เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 177 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (3) [13-07-2019]

บทที่ 177 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (3) [13-07-2019]

บทที่ 177 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (3) [13-07-2019]


บทที่ 177 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (3)

 

พวกเธอได้เริ่มเคลื่อนไหวในทันที และแน่นอนว่าโลกแรกที่พวกเธอได้ไปคือลานปลาส โลกที่คังมิเรย์ได้เชื่อมต่อด้วย พวกเธอหวังอย่างมากว่าจะไม่มีวงเวทย์นั่น แต่แล้วพวกเธอก็ต้องผิดหวัง ที่นี่ได้มีวงเวทย์อยู่ในที่โล่งอย่างชัดเจน

แน่นอนมันก็ถูกซ่อนเอาไว้ในมุมหนึ่งของทวีป แต่ว่าวงเวทย์นี้ก็ไม่อาจจะหลบเลี่ยงไปจากสายตาของจอมเวทย์ที่ทำการค้นหาอย่างละเอียดไปได้เลย และจากที่นี่ทำให้พวกเธอพอเดาได้เรื่องหนึ่งคือการสร้างวงเวทย์นี่จะต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตขั้นสูง แต่ว่าคนที่ติดตั้งมันเป็นสิ่งมีชีวิตขั้นต่ำ

แน่นอนว่าที่พวกเธอเดาว่าคนที่่เคลื่อนไหวเป็นสิ่งมีชีวิตขั้นต่ำก็เพราะว่าสิ่งมีชีวิตขั้นสูงไม่อาจจะใช้พลังในโลกที่มีระดับต่ำได้ เรื่องนี้ได้ทำให้พวกเธอโล่งใจมากขึ้น

ยังไงก็ตามแค่หาวงเวทย์เจอก็ยังไม่ได้หมายความว่าจัดการวงเวทย์ได้แล้ว

"แม้ว่าแม่จะพูดไปว่าฉันจัดการมันมาแล้ว แต่ตัววงเวทย์เองก็มีระบบการป้องกันของมันดังนั้นระวังตัวเอาไว้ด้วย บางทีมันอาจจะมีรูปแบบอื่นอีกก็ได้ดังนั้นอย่าคลายการระวังตัวนะ"

"ค่ะ"

คังมิเรย์ได้ตอบกลับอย่างตั้งใจ เธอได้จับคทาแน่น นายูนาก็ยังร่ายพรให้กับทุกๆคน คิมเยซอลได้มองไปที่นายูนาด้วยความตกใจในความสามารถการเสริมพลังที่สุดยอดของเธอ แต่แล้วเธอก็กลับมาตั้งสติร่ายเวทย์ของเธอ

"หยุดเวลา!"

มานาชั้นสูงที่คังมิเรย์ไม่อาจจะขัดขวางการไหลได้เกิดขึ้นมาและครอบคลุมพื้นที่ที่วงเวทย์อยู่ คังมิเรย์ที่ได้เข้าใจคำร่ายนี้ได้ตะโกนออกมาอย่างตกใจ

"การหยุดเวลา!?"

"โอ้ มันไม่ใช่อะไรที่ยิ่งใหญ่แบบนั้นหรอกจ้ะ นี่มันก็แค่การสร้างพื้นที่เวทย์ขึ้นมาทำให้เป้าหมายที่อยู่ภายในเวทย์ช้าลงไปเท่านั้นเอง"

แค่นี้มันก็ยิ่งใหญ่มากๆแล้ว

ยังไงก็ตามนอกเหนือไปจากความตกใจของคังมิเรย์แล้ว คิมเยซอลก็ได้โจมตีวงเวทย์ด้วยกระสุนเวทย์ที่บีบอัดจนถึงขีดสุดในเวลาเดียวกันกับที่เธอใช้เวทย์เวลา วงเวทย์ได้เปล่งออร่ามานาที่มหาศาลออกมาสร้างเป็นโล่ในทันทีที่มันตรวจเจอการโจมตีจากศัตรู ในตอนนี้เองคังมิเรย์ก็รู้สึกตัว

"พายุสายฟ้า!"

ในตอนนี้คลื่นมานาที่ไม่อาจจะต้านทานได้ทั้งสองได้ปะทะเข้าหากัน พลังเวทย์สายฟ้าระดับสูงที่ได้กวาดผ่านสร้างแดงดึงดูดไปทั่วสถานที่ สายฟ้าของเธอได้ใช้มานาของพันธมิตรทั้งหมดรวมไปถึงของศัตรูเช่นกันในการสร้างความเสียหาย เรื่องนี้เองที่ใช้การโจตีของศัตรูมาเป็นประโยชน์ให้กับตัวเองทำให้เธอเหมาะสมกับคำเรียกว่าจักรพรรดินีอย่างแท้จริง

"โอ้ นี่มันน่าทึ่งมาก"

"ฮ่าหหห์"

พายุสายฟ้าได้อยู่เหนือวงเวทย์กลืนกินกระสุนเวทย์ทั้งหมด และในท้ายสุดก็กลืนลงไปแม้กระทั่งโล่ป้องกันของวงเวทย์ ยิ่งไปกว่านั้นการโจมตีของคิมเยซอลก็พุ่งเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง กระสุนเวทย์ของเธอทำให้เป้าหมายเกิดการกระทำล่าช้าขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทั้งการฟื้นฟูมานาหรือการป้องกันก็ตามที

"ฮ่าห์ ระวัง!"

"กรี๊ดดด!"

ยังไงก็ตามการโจมตีของเธอช้าไปนิดเดียว ทันทีที่วงเวทย์ถูกการโจมตีจำนวนมากที่มันไม่อาจจะต้านทานได้ มันได้เริ่มปล่อยควันสีดำออกมาอย่างบ้าคลั่งพร้อมทั้งสั่นอย่างรุนแรง

นี่คือการโจมตีที่อันตรายมากๆที่จะฆ่าพวกเธอได้เลยหากพวกเธอเผลอสูดควันเข้าไปแม้แต่นิดเดียว หมอกนี่คือพิษร้ายแรงที่เกิดขึ้นมาจากการควบรวมของเวทย์ที่ต่างชนิดกัน คิมเยซอลก็ยังต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายเมื่อเจอเข้ากับเหตุการณ์นี้

ดังนั้นเธอเลยพยายามที่จะป้องกันควันสีดำด้วยเวทย์หยุดเวลาและกระสุนเวทย์ของเธอ แต่ว่าโชครายที่ระยะของควันนี่มันเหนือไปกว่าการควบคุมของเธอไปแล้ว ถึงแม้นั้นหากไม่มีเวทย์ของเธอทั้งกลุ่มก็คงจะถูกควันนี่ไปนานแล้ว

แน่นอนว่าในส่วนของเรื่องนี้คิมเยซอลก็ได้เตือนในเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าแล้วด้วย เธอคิดว่าทุกๆคนก็น่าจะสามารถป้องกันตัวจากมันได้ ตอนนี้เองตัวเธอก็ได้เตรียมจะร่ายเวทย์อีกแล้ว

"ฮ่าห์"

ยูมิลที่ตกลงไปตรงวงเวทย์ด้วยความเร็วราวสายฟ้าได้สร้างเวทย์เกรียวสายลมขึ้นและทะลวงวงเวทย์!

[ติดคริติคอล!]

วงเวทย์ไม่อาจจะทนแรงปะทะได้และถูกฉีกกระฉากออกมาจากการโจมตีในจังหวะที่ไม่คาดคิด ยังไงก็ตามแม้ว่าวงเวทย์จะถูกทำลายไปแล้วยูมิลก็ยังอยู่ในดงควันพิษ คิมเยซอลได้ตะโกนออกมาอย่างตกใจทันที

"มิล!"

"โอ้ มิลไม่เป็นอะไรค่ะ คุณแม่"

คังมิเรย์ได้ปลอบคิมเยซอล ดวงตาของคิมเยซอลได้เปิดกว้างขึ้นมา แต่ว่าไม่นานนักควันสีดำที่กระจายอยู่ก็เริ่มถูกดูดไปที่จุดศูนย์กลาง

วงเวทย์ยังไม่ถูกทำลายแล้วมันก็พยายามจะทำอะไรงั้นหรอ!? ในวินาทีที่คิมเยซอลได้เตรียมที่จะร่ายเวทย์ขึ้นมาอย่างเป็นกังวล หมอกควันที่เหลือทั้งหมดก็ได้หายไปและยูมิลได้เดินออกมาด้วยใบหน้าพะอืดพะอมจนทำให้คิมเยซอลเป็นกังวล แต่แล้วคำพูดหนึ่งก็ดังออกมา

"นี่มันไม่เห็นอร่อยเลยสักนิด"

"..."

"มิลมีความต้านทานพิษขั้นสูงรวมไปถึงคำสาปขั้นสูงค่ะ คุณแม่"

"สกิลนี้มัน...."

มันเป็นเรื่องปกติที่คิมเยซอลจะไม่ได้มีความรู้ในเรื่องสกิลนี้เลย สกิลนี้จะไม่มีทางได้รับมาเลยหากว่าไม่ได้มาจากภารกิจจากทูตสวรรค์หรือไม่ก็อีกวิธีหนึ่งที่พื้นฐานที่สุดคือการต้องผ่านการทุกทรมานที่มากมายมาให้ได้ ยังไงก็ตามเพราะยูมิลมีพ่อที่ดีทำให้เขาเกิดมาก็มีสกิลนี้เลย!

เมื่อเป็นแบบนี้คิมเยซอลได้หมดพลังลงหลังจากได้รู้ว่าตัวเธอประเมินศักยภาพของหลานชายเธอต่ำเกินไป ยูมิลที่ได้ยกระดับสกิลผ่านการดูดหมอกควันพิษทั้งหมดลงไปได้หันหน้ามองมาที่เธองงๆ

"คุณย่า"

"อะ ว่าไงจ๊ะ?"

"มีคนกำลังดูอยู่อะ ผมควรจะไปจับพวกเขาไหมครับ?"

 

คราวนี้ไม่ใช่แค่คิมเยซอล คังมิเรย์และนายูนาก็ยังผงะไปเมื่อได้ยินแบบนี้ คังมิเรย์ได้หยักหน้าตอบแทนคิมเยซอลในทันที

"โอเค ฝากด้วยนะมิล"

"เข้าใจแล้วครับ"

"แค่มิลคนเดียวจะไม่เป็นไรหรอกจ๊ะ?"

"ไม่เป็นไรหรอกครับผม!"

"รอเดียวนะ เดี๋ยวพี่สาวจะร่ายเวทย์ป้องกันให้"

"ไม่เป็นไรหรอกครับ คนพวกนั้นอ่อนแอ"

จากนั้นมิลก็หายตัวไปในทันที คิมเยซอลได้มองดูจุดที่มิลหายตัวไปพร้อมกับพึมพัมออกมาอย่างตกตะลึง

"มิลมีพรสวรรค์เยอะจริงๆเลยเนอะ"

"ถ้าหากเอาพรสวรรค์การสร้างอาร์ติแฟคออกไปจากยูอิลฮานแล้วเอาพรสวรรค์การใช้เวทย์มาแทนนั่นแหละคือมิลแหละน้า~"

แม้ว่ามิลจะด้อยกว่ายูอิลฮานเอามากๆในด้านพลังการต่อสู้ แต่ว่าช่องว่างนี้กำลังค่อยๆสั้นลง นี่ก็เพราะว่ามิลได้พัฒนาจากการต่อสู้กับศัตรูมาอย่างมากมาย แต่ว่ามันก็ยังมีเพราะการที่มิลได้เลเวลเพิ่มขึ้นมาจากการกินเนื้อมังกรที่ยูอิลฮานทิ้งเอาไว้ให้อีกด้วย

ใช่แล้ว มิลแตกต่างตั้งแต่เขาเกิดแล้ว เขาเกิดมาในตำแหน่งที่ไม่ว่าใครก็ต้องอิจฉา เขายังได้มีความพยายามที่จะไขว้ขว้าความแข็งแกร่งอย่างไม่สิ้นสุดด้วย และโชคดีที่เขาก็มีโอกาสที่จะได้ทำแบบนั้น ดังนั้นมันไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะต้องแข็งแกร่งยิ่งๆขึ้นไปในทุกๆวัน

แต่สิ่งที่แปลกกว่าเลยก็คือคิมเยซอลที่ดูจะแกร่งกว่ามิลในตอนนี้ เวทย์ที่เธอร่ายออกมาตลอดจนถึงเมื่อกี้เป็นสิ่งที่เธอไม่เคยเห็นหรือได้ยินมาก่อนเลย เวทย์แต่ล่ะอย่างต่างก็แกร่งเกินกว่าจะวัดค่าออกมาได้ จากความรู้ของคังมิเรย์แล้วมันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะใช้เวทย์ขัดกับกฏของเวลาทั้งๆที่ยังไม่เป็นสิ่งมีชีวิตชั้นสูง... แต่ว่าคนที่ทำได้กลับมาอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว

"คุณแม่คือ... มะ ไม่มีอะไร"

คังมิเรย์กำลังจะถามออกมาแล้วแต่เธอก็ไม่ทำ ตั้งแต่แรกแล้วพลังของยูอิลฮานก็ไม่อาจจะอธิบายได้เช่นกัน ถึงแม้ว่าเธอจะรู้ว่ามันจะหยาบคายที่จะถามออกไป แต่เธอก็เกือบจะพลาดออกไปเพราะสถานการณ์ที่ผ่อนคลาย ยังไงก็ตามคิมเยซอลดูเหือนจะเข้าใจว่าเธอจะพูดอะไรออกมาและส่ายหัวด้วยรอยยิ้ม

"แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมแม่ถึงแข็งแกร่งได้ จริงสิ... ทำไมกันนะ?"

"อ่า เพราะคุณแม่มีพรสวรรค์..."

"ไม่เลย นี่ไม่ใช่พรสวรรค์ แม่กล้าพูดเลยว่าแม่ไม่มีพรสวรรค์ นี่ก็เพราะแม่กับเราเจอกับลูปที่ไม่อาจจะไปข้างหน้าได้"

"ลูป?"

คังมิเรย์ได้แต่สงสัยกับคำแปลกๆ แต่ว่าคิมเยซอลไม่ได้พูดอะไรอีกแล้ว ไม่นานนักยูมิลก็หิ้วคนสองสามคนที่หมดสติกลับมา และคังมิเรย์ก็ได้ลืมเรื่องที่คุยกันก่อนหน้านี้ไป

คังมิเรย์ไม่ได้มีความสามารถในการเค้นข้อมูลเหมือนที่ยูอิลฮานมี ดังนั้นเธอก็เลยกังวลว่าจะรีดข้อมูลจากคนพวกนี้ยังไงดี

"บอกเรื่องเวทย์ให้กับพวกเราดีๆ..."

"พวกเราจะบอกแล้ว! ไว้ชีวิตเราด้วย!"

"ฉันจะบอก บอกแน่ถ้าเธอรับประกันว่าจะไม่ฆ่าฉัน!"

ก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรออกมาอีก คนพวกนี้ก็รู้ได้ถึงสถานการณ์สุ่มเสี่ยงและรีบพูดออกมาทันที

"ถะ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่อยู่ที่นี่ แต่ว่ามีชนชั้นสูงกับอัศวินร่วมมือกับเรา...."

"ที่เราเห็นมีแค่เทวดาตกสวรรค์หนึ่งคน ยังไงก็ตามจากคำพูดของเขา..."

พวกนี้คือชนชั้นสูงที่อาศัยอยู่ในพระราชวังศ์ที่คังมิเรย์เคยเจอมาก่อนด้วยในปราสาท กลุ่มคนเน่าเฟะที่ไม่ได้มีความสามารถหรือความกระตือรือร้นอะไร มีก็แต่ความโลภเต็มไปหมด คนพวกนี้เป็นพวกที่ถูกชักจูงด้วยสิ่งของได้ง่ายที่สุดและยอมคายทุกอย่างออกมาได้ง่ายด้วยเช่นกัน

"เรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้น"

คังมิเรย์ที่วิเคราะห์ข้อมููลทั้งหมดที่ได้มาแล้วก็ได้เผาคนพวกนี้ทั้งหมดจนเป็นเถ้าถ่านก่อนที่จะยืนขึ้นมาพึมพัม

"ถึงฉันจะพอเดาเรื่องนี้ได้แล้ว แต่ว่ามันไม่มีทางที่เทวดาตกสวรรค์จะไว้ใจให้ข้อมูลคนพวกนี้แน่"

"แต่ว่าพวกเราก็ยังได้อะไรมาบ้างนะ อย่างที่เราคิดเอาไว้วงเวทย์นี่เป็นแผนบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับโลกเรา แล้วก็ยังมีเรื่องชื่อเวทย์นี่ที่มีชื่อว่า 'อิสรภาพ' อีกด้วยนะ"

หืม อิสรภาพ

คิมเยซอลได้ครุ่นคิดกับคำๆนี้ แต่แล้วเธอก็คิดอะไรไม่ออกเลย มันต้องมีอะไรบางอย่างอย่างแน่นอนและมันจะต้องเกิดสถานการณ์ที่ใหญ่โตยากเกินแก้ขึ้นมาแน่หากพวกเธอปล่อยทิ้งเอาไว้

ผู้คนจากโลกที่แตกต่างกันนับสิบได้เข้าร่วมกับพวกนี้แล้ว โลกต่างๆทั้งหมดที่เชื่อมต่อกับโลกต่างก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อแล้ว

"เส้นทางที่พวกนั้นใช้กระจายข่าวคือ..."

"ไม่จำเป็นต้องคิดกันแล้ว จะต้องเป็นกิลด์ทหารรับจ้างแน่~ แน่ชัดแล้วว่าการตั้งระบบของทหารรับจ้างขึ้นทำให้เกิดเรื่องนี้"

นายูนาได้ถอนหายใจพูดออกมา เวลามันเหมาะเจาะกันมากจนพวกเธอคิดว่าเทวดาตกสวรรค์กำลังรอคอยเวลานี้มานานแล้ว

"พวกนั้นซ่อนแผนเอาไว้ต่างๆมากมายไว้บนโลกตั้งแต่แรกแล้ว"

และแผนของพวกเขาก็ได้ถูกยูอิลฮานจัดการจนพังยับเยิน แม้ว่ามันจะเกิดขึ้นมาหลายต่อหลายครั้งแต่ผลลัพธ์ก็ไม่ได้เปลื่ยนแปลง

ในท้ายที่สุดแล้วพวกนั้นก็ก็รู้ความจริงว่าไม่ว่าพวกเขาจะร่วมมือยังไงก็ล้มเหลวอยู่ดีเว้นแต่ว่าพวกเขาจะหาทางใช้พลังของสิ่งมีชีวิตขั้นสูงได้

ยังไงก็ตามด้วยมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 โลกก็ได้เริ่มเชื่อมต่อเข้ากับโลกต่างๆมากายตรงๆ แม้ว่ามันจะมีผลดีในการรวบรวมคนต่างๆมาช่วยกันได้ แต่ในทางกลับกันก็ยังมีพวกคนแย่ๆจากโลกต่างๆมาด้วยเช่นกัน

"กองทัพจรัสแสงเป็นพวกเลวร้าย เป็นคนทรยศของกองทัพสวรรค์ คนพวกนี้ไม่น่าจะมายุ่งกับโลกที่อยู่ภายใต้การจัดการของสสวรรค์ได้ แต่ยังไงก็ตามเพราะประตูมิติได้เปิดขึ้นบนโลกทำให้คนพวกนี้สามารถใช้มนุษย์ทำสิ่งแย่ๆได้อย่างเปิดเผย"

"ถ้างั้นสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดที่เราคุยกันก็ได้กลายเป็นจริงแล้วสินะ"

คังมิเรย์ได้พึมพัมอย่างท้อใจ แต่ไม่นานนะร่างกายเธอก็ตึงเครียดขึ้นพร้อมตะโกนออกมา

"เรามาจัดการเท่าที่ทำได้กันดีกว่า พวกนี้บอกว่าผลของเวทย์จะเพิ่มขึ้นตามวงเวทย์ในโลกต่างๆใช่ไหม? ถ้างั้นพวกเราก็จะต้องจัดการวงเวทย์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"

"เฮ้อ... ถ้าอิลฮษนอยู่ที่นี่ก็คงจะดีเนอะ~"

"อย่าทำเสียงแบบนั้นสิ พวกเราจะต้องไปที่เบร์ย่าเดี๋ยวนี้เลย เตรียมตัวไว้เลย เราจะไม่ได้พักกันแล้ว"

"อูววววววว"

คังมิเรย์ได้แตะหน้าผากของนายูนาเบาๆ คิมเยซอลได้มองดูฉากนี้อย่างพอใจและกอดยูมิล ยูมิลได้เอียงหัวออกมา

"คุณย่าใช้น้ำหอกด้วยหรอครับ?"

"ไม่นะจ้ะ"

"กลิ่นคุณย่าหอมจัง"

"โอ้จริงหรอ?"

เพราะแบบนี้เธอก็เลยเพลิดเพลินไปกับการเล่นกับหลานชายของเธอ สายตาของคังมิเรย์กับนายูนาได้มองมาที่เธอ จากนั้นคิมเยซอลก็ได้แอบถอนหายใจออกมาโดยที่ไม่มีใครเห็น

"เจ้าลูกคนนี้... ไปทำอะไรอยู่ไหนกันนะ?"

ลูกของเธอเขายุ่งอยู่ตลอดเวลา เธอไม่คิดว่าเขาจะหนีไปอู้หลังจากตัดการสื่อสารทั้งหมดแน่ๆ แต่ในตอนนี้มีเรื่องน่ารำคาญเกิดขึ้นมาบนโลกทำให้เธออดไม่ได้ที่จะคิดถึงลูกชายของเธอที่จัดการความวุ่นวายต่างๆก่อนที่จะเริ่มขึ้นเสมอมา

"คุณแม่ค่ะ ไปกันเถอะ"

"จ้ะ"

คิมเยซอลได้หยุดคิดถึงลูกของเธอและตามหลังคังมิเรย์ไป ประตูมิติยังคงเชื่อมต่ออยู่กับโลกตลอดเวลาดังนั้นพวกเธอจะต้องเร่งกันแล้ว

*****

ในขณะเดียวกัน คนที่ทุกๆคนใฝ่หาในตอนนี้ ยูอิลฮาน...

"โอ้วววววววววววว!!!"

[ก๊าซซซซซซ!]

[ก๊าาาาาาาาาาาาา!]

[ก๊าาา! ก๊าซซซซซซซซ!]

[กี๊ซซซซซ!]

[นายมันบ้าไปแล้ว! นายมันบ้าจริงๆ! นายคิดจริงดิที่จะรวมพวกมันมาล่าทั้งหมดในครั้งเดียว!] (เลียร่า)

[กรี๊ดดดดดด! มันกำลังมาแล้ว! มันมาแล้ว! ยูอิลฮาน! อิลฮานนนนนนนนน!] (เอิลต้า)

"ฉันไม่ได้บ้าซักหน่อยนะ ฉันก็แค่ยกระดับความยากในการฝึกเท่านั้นเอง"

เขาได้ยกระดับความยากที่นรกอยู่แล้วให้เป็นโครตๆนรกยิ่งไปกว่าเดิมอีก!

จบบทที่ บทที่ 177 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (3) [13-07-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว