ตอนที่ 27
ตอนที่ 27
บทที่ 27:
เขาก็ยังคงรักษาท่าทางที่ฝ่ามือลูบไล้อยู่บนระเบิดนิวเคลียร์เช่นนั้น ความคิด กลับค่อยๆ เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว
และพร้อมกับการยืนนิ่งของฟางเจิ้ง
ภายในร่างกายของเขา ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินขึ้นแล้ว
'เก้าผลัดหวนนึกพิศดาร' ที่ฝึกฝนมานานกว่าครึ่งเดือน โคจรขึ้นเองโดยอัตโนมัติ
ร่างกายของเขาราวกับกลายเป็นหลุมดำ...
ดูดกลืนพลังปราณทั้งหมดโดยรอบเข้ามาภายในร่างจนหมดสิ้นในชั่วพริบตา
ไหลผ่านแปดเส้นลมปราณพิสดาร สะพานฟ้าดิน
'เก้าผลัดหวนนึกพิศดาร' ที่เขาฝึกฝนนั้น ได้เปลี่ยนร่างกายของเขาให้กลายเป็นหม้อแรงดันสูงที่มีแรงอัดมหาศาล บีบอัดพลังปราณอันแข็งแกร่งเหล่านั้นไว้ภายใน ควบแน่น ควบแน่น แล้วก็ควบแน่นอีก จากนั้นจึงแปรเปลี่ยนให้กลายเป็นปราณแท้!
ในโลกยุคเสื่อมธรรม หากต้องการจะแปรเปลี่ยนปราณแท้ จำเป็นต้องทำภายในเขตสำนักเท่านั้น
แล้วถึงแม้จะเป็นยอดเขาอี้หยวนที่พลังปราณอุดมสมบูรณ์ที่สุด หากต้องการจะแปรเปลี่ยนปราณแท้ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องฝึกฝนก่อนสองชั่วยาม (4 ชั่วโมง) ให้พลังปราณในร่างถึงจุดอิ่มตัว จากนั้นจึงค่อยๆ เริ่มแปรเปลี่ยนอย่างช้าๆ
แต่ที่นี่...
เพียงไม่กี่ลมหายใจ
ร่างกายของฟางเจิ้ง ก็ถึงจุดอิ่มตัวแล้ว
นี่ก็เพราะเขาสวมเสื้อแขนยาว แล้วก็เพราะคู่รักสองคู่ข้างๆ กำลังสนใจอยู่กับการจูบปากดูดดื่มกันอยู่ มิฉะนั้นแล้ว เกรงว่าพวกเขาคงจะสังเกตเห็นแล้วว่า ร่างกายของฟางเจิ้ง บวมขึ้น
พลังปราณมากเกินไป ทำให้ตัวบวม
นี่เป็นปรากฏการณ์ที่ปกติมาก... ที่นี่ พลังปราณฟ้าดินได้กลายเป็นสิ่งที่ธรรมดาสามัญที่สุดในชีวิตประจำวันไปแล้ว ก็เหมือนกับออกซิเจน มีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ถึงแม้จะสำคัญ แต่ก็ไม่มีใครใส่ใจมันมากเกินไปนัก
เพราะว่า ออกซิเจนไม่มีวันขาดแคลน มีความเข้มข้นอยู่เสมอ
และเมื่อพลังปราณถูกแปรเปลี่ยนเป็นปราณแท้แล้ว วินาทีต่อมา ปราณแท้อันแข็งแกร่งนี้ควรจะสลายหายไป กลับไปถูกย่อยสลายกลายเป็นพลังปราณอีกครั้ง
เพราะร่างกายของฟางเจิ้งไม่มีสื่อกลางที่สามารถรองรับปราณแท้นี้ได้
ก็เหมือนกับการเทน้ำลงในตะกร้าไม้ไผ่... ไม่ว่าจะเทน้ำลงไปมากเท่าใด ก็ทำได้เพียงแค่ไหลผ่านไป ไม่สามารถคงอยู่ได้นาน
แต่คราวนี้ กลับเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น
ปราณแท้รวมตัวก่อเป็นรูปเป็นร่าง จากนั้น ก็ไหลเวียนไปตามแปดเส้นลมปราณพิสดาร เมื่อถึงตำแหน่งตันเถียน
พลันหยุดชะงักลง
หยุดอยู่ที่นั่น ราวกับงูตัวเล็กๆ ที่กำลังชะโงกหัวสอดส่ายหาบ้านที่เหมาะสมกับตนเอง
และที่นี่ ก็เหมาะสมอย่างยิ่ง
ปราณแท้อันแข็งแกร่ง เดิมทีควรจะปั่นป่วนรุนแรงจนไม่อาจทนรับได้
ทว่าเมื่อมาถึงที่นี่... กลับราวกับมีพลังอันเลื่อนลอยไร้ตัวตนสายหนึ่ง กักขังมันไว้ที่นี่อย่างเหนียวแน่น
เคล็ดวิชาโคจรต่อไปอย่างต่อเนื่อง ภายนอก ยังคงมีพลังปราณนับไม่ถ้วนถูกดูดกลืนเข้าไปในหลุมดำภายในร่างของฟางเจิ้งอย่างแข็งขัน
พลังปราณแปรเปลี่ยนเป็นปราณแท้
จากนั้น ก็โคจรอยู่ภายในร่างของฟางเจิ้ง แล้วก็คงอยู่ที่ตำแหน่งตันเถียน
ตันเถียนของเขาในชั่วขณะนี้ ได้กลายเป็นหลุมดำไปแล้ว
ราวกับสิ่งของมายา ในเมื่อเป็นมายา ย่อมสามารถรองรับสรรพสิ่งในโลกหล้าได้
ปราณแท้นับไม่ถ้วนต่างก็พรั่งพรูเข้าไปในตันเถียนอย่างแข็งขัน จากนั้นก็หยุดนิ่งอยู่
ภายในพิพิธภัณฑ์ พลันเกิดลมพายุบ้าคลั่งพัดกระหน่ำ... สิ่งของทั้งหมดถูกพัดจนล้มระเนระนาด
แม้แต่คู่รักสองคู่ที่กำลังนัวเนียกันอยู่ก็ยังร้องอุทานออกมา กินฝุ่นเต็มปากไปตามๆ กัน
พนักงานหลายคนรีบวิ่งเข้ามา ต่างก็ช่วยกันจับยึดของจัดแสดงโบราณที่ล้มเอียงไปมาเหล่านั้นไว้
ส่วนผู้จัดการร้านก็รีบวิ่งไปปิดประตู... ในใจยิ่งอดไม่ได้ที่จะแอบสงสัย นี่ก็ไม่ใช่ลมโกรก แล้วจะมีลมแรงขนาดนี้มาจากไหนกัน?
พวกเธอหาได้สังเกตไม่
ในชั่วขณะนี้เอง
ในรัศมีร้อยเมตร พันเมตร หมื่นเมตร หรือแม้กระทั่งแสนเมตร...
พร้อมกับที่ร่างกายของฟางเจิ้งกลายเป็นหลุมดำ
ปริมาณปราณแท้ที่เขาสามารถรองรับได้ก็กลายเป็นอนันต์ไปด้วย
ในฐานะที่เป็นคนเดียวในมิตินี้ ที่สามารถนำพลังปราณในอากาศมาใช้ได้โดยตรง ต่อให้พลังบำเพ็ญจะอ่อนด้อยเพียงใด เขาก็ยังเป็นคนเดียวที่สามารถดูดซับพลังปราณได้เอง
ไม่มีใครสามารถแย่งชิงกับเขาได้ พลังปราณทั้งโลก ล้วนให้เขาหยิบฉวยได้ตามใจปรารถนา
ในชั่วขณะนี้
เมืองเจี้ยหลินทั้งเมืองพลันตกอยู่ในสภาวะสุญญากาศในทันที
แม้แต่ไอหมอกที่หมุนเวียนอย่างช้าๆ บนท้องฟ้า ก็ยังถูกดูดกลืนจนหมดสิ้นในพริบตา
"อืม?!"
หลิวซูที่กำลังดื่มโคล่าอยู่พลันเงยหน้าขึ้น มองไปยังท้องฟ้า
"เป็นอะไรไปคะป้าเล็ก?"
หลิวเสี่ยวม่งที่กำลังแทะขาไก่จนปากมันแผล็บถามอย่างสงสัย
"ไม่มีอะไร ก็แค่รู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกนิดหน่อยเท่านั้นเอง"
หลิวซูเงยหน้าขึ้น ใบหน้าปรากฏแววเคร่งขรึม มองไปยังเพดานฟ้าที่ดูเหมือนจะต่ำลงมามาก
ก้มหน้าลงแสร้งทำเป็นหยิบโทรศัพท์มือถือ จากในกระเป๋าหยิบเครื่องตรวจวัดออกมาเครื่องหนึ่ง แอบกดดูเบาๆ
ทันใดนั้นใบหน้าก็ปรากฏแววตกตะลึง พึมพำออกมา: "นี่มันเป็นไปได้อย่างไร?"
"หัวหน้าครับ พลังปราณเริ่มลดลงแล้วครับ"
บนตึกสำนักงานแห่งหนึ่ง
ผู้คนพลุกพล่าน พนักงานวิ่งวุ่นไปมาอยู่ทุกหนทุกแห่ง
เพียงแต่แตกต่างจากบริษัททั่วไป ที่นี่ ทุกคนล้วนมีฝีเท้าเบาหวิว เคลื่อนไหวรวดเร็ว ส่วนคนที่นั่งทำงานอยู่นั้น ยิ่งมีสายตาดุจสายฟ้า นิ้วมือเคาะแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว แทบจะมองเห็นเป็นภาพติดตา
ทันใดนั้น!
ชายหนุ่มศีรษะล้านคนหนึ่งที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์กำลังเขียนโค้ดอย่างรวดเร็วเงยหน้าขึ้น ใบหน้าปรากฏแววดีใจอย่างยิ่ง ร้องตะโกนออกมา: "หัวหน้าครับ เยี่ยมไปเลย พลังปราณดูเหมือนจะถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ตอนนี้เริ่มลดลงแล้วครับ..."
"อะไรนะ?"
หญิงสาวผมลอนที่กำลังเอนกายพิงพนักเก้าอี้ทำงานสัปหงกอยู่พลันยืดตัวตรงขึ้นทันที รูปร่างอวบอั๋นดุจขุนเขาของเธอ ทำเอาชายหนุ่มคนนั้นหน้าแดง รีบเบือนสายตาหนีอย่างรวดเร็ว
หากเป็นยามปกติ หัวหน้าที่นิสัยเปิดเผยคนนี้คงจะต้องหยอกล้อลูกน้องใสซื่อคนนี้สักหน่อยแล้ว
แต่ตอนนี้...
เธอกลับดีใจจนลืมตัวไปหมด ไล่ถามต่อ: "เจ้าแน่ใจนะว่าพลังปราณลดลงแล้ว?"
"ใช่แล้วครับ โดยมีเมืองเจี้ยหลินเป็นศูนย์กลาง ย่านเมืองเก่าลดลงรุนแรงที่สุด จากนั้นก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นออกไปด้านนอก จนถึงบริเวณร้อยลี้รอบเมืองเจี้ยหลินก็หยุดลง พลังปราณลดลงอย่างต่อเนื่อง ใกล้จะลดลงถึงระดับปกติแล้วครับ!"
"เยี่ยมไปเลย!!!"
หญิงสาวผมลอนคนนั้นตบต้นขาตัวเองฉาดใหญ่ อุทานอย่างดีใจ: "ช่วงนี้ความเข้มข้นของพลังปราณในเมืองเจี้ยหลินเพิ่มขึ้นไม่หยุด ความเข้มข้นเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ดึงดูดอสูรกลายพันธุ์รอบๆ ให้เข้ามาในเมืองนี้หมด... ช่วงนี้มานี้ ข้ากังวลมาตลอดว่า พลังปราณเข้มข้นเกินไป หากเกิดรอยแยกต่างมิติขึ้นในเมืองเจี้ยหลิน ตามอาณาเขตของเมืองเจี้ยหลินแล้ว นั่นคงจะแย่มากแน่ๆ คาดไม่ถึงว่าสวรรค์จะเข้าข้างข้า ข้ายังไม่ทันได้หาสาเหตุที่พลังปราณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเลย ผลคือพลังปราณก็ลดลงเองเสียแล้ว อะฮ่าๆๆๆๆ... ข้ามันขุนพลนำโชคจริงๆ ไม่มีอะไรต้องพูด คืนนี้ หอหลินเยี่ยนข้าเลี้ยงเอง เรียกศิษย์รักสุดหวงของข้ามาด้วย พวกเราทุกคนไปพร้อมกัน ไม่เมาไม่เลิก!"
เธอหัวเราะอย่างลำพองใจ
แต่เพิ่งจะหัวเราะไปได้ครึ่งทาง...
เธอก็พลันขมวดคิ้ว "ไม่ถูกสิ พลังปราณแรงขนาดนี้ ไหงบอกว่าจะหมดก็หมดไปได้เลยล่ะ? ยอดฝีมือท่านใดลงมือช่วยเหลือกันนะ?"
และในห้องใต้ดินอันมืดมิดอีกแห่งหนึ่งของเมือง
"เกิดอะไรขึ้น?!"
ร่างในชุดคลุมสีดำทั้งตัวที่ซ่อนเร้นอยู่ภายใต้ความมืดมิดพลันโกรธจัดขึ้นมาทันที เงยหน้ามองฟ้า ตวาดลั่น: "เกิดอะไรขึ้น เจ็ดปีแล้ว เจ็ดปีเต็มๆ แล้ว ข้าเสียเวลาไปเจ็ดปีเต็มๆ ถึงจะสามารถยกระดับพลังปราณของเมืองเจี้ยหลินขึ้นมาได้สำเร็จ กำลังจะสำเร็จอยู่แล้ว ผลคือทำไมจู่ๆ ถึงลดลงมาอีกแล้วล่ะ? หยาดเหงื่อแรงงานเจ็ดปีนะโว้ย..."
เขาคำรามก้องฟ้าอย่างเดือดดาล!
"ใคร ใครกันแน่ที่เป็นคนทำ ข้าจะฆ่ามัน!"