ตอนที่ 8
ตอนที่ 8
บทที่ 8:
เดิมทีดูเหมือนจะมาเพื่อคาดคั้นเอาความผิด
แต่ทว่าฟางเจิ้งมีบาดแผลอยู่บนตัว...
หลิวซูผลักหลานสาวตัวเองทิ้งไป แล้วเดินเข้าห้องของตน หยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมา
เธอให้ฟางเจิ้งถอดเสื้อ แล้วช่วยทำแผลให้เขา
พลังปราณอันเข้มข้น ความรู้สึกสบายกายสบายใจ แถมยังมียอดหญิงงามมาทำแผลให้เป็นการส่วนตัว
เมื่อครู่ยังตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต ร้องขอความช่วยเหลือก็ไร้หนทาง... พริบตาเดียวกลับได้รับการปรนนิบัติอย่างดีเช่นนี้
ชั่วขณะหนึ่ง ในใจของฟางเจิ้งพลันรู้สึกราวกับอยู่ในความฝัน
ส่วนหลิวเสี่ยวม่ง ก่อนหน้านี้ยังเป็นห่วงอยู่แท้ๆ แต่พอได้ฟังคำแก้ตัวของฟางเจิ้ง รู้ว่าบาดแผลของเขาเกิดจากการที่แอบวิ่งออกไปข้างนอกตอนกลางคืนแล้วหกล้ม ความห่วงใยก่อนหน้านี้ก็พลันเปลี่ยนเป็นความรังเกียจทันที
เธอนั่งขัดสมาธิอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่น มองหลิวซูช่วยฟางเจิ้งทำแผล ใบหน้าแสดงความดูถูก กล่าวว่า: "อย่างน้อยก็มีชื่อเหมือนกับเจ้าอาวาสวัดเส้าหลินนะ ไม่ขอให้นายบาดเจ็บจากการต่อสู้กับคนอื่นหรอก แต่อย่างน้อยก็อย่าทำเรื่องประเภทเดินสะดุดล้มบนพื้นเรียบๆ สิ... แถมยังล้มจนเลือดออกอีก... น่าอายไหมเนี่ย? ผู้ชายตัวโตๆ หกล้มอะไรแบบนี้ มันไม่น่ารักเลยสักนิด!"
เธอยังคิดว่าฟางเจิ้งเป็นเพราะไม่มีความกล้า เลยแอบออกไปปีนเขาตอนกลางคืนเพื่อหาความกล้าอยู่
ฟางเจิ้ง: ".............................."
ให้ตายสิ ผมไม่น่าเล่าเรื่องกระบี่เย้ยยุทธจักรให้ยัยเด็กนี่ฟังเลยจริงๆ
"หกล้ม? นายไปเจออสูรกลายพันธุ์อะไรเข้าหรือเปล่า?"
หลิวซูทาเบตาดีนให้ฟางเจิ้ง แล้วพันผ้าพันแผล ท่วงท่าชำนาญยิ่งนัก... บนตัวฟางเจิ้งมีรอยแผลอยู่ไม่น้อย แต่เพียงครู่เดียว เธอก็ทำแผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เธอเหลือบมองฟางเจิ้งอย่างมีความหมายแฝง กล่าวว่า: "นายไม่ใส่รองเท้าวิ่งออกไปปีนเขาตอนกลางดึกก็เรื่องหนึ่งแล้ว ยังไปเจอสัตว์ป่าอีก ไปเจอหมีมายาเข้าเหรอ? โชคดีนะ แกล้งตายแล้วรอดมาได้สินะ นายควรจะดีใจที่หมีตัวนั้นมันไม่หิว หมีเวลาหิวขึ้นมามันไม่สนหรอกว่าตายหรือยัง ดูท่านายคงจะเจอหมีที่อิ่มแล้ว แค่เลียเล่นๆ เท่านั้น ไม่โดนเลียเนื้อหลุดไปสักก้อน แถมยังเก็บชีวิตกลับมาได้อีก"
"เลีย..."
ฟางเจิ้งหัวเราะแหะๆ ออกมา
"เอาล่ะ ที่เท้า นายเอื้อมถึงเอง ทายาเองแล้วกัน"
หลิวซูโยนขวดเบตาดีนให้ฟางเจิ้ง กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง: "ฉันไม่ถามหรอกนะว่านายไม่หลับไม่นอนออกไปทำอะไรข้างนอกตอนกลางดึก แต่ฉันเป็นจอมยุทธ์ มีข่าวบางอย่างที่พวกคนธรรมดาอย่างนายไม่รู้ แต่ฉันรู้... ช่วงเวลานี้ ไม่มีธุระก็อย่าออกไปไหน อยู่บ้านเฉยๆ ติวการบ้านให้เสี่ยวม่งไป... หมู่นี้เมืองเจี้ยหลิน... ไม่สิ ทั่วทั้งจักรวรรดิเซี่ยหย่าไม่ค่อยสงบเท่าไหร่ จากการตรวจวัด จักรวรรดิเซี่ยหย่าอาจจะมีรอยแยกต่างมิติใหม่ปรากฏขึ้น"
ฟางเจิ้งรับคำอย่างว่าง่าย
"ในเมื่อทำแผลเสร็จแล้ว นายก็พักผ่อนเถอะ... ขอโทษที่มารบกวนดึกดื่นนะ ป้าเล็ก พวกเรากลับกันเถอะ"
หลิวเสี่ยวม่งยิ้มร่า สวมรองเท้าแตะเตรียมเดินออกไป กล่าวว่า: "พรุ่งนี้หนูไม่มีเรียน กะว่าจะนอนให้เต็มที่สักหน่อย"
"หยุดนะ!!!"
หลิวซูสั่งเสียงเย็น: "หลิวเสี่ยวม่ง ฉันอนุญาตให้เธอไปแล้วเหรอ?"
การเคลื่อนไหวของหลิวเสี่ยวม่งพลันแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น
เธอมองหลิวซู แล้วก็มองฟางเจิ้ง หัวเราะแหะๆ: "ป้าเล็กก็ มาปลุกผู้เช่าตอนกลางดึกแบบนี้ มันไม่เห็นใจกันเลยนี่นา แล้วอีกอย่าง พวกเราสองคนอยู่กับผู้ชายตัวโตๆ ในห้องเดียวกันสองต่อสอง ข่าวออกไปมันไม่ค่อยน่าฟังเท่าไหร่ มีเรื่องอะไรพรุ่งนี้ค่อยคุยกันก็ได้นี่คะ"
หลิวซูพูดเสียงเรียบ: "ไหนเธอบอกว่า จดหมายฉบับนี้ฟางเจิ้งเป็นคนเขียนไม่ใช่เหรอ? ฉันอุตส่าห์พาเธอมาเผชิญหน้ากับเขาแล้ว... เธอไม่รีบแก้ต่างความบริสุทธิ์ของตัวเองแล้วเหรอ?"
"อะไร... ความบริสุทธิ์อะไรเหรอครับ?"
ฟางเจิ้งถามอย่างงุนงง แต่เมื่อเห็นท่าทางขยิบตาของเด็กสาว เขาก็รู้สึกเหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา
หลิวซูพูดอย่างขอโทษ: "ขอโทษนะ ที่มารบกวนนายดึกขนาดนี้... ฉันไม่คิดว่านายจะนอนเร็วขนาดนี้"
"เอ่อ..."
ฟางเจิ้งเหลือบมองนาฬิกา... อืม ตีหนึ่ง
อืม เขาเป็นพวกมนุษย์ค้างคาว ปกติเวลานี้ยังไม่นอนจริงๆ นั่นแหละ
"เรื่องมันเป็นอย่างนี้"
หลิวซูเริ่มอธิบายให้ฟางเจิ้งฟัง
และเมื่อได้ฟังคำอธิบายของหลิวซู ฟางเจิ้งถึงได้รู้ว่า หลิวเสี่ยวม่งใส่ใจเรื่องการสารภาพรักของตนมากเพียงใด
ตนเองยอมร่วมมือกับเธอเพื่อไปสารภาพรักแล้ว... เธอยังจะอุตส่าห์เพิ่มบทให้ตัวเองอีก
ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมเธอถึงได้ทุ่มเทกับการจับคู่ให้ขนาดนี้ อ้อ ไม่สิ ต้องบอกว่าทำไมเธอถึงได้หวังให้ตนเองถูกป้าของเธอปฏิเสธอย่างเด็ดขาดขนาดนั้น
ควักกระเป๋าตัวเองซื้อดอกกุหลาบสิบเอ็ดดอกให้ผมก็แล้วไป ตอนกลางคืนยังแอบใช้ชื่อผมเขียนจดหมายรักให้หลิวซูอีกฉบับ
ดูท่าแล้ว คงคิดจะแอบยัดใส่ไปในช่อดอกไม้พรุ่งนี้
น่าเสียดาย แต่งจดหมายรักไปได้ครึ่งทาง ก็ถูกจับได้คาหนังคาเขา
"เธอบอกว่าเป็นนายให้เธอทำ แต่ฉันไม่เชื่อเธอ อย่างน้อยนายก็เป็นนักเขียนคนหนึ่ง ไม่ถึงกับต้องให้เด็กผู้หญิงช่วยเขียนจดหมายรักแทนหรอก"
สายตาของหลิวซูจับจ้องไปที่ฟางเจิ้ง ถามว่า: "ดังนั้น เพื่อให้เธอตายตาหลับ ฉันถึงได้มารบกวนนายเป็นพิเศษ... ฟางเจิ้ง จดหมายฉบับนี้ นายเป็นคนเขียนหรือเปล่า?"
พูดพลาง เธอก็ยื่นจดหมายกระดาษสีชมพูที่ดูน่ารักมากฉบับหนึ่งส่งมาให้
ฟางเจิ้งรับมา อ่านเนื้อหาข้างในอย่างละเอียด...
คิ้วพลันกระตุกอย่างรุนแรง
ยัยเด็กนี่... คิดจะดูเรื่องตลกของผมจริงๆ ด้วย นี่มันจดหมายรักที่ไหนกัน เนื้อหาในจดหมายมันโจ่งแจ้งขนาดนี้ ถึงจะไม่ถึงกับหยาบคาย แต่ก็เป็นการแสดงความรักที่เปิดเผยสุดๆ ชัดเจนว่าเป็นการบอกตรงๆ ว่า 'ฉันอยากนอนกับเธอ'
ให้ตายสิ... เขียนความจริงอะไรออกมาแบบนี้เนี่ย
ไม่สิ ยัยเด็กนี่แยกไม่ออกระหว่างจดหมายรักกับการจีบแบบห่ามๆ ชัดๆ
ในมุมที่หลิวซูมองไม่เห็น ฟางเจิ้งถลึงตาใส่หลิวเสี่ยวม่งอย่างแรง ก็บอกว่าจะสารภาพรักแล้ว เธอทำแบบนี้หมายความว่าไง?!
หลิวเสี่ยวม่งใช้สายตาตอบกลับ นี่ก็เพื่อเพิ่มโอกาสสำเร็จให้นายไง
ฟางเจิ้ง: ".............................."
เพิ่มโอกาสสำเร็จ?!
ถ้าผมเอาจดหมายฉบับนี้ใส่ไปในช่อดอกไม้ส่งออกไป สิ่งที่หลิวซูต้องคิดไม่ใช่ว่าจะปฏิเสธผมอย่างนุ่มนวลได้อย่างไร แต่ควรจะจัดการกับผมอย่างไรดีต่างหากล่ะ?
เรื่องแบบนี้จะยอมรับได้เหรอ?
ฟางเจิ้งจ้องมองหลิวซูเขม็ง แล้วก็เหลือบมองหลิวเสี่ยวม่งที่ขยิบตาให้จนหน้าแทบย่นอยู่ข้างๆ เขา ส่ายหน้า กล่าวว่า: "ไม่ใช่ผม"
"คราวนี้เธอคงจะตัดใจได้แล้วนะ ไม่เกี่ยวกับฟางเจิ้งเลย นี่มันเป็นฝีมือของเสี่ยวม่งเธอล้วนๆ ใช่ไหม? หลิวเสี่ยวม่ง เธอไม่รู้หรือไงว่าเรื่องบางเรื่องมันล้อเล่นไม่ได้?!"
หลิวซูหันไปมองหลิวเสี่ยวม่งอย่างเย็นชา
ใบหน้าน่ารักของหลิวเสี่ยวม่งพลันกลายเป็นน่าสงสารทันที เธอถลึงตาใส่ฟางเจิ้งอย่างแรง ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้กล่าวว่า: "ขอโทษค่ะ ป้าเล็ก หนูรู้แล้วว่าผิดไปแล้ว"
"ตามฉันมา ดูเหมือนช่วงนี้ฉันจะปล่อยปละละเลยเธอมากเกินไป เธอถึงได้เหลิงจนไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำแบบนี้"
หลิวซูพูดเสียงเย็น: "ฟางเจิ้งเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน เธอเคยคิดบ้างไหมว่า ถ้าฉันเอาจดหมายฉบับนี้เป็นเรื่องจริงขึ้นมา ความสัมพันธ์ระหว่างเราสองคนจะกลายเป็นน่าอึดอัดขนาดไหน? รู้แต่จะเล่นสนุกของตัวเอง... ไม่เคยคำนึงถึงผลที่จะตามมา... จริงอยู่ เธอยังเด็ก แต่ความเด็กไม่ใช่ข้ออ้างให้เธอทำอะไรตามอำเภอใจได้ เด็กๆ น่ะใครๆ ก็รัก แต่เด็กแสบ ก็ต้องสั่งสอนอย่างหนักเท่านั้น!"
"ผมว่า จริงๆ แล้วก็ไม่มีอะไรหรอกครับ... เด็กผู้หญิงความคิดความอ่านก็กระโดดไปมา บางทีเธออาจจะไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องใหญ่อะไรก็ได้กระมังครับ?"
ฟางเจิ้งมองดวงตากลมโตคลอหน่วยของเด็กสาว อดไม่ได้ที่จะช่วยพูด: "ที่ผมเห็นนะ ตีสักทีสองทีก็พอแล้วล่ะครับ..."
หลิวเสี่ยวม่ง: ".............................."
หลิวซูเหลือบมองฟางเจิ้งแวบหนึ่ง พยักหน้า กล่าวว่า: "ก็ได้ เสี่ยวม่ง ตามฉันมา... วันนี้เธอโดนตีแน่ๆ ไม่ต้องคิดหนี แต่ในเมื่อเจ้าทุกข์เขาช่วยพูดให้ ฉันจะตีเธอแค่ครั้งเดียว ถ้ามีครั้งหน้าอีก ฉันจะตีขาเธอให้หัก เธอเชื่อไหม?!"
"เชื่อค่ะ"
หลิวเสี่ยวม่งเดินตามหลังหลิวซูไปอย่างหมดแรง
เดินไปได้ครึ่งทาง ก็หันกลับมามองฟางเจิ้งแวบหนึ่ง กล่าวเสียงอ่อนระทวย: "พี่ฟางเจิ้ง ขอบคุณนะคะที่ช่วยพูดให้หนู"
ฟางเจิ้งยิ้มกล่าว: "ไม่เป็นไรหรอก"
"ฟางเจิ้ง ในเมื่อนายบาดเจ็บ ก็พักผ่อนเร็วหน่อยแล้วกันนะ... ขอโทษด้วย ที่มารบกวนดึกดื่น"
หลิวซูยิ้มให้ฟางเจิ้งอย่างขอโทษ แล้วก็ฉุดกระชากหลิวเสี่ยวม่งจากไป
ฟางเจิ้งจ้องมองแผ่นหลังของเธอเขม็ง...
จากนั้นก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า ถอนหายใจ: "เทียบกันไม่ได้จริงๆ หลายปีมานี้ เธอกลับกลายเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากขนาดนี้แล้ว"
จดหมายฉบับนี้เป็นการกระทำตามอำเภอใจของเสี่ยวม่งจริงๆ แต่หลิวซูดูเหมือนจะช่วยคืนความบริสุทธิ์ให้ตน สั่งสอนหลิวเสี่ยวม่งไปหนึ่งที... แต่ความหมายในคำพูด ก็ชัดเจนอย่างยิ่ง
เพราะไม่แน่ใจว่าเป็นความตั้งใจของตนเองหรือไม่ เธอจึงพูดคลุมเครือ แต่ฟางเจิ้งเป็นผู้ใหญ่แล้ว ไหนเลยจะฟังความหมายนอกคำพูดของเธอไม่ออก?
แล้วช่อดอกกุหลาบตรงหน้าต่างนั่น... เธอมองไม่เห็นจริงๆ หรือ?
เกรงว่าจะเป็นการแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นเสียมากกว่า
ถูกปฏิเสธแล้ว
ถึงจะนุ่มนวลอย่างยิ่ง แต่ก็เด็ดขาด ไม่เหลือช่องว่างให้แม้แต่น้อย
ตนเองเพิ่งจะตัดสินใจแน่วแน่ ผลคือ... ก็ต้องประสบกับความพ่ายแพ้ทันที
ฟางเจิ้งนอนอยู่บนเตียง น่าประหลาดใจที่ไม่ได้รู้สึกเสียใจหรือทอดถอนใจมากนัก กลับกัน... กลับรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
เป็นเพราะเพิ่งจะผ่านภัยพิบัติความเป็นความตายมาหยกๆ เกือบจะถูกกินทั้งเป็น เกือบจะถูกเอาไปหลอมยา
ความรู้สึกไร้ทางสู้ ทำได้เพียงปล่อยให้คนอื่นชี้เป็นชี้ตายเช่นนั้น
เทียบกันแล้ว เรื่องรักๆ ใคร่ๆ มันก็แค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น โอเค๊?
ฟางเจิ้งรู้สึกว่า จิตใจของตนเองกลับปลอดโปร่งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน...
ส่วนที่รู้สึกผ่อนคลาย คงเป็นเพราะเสี่ยวม่งพูดถูกกระมัง
ความรู้สึกที่ผมมีต่อหลิวซู มันเป็นความค้างคาใจไม่ยอมแพ้ มากกว่าความรักจริงๆ
ถึงได้...
ฟางเจิ้งถอนหายใจยาว นอนลงบนเตียง ถอนหายใจกล่าว: "ไม่ว่าจะอย่างไร ความรู้สึกสิบกว่าปี ในที่สุดก็ถือว่ามีบทสรุปแล้วใช่ไหม?"
แล้วก็ไม่ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์น่าอึดอัดหลังจากถูกปฏิเสธอีก ทุกคนยังคงเป็นเพื่อนกันได้ นี่คือบทสรุปที่ดีที่สุดแล้วจริงๆ
ขณะที่คิด ฟางเจิ้งก็เผยรอยยิ้มออกมา หลับตาลง
อาจจะเป็นเพราะอาการบาดเจ็บทางร่างกาย เขาจึงผล็อยหลับไปอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
พอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ก็สบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่กำลังยิ้มแย้มอย่างสดใส ซูเหอชิงยิ้มหวาน กล่าวว่า: "พี่ชาย หลับสบายดีไหมเจ้าคะ?"
ฟางเจิ้ง: ".............................."
ให้ตายเถอะ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดจริงๆ เลยว่ะ