เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 173 - เดินทางท่องเที่ยวนรก (3) [03-07-2019]

บทที่ 173 - เดินทางท่องเที่ยวนรก (3) [03-07-2019]

บทที่ 173 - เดินทางท่องเที่ยวนรก (3) [03-07-2019]


บทที่ 173 - เดินทางท่องเที่ยวนรก (3)

 

ท้องฟ้าสีเลือดไร้ซึ่งหมู่เมฆและฝืนดินที่อาบไปด้วยแสงที่ดูไม่สบายใจ แม้ว่ายูอิลฮานจะมีประสบการณ์กับโลกต่างๆมากมาย แต่ว่าที่นี่เป็นที่แรกเลยที่เขาแค่มองดูก็รู้สึกไม่สบายใจแล้ว หากว่าไม่มีทูตสวรรค์ที่อยู่ข้างๆเขาด้วย เขาก็คงจะยิ้มไม่ออกไปแล้ว

[ก๊าซซซซซซซซซซซซซซซ!]

[ค่าประสบการณ์ ??? ??? ?????? ???????? ]

"โอ้ ค่าประสบการณ์นี่มัน"

ยูอิลฮานได้พึมพัมออกมาระหว่างที่ดูปีศาจสั่นสะเทือนที่เขาได้จัดการมาหลายต่อหลาายครั้งได้ล้มลงไปบนพื้น ในมือของเขามีเครื่องมือขุดเจาะมรณะที่เพิ่งจะใช้เสร็จที่ยังร้อนอยู่

"ฟู่ ยากจังเลยแหะ"

มันเป็นเรื่องดีที่เขาสามารถจะฝังสกรูกระดูกลงไปได้ด้วยไพท์บังเกอร์

แต่ยังไงก็ตามไม่ว่าเขาจะใช้ค้อนสายฟ้าโจมตีฟาดมันเท่าไหร่ มอนสเตอร์ตัวนีน้มันก็ทนต่อการสั่นสะเทือนทำให้การต่อสู้ไม่จบลงไปง่ายๆจนทำให้เขาต้องเลือกรับความเสี่ยงด้วยการพุ่งไปด้านหน้าพร้อมเครื่องมือขุดเจาะมรณะเพื่อขุดตัวมันลงไป นี่มีความลำบากจนไม่อาจจะอธิบายออกมาได้เลย

[เจ้าปีศาจพวกนี้มันแข็งแกร่งกันจริงๆเลย ฉันขอยืนยัน] (เลียร่า)

ขณะดูยูอิลฮานเข้าไปหาปีศาจพร้อมดันสกรูกระดูกเข้าไป เลียร่าก็ได้พึมพัมออกมา เอิลต้าก็เห็นด้วยกับเธอ

[การต่อสู้มันน่าจะง่ายขึ้นสิในเมื่อยูอิลฮานแกร่งขึ้น แต่เพราะอะไรไม่รู้มันทำให้ฉันรู้สึกว่าเขายิ่งอยู่ในสถานการณ์ที่ยากขึ้นไปในทุกๆการต่อสู้] (เอิลต้า)

[นั่นมันก็เพราะว่าแต่เดิมแล้วระดับความต่างของยูอิลฮานกับปีศาจมันห่างมันมากๆไงล่ะ ฉันอยากจะย้ำให้เธอฟังอีกครั้งนะว่าเขายังอยู่ในคลาส 3 อยู่เลย] (สเปียร่า)

[นั่นก็จริงนะ แต่ว่า...]

ระหว่างทูตสวรรค์คุยกันอยู่นี่ ยูอิลอานก็ได้ไปชำแหละปีศาจสั่นสะเทือนแล้ว เขาได้หยิบเอาเครื่องในเวทย์ที่สร้างการสั่นสะเทือนบนผิวมันออกมาและดูดความชื้นออกไปจนมันแห้ง กระบวนการทั้งหมดนี่ดูเป็นธรรมชาติมากๆในมือของเขา

ยังไงก็ตามเขาก็ต้องหยุดงานของเขาไว้แค่นี้เนื่องจากว่ามันไม่มีเวลาให้เขาได้ทำดินปืนเวทย์แล้ว กองศพที่ซ้อนทัพกันจะถูกจัดการในตอนที่เขาเปิดใช้บาเรียของนาฬิกาทรายแห่งนิรันดร์ ในตอนนี้แม้ว่าช่องเก็บของของเขาจะมีการบีบอัดขนาดโดยรวมหลายเท่าแล้วแต่มันก็เริ่มจะเต็มแล้ว

"ดูเหมือนว่าฉันจะต้องกลับไปที่โลกสักหน่อยแล้วสิ"

[งั้นนายก็มีแผนที่จะกลับไปแล้วสิ?] (เลียร่า)

"แน่นอนสิ ถ้าเธอบอกฉันเรื่องพื้นที่ล่าอื่นๆแบบนี้บนโลก ฉันก็อาจจะคิดดูนะ"

ไม่ว่าโลกจะไปเร็วแค่ไหน แต่โลกก็ยังผ่านมหาภัยพิบัติครั้งที่ 2 ไปได้ไม่นานเท่านั้นเอง ดันเจี้ยนจำนวนนับไม่ถ้วนยังคงอยู่แค่คลาส 1 อยู่เลย ส่วนคลาส 3 มีอยู่ไม่ได้มากนัก และคลาส 4 ยิ่งไม่มีให้เห็นเลย

ในทางกลับกันที่นี่ล่ะ? พวกมอนสเตอร์แต่ละตัวต่างก็มีพลังที่น่ากลัวและให้ค่าประสบการณืที่มหาศาลเช่นกัน ยูอิลฮานได้วางแผนที่จะจัดการที่นี่ให้หมดต่อให้เขาจะต้องไปเติมเสบียงที่โลกก่อนก็ตาม

"แต่ว่าฉันก็ยังอยากให้ที่นี่มีสิ่งมีชิวตทรงสติปัญญาเหมือนกันนะ แต่มันดูจะไม่มีเลย"

[ถ้าปีศาจพวกนี้เป็นสิ่งมีชีวิตทรงสติปัญญาขึ้นมานายจะทำยังไงล่ะ] (เลียร่า"

"ถ้างั้นฉันก็จะหยุดเป็นมนุษย์แล้วล่ะเลียร่า"

[โอเค งั้นก็มาเป็นทูตสวรรค์เนอะ] (เลียร่า)

เขาก็แค่ตอบไปเล่นๆเท่านั้น จริงๆแล้วยูอิลฮานคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นไปได้เลยที่ปีศาจที่อยู่ที่นี่มันจะเป็นสิ่งมีชีวิตทรงสติปัญญา เหตุผลก็ง่ายมาก พวกมันทั้งไม่พูด ไม่มีการสื่อสาร ที่เขารู้เพราะมันจะเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกมันจะสื่อสารอะไรออกมาโดยที่ยูอิลฮานไม่รู้เพราะเขาคือผู้ที่เชี่ยวชาญในสกิลภาษามานานแล้ว

การสำรวจโลกนี้มันดูเหมือนจะไร้จุดสิ้นสุด แม้แต่ตอนที่เขาบินด้วยความเร็ว สิ่งที่เขาเห็นทั้งหมดก็เต็มไปด้วยปีศาจหลากสีแล้วก็ต้นอแดนโซเนียที่ดูสูงจนเชื่อมผืนดินกับท้องฟ้า ไม่สิจริงๆแล้วเขาก็ไม่รู้ว่ามันใช่ต้นอแดนโซเนียหรือป่าว เขาก็แค่เรียกแบบนี้เพราะมันดูคล้ายกัน

"ผ่านมานานแค่ไหนแล้วนะ?"

ระหว่างดื่มน้ำยูอิลฮานได้หันไปถามเลียร่า เธอได้ตอบเขากลับมาด้วยรอยยิ้ม

[สี่เดือนครึ่งแล้ว นายอยากจะไปเจอมิลแล้วใช่ไหมล่ะ?] (เลียร่า)

"ใช่แล้ว ฉันอยากจะเจอมิลจะแย่แล้ว"

ยูอิลฮานได้ยอมรับออกมาตรงๆและหยิบเอาผลไม้จากต้นอแดนโซเนียขึ้นมากิน จากนั้นก็พูดออกมาทั้งๆที่ผลไม้เต็มปากอยู่

"แต่จากการที่ไม่มีใครติดต่อมาหาฉันเลยนั่นมันก็หมายความว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขายังไม่ต้องการฉันดังนั้นมันจะไปดีได้ยังไงล่ะถ้าฉันไปหาก่อน? ถ้าใครทำทุกๆอย่างตามที่เขาต้องการ ถ้างั้นคนๆนั้นก็คงจะไม่อาจจะทำในสิ่งที่จำเป็นจริงๆได้ นี่มันจะกลายเป็นลูปที่ไม่รู้จบ"

[ถ้าทุกๆคนคิดแบบนายมันก็คงไม่มีสิ่งมีชีวิตที่ทรงสติปัญญาที่สูญพันธ์ไปแน่นอน] (เลียร่า)

[แต่กลับกันทุกๆคนก็คงเป็นพวกโดดเดี่ยวแน่ล่ะ การทำตามสิ่งที่ตนต้องการมันเป็นสามัญสำนึกตามปกติ โอ้ยยยย] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้ดึงแก้มของเลียร่า เขาเป็นคนที่โดดเดี่ยวอยู่แล้ว แล้วนี่เธอก็มาสกิดแผลใจของเขาอีก

[โอ้ยยย แค่ฉันใช้พลังทูตสวรรค์ที่นี่ไม่ได้หรอกนะ...] (เอิลต้า)

[หืมม แล้วทำไมเธอถึงกระพือปีกรัวเลยล่ะ ดูเหมือนเธอจะชอบนี่ หรือว่าฉันคิดไปเอง?] (สเปียร่า)

[เอิลต้า เธอเป็นพวกประหลาดที่ชอบแสดงความรู้สึกออกมาจากการกระทำ เธอหลอกอะไรไม่ได้หรอกนะ] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้ลงโทษเอิลต้าและกินผลไม้ไปอีกสองลูก มันให้ทั้งรสเปรี้ยวและขมไปในตัวจนรู้สึกดี

[มันไม่ใช่รสขมหรอกนะ มันก็แค่เป็นพิษ] (เอิลต้า)

"จริงๆแล้ว ฉันก็อยากจะวิวัฒนาการสกิลต้านทานพิษขั้นสูงเหมือนกันนะ..."

[ทั้งชีวิตนายมีแต่การฝึกเลยงั้นสิ] (เลียร่า)

ไม่ใช่แค่การต้านทานพิษเท่านั้น ยูอิลฮานได้จัดการผลไม้ไปสิบกว่าผลและได้ฝึกฝนสกิลอื่นระหว่างที่อยู่ที่นี่ด้วย รวมไปถึงสกิลคลาสอย่าง ยมทูต ประกายเพลิง สกิลที่พัฒนามาอ่างต่อเนื่องอย่างพลังเหนือมนุษย์กับการฟื้นฟูเหนือมนุษย์ก็ด้วย แถมยังมีสกิลที่เขาฝึกขึ้นมาอย่างหอกไร้วิถีและหอกสะบั้นจักรวาลด้วย!

"นับจากครั้งล่าสุดที่ฉันใช้นาฬิกาททรายแห่งนิรันดร์ยังไม่ถึงเดือนเลยใช่ป่ะ?"

[ยังไม่ถึงเลย] (เอิลต้า)

"โอเค ฉันจะต้องหาทางเรียนรู้หอกสะบั้นจักรวาลให้ได้ก่อนที่จะไปถึงคลาส 4..."

[มีหลายอย่างเลยนะที่นายอย่างจะทำก่อนคลาส 4] (เลียร่า)

"ก็เพราะยิ่งฉันยกระดับสกิลก็จะยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่จะได้รับคลาสที่ดีขึ้นมาก่อนไปถึงคลาส 4"

[นั่นก็จริงแหละ แต่ในทางกลับการเควสการเลื่อนขั้นของมันก็จะยิ่งยากขึ้นตามกันไปด้วยนะ] (เลียร่า)

ยูอิลฮานไม่ได้สนใจเรื่องอนาคตเลย เขาแค่ต้องห่วงในเรื่องการเปลื่ยนคลาสเมื่่อถึงเวลานั้น ปัญหาในตอนนี้คือการที่เขาต้องเรียนหอกสะบั้นจักรวาลให้ได้ในตอนนี้

แต่ในตอนนี้หอกไร้วิถีก็ได้พัฒนาขึ้นมาจนถึงจุดที่เขาไม่ได้รับการกดดันจากการใช้มันบ่อยๆแล้ว แต่ว่าสำหรับหอกสะบั้นจักรวาลเขายังจับจุดสำคัญไม่ได้เลย

ในตอนนี้เขาสามารถจะเอาพลังของหอกกับแส้มาได้พร้อมกัน และพลังของดาบกับอาวุธไม่มีคมได้พร้อมกันแล้ว แต่ว่าในตอนที่เขาทำแบบนั้นข้อดีของด้านหอกก็หายไปหรือไม่ก็สมดุลทางร่างกายเขาไป เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมสเปียร่าถึงแทบจะเรียนรู้ไม่ได้ด้วยซ้ำทั้งๆที่ไปถึงคลาส 6 แล้ว

[สิ่งที่นายขาดอยู่คือเวลา นายก้าวหน้ามาเร็วเกินไป นายต้องการเวลาอีกนิด นายจะต้องทำมันได้สำเร็จแน่] (สเปียร่า)

"ไม่ มันจะต้องมีเส้นทางที่สั้นไปกว่านั้น ฉันมั่นใจว่าฉันคิดถูก...!"

ยังไงก็ตามเขาก็ไม่อาจจะหาวิธีแบบนั้นได้ในเวลาไม่ถึงสามชั่วโมง การฝึกของเขาในวันนี้ได้จบลงไปเนื่องจากไม่อาจจะเอาแต่เหวี่ยงหอกไปได้ตลอดกาล

"ให้ตายสิ บ้าเอ้ยยยยยยยยยยยยย!"

ยูอิลฮานได้ตัดสินใจกับตัวเองว่าจะค้นหาเส้นทางนั้นในทีหลังและปักหอกลงไปบนพื้นด้วยพลังทั้งหมดของเขา หอกที่เต็มไปด้วยความโมหะ ความไม่ชอบใจและน้ำหนักทั้งหมดในช่องเก็บของของเขา ผืนดินได้เกิดการสั่นขึ้นมาในทันทีและยูอิลฮานได้หยักหน้าขึ้นพร้อมคิดว่าเขาได้ทำการควบคุมน้ำหนักของอาวุธไร้คมไปในหอกได้สมบูรณ์แบบแล้ว

แต่ว่าการโจมตีนี้ที่เป็นการตรวจผลการฝึกและระบายความหงุดหงิดได้ก่อให้เกิดผลกระทบมากกว่าที่เขาคิดไว้

การสั่นสะเทือนบนพื้นดินได้เกิดขึ้นมาอย่างมากและเนื่องจากว่าสมดุลของพลังที่เขาใช้มันยังอยู่ในแนวทางที่แปลกประหลาดทำให้พื้นดินร้าวไปตามการโจมตีของเขาและภาพใต้ดินลึกสิบเมตรก็ได้ปรากฏขึ้นมาให้เห็น

"หืม เฮ้ ฉันคิดว่าฉันใช้ได้แล้วนะ ฉันควรจะเรียกเทคนิคนี่ว่าอะไรดีอะ?"

[นายอย่าคิดนะว่านายจะได้สกิลแค่จากการตั้งชื่นน่ะ? สกิลใช้งานมันไม่ได้ได้มาง่ายๆแบบที่นายคิด] (เลียร่า)

[ฉันไม่สนใจเรื่องชื่อเทคนิคหรอกนะ เราเริ่มไปกันต่อ...หืม?] (เอิลต้า)

ดวงตาเอิลต้าได้เป็นประกายขึ้นมา สายตาของเธอได้มองลึกลงไปในหลุมใต้ดินที่ร้าวแตกออกมา ยูอิลฮานก็ยังมองตามเธอลงไปที่นั่นแต่ว่าเขาก็ไม่เห็นอะไรเลย แต่เอิลต้าก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

[ฉันคิดว่าที่นั่นมีความเข้มข้นของมานาที่สูงมากเลยนะ] (เอิลต้า)

[เอ๊ะ จริงด้วย ฉันก็รู้สึกถึงมันจริงๆด้วย... ] (เลียร่า)

[ไม่สิ ฉันมั่นใจได้เลย ข้างล่างนั่นมีมานาที่สูงกว่าที่นี่แน่] (สเปียร่า)

"ห๊ะ!? โลกนี้ต้องมีความเข้มข้นของมานาอยู่ใต้ดินสูงกว่าที่ผิวโลกหรอ นี่มันไม่เห็นเกี่ยวอะไรกับฉันนี่...?"

ยูอิลฮานได้ถามออกมา แต่ว่าเมื่อเขาเงยหน้ามา เขาก็เห็นสายตาของทูตสวรรค์ที่จ้องมาที่เขา สายตาของพวกเธอดูเหมือนพวกคนพเนจรกลางทะเลทรายที่ได้เจอเข้ากับโอเอซิส

"...อะไรนะ? เธอจะให้ฉันขุดลงไปหรอ? นี่มันดู... ไม่มีสิ้นสุดเลยนะ"

[แสงแห่งความหวังจะต้องอยู่ข้างล่างนั่น] (เลียร่า)

[ด้วยสกิลการขุดของนายจะต้องทำอะไรได้แน่] (เอิลต้า)

[ทำไมนายไม่ทำที่นี่เป็นฐานพักล่ะ? เมื่อไหร่ที่นายไม่ได้ไปล่า นายจะได้มาขุดดินได้ตลอดไง] (สเปียร่า)

ในตอนนี้นี่คือคำใบ้ที่น้อยที่สุดที่เขาได้เจอแล้ว นอกไปจากนี้เป้าหมายของเขาคือการสำรวจโลกนี้ทั้งหมดด้วย!

เขาได้หยิบเอาไพท์บังเกอร์ที่ใส่สกรูกระดูกลงไปพร้อมถอนหายใจออกมา นี่เป็นวิธีที่จะเติมเต็มในเป้าหมายอีกครึ่งหนึ่งของเขาที่จะทำไปพร้อมๆกับการล่า

"ใช่แล้ว ก็แค่ลองดู"

ยูอิลฮานได้ถอนการปกปิดตัวของเขาเขาและพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าจากนั้นก็พุ่งดิ่งลงมาแทงไพท์บังเกอร์ลงไปในดินนั่น

ตูมมมมมมมมมม!

เสียงที่เหมือนท้องฟ้าจะถล่มได้ดังขึ้นมาสะท้อนไปไกลมากๆ ยังไงก็ตามมันยังไม่ใช่แค่นี้ เครื่องมือขุดเจาะมรณะของยูอิลฮานได้พร้อมใช้งานแล้ว

"ถ้ามันไม่มีอะไรฉัจะระเบิดที่นี่ทิ้งซะ"

[ถ้าไม่มีอะไรฉันจะจุ๊บนายเอง] (เลียร่า)

"เธอก็ทำอยู่ตลอดนั่นแหละ"

ถึงเขาจะบ่นออกมาแต่ยูอิลฮานก็เชื่อมต่อสกรูเข้ากับเครื่องมือขุดเจาะมรณะ ขอให้มีอะไรซักอย่างอยู่ด้วยและขอให้เจ้าพวกปีศาจสั่นสะเทือนถูกเรียกมาเยอะๆด้วยเถอะนะ - ยูอิลฮานได้อธิษฐานในใจพร้อมใส่มานาลงไปในเครื่องมือขุดเจาะมรณะ

*****

ระหว่างที่ตัวยูอิลฮานกำลังยุ่งกับการขุดเจาะของเขา เขาก็ไม่ได้รู้หรือสนใจในเรื่องที่คนบนโลกได้รวมพลังกันพัฒนาโลกหรือร่วมมือกับโลกอื่นๆ

ในโลกที่อยู่นอกเหนือความรู้ของยูอิลฮาน การสบคบคิดกันที่ทุกคนคิดและเป็นกังวลได้กำลังเกิดขึ้น

"กองทัพปีศาจแห่งการทำลาบกับกองทัพจรัสแสงน่ะหรอ? พวกเขาร่วมมือกันจริงดิ?"

"จะเชื่อไม่เชื่อก็แล้วแต่ แต่ไม่ว่ายังไงถ้าเป็นแบบนี้มันก็มั่นใจได้เลยว่าสถานการณ์มันคงจะน่าเบื่อสำหรับนายใช่ไหมล่ะ?"

ในโลกที่ยูอิลฮานไม่เคยได้ไปหรือไม่เคยรู้มาก่อนว่ามี 'ประตูมิตินำไปสู่ที่นั่น' ได้มีคนมากมายกำลังคุยกันอยู่ ยังไงก็ตามปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือคนในที่แห่งนี้แต่ล่ะคนต่างมาจากโลกอื่น

เมื่องานทหารรับจ้างได้มีมากยิ่งขึ้นและการค้าขายระหว่างโลกต่างๆได้ถูกเปิดขึ้นมา พวกเขาที่หลบหนีจากการถูกตรวจจับก็ได้เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ

"โลก(ของยูอิลฮาน)นั่นเป็นที่อันตรายเกินไป แล้วก็ในสถานการปัจจุบันมีโลกมายมากที่เชื่อมต่ออยู่ยิ่งทำให้อันตรายขึ้นไปอีก ทุกๆคนเห็นด้วยไหม?"

"ใช่ ถูกเลย มันเป็นสภาพที่ไม่น่าพอใจและไม่สะดวกเลย"

"นี่มันก็ไม่น่าพอใจจริงๆในเมื่อพวกคนนอกบุกเข้ามาในโลกเรา แล้วถึงเราจะเจอตัวเขาก็ขับไล่หรือฆ่าพวกนั้นไม่ได้"

"งั้นแล้วเราจะต้องมาคุยกันถึงวิธีการแก้ไขปัญหาทั้งหมดนี่ เอาไงดีล่ะ?"

ทุกๆคนต่างก็จ้องไปที่คนๆหนึ่ง - คนที่เป็นคนเรียกพวกเขาทั้งหมดมาที่นี่ เขาคนนั้นได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

"มันก็ไม่ยากเลย พวกคุณก็แค่ต้องสร้างวงเวทย์แบบง่ายๆลับหลังทูตสวรรค์ในโลกของพวกคุณ การเปิดใช้งานพร้อมๆกันจะทำให้วงเวทย์เกิดการสมบูรณ์และพวกคุณจะไม่ต้องกังวลเรื่องของโลก(ของยูอิลฮาน) อีกต่อไป

คนที่เรียกรวมทุกคนมาได้เปิดเผยแผนออกมาโดยไม่คิดจะปิดซ่อนอะไรไว้เลย ปีกบนหลังของเขานั้นมีสีดำสนิททำให้มันเห็นได้ชัดเจนถึงความเกี่ยวข้องของเขาว่าเป็นคนของกองทัพจรัสแสง องค์กรของเทวดาตกสวรรค์

"ด้วยสิ่งนี้ที่เป็นเวทย์ในระดับโลก ยิ่งมีโลกที่เข้าร่วมเท่าไหร่ยิ่งดี โลกจำนวนมากจะช่วยกันยับยั้งพลังของโลก(ของยูอิลฮาน) ได้เป็นอย่างดีรวมไปถึงพลังของเทพที่เกี่ยวข้องด้วย ดังนั้นนับจากนี้ไปสิ่งที่พวกคุณต้องทำก็คือ ไปอยู่ในฐานะทหารรับจ้างและฐานะพ่อค้า ไปที่โลก(ของยูอิลฮาน)และติดต่อกับคนในโลกอื่นๆเพิ่มอิทธิพลให้กับเรา"

"ผมไม่เข้าใจสิ่งที่สิ่งมีชีวิตชั้นสูงกำลังพูดเลยไม่ว่าจะเป็นในอดีตหรือปัจจุบัน ยังไงก็โอเค แล้วเวทย์นี่คืออะไรครับ?"

"ถามได้ดี เราเรียกสิ่งนี้ว่า"

ทูตตกสวรรค์ได้ยิ้มออกมา รอยยิ้มของเขาดูชั่วร้ายและหล่อเหลาไปในเวลาเดียวกัน

"อิสรภาพ"

จบบทที่ บทที่ 173 - เดินทางท่องเที่ยวนรก (3) [03-07-2019]

คัดลอกลิงก์แล้ว