เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 175 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (1) [09-07-2019]

บทที่ 175 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (1) [09-07-2019]

บทที่ 175 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (1) [09-07-2019]


บทที่ 175 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (1)

 

หลังจากยูอิลฮานได้จัดการปปีศาจสายฟ้าแบบทั้งๆที่สับสนอยู่แล้ว ทั้งกลุ่มก็ได้เริ่มที่จะคุยกันถึงความเป็นจริง

[มันเป็นไปได้ไงกันที่ฉันติดต่อไปสวรรค์ไม่ได้ทั้งๆที่อยู่บนโลก] (เลียร่า)

[นี่มันไม่ใช่ปกติเลียร่า ใจเย็นก่อนนะ] (สเปียร่า)

[ยูอิลฮาน นายไม่เป็นไรนะ? ยูอิลฮาน] (เอิลต้า)

ในตอนแรกพวกเราก็น่าจะเดาได้ตั้งแต่ที่ยูอิลฮานสร้างประตูมิติที่เชื่อมต่อกับ 'โลกอื่น' ได้ด้วยตัวเองแล้ว ไม่ใช่ว่าตัวเขากับทูตสวรรค์รู้กันเป็นอย่างดีหรอกหรอว่าเขาไม่ได้มีโลกไหนที่เชื่อมต่ออยู่เลย พวกเขาน่าจะสังเกตได้เห็นนับตั้งแต่ที่ประตูมิติเปิดแล้ว

แต่มันก็แค่เพราะตอนที่พวกเขาจะคิดแบบนั้นก็ตัดสินไปว่าโลกไม่น่าจะมีปริมาณมานาที่มากแบบนี้ทำให้มันสายเกินไปกว่าที่จะคิดได้ทัน

[ถ้างั้นที่นี่ก็คือที่ไหนซักที่บนโลกสินะ] (เลียร่า)

[เพราะพวกเราอยู่บนโลกเลยทำให้ความสามารถของฉายาใช้งานไปแล้วแต่เขาอยู่ที่เดิม] (เอิลต้า)

[ถึงมันจะไม่น่าเชื่อ... แต่ฉันก้คงต้องเชื่อ บันทึกนภาคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้มองไปรอบๆด้วยสายตาที่ต่างไปจากเดิม

เขาได้เก็บศพของปีศาจสายฟ้าเข้ามาในช่องเก็บของแล้ว สิ่งที่เขากำลังเห็นตอนนี้คือพื้นดินสีเลือด หลุมขนาดใหญ่ที่เขาขุดเอาไว้ และท้องฟ้าที่สีแดงเลือดยิ่งกว่าพื้นดิน อย่างท้ายที่สุดแล้วก็คือต้นเบาบับที่โตเชื่อมระหว่างผืนดินกับท้องฟ้า

"นี่มัน..."

น้ำเสียงของเขาชัดเจน แต่ว่าเขาก็ไม่รู้เลยว่าอารมณ์ภายในที่อยู่ข้างในตัวเขามันคืออะไร

"...คือโลกแน่หรอ...?

[ใช่แล้ว โลกนี้คือสิ่งเดียวที่เชื่อมต่อกับนายอย่างลึกซึ่งจนไม่เคยแยกจากนายได้แล้ว] (เอิลต้า)

[แต่เป็นที่ไหนบนโลกล่ะ? ถ้านับจากตั้งแต่ที่เขาบินไปบนที่นี่ เขาก็น่าจะวนได้เป็นร้อยรอบแล้วนะ] (เลียร่า)

[ดันเจี้ยน] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้ให้คำตอบออกมา

[มันก็เป็นไปได้ที่จะเป็นดันเจี้ยนบนโลก] (เอิลต้า)

[ชัดเจนเลยว่ามันไม่ใช่ดันเจี้ยนที่เกิดจากกับดักแห่งการทำลายแน่ นี่มันหมายความว่าเกิดขึ้นมาจากมานาของใครซักคน?] (เลียร่า)

[ถูกแล้ว นั่นก็เลยช่วยอธิบายเหตุผลที่ว่าทำไมเราถึงติดต่อสวรรค์ไม่ได้ได้ด้วย ] (เอิลต้า)

[...] (สเปียร่า)

ยูอิลฮานได้มองไปรอบๆอีกครั้ง แม้ว่าเขาจะมีประสบการณ์กำลังไปบุกทำลายดันเจี้ยนมานับไม่ถ้วน แต่เขาก็ไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยว่าที่นี่ก็เป็นดันเจี้ยนด้วย

"ใครกันที่เป็นคนสร้างดันเจี้ยนที่มีขนาดใหญ่มากกว่าโลกซะอีกขึ้นมากัน?"

[จริงๆแล้วมันก็เป็นไปได้อยู่เพราะว่าที่นี่ไม่ใช่โลกจริงๆ ดันเจี้ยนน่ะจะเปลื่ยนไปตลอดเวลาตามอิทธิพลของมานา! มันก็เป็นไปได้ว่านายได้วนรอบดันเจี้ยนนี้แล้วมาสองสามครั้ง แต่ยังไงก็ตามที่นายไม่รู้ตัวก็เพราะที่นี่มันเปลื่ยนแปลงไปอยู่ตลอดเวลาไงล่ะ] (เอิลต้า)

[ไม่อยากจะเชื่อเลย...] (เลียร่า)

[ยังไงก็ตามถ้าที่นี่่เป็นดันเจี้ยน...] (สเปียร่า)

จะดูก็มีแต่เพียงสเปียร่าที่เข้าใจในเจตนาของเอิลต้า ดวงตาของเธอได้ส่องประกายออกมาในขณะที่พูดขึ้น

[มันก็น่าจะมีทางออกไป]

"ทางออกงั้นหรอ?"

[ทงออก... มันอาจจะไม่มีอยู่ในเมื่อดันเจี้ยนนี้เดิมทีถูกสร้างขึ้นมาโดยที่ไม่เชื่อมต่อกับที่ไหนเลย แต่ไม่ว่ายังไงมันก็เพราะที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่ามีคนที่ซ่อนมันเอาไว้] (สเปียร่า)

"ถ้างั้น..."

ในตอนนี้ยูอิลฮานได้รับคำตอบแล้ว มือของเขาได้กำที่หอกมังกรแปดหางแน่นมากขึ้น

"ฉันก็จะจัดการคนที่ทำดันเจี้ยนนี้ขึ้นมา"

[แต่ว่านายก็ต้องระวังตัวด้วย คนที่สร้างดันเจี้ยนขนาดแบบนี้ขึ้นมาได้และสร้างมอนสเตอร์ที่น่ากลัวแบบนี้ต้องไม่ธรรมดา แม้ว่าฉันจะไม่อยากจะเชื่อก็ตาม แต่เจ้ามอนสเตอร์นั่นจะต้องเป็นมอนสเตอร์ที่สามารถก้าวไปสู่สิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้ด้วยตัวเองแน่...] (เลียร่า)

[ตอนนี้ก็มาหยุดขุดกันก่อนดีกว่า ดูจากการที่ยิ่งขุดลึกลงไปเท่าไหร่ก็ยิ่งเจอกับความเข้มข้นของมานามากขึ้นแล้ว เจ้าของที่นี่ก็น่าจะอยู่ใต้นั้น] (เอิลต้า)

[ปัญหาเดียวในตอนนี้ก็คือมันมีความเป็นไปได้ที่เขาาจจะมากำลังยูอิลฮานก่อน...] (สเปียร่า)

"อ่า ซับซ้อนจริงๆเลย"

ยูอิลฮานได้มองไปบนพื้นเหมือนกับเขาจ้องไปที่มอนสเตอร์ใต้ดินนั้น และเขาก็ไม่อาจจะสัมผัสได้ถึงอะไร

"เธอบอกว่ามันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตชั้นสูงใช่ปะ? ถ้างั้นฉันก็จะผ่านไปได้แน่"

[ถึงฉันจะอยากเชื่อ... อะไรนะ?] (เลียร่า)

"บางทีฉันก็น่าจะหนีไปได้"

แม้ว่าเขาจะอยู่ในคลาส 3 แต่ยูอิลฮานก็ได้ประกาศออกมาว่าเขาสามารถจะหนีไปจากสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้ นี่มันเป็นเรื่องจริง พวกเธอแย้งเขาไม่ได้เลย ถ้ามันเกิดขึ้นปัญหาใหญ่ก็คงเป็นการที่พัฒนาขึ้นไปจากการฆ่ามอนสเตอร์ทั้งๆที่หลบหนี แต่ว่าสิ่งที่น่ากลัวล่ะ? มันคือการที่ยูอิลฮานอาจจะทำมันได้สำเร็จ

"ฟู่"

ยูอิลฮานได้ตบแก้มของเขาราวกับจะสลัดความสิ้นหวังออกไป เขาได้ยือกล้ามเนื้อของเขาออกมา

มันไม่จำเป็นต้องรู้สึกแย่ลงไปสักนิด ถึงแม้ว่าเขาจะกังวลที่เขาอาจจะไม่ได้เจอกับพ่อแม่ ยูมิล ลูกน้องคนอื่นๆ รวมไปถึงเพื่อนของเขาอย่างคังมิเรย์กับนายูนาด้วย แต่ว่าที่นี่เขาก็มีสิ่งอื่นทุกๆอย่างอยู่ไม่ใช่หรอ?

เครื่องมือใช้สร้างอุุปกรณ์ อาหารที่ตุนเอาไว้มากพอ น้ำทะเลสาบที่พอจะอาบน้ำได้ เพลิงนิรันดร์ และยิ่งกว่านั้นคือเทคนิคทั้งหมดที่เขาได้ฝึกมาตลอด สิ่งนี้คือสิ่งที่เขาได้เตรียมการฝึกมานับตั้งแต่ที่เขาถูกทิ้งไว้บนโลกคนเดียว

"ให้ตายสิ ฉันไม่เคยคิดเลยว่าฉันจะต้องมาถูกทิ้งไว้ในดันเจี้ยนบนโลกคนเดียวอีกครั้ง"

[แต่มันก็ยังดีนะที่นายยังอยู่กับฉันได้ใช่ไหมล่ะ] (เลียร่า)

"...นั่นก็จริง"

เมื่อได้เห็นเลียร่าโผล่ออกมาจากเกราะของเขายูอิลฮานก็ได้แต่หัวเราะออกมา เธอพูดถูก เขาพูดผิดไปในเรื่องที่เขาบอกว่าเขาอยู่คนเดียว

เขาไม่เคยต้องอยู่คนเดียวเลยในพันปีบนโลก ตอนนี้ก็ด้วยเช่นกัน เขายังมีคนอีกสามคนอยู่กับเขา แม้ว่าในทางกายภาพแล้วพวกเธอจะเป็นแค่ภาระ แต่ว่าพวกเธอก็เป็นคู่หูที่มีค่าของเขา

เมื่อคิดได้แบบนี้พลังได้พุ่งออกมาจากร่างของเขา เขารู้สึกเหมือนกับว่าในตอนนี้เขาสามารถจะทำได้ทุกอย่างแล้ว

"เยี่ยม ถ้างั้นเราก็มาทำให้ดีที่สุดจนกว่าจะถึงวันที่ต้องกลับไปแล้วกัน"

[ถ้าเป็นนาย นายจะต้องทำสำเร็จได้ในอีกไม่นานแน่ ถ้านายได้รับคลาส 4 มาก็ไม่น่าจะมีอะไรต้องกังวลแล้ว] (เอิลต้า)

[คลาส 4 สินะ ถ้าเป็นยูอิลฮานก็น่ากลัวจริงๆแหละ เขาน่าจะทำมันสำเร็จได้ใน 50 ปี] (สเปียร่า)

"เธอหมายความว่ายังไง 50 ปีน่ะ"

ยูอิลฮานได้ส่งเสียงไม่พอใจออกมาและปฏิเสธคำพูดนั้น

"แค่ 5 ก็พอแล้ว"

[5 ปี...?] (เลียร่า)

[ยูอิลฮาน นับตั้งแต่โลกได้เชื่อมกับบันทึกนภามันผ่านไปนานแค่ไหนกันล่ะ? ประมาณ 2 ปีใช่ไหม แล้วตอนนี้นายกำลังพูดว่านาจะทำอะไรใน 5 ปีนะ?] (เอิลต้า)

เอิลต้ากำลังจะพูดต่อออกไปแต่แล้วก็คิดขึ้นได้ ยูอิลฮานคนนี้ได้คลาส 3 มาในเวลาแค่ปีเดียว ทั้งๆคนอื่นๆต่อให้โชคดีก็ต้องใช้เวลาเป็น 100 ปี

แม้ว่าพวกเธอจะลืมเรื่องความมรู้พื้นฐานไปจากการที่โลกพัฒนาเร็วเกินไป แต่ว่ากับยูอิลฮานแล้วเขายิ่งเป็นคนที่พัฒนาขึ้นเร็วที่สุดแล้วในหมู่คนบนโลก

[ยูอิลฮานเลเวลเท่าไหร่แล้วล่ะ?] (เอิลต้า)

[180 หลังจากเลเวล 170 มา ค่าประสบการณ์ที่ต้องใช้เพิ่มเลเวลจะยิ่งมหาศาลขึ้นมา] (เลียร่า)

เลียร่าได้พูดออกมาราวกับความเร็วในการพัฒนาของยูอิลฮานลดลงมาเล็กน้อย แต่ว่าเมื่อครึ่งปีก่อนเลเวลของยูอิลฮานยังแค่ 162 อยู่เท่านั้นเอง นี่มันไม่ใช่ปกติแล้ว แต่พวกเธอได้ลืมเรื่องสามัญสำนึกปกติไปนานแล้วนับตั้งแต่ที่อยู่กับเขา

[โอ้พระเจ้า ขอให้นับจากนี้ไปยูอิลฮานยังอยู่ด้วยดี...] (เอิลต้า)

[ทำไมเธอต้องภาวนาขอในสิ่งที่มัชัดเจนอยู่แล้วด้วยล่ะ? อิลฮานน่ะเก่งที่สุดในโลกแล้ว! ไม่สิ บางทีอาจจะเก่งที่สุดทั้งจักรวาลแล้ว...!] (เลียร่า)

[แล้วก็ช่วยไม่ใช่คนงี่เง่าคนนี้ทำอะไรที่ไม่เคารพต่อท่านด้วยนะคะ...] (เอิลต้า)

[โฮ่] (เลียร่า)

หลังจากนั้นสงครามเล็กๆของทูตสวรรค์ครั้งที่ 6 ก็ได้ปะทุขึ้น ยูอิลฮานได้เมินพวกเธอและลงไปเก็บอุปกรณ์บนหลุม

เขาจะต้องหยุดการขุดเอาไว้ก่อนเท่านี้ ความยากในการขุดมันสูงมากดังนั้นจนการขุดอย่างไร้สติของเขาทำให้สกิลการขุดยกระดับขึ้นมาถึงเลเวล 80 ซึ่งทำให้เขาคิดว่าหากเขาขุดไปเรื่อยๆเขาก็คงจะเชี่ยวชาญสกิลได้แน่ แต่น่าเสียดายที่เขาต้องหยุดขุดก่อน

ยังไงก็ตามเขาก็สามารถจะมาขุดให้เสร็จได้ตลอดเวลา สำหรับในตอนนี้เขาต้องพัฒนาตัวเองให้แกร่งขึ้นก่อนเพื่อคนอื่นๆบนโลกและเพื่อทูตสวรรค์

"โอเค มาเร่งความเร็วขึ้นอีกกัน"

[นายยังจะเพิ่มความเร็วได้อีกหรอ...!?] (เอิลต้า)

"ฉันจำเป็นจะต้องกลับไปให้ได้ก่อนที่มิลจะได้คลาส 4"

[...] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้กางปีกบนหลังของเขาบินขึ้นไปบนท้องฟ้า

ตอนนี้ยังเหลือเวลาอยู่อีกมากก่อนที่ดันเจี้ยนนี้จะถูกถล่มลง

***

ระหว่างที่ยูอิลฮานกำลังจะทำการกำเนิดใหม่ขึ้นมาเป็นปีศาจที่ประหลาดไปกว่าเดิม ยูมิลก็กำลังมองดูข้อความที่พ่อของเขาส่งกลับมาว่า 'พ่อมีธุระอยู่ยังกลับไปไม่ได้'อย่างเป็นกังวล

"การไม่มีพ่ออยู่น่ากังวลจัง"

"เขากลับมาไม่ได้หรอ"

"ใช่ครับ"

ยูมิลได้หยักหน้าอย่างหมดแรงกับคำถามของคังมิเรย์ และเขาได้แสดงสีหน้าเป็นกังวลออกมา

"พ่อจะสบายดีไหมนะ? ที่นั่นดูน่าจะอันตรายเอามากๆด้วย..."

"ไม่ว่าที่ไหนเขาก็ไม่เป็นไรหรอกน่า ไม่ต้องห่วงเขาหรอก"

"มิลไม่ต้องไปห่วงเขาหรอก มิลควรห่วงโลกที่เขาไปดีกว่าน้า~~"

คังมิเรย์กับยูมิลได้หยักหน้าเห็นด้วยกับความเห็นของนายูนา พวกเธอไม่ควรจะไปห่วงเขาเลย พวกเธอควรจะทำงานที่เต็มมือนี้ให้หมดลงดีกว่า

"งั้นเราจำเป็นต้องแก้ปัญญาหานี่ด้วยเราเองสินะ"

พวกเธอได้หันหน้าไปจากเครื่องสื่อสารแล้วมองไปที่ประตูมิติที่อยู่ตรงหน้า วังวนที่หมุนปั่นป่วนราวกับจะระเบิดออกมาได้ตลอดเวลา ประตูมิติที่กำลังเชื่อมต่ออยู่กับโลกที่ถูกทิ้ง

"ถึงฉันจะเตรียมใจไว้แล้ว แต่มันดูเหมือนว่าการเชื่อมต่อกับโลกที่ถูกทิ้งจะมีถี่ขึ้นนะ"

"แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรใหม่แล้วน้า~"

"แต่นี้มันเป็นที่พิเศษนี่ จากหน่วยสำรวจพวกเขาบอกว่าได้เจอกับคลาส 4 ถึงห้าตัว แล้วก็แน่นอนว่าจริงๆก็น่าจะมีมากกว่านั้นอีก ยังดีที่เรายังไม่ได้ถูกจับตัวได้ แต่ว่าจากสภาพของประตูมิติในตอนนี้มัน..."

ไม่ใช่ว่าโลกที่ถูกทิ้งทุกโลกจะเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตคลาส 4 มันก็แค่ว่าโลกที่ยูอิลฮานไปกับโลกที่คังมิเรย์ ยูมิลกับพรรคพวกได้ไปเป็นกรณีพิเศษเท่านั้นเอง

โลกส่วนใหญ่ที่เชื่อมต่อกับโลก(ของยูอิลฮาน) ส่วนใหญ่ต่างก็มีคลาส 4 หหรือคลาส 5 แล้ว แล้วเพราะแบบนี้คนพวกนั้นส่วนใหญ่ก็ได้รับความดูแลช่วยเหลือจากคนบนโลกและคนบนโลกอื่นๆ... อย่างที่พวกเขาอย่างจะได้รับควาช่วยเหลือจากยูอิลฮานนับตั้งแต่ที่มีโลกที่ถูกทิ้งที่มีศัตรูที่แข็งแกร่ง

นายูนาได้มองย้อนกลับไปด้านหลัง กลุ่มพันธมิตรแนวหน้าทั้งหมดได้มาอยู่ที่นี่แล้ว และข้างหลังพวกเขาก็มีคนจากโลกอื่นๆที่พวกเขาได้ติดต่อกันเป็นส่วนตัวด้วย ยังไงก็ตามเธอก็ยังไม่อาจจะซ่อนความกังวลไว้ได้

"พวกเรารวมพลังทุกๆอย่างมาที่นี่ไม่ใช่หรอ? ฉันไม่เห็นเจอพวกหมาป่าเลยน้า~"

"ถ้าเธอหมายถึงเฟมิลกับเอริเซียล่ะก็ พวกเขากำลังไปช่วยที่ดาเรย์อยู่ ดูเหมือนว่าฝั่งนูนก็มีภาระที่หนักอยู่เหมือนกัน..."

"พวกเราควรจะไปบอกพวกนั้นไหม? ถึงแบบนั้นฉันก็ไม่ค่อยสบายใจเลยนะ พวกเขาไม่ได้มีหินพลังเวทย์คลาส 4 มากนี่..."

"พวกนั้นต่างก็รู้ว่าเราติดต่ออยู่กับแวนการ์ดดังนั้นพวกเขาน่าจะขออย่างอื่นจากการช่วยเหลือนี้"

แม้ว่ามันอาจจะจบลงง่ายๆหากพวกเธอยืมพลังจากคนของโลกอื่นด้วยการประกาศที่เป็นทางการจากกิลด์ทหารรับจ้าง แต่หลังจากนั้นก็จะเกิดปัญหาขึ้นมา พวกเธอไม่อาจจะทำอะไรก็ตามที่ทำให้ยูอิลฮานต้องจ่ายแทนพวกเธอได้ แต่หากไม่ทำแบบนั้น การต่อสู้นี้ก็จะน่ากังวลเอามากๆ... ระหว่างนี้เองที่คังมิเรย์กำลังคิดอยู่

"ถ้างั้นก็เข้าไปแค่พวกเราแล้วก็ฆ่าพวกมันให้หมดสิครับ!"

ยูมิลได้พูดออกมาอย่างสดใส

"คนที่นี่น่าจะกันเอาไว้ไหวถ้าพวกเราไปฆ่าคลาส 4 แล้ว"

"ถึงมันจะฟังดูดีแต่มันจะเป็นจริงได้แน่หรอ?"

คังมิเรย์ยังคงสงสัยอยู่ แต่ว่ายูมิลก็ยังคงสดใสอยู่เสมอ เขาไม่ได้เหมือนกับยูอิลฮานที่ไม่เคยคิดถึงความคิดของคนอื่น เขาเป็นคนที่เป็นคนที่คิดถึงและใส่ใจคนอื่นๆ

"ไม่เป็นไรหรอกครับ

เขาก็ยังอดเป็นห่วงพ่อไม่ได้ แต่ว่าเขาก็ไม่อาจจะปล่อยให้คนที่นี่กังวลเช่นกัน

"เพราะความสามารถในการปกปิดตัวตนของผมพัฒนาขึ้นมามากมันจะต้องเป็นไปได้แน่"

"เพิ่มขึ้นมามาก? เท่าไหร่กัน...?"

"97 แล้วครับ!"

เกือบจะเชี่ยวชาญแล้ว

"ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นนี่น้า~"

"อย่าพูดเลยดีกว่านี่มันทำให้ฉันรู้สึกแปลกๆ"

แน่นอนว่ายูมิลมีเสน่ห์เอามากๆ แล้วยูมิลก็ยังน่ารักกและมีคุณค่ากับเธอมากๆ แต่ไม่ว่าเขาจะเหมือนยูอิลฮานยังไงก็ไม่ใช่ลูกของเขา! มันเหมือนกับว่าเธอกำลังสะกดจิตตัวเองอยู่

"โอเค ถ้างั้นมิลไปกันเถอะ ถ้ามีมิลอยู่ด้วยเราทำได้แน่"

"เหมือนกับตามมังงะเลยเนอะ..."

นายูนาได้ตามพวกคังมิเรย์ไปพร้อมทั้งคิดว่าฉากๆนี้มันดูไร้สาระเล็กๆ คังฮาจินที่ดูทุกอย่างอยู่ข้างๆก็ได้ถามออกมาพร้อมเปิดตากว้าง

"เธอจะไปจริงดิ? ในที่ที่อันตรายแบบนั้นเนี้ยนะ? แค่พวกเธอสามคน?"

"ไม่พี่ เราจะไปด้วยกันสี่คน"

"...สี่คน?"

"ใช่ ก็พี่ไง"

คังมิเรย์ได้ยิ้มออกมาอย่างน่ารักซึ่งดูแตกต่างไปจากตัวเธอตามปกติ ในวินาทีนี้เองที่คังฮาจินจะก้าวถอยหลังข้อมือของเขาได้ถูกจับเอาไว้ จากนั้นก็ถูกลากไปในประตูมิติ คังฮาจินได้พยายามดิ้นเหมือนปลาที่ถูกจับขึ้นจากน้ำแต่ว่าเขาก็ไม่อาจจะเอาชนะนายูนากับคังมิเรย์ที่ร่วมมือกันได้

"พี่คงจะไม่ส่งน้องสาวที่น่ารักไปในที่อันตรายแบบนั้นคนเดียวใช่ไหมล่ะ!?"

"เธอมันน่ารักตรงไหนกัน"

"พี่ฮาจิน พี่จะต้องปกป้องพวกเราในทันทีที่ถูกเจอ พี่เข้าใจสิน้าา~"

"นี่เห็นฉันเป็นโล่มนุษย์สินะ!"

จากนั้นคังมิเรย์ก็ได้เข้าไปในประตูมิติที่ดูเหมือนจะระเบิดได้ตลอดเวลาโดยไม่ลังเลใดๆ

ระหว่างที่คนที่ดูอยู่ตาค้างตกใจนั้นเอง ในที่สุดแล้วประตูมิติก็เปิดออกและมีมอนสเตอร์เริ่มกรูกันออกมา แต่จนกระทั่งในตอนท้ายที่สุดของการต่อสู้ก็ไม่ได้มีมอนสเตอร์คลาส 4 ออกมาแม้แต่ตัวเดียว

หลังจากนั้นการต่อสู้กับโลกที่ถูกทิ้งอื่นๆก็ถูกจัดการในลักษณะแบบเดียวกันทั้งสิ้น

จบบทที่ บทที่ 175 - ทุกๆคนคือผู้พิทักษ์ (1) [09-07-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว