เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 179 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (5) [18-07-2019]

บทที่ 179 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (5) [18-07-2019]

บทที่ 179 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (5) [18-07-2019]


บทที่ 179 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (5)

 

เวลาได้ผ่านไปแล้วอีกหนึ่งปี นับตั้งแต่ที่ยูอิลฮานเข้ามาในดันเจี้ยนรวมๆก็ 2 ปีแล้ว และก็เป็นเวลาที่โลกได้ผ่านมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 มาแล้ว 2 ปี 2 เดือน

แน่นอนว่ามันเป็นเรื่องยากสำหรับยูอิลฮานที่จะรู้ถึงเวลาที่ชัดเจนได้เนื่องจากว่าท้องฟ้าในดันเจี้ยนต่างก็ปกคลุมไปด้วยสีแดงไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าหรือดึกก็ไม่ต่างกันเลย แถมร่างกายของยูอิลฮานก็ได้พัฒนาขึ้นมาจนในตอนนี้ต่อให้เขาไม่นอนเลยก็แทบจะไม่เป็นอะไรแล้ว

แต่ถึงแบบนั้นเขาก็จำถึงช่วงเวลาที่เขาเปิดบาเรียซึ่งเขาได้เปิดมันในทุกๆเดือนตอนที่ทูตสวรรค์บอกเวลากับเขา ภายในบาเรียเขาจะซ่อมอุปกรณ์ของเขา เติมอุปกรณ์ที่สิ้นเปลือง ทำอาหาร ตรวจสอบค่าสเตตัสแล้วก็ฝึก

"หืม"

ตอนนี้มันก็ครบสองปีที่เขาได้ใช้ชีวิตในโลกนี้แล้ว ยูอิลฮานได้คิดย้อนไปกับฉากที่อยู่ตรงหน้า

"นี่มันไม่ได้ยากอีกต่อไปแล้ว"

[อ่า ใช่เลย!] (เลีบร่า)

เลียร่าได้ฝืนตอบกลับไปทั้งๆที่สายตายังจ้องสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอ

เบื้องหน้าคือกองเนื้อกระจายและหยดเลือดที่ไร้ที่สิ้นสุด เสียงร้องที่ดังสะท้อนไปทั่ว ฉากๆนี้คือนรกที่แท้จริง แน่นอนว่ามันต่างตรงที่คนลงโทษและคนรับกรรมสลับตำแหน่งกัน

[ก๊าซซซซซซซซซซ!]

[กี๊ซซซซซซ!]

กับดักต่างๆรวมไปถึงบาริสต้าไม่เคยจะสูญเสียเป้าหมายไปเลยสักนิดเดียว มันไม่ได้มีแค่นี้เท่านั้นแต่ยังมีโดรนที่บินอยู่คอยจับศัตรูหรือดึงพวกปีศาจมารวมกัน หรือไม่ก็ขัดขาปีศาจไม่ก็ทำการโจมตีตรงๆเลยด้วย

สิ่งนี้คือไอเทมที่แสดงถึงการพัฒนาในด้านวิศวกรรมเวทย์ของยูอิลฮาน

แน่นอนว่าเขายังไม่อาจจะฆ่าพวกปีศาจได้แต่อุปกรณ์พวกนี้ได้ บางทีเขาอาจจะฆ่าพวกมันได้หากพวกมันเป็นมอนสเตอร์คลาส 4 ตามปกติ แต่ว่าสำหรับเจ้าพวกนี้มันเป็นไปไม่ได้เลยและยูอิลฮานก็รู้เป็นอย่างดี

ดังนั้นอุปกรณ์ทั้งหมดที่เขาติดตั้งเอาไว้จึงไม่ได้เน้นไปที่ารโจมตีแต่เป็นการจับดึงความสนใจจากศัตรูและหยุดการเคลื่อนไหวของพวกมัน อย่างแรกเลยทำให้พวกมันไม่สนใจยูอิลฮานและสองเขาจะเปิดใช้งานปกปิดตัวตนได้ง่ายขึ้น แค่นี้สำหรับยูอิลฮานก็ยิ่งกว่าพอแล้ว

สิ่งที่เขาไว้ใจมากที่สุดและเป็นสิ่งที่เขาต้องการจะพัฒนามันมากที่สุดเลยก็คือร่างกายของเขาเอง และการปกปิดตัวตนที่ตอนนี้มันคือส่วนหนึ่งของเขา

"ฮ่าห์"

[ติดคริติคอล!]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ ??847?34523?]

ยูอิลฮานได้ยิ่งอิสระมากยิ่งกว่าใครในพื้นที่นี้ของเขาและหอกของเขาในพื้นที่นี้อันตรายมากยิ่งกว่ากับดักใดๆในพื้นที่ เขาได้จัดการสะบั้นคอของพวกเลเวลที่ต่ำๆก่อนเป็นอย่างแรก

ยูอิลฮานที่ได้ดูดซับบันทึกของพวกปีศาจมาตลอดสองปีทำให้ในตอนนี้เขาสามารถจะมองดูพลังชีวิต จุดอ่อน รูปแบบ สกิลและแม้กระทั่งกระบวนการคิดที่เรียบง่ายของพวกมันได้แล้ว!

[มีพวกมันอยู่ที่นี่ประมาณ 50 ตัวแล้วแต่นี่มันไม่ท้าทายเลย!] (เลียร่า)

[67 ต่างหากเลียร่า] (เอิลต้า)

[ด้วยพวกมันจำนวนมากขนาดนี้ พวกมันกระทั่งโจมตีโดนกันเองด้วย พวกมันเอาแต่โจมตีเหมือนคนบ้าโดยที่ไม่รู้ตัวอะไรเลย] (สเปียร่า)

ด้วยเสียงระเบิดที่เต็มไปทั่วทุกที่รวมไปถึงลูกธนูที่ปลิวว่อนไปทั่วทุกทิศทางทำให้พวกปีศาจโจมตีอย่างบ้าคลั่ง โดยปกติแล้วการโจมตีที่เล็งมาที่ยูอิลฮานก็มักจะพลาดและในบางครั้งก็โดนพวกเดียวกันเองด้วยซ้ำ จริงๆแล้วพวกปีศาจมันฆ่ากันเองตายมากกว่ากับดักซะอีก!

ยูอิลฮานได้อยู่ภายใต้การต่อสู้นี้ด้วยการขยับตัวไปรอบๆตลอดเวลา แต่ว่าเขาก็รู้ว่าถ้าเป็นแบบนี้พวกมันไม่มีทางโดนตัวเขาแม้แต่เส้นผมแน่

การต่อสู้ที่ไม่มีความตื่นเต้นอะไรมันจะไปเป็นการฝึกได้ยังไงกัน! ไม่ว่าเขาจะทำแบบนี้ไปนานแค่ไหนสกิลของเขาก็ไม่มีทางยกระดับขึ้นแน่

"ฉันใช้อาร์ติแฟคมากเกินไปหรือป่าวนะ?... หรือว่าฉันควรจะลดจำนวนอาร์ติแฟคลงแล้วไปสู้ตรงๆแทน?"

[ขอล่ะอย่าเลย] (เลียร่า)

[ถึงมันอาจจะไปได้ดี แต่ว่าอย่าดีกว่านะ! ฉันจะเกลียดนายจริงๆนะถ้านายทำอะไรโง่ๆแบบนั้น] (เอิลต้า)

[แต่ถ้าเป็นยูอิลฮานฉันคิดว่าจะต้องไม่เป็นไร...] (สเปียร่า)

[หยุดให้ความเชื่อที่ไม่มีมูลนะ!] (เอิลต้า x เลียร่า)

เขาจะทำตามแผนการฝึกนี้แน่หากว่ามันไม่เสี่ยงต่อชีวิตของงเขา แต่ว่าเขาไม่อาจจะเอาอุปกรณ์ความปลอดภัยออกไปได้นี้เองทำให้เขาไม่ทำ ยูอิลฮานได้แต่หยักหน้ารับกับคำขอกดดันของทูตสวรรค์

"งั้นก็ช่วยไม่ได้แหะ ตอนนี้ก็เปลื่ยนเป็นเพิ่มเลเวลล่ะกัน"

เลเวลของยูอิลฮานยังคงอยู่ที่ 195 อยู่ดีไม่ว่าเขาจะได้รับค่าประสบการณ์จากมอนสเตอร์มากแค่ไหนก็ตาม แถมในดันเจี้ยนจำนวนของพวกปีศาจที่เกิดขึ้นมาก็ยังมีจำกัดอีกด้วยทำให้ในตอนนี้การพัฒนาของเขากำลังถูกจำกัด

[จำกัด? จำกัดอะไรรรรรรรรร?] (เลียร่า)

"อ่า เธอนี่น่ารำคาญจริงๆ"

แน่นอนเหตุผลที่พัฒนาของเขาช้าลงก็ไม่ใช่แค่นั้น ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งก็คือยูอิลฮานเอาแต่ต้องการล่าเป็นกลุ่มทำให้เขาต้องไปหาล่อมอนสเตอร์เป็นกลุ่มตามหลังตลอดเวลา ยังไงก็ตามหากเขาจัดการฆ่าทุกๆอย่างที่เจอเลยโดยไม่มาเสียเวลาล่อพวกมันเป็นกลุ่มๆเลเวลของเขาก็น่าจะเพิ่มเร็วขึ้นอีก

แม้ว่าเขาจะเจ็บใจที่เขาจะไม่ได้เชี่ยวชาญในทุกๆสกิลอย่างที่เขาต้องการได้ แต่เขาก็ตัดสินใจจะเชื่อว่าอย่างน้อยจะต้องมีสกิลมากกว่าสองสกิลที่เขาจะเชี่ยวชาญได้ก่อนที่จะได้รับภารกิจคลาส 4

"เอาล่ะ ถ้างั้นฉันก็ควรจะเริ่มต้นฆ่าพวกมันทั้งหมดที่นี่"

ในวินาทีที่เขาตัดสินใจได้แบบนี้เขาได้เปิดใช้งานกับดักระเบิดทั้งหมดในพื้นที่จนเกิดเป็นการระเบิดครั้งใหญ่ขึ้นมา พลังทำลายมันก็เรื่องหนึ่งแต่ว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าก็คือแรงระเบิดที่เฉียบพลันและรวดเร็ว

มันไม่มีทางที่ปีศาจพวกนี้จะได้รับผลแค่แสงหรือเสียงปกติเท่านั้น อาร์ติแฟคพวกนี้คือสิ่งที่ยูอิลฮานได้สร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถันเพื่อนำมาทำลายระบบป้องกันของพวกมันโดยเฉพาะ

[กี๊ซซซซซซซ!]

[ก๊าซซซซว!]

ในวินาทีที่พวกปีศาจทั้งหมดนิ่งงันไป เขาได้ใช้คลื่นกระแทกที่ปีกพุ่งตัวออกไปหามันและใช้การกระโดดซ้ำๆ

"โอโรจิ!!!"

[กรรรรรรรรร!]

ฉากๆนี้คล้ายกับในมังงะ เป็นฉากๆที่พระเอกกับพลังแฝงรวมพลังกัน แต่อันนี้คือยูอิลฮานกับโอโรจิที่เชื่อมต่อกันผ่านสกิลการปกครองได้ส่งพลังไปที่ปลายหอกมังกรแปดหาง

บนปลายหอกมังกรแปดหางที่เขาจับไว้แน่น เขาได้ใช้พลังเหนือมนุษย์เลเวล 99 พลังแห่งเผ่าพันธ์มังกรจากโลหิตมังกร ประกายเพลิงเลเวล 90 ความคมของดาบที่ซึ่งเขาต้องการมาที่สุดในตอนนี้ ทั้งหมดนี้ได้อัดแน่นกันอยู่ที่ปลายหอก ทั้งหมดเหล่านี้คือสิ่งที่ยูอิลฮานได้ฝึกฝนขัดเกลามาจนถึงตอนนี้

เดี๋ยวสิ ไม่ ยังมีอีกสิ่งหนึ่ง

"ฮ่าห์"

ระหว่างการพุ่งไปด้วยความเร็วที่เขาควบคุมไม่ได้แล้ว ยูอิลฮานก็ได้เหวี่ยงหอกของเขาไปข้างหน้าใส่สิ่งที่ขว้างทางเขา ในตอนนี้เองปีศาจที่อยู่ในระยะทั้ง 6 ทิศทางต่างก็เลือดพุ่งออกมา

[ติดคริติคอล!]

[ติดคริติคอล!]

[สกิลหอกไร้วิถีได้เพิ่มเลเวลเป็นเลเวล 83]

[ติดคริติคอล!]

ในขณะเดียวกันที่เขาแทงหอกไปด้านหน้า จำนวนหอกที่เขาใช้แทงได้ก็เพิ่มมากขึ้น สเปียร่าได้ตะโกนออกมาทันทีเมื่อเห็นแบบนี้

[นี่มันทำให้รู้สึกได้ถึงความชำนาญในระดับที่น่าทึ่งของสกิลขั้นสูงแล้วเนี้ย!?] (สเปียร่า)

[อิลฮานนายทำอะไรลงไปรู้ตัวไหม?] (เลียร่า)

[สเปียร่า ตอนนี้เธอกลัวว่าศิลปะการต่อสู้ของเธอจะถูกจะถูกยูอิลฮานไล่ทันงั้นหรอ?] (เอิลต้า)

[เงียบน่า] (สเปียร่า)

สงครามเล็กๆครั้งที่ 14 ของทูตสวรรค์ได้เกิดขึ้นอีกครั้งแล้ว แต่ยูอิลฮานก็ยังไม่เอามาใส่ใจเช่นเดิม เขาได้จัดการเอาชนะศัตรูด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดจนเลเวลเขาใกล้จะถึง 200 แล้ว แถมเขายังได้ยกระดับสกิลประกายเพลิงกกับหอกไร้วิถีขึ้นมามาก แต่แน่นอนว่าสกิลพวกนี้ก็ใช้มานามากเช่นกัน!

[ติดคริติคอล!]

[ติดคริติคอล!]

[คุณได้เชี่ยวชาญสกิลโจมตีคริติคอล ตอนนี้การค้นหาจุดอ่อนของศัตรูที่เจอกันในครั้งแรกจะทำได้ง่ายขึ้นและพลังจากการโจมตีคริติคอลจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก]

ทั้งเลือดเนื้อได้กระจายไปทั่วท้องฟ้า ยูอิลฮานได้ใช้ความเร็วที่มากกว่าเดิของเขาเพื่อหลบหลีกจากสายตาศัตรูและปกปิดตัวตนของเขา จากนั้นก็จะเกิดเสียงร้องเต็มไปทั่วพื้นที่และความตายขึ้นมาหลังจากผ่านไประยะหนึ่่ง

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ ?94?4512?453]

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 53?4435??501]

และในที่สุดแล้วช่วงเวลานั้นก็มาถึง

[คุณได้เชี่ยวชาญสกิลกระโดด ข้อจำกัดของการกระโดดซ้ำอีกครั้งรวมไปถึงระยะหน่วงก่อนการกระโดดอีกครั้งจะหายไปโดยสมบูรณ์ ยังไงก็ตามคุณจะต้องระวังการกระโดดซ้ำๆให้ดีเพราะมันจะสร้างภาระให้กับร่างกายของคุณ]

[ถ้าคุณได้เติมเต็มเงื่อนไขในการวิวัฒนาการสกิลคุณก็จะวิวัฒนาการสกิลนี้ไปเป็นสกิลขั้นสูงได้]

[หินพลังเวทย์คลาส 3 จำนวน 4,643,549/100,000 ก้อน]

[หนพลังเวทย์คลาส 4 จำนวน 19,685/1,000 ก้อน]

[เลือดของเผ่าพันธ์เวทมนตร์จำนวน 201,559/1,000 ลิตร]

[บรรลุความสำเร็จในเรื่องของการกระโดด 2/2]

[เงื่อนไขการวิวัฒนาการสกิลกระโดดได้ถูกเติมเต็มแล้ว คุณต้องการจะวิวัฒนาการสกิลหรือไม่?]

"...เอ๋?"

แม้ว่าเขาจะอย่างเชี่ยวชาญในสกิลพลังเหนือมนุษย์ก่อนเป็นสกิลแรก แต่กลับจบด้วยการที่เขาเชี่ยวชาญสกิลกระโดดก่อนซะงั้น เอาเถอะมันก็ไม่ได้แย่อะไร

'ต่างกับสกิลภาษาที่ต้องใช้หินพลังเวทย์คลาส 5'

ถ้าหากว่าสกิลภาษาต้องใช้คุณภาพ งั้นสกิลกระโดดก็จำเป็นต้องใช้ปริมาณ แน่นอนว่าเรื่องนี้คิดคำนวนจากมาตราฐานของยูอิลฮานเท่านั้น เขาได้มัวแต่คิดในสิ่งที่จะทำต่อไปจนลืมไปเสียสนิทว่าเขากำลังต่อสู้อยู่

[ก๊าซซซซซซซซ!]

"โอเคๆ ฉันกำลังจะเข้าไปแล้ว"

ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปเหมือนกับกำลังเล่นกับลูกหมาตัวน้อยๆ ตัวสุดท้ายนี้ที่เหนืออยู่ก็คือตัวที่เขาคุ้นเคยกับมันมากที่สุด ปีศาจสั่นสะเทือน

"โอ้ววววว!"

[ก๊าซซ!]

หลังจากหลบหนวดทั้งหมดที่พุ่งเข้าใส่เขาแล้วยูอิลฮานก็ได้แทงหอกออกไป

[ติดคริติคอล!]

หอกมังกรแปดหางที่ได้เมินแรงสั่นสะเทือนทั้งหมดและเผาไหม้ต่อไป คมหอกที่ซ่อนอยู่ภายใต้เพลิงได้ตัดหัวของปีศาจจนขาดครึ่ง

[คุณได้เพิ่มเลเวลเป็นเลเวล 196 พละกำลังเพิ่มขึ้น 2 ความคล่องแคล่วเพิ่มขึ้น 1 พลังชีวิตเพิ่มขึ้น 1 พลังเวทย์เพิ่มขึ้น 1]

"ฆ่าปีศาจจนหมดนี่ให้เลเวลฉันแค่เลเวลเดียวเองแหะ"

ยูอิลฮานได้บ่นออกมาก่อนที่จะเก็บศพของปีศาจ บาลิสต้าและกับดักทั้งหมดลงไป เขาไม่ลืมที่จะจัดการดูแลอุปกรณ์ทั้งหมดในทันทีเพื่อเตรียมใช้ในอนาคตอีกด้วย แล้วก็ด้วยเพลิงนิรันดร์ที่ได้ผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วนทำให้การซ่อมง่ายเหมือนปอกกล้วย

และหลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จแล้วมันก็ถึงเวลาที่เขาจะต้องมาคิดเรื่องการวิวัฒนาการสกิลกระโดด

[วิวัฒนาการสกิลกระโดดงั้นหรอ? สกิลกระโดดที่เป็นหนึ่งในส่วนเสริมของสกิลพลังเหนือมนุษย์ใช่ไหม?] (เลียร่า)

[ถึงแม้ว่าในตอนเริ่มจะเป็นแบบนั้น แต่ในตอนนี้มันน่าจะต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว ฉันไม่เคยมีสกิลนี้เลยเพราะว่าฉันไม่ได้เชี่ยวชาญในการเคลื่อนไหวร่างกาย... แต่ว่าเลียร่า สเปียร่า พวกเธอทั้งสองคนไม่มีสกิลนี้เลยหรอ?] (เอิลต้า)

เลียร่ากับสเปียร่าได้ส่ายหัวออกมาทั้งคู่

[ฉันเป็นพวกประเภทที่เข้าประชิดแล้วก็ทุบพวกให้แหละในทีเดียวน่ะ] (เลียร่า)

[ปกติทุกๆหอกของฉันจะโจมตีอย่างระมัดระวังทุกย่างก้าวน่ะ ในส่วนการเคลื่อนไหวฉันพึ่งมามีตอนเป็นทูตสวรรค์] (สเปียร่า)

[เธอบอกแค่ว่าไม่มีก็ได้นะ...] (เอิลต้า)

ถ้าว่าพวกเธอไม่ให้เหตุผลอะไรออกไปพวกเธอรู้สึกเหมือนกับจะแพ้ยูอิลฮานเลยทำให้พวกเธอพูดออกมาแบบนี้ แน่นอนว่ายูอิลฮานไม่ได้สนใจที่พวกเธอคุยกันเลย เขากำลังยุ่งกับการคิดเรื่องสกิลกระโดด

"ฉันควรจะวิวัฒนาการสกิลนี้ใช่ไหม?"

[ถ้านายไม่ได้มีแผนจะเอาหินพลังเวทย์คลาส 4 ไปทำอะไรอย่างอื่นแล้วล่ะก็นะ ฉันคิดว่าควรเลยล่ะ] (เอิลต้า)

คำแนะนำของเอิลต้ามีประโยชน์มาก ยูอิลฮานได้สะบัดหัวไล่ความลังเลสุดท้ายออกไปและเลือกที่จะวิวัฒนาการสกิล หินพลังเวทย์ส่วนหนึ่งกับเลือดมังกรที่เขามีอยู่ได้ปรากฏขึ้นมาด้านนอกและปกคลุมตัวเขาในทนัที

และอย่างสุดท้ายคือความสำเร็จที่เกี่ยวข้องกับสกิลกระโดด 'ผู้รวดเร็วที่สุด' 'กบที่กระโดดพ้นกำแพง' ทั้งสองฉายาได้ถูกถอดออกมาและเปลื่ยนไปเป็นบันทึกที่สูงขึ้น แน่นอนว่าเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมสองฉายานี้ถึงเป็นความสำเร็จที่เกี่ยวข้องกับการกระโดด

[มันแปลกมากที่สกิลนี้วิวัฒนาการเพียงลำพังได้ตั้งแต่แรกเลยได้...] (เลียร่า)

[ผลลัพธ์จะออกมาแบบไหนกันนะ? ฉันชักอยากจะเห็นมันแล้ว] (เอิลต้า)

[ไม่ว่าเงื่อนไขของการวิวัฒนาการจะยิ่งใหญ่แค่ไหนมันก็ยังมีอยู่หลายๆกรณีที่ผลลัพธ์ออกมาไม่ถึงขั้น แต่แน่นอนว่าฉันหวังไม่ให้มันเป็นแบบนั้น ยังไงก็ตามถ้านายหวังมากเกินไปนายก็จะ...] (สเปียร่า)

ในตอนที่สเปียร่ากำลังจะพูดจบ เลือดมังกรที่คลุมยูอิลฮานอยู่ได้กลืนกินหินพลังเวทย์ลงไปจำนวนมากและดูจะเปลื่ยนรูปแบบไปก่อนที่จะถูกร่างกายยูอิลฮานดูดเข้าไป

พวกทูตสวรรค์รู้ได้ทันทีว่ามานาที่มีคุณภาพและปริมาณมากกำลังเปลื่ยนไปเป็นในรูปแบบที่พวกเธอ 'รู้จักเป็นอย่างดี'

[...หืม]

[ฉันคิดว่าฉันมั่นใจนะ] (เอิลต้า)

[แต่ว่าความสามารถนี้... หืม?] (สเปียร่า)

ระหว่างที่ทูตสวรรค์กำลังสงสัยกันอยู่นี้ ยูอิลฮานก็ยังได้เริ่มทำความเข้าใจในเอกลักษณ์ของพลังที่พุ่งพล่านในตัวเขาไปแล้ว และในที่สุดก็มีข้อควมโผล่ขึ้นมาที่ม่านตาของเขา

[คุณได้รับสกิลข้ามมิติ พลังการกระโดดขั้นสูงที่จะบิดเบือนมิติเวลาและจะทำให้คุณไปในที่ที่คุณต้องการได้ ด้วยการใช้หินพลังเวทย์จำนวนมากจะทำให้การข้ามมิติเป็นไปได้และคุณจะไปที่ไหนก็ได้ตราบเท่าที่คุณรู้จักที่แห่งนั้นอย่างละเอียด คุณยังจะสามารถพาคนอื่นไปได้ด้วยการใช้หินพลังเวทย์เพิ่มขึ้น]

"..."

หลังจากได้เข้าใจถึงเอกลักษณ์ของพลังที่อยู่ในตัวเขาแล้ว เขาได้รู้สึกการผสมผสานแปลกๆระหว่างอิสรภาพ ความว่างเปล่า ความผิดหวังและความยินดี เขาได้พูดขึ้นมา

"ตอนนี้ก็กลับบ้านกันเถอะ"

เลียร่าได้เป็นตัวแทนในหมู่ทูตสวรรค์ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสดใสไร้กังวล

[โอเค!]

จบบทที่ บทที่ 179 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (5) [18-07-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว