ
เสื้อผ้าสิบชุด ชุดละสี่รูป ใช้เวลาถ่ายทำทั้งหมดร่วมสองชั่วโมงจึงเสร็จสิ้น
"รุ่นน้อง เรียบร้อยแล้วนะ คืนนี้ฉันจะคัดไฟล์รูปแล้วส่งให้ ส่วนรูปที่ล้างออกมา..."
"รูปที่ล้างออกมาผมไม่เอาครับ ให้รุ่นพี่เฉิงกับรุ่นพี่คังเก็บไว้เถอะครับ!" ลั่วฝานรีบแทรกขึ้น
"รุ่นน้อง สองคนนี้ไม่ใช่รุ่นพี่ของนายหรอกนะ ม่านม่านกับเสี่ยวคังเป็นนักศึกษาจากวิทยาลัยการแสดงซ่างไห่ อนาคตพวกเขาจะเป็นดาราใหญ่กันทั้งนั้น" ซุนอวี้หมินเอ่ยแซวทีเล่นทีจริง
"ดาราใหญ่อะไรกันคะ! เุถ้าแก่ อย่าไปฟังพี่ซุนเพ้อเจ้อเลยค่ะ เสี่ยวคังเรียนเอกความคิดสร้างสรรค์สื่อ ส่วนฉันเรียนออกแบบศิลปะภาพยนตร์และโทรทัศน์ เอกการออกแบบเครื่องแต่งกายและหน้าตาค่ะ พวกเราเป็นคนเบื้องหลัง ไม่ได้จะเป็นดาราใหญ่อะไรหรอก" เฉิงม่านม่านรีบแก้ต่าง
"หืม? หน้าตาและบุคลิกดีขนาดนี้แต่ทำแค่งานเบื้องหลังเหรอครับ? หรือว่ามาตรฐานวงการแสดงเดี๋ยวนี้สูงมาก?"
"จะแสดงได้หรือไม่ได้ มันไม่ได้ดูแค่หน้าตาหรือบุคลิกหรอกครับ มันต้องดูองค์ประกอบโดยรวมทั้งหมด" คังซวินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ได้ยินดังนั้น ลั่วฝานยังคงรักษาท่าทีสงบนิ่งไว้ได้ แต่ในใจกลับอดค่อนขอดไม่ได้ว่า 'ดูท่าวงการบันเทิงปี 2009 นี่จะมีมาตรฐานสูงจริงๆ! อีกสิบปีข้างหน้า ด้วยหน้าตาและบุคลิกแบบนี้ แถมยังเรียนมาตรงสาย ไม่ต้องพูดถึงเรื่องงานแสดงหรอก แค่เดบิวต์เป็นเซ็นเตอร์วงไอดอลยังได้สบายๆ'
หลังจากพูดคุยตามมารยาทอีกเล็กน้อย ลั่วฝานก็จัดการชำระเงินและขอตัวแยกย้ายกลับพร้อมกับจางซ่วย เขายังมีเรื่องอื่นต้องจัดการ ไม่มีเวลามานั่งคุยเล่นต่อ
จากนั้นลั่วฝานและจางซ่วยก็มุ่งหน้าไปยังฝ่ายประสานงานภายนอกของมหาวิทยาลัย
ตอนนี้ระบบภายในร้านพร้อมแล้ว ต่อไปคือการจัดการปัจจัยภายนอก
คำกล่าวที่ว่า 'สุราเลิศรสย่อมส่งกลิ่นหอมไกลโดยไม่ต้องพึ่งป้ายร้าน' ใช้ไม่ได้แล้วในสังคมยุคปัจจุบัน หากต้องการให้ร้านค้าออนไลน์อยู่รอด การโปรโมตต้องถึงเครื่อง
ในปี 2009 เวยป๋อยังเป็นเพียงลูกเจี๊ยบเพิ่งฟักตัว ส่วนปิลีปิลีก็เพิ่งก่อตั้งได้ไม่กี่เดือนและยังมีขนาดเล็กมาก แพลตฟอร์มสื่อสารออนไลน์ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในยุคนี้ย่อมหนีไม่พ้น 'เถียปา'
ชุมชนคนรักอนิเมะในเถียปามีสมาชิกจำนวนมหาศาล ลั่วฝานวางแผนจะใช้ฝ่ายประสานงานภายนอกช่วยประกาศรับสมัครงานพาร์ตไทม์ ให้นักศึกษาที่สนใจช่วยไปโปรโมตร้านเถาเป่าของเขาตามบอร์ดอนิเมะต่างๆ ในเถียปา
โดยค่าตอบแทนจะคำนวณจากจำนวนกระทู้ที่ตั้งและการตอบกลับในกระทู้นั้นๆ
หัวหน้าฝ่ายประสานงานเป็นรุ่นพี่สาวร่างท้วม หลังจากฟังความต้องการของลั่วฝานผ่านทางจางซ่วย เธอก็ตอบตกลงช่วยเหลือทันที แต่เรื่องค่าจ้างนั้นต้องมีการต่อรองกันหน่อย รุ่นพี่สาวมองว่าการคิดค่าแรงตามจำนวนโพสต์และการตอบกลับนั้นไม่ยุติธรรม ควรจะคิดตามชั่วโมงการทำงานมากกว่า
หลังจากการเจรจา ทั้งสองฝ่ายก็ตกลงกันได้ที่ค่าแรงพื้นฐานชั่วโมงละ 3 หยวน ส่วนรายได้เพิ่มเติมจะขึ้นอยู่กับผลงานจำนวนโพสต์และการตอบกลับ
เมื่อจัดการธุระกับฝ่ายประสานงานเสร็จเรียบร้อย ลั่วฝานและจางซ่วยก็แวะกินมื้อดึกที่โรงอาหาร ก่อนจะกลับหอพัก
สิ่งแรกที่ลั่วฝานทำเมื่อถึงห้องคือปรึกษาเรื่องงานพาร์ตไทม์กับจางหมิงฮ่าว
ยึดตามคติ 'เงินทองไม่รั่วไหลออกนอกบ้าน'
ลั่วฝานวางแผนจะมอบหน้าที่แอดมินดูแลลูกค้าทั้งหมดให้กับเพื่อนร่วมชั้น โดยให้ค่าตอบแทนชั่วโมงละ 8 หยวน เขาขอให้จางหมิงฮ่าวช่วยประกาศรับสมัครคนในกลุ่มแชตของห้อง โดยต้องการทีมงานชุดแรกจำนวน 5 คน
พอได้ยินดังนั้น จางหมิงฮ่าวก็หวนนึกถึงตอนที่ลั่วฝานเที่ยวสอบถามเรื่องตลาดเสื้อผ้า ประกอบกับพฤติกรรมช่วงนี้ของลั่วฝาน เขาจึงเดาได้ทันทีว่าลั่วฝานคงเปิดร้านออนไลน์แล้ว
เมื่อเห็นว่าจางหมิงฮ่าวเดาทางถูก ลั่วฝานก็ไม่คิดปิดบัง พยักหน้ายอมรับอย่างตรงไปตรงมา
"นายเปิดร้านออนไลน์จริงดิ? ขายอะไรอ่ะ?" จางหมิงฮ่าวถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"เสื้อผ้าน่ะ ของที่พี่อ้วนถืออยู่นั่นแหละ ลองดูสิ"
จางหมิงฮ่าวและสือเจียซินรับเสื้อมาจากจางซ่วย
จางหมิงฮ่าวไม่ดูอนิเมะ จึงไม่รู้จักตัวละครที่สกรีนอยู่บนเสื้อเลยสักนิด
แต่สือเจียซินนั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ดูจากแววตาที่เป็นประกายระยิบระยับ ก็รู้ได้ทันทีว่านี่คือ 'ภรรยา' ในดวงใจของเขา
"พี่ฝาน เสื้อพวกนี้ขายเท่าไหร่ครับ?" สือเจียซินถามด้วยความตื่นเต้น
"พวกนี้เป็นตัวอย่างที่ให้นางแบบลองใส่น่ะ เสี่ยวสือถ้านายไม่รังเกียจก็เอาไปเถอะ! ฉันให้ฟรี แต่จำไว้ว่าต้องซักก่อนใส่นะ เพราะมีคนใส่แล้ว"
หลังผ่านการฝึกทหารมาหนึ่งเดือน สือเจียซินสนิทสนมกับกลุ่มของลั่วฝานมากพอที่จะไม่พูดคำว่าเกรงใจ เขาเก็บเสื้อเข้าตู้ด้วยความดีใจ พร้อมกับบอกว่าจะเลี้ยงข้าวลั่วฝานมื้อใหญ่เป็นการตอบแทน
ลั่วฝานค่อนข้างคาดหวังกับ 'มื้อใหญ่' ที่สือเจียซินพูดถึง จากการสังเกตของเขา สือเจียซินน่าจะเป็นคนที่รวยที่สุดในหอพัก เสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งตัว นาฬิกาเรือนละเป็นแสน
แถมสือเจียซินยังมีความรู้เรื่องมิชลินไกด์อย่างแตกฉาน มื้อใหญ่ที่เขาว่าต้องไม่ธรรมดาแน่นอน
ราวๆ สามทุ่ม ซุนอวี้หมินก็ส่งไฟล์รูปที่คัดเลือกแล้วมาให้ตามสัญญา ลั่วฝานทยอยอัปโหลดรูปลงหน้าร้านทีละรูป และส่งสำเนาอีกชุดให้รุ่นพี่ฝ่ายประสานงานเพื่อใช้ในการโปรโมต
ถึงตอนนี้ ทุกอย่างพร้อมสรรพ เหลือเพียงแค่เปิดร้านอย่างเป็นทางการ
เมื่อเข็มนาฬิกาบอกเวลาเที่ยงคืนของวันใหม่ ลั่วฝานกดวางขายสินค้าชิ้นแรกบนเถาเป่า เป็นอันเริ่มกิจการอย่างเป็นทางการ
ในเวลาเดียวกัน ฝ่ายประสานงานภายนอกก็ได้โพสต์ประกาศรับสมัครงานของลั่วฝานลงในกลุ่มหางานพาร์ตไทม์ต่างๆ
ส่วนจางหมิงฮ่าวก็โพสต์ประกาศรับสมัครแอดมินเถาเป่าลงในกลุ่มแชตของห้องเรียน
จางหมิงฮ่าวไม่ได้ระบุว่าเจ้าของร้านคือลั่วฝาน บอกเพียงแค่ว่าเป็นร้านของคนรู้จัก
ตอนที่จางหมิงฮ่าวลงสมัครเป็นหัวหน้าห้อง เขาเคยให้สัญญาว่าจะหาโอกาสทำงานพิเศษมาให้เพื่อนๆ ดังนั้นจึงไม่มีใครในห้องสงสัยอะไร คิดเพียงว่าจางหมิงฮ่าวทำตามสัญญา เพื่อนหลายคนจึงทักแชตส่วนตัวมาถามวิธีการสมัครเป็นแอดมิน
หลังจากการคัดกรอง จางหมิงฮ่าวเลือกผู้ชาย 2 คนและผู้หญิง 3 คน แล้วดึงพวกเขาพร้อมกับบัญชีสำรองของลั่วฝานเข้ากลุ่มแชตใหม่
จากนั้นลั่วฝานก็เริ่มสอนวิธีการสื่อสารกับลูกค้าและแนวทางการแก้ไขปัญหาต่างๆ
ใครที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโครงการ 211 ได้ ย่อมมีหัวไวด้านการเรียนรู้อยู่แล้ว
เพียงไม่นาน ทั้งห้าคนก็เข้าใจหลักการพื้นฐานในการโต้ตอบกับลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว