เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 21 โดมตกลงมา

บทที่ 21 โดมตกลงมา

บทที่ 21 โดมตกลงมา


ร่างของหยางเซี่ยวเฉินลอยขึ้นจากพื้น ซากศพมีชีวิตที่พุ่งเข้ามาก็ลอยขึ้นไปในอากาศแล้วไปตกใกล้ๆหมอในเสื้อคลุมสีขาว แต่ทันใดนั้นก็มีกระสุนพุ่งผ่านศีรษะของเขาไปทำให้ซากศพที่มีชีวิตล้มลงอย่างแรง

หยางเซี่ยวเฉินบินอย่างรวดเร็วไปที่ด้านข้างของหยางหยาน จากนั้นร่างของหยางหยานก็ออกบินตามมาหลังหยางเซี่ยวฉินไปเล็กน้อย

หยางหยานอ้าปากกว้างในขณะที่เขากำลังจะพูดดวงตาของเขาเป็นประกายเมื่อมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบที่พุ่งผ่านไปเหมือนนั่งอยู่บนรถ หยูเชียนและหวางลี่ปรากฏตัวข้างๆ เขา—ไม่ใช่ เขาและหยางเซี่ยวเฉินต่างหากที่ไปปรากฏข้างๆหยูเชียนและหวางลี่

หยูเชียนรู้สึกยินดีที่พลังพิเศษแปลกๆ ของหยางเซี่ยวเฉินนี้ไม่น่าจะอ่อนแอ แต่เขาก็กังวลเล็กน้อย ว่าหลังจากที่หยางเซี่ยวเฉินมีความสามารถใหม่แล้วจะไม่ยอมอยู่ภายใต้การควบคุมของเขาอีกต่อไป

“เสี่ยวเฉิน!” ในที่สุดหยางหยานก็เปล่งเสียงออกมาหยางเซี่ยวเฉินฝืนยิ้มอย่างไม่เต็มใจให้ เขา อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ความอ่อนแอพุ่งโจมตีจนเขาเลือดกำเดาไหลออกมาตลอดเวลาและหมดสติไปที่สุด

ก่อนที่สติจะดับลงหยางเซี่ยวเฉินจ้องไปที่ด้านหน้าเขาและมองเห็นร่างกายของยักษ์สีดำอย่างคลุมเครือ ในขณะที่คนอื่นๆทำเหมือนจะมองไม่เห็นร่างกายที่ใหญ่โตของยักษ์ตนนี้เลยสักนิด

พวกเขาไม่เห็นเหรอ? นี่คือความสามารถของฉัน? ฉัน..ง่วงนอนมาก...

หยางเซี่ยวเฉินหลับตาลงและหมดสติไป

"เกิดอะไรขึ้นกับเขา?!" หยางหยานรู้สึกหวาดกลัว

“มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แค่พลังพึ่งตื่นขึ้นมาแล้วเปิดใช้งานนานเกินไปมันก็พังเป็นธรรมดา แค่นอนพักเฉยๆเดี๋ยวก็ดีขึ้น” หยูเชียนปลอบโยน

"ให้ฉันช่วยเอง!" หมอในชุดคลุมสีขาวมาถึงจุดที่พวกเขาอยู่ และรีบกล่าวขึ้นมาอย่างร้อนรน เขาต้องการที่จะแสดงถึงคุณค่าในความสามารถของเขา ต้องรู้ว่าถ้าหากเขาทำสำเร็จ เขาก็จะมีโอกาสรอดชีวิตจากสถานที่นี้มากยิ่งขึ้น

เมื่อมองไปที่กองกำลังตำรวจติดอาวุธที่ยังคงพยายามสนับสนุนการต่อสู้และช่วยเหลือประชาชน หยูเชียนพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความเป็นไปได้และอันตรายต่างๆที่จะเกิดขึ้น หากพวกเขาเข้าร่วมในการต่อสู้นี้ ท้ายที่สุดหยูเชียนก็เลือกที่จะยอมแพ้

“ทุกคนขึ้นรถ เราไม่สามารถอยู่ที่นี้ได้อีกต่อไปถอยกลับไปที่ฐานรอให้หยางเซี่ยวเฉินตื่นขึ้นมาก่อนแล้วค่อยวางแผนสำหรับขั้นตอนต่อไป” หยูเชียนหยิบมีดบินกลับคืนและดึงหมอเข้าไปในรถ ในขณะที่ หวางลี่ช่วยหยางหยานพยุงหยางเซี่ยวเฉินขึ้นไปบนรถ ข้อเท็จจริงเหมือนท่อนเหล็กที่ฟาดลงบนหน้านี้มันส่งผลกระทบต่อสมองของเขา เขาจำเป็นที่จะต้องเชื่อสิ่งที่เขาได้ยินมาก่อนหน้านี้และเริ่มชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเขาควรติดตามหยูเชียนและพรรคพวกไปอย่างใกล้ชิด มันยังไม่สายเกินไปที่จะรอจนกว่ารัฐบาลจะคลี่คลายสถานการณ์นี้ได้

"นายไปขับรถ!" หยูเชียนตะโกนใส่หวางลี่เพราะเขาขับรถเองไม่เป็น หยางหยานเอาแต่คิดถึงลูกชายของเขา ชัดเจนว่าคงให้มาขับรถไม่ได้ มีเพียงหวางลี่เท่านั้นที่ทำได้

หวางลี่หันกลับมาและกำลังจะเข้าไปในที่นั่งคนขับ แต่แขนของเขาถูกดึงไว้ก่อน

"พาฉันไป พาฉันไปด้วย!" หวางลี่หันหัวของเขาไปมองและเห็นว่าเป็นหญิงสาวที่กำลังร้องไห้อย่างหนักกำลังจับแขนของเขาและขอร้องเมื่อเห็นว่ายังมีที่ว่างสำหรับรถตู้เจ็ดที่นั่งของพวกเขา

"พาฉันไป ช่วยฉันด้วย ได้โปรด!" ผู้หญิงในชุดสูทสำนักงานร้องเรียกเขา มองเห็นคราบเครื่องสำอางบางๆ บนใบหน้าแม้ว่าเธอจะกำลังร้องไห้ออกมาแต่ใบหน้าของเธอก็ยังคงสวยอยู่

“ฟิ้ววว”

หวางลี่ต้องการพูดอะไรบางอย่างแต่ปฏิกิริยาของหยูเชียนนั้นเร็วกว่าและเด็ดขาดกว่าเขา มีดบินเฉือนข้อมือของผู้หญิงคนนั้น และความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้เธอต้องปล่อยมือ

“ขึ้นรถแล้วออกไปจากที่นี้” หยูเฉียนออกคำสั่งเด็ดขาด ไม่ยอมรับคำคัดค้านใดๆทั้งสิ้น

หวางลี่ไม่ลังเลอีกต่อไปเขาก้าวเข้าไปในรถ ปิดประตูแล้วเร่งเครื่อง โดยไม่แม้แต่จะมองไปทางผู้หญิงที่กำลังร้องไห้ด้านข้างรถ

"เราควรพาเธอไปด้วย" หวางลี่ผู้ซึ่งกำลังขับรถกระซิบเบาๆ

"ฮะ?" หยูเชียนไม่พอใจอย่างมาก

"ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต ไม่มีใครรู้ว่าเราจะอยู่รอดไปนานแค่ไหน" ใบหน้าของหวางลี่ร้อนเล็กน้อยและเขาพูดว่า "มันอาจจะดีถ้าพาสาวสวยมาด้วย บนเกาะพาราไดซ์มีผู้ติดตามมากับนักพนันและช่างเทคนิคน้อยมาก ในระดับนี้คุณสามารถขอให้เธอไปเป็นเพื่อนร่วมทางของคุณได้"

หยูเชียนเข้าใจและหันไปเยาะเย้ย: "บนหน้าฉันดูเหมือนพวกที่เอาแต่คิดถึงเรื่องใต้หว่างขาเหมือนพวกเขาหรือไง?"

หวางลี่หลั่งเหงื่อเย็นเฉียบออกมาและไม่กล้าตอบกลับ เอาเถอะการประจบต้องดูที่คนดังนั้นฉันก็โทษเขาไม่ได้ นายกเทศมนตรีหลิวเองก็ไม่ชอบเล่ห์เหลี่ยมนี้ และฉันเองก็เป็นเจ้านายมานานเกินไปทำให้ไม่คุ้นเคยทักษะการเยินยอแบบนี้มานานแล้ว

“หืม นายชอบผู้หญิงเหรอไม่มีปัญหา คราวหน้าถ้าเห็นอะไรถูกใจก็ไปปล้นมาเท่านั้นเอง แต่ฉันจะให้แค่สิ่งที่เป็นส่วนแบ่งของนายเท่านั้น ไปชั่งน้ำหนักเอาเอง ตราบใดที่นายไม่ทำอะไรโง่ๆ ฉันจะไม่ฆ่านาย” หยูเชียนรู้ว่าวิธีที่เขาใช้ทั้งความเมตตาและอำนาจนั้นมันดูไร้เดียงสานิดหน่อยแต่ก็ไม่เป็นไร ในเมื่อเขามีความแข็งแกร่งที่แท้จริงอยู่กับตัว เขาก็ไม่ต้องมาคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องพวกนี้

………………

ที่ประตูทางเข้าสวนแรกของโรงพยาบาล กองกำลังของกองตำรวจติดอาวุธตั้งแนวป้องกันด้วยความคิดที่ว่าพวกเขาจะไม่หลบหนีจากแนวยิงหากตัวยังไม่ตายในสนามรบ แม้แต่หัวหน้าของพวกเขาเกิงจี้ปิงเองก็ยืนอยู่ในแนวหน้า แม้ว่าจะมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสไม่น้อยพวกเขาก็ไม่ยอมถอยออกไป

เกิงจี้ปิงยกปืนไรเฟิลอัตโนมัติในมือของเขาและเหนี่ยวไกอย่างต่อเนื่อง ทำลายมือและเท้าของซอมบี้ มีเพียงระเบิดเพลิงและระเบิดแรงดันสูงที่มีจำนวนเล็กน้อยเท่านั้นที่สามารถฆ่าซอมบี้ในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาวุธอื่นๆนั้นยากที่จะฆ่าสัตว์ประหลาดพวกนี้ได้ หากไม่สามารถยิงไปที่หัวของพวกมัน ก็ทำได้เพียงกำจัดแขนขาเพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว ในการสู้รบระหว่างทั้งสองฝ่าย เจ้าหน้าที่ตำรวจติดอาวุธเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบตั้งแต่เริ่มต้นและแนวป้องกันก็ส่อแววที่จะเริ่มพังทลายออกมา

"หัวหน้าทีมเกิงถึงเวลาถอนตัวแล้ว เรารอการสนับสนุนไม่ไหวแล้ว!" รองกัปตันเข้าหาเกิงจี้ปิงและพูดด้วยความยากลำบาก

"จะถอนอะไร? ถ้าเราถอนตัว จะเกิดอะไรขึ้นกับผู้คนในหยวนเจียง? ภรรยาและลูก ๆ ของคุณไม่ได้อยู่ในเมืองหรือไง?" เกิงจี้ปิงผลักเขาออกไปอย่างไม่อดทน

รองกัปตันกระวนกระวายจนหน้าแดงหลังจากนั้นเขาก็ยังคงรวบรวมกองกำลังที่เหลือเพื่อสร้างแนวป้องกันต่อไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

พอมาคิดดูฉันก็รู้สึกว่าควรเพิ่มกำลังใจให้ทีมเพื่อที่จะสู้ต่อไปได้ เกิงจี้ปิงเปิดลำโพงและตะโกน: "ในแง่ขององค์กรแม้ว่าตำรวจติดอาวุธอย่างพวกเราจะไม่ได้สังกัดหน่วยพิทักษ์ประชาชน แต่เราทุกคนล้วนเป็นทหาร! เราทุกคนเป็นทหารของประชาชน! พี่ชาย พี่สาวทุกท่าน หน้าที่ของเราคือปกป้องประเทศและประชาชน! ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหนก็ต้องกัดฟันสู้เพื่อเผชิญหน้ากับพวกมันไว้ให้ได้! คุณอยากให้พ่อแม่และลูกๆของคุณเผชิญหน้ากับสัตว์ประหลาดกินคนพวกนี้ไหม"

"ถ้าไม่มีคำสั่งจากฉัน ก็ห้ามถอย! หากเราไม่สามารถรอการสนับสนุนได้ ก็ให้ศพของเราเป็นแนวป้องกันสุดท้ายสำหรับชาวหยวนเจียง!"

ทันทีที่เขาพูดจบ ก็มีเสียงโห่ร้องดังขึ้นมา มันเป็นเสียงระเบิดจากลูกระเบิดมือ

ห่างออกไปห้าสิบเมตร ทหารคนหนึ่งถูกซอมบี้หลายตัวกดลงกับพื้นและสูญเสียความสามารถในการต้านทาน ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงจากการถูกกัดตามร่างกายทำให้เขาอยากจะตะโกน แต่เขาก็กลั้นไว้สุดชีวิต เขาขบฟันกรามของเขาเอาไว้ แขนซ้ายของเขาถูกกัดจนเห็นกระดูกและด้วยมือขวาเพียงข้างเดียวเขายังพยายามที่จะยัดแหวนสลักของลูกระเบิดเพื่อใช้ฟันกัดมันไว้

แต่ไม่เหมือนในหนังตรงที่แหวนดึงนี้แข็งมากจนกัดไม่ลง เขาจึงต้องเปลี่ยนกลับมากัดระเบิดด้วยปากและดึงแหวนสลักด้วยมือแทน

เขาเปิดปากและพยายามตะโกนคำขวัญ แต่คอของเขาเต็มไปด้วยเลือดทำให้ไม่มีเสียงใด ๆ ดังออกมา

"บูม"

เสียงดังสนั่นทำให้ซอมบี้หลายตัวถูกระเบิดกลายเป็นเศษเนื้อ มันยังระเบิดความมุ่งมั่นของทหารที่เหลืออยู่ทุกคนให้ต้องการต่อสู้จนถึงที่สุด พวกเขาต่างก็เปร่งเสียงคำรามออกมาจากลำคออย่างสุดกำลัง

"ปกป้องครอบครัวและประเทศ ต่อสู้จนตัวตาย!" ทหารหลายคนที่ซ่อนตัวอยู่หลังที่กำบังของรถพยาบาลได้เปิดฉากตอบโต้ด้วยการพาตัวเองไปตาย โดยพยายามขัดขวางการรุกคืบของกลุ่มซอมบี้ที่อยู่ด้านหน้าและสร้างเวลาสำหรับสหายที่อยู่ด้านหลังได้เติมกระสุน

"ปกป้องครอบครัวและประเทศ ต่อสู้จนตัวตาย!" รองกัปตันตะโกนและดึงปืนกลที่เพิ่งใช้ปัสสาวะราดใส่ เพื่อลดความร้อนให้กระบอกปืนกล

"ปกป้องครอบครัวและประเทศ และต่อสู้จนตัวตาย!"  ผู้พิทักษ์เหล่านี้ต่างก็ยิ้มออกมาขณะถอดแมกกาซีนเปล่าทิ้งและดึงมีดสั้นทางยุทธวิธีออกมาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ระยะประชิด แม้ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นซอมบี้ที่ยากต่อการสังหารด้วยมีดสั้นก็ตาม

กระสุนของพวกเขาไม่สามารถหยุดการรุกของสัตว์ประหลาดได้ แต่ความน่ากลัวของซอมบี้ก็ไม่สามารถทำลายความตั้งใจของพวกเขาได้เช่นกัน เสียงนับสิบรวมตัวกันพูดคำขวัญแปดตัวอักษรซ้ำๆเพื่อเป็นการบรรเลงบทเพลงต่อสู้อันยิ่งใหญ่

แม้ความตายใกล้เข้ามาแต่ก็ไม่มีใครหวาดกลัว

"พวกคุณต้องเลือดร้อนมากหน่อยมันถึงจะดูดี" เกิงจี้ปิงซึ่งเกิดในกองทัพมีสีหน้าเครียดพร้อมที่จะพบกับการเสียสละอันรุ่งโรจน์ แต่เขากับมองเห็นภาพแปลก ๆ บางอย่างอย่างไกลๆ

“หือ อะไรเนี่ย”

ร่างที่คุ้นเคยกำลังใกล้เข้ามา

เหลียวหยวนโจวหลานชายของนายกเทศมนตรี รองผู้บังคับบัญชาฝ่ายรักษาความปลอดภัย

เขาสวมชุดป่วยสีขาวล้วน มีรอยสักแวววาวบนหน้าผากในมือถือปืน และสวมรองเท้าผ้าใบคู่หนึ่งที่เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ของๆเขา กำลังเดินเข้ามาช้าๆ ทีละก้าวๆ

ไม่มีซอมบี้สักตัวที่สามารถกัดเขาได้ ไม่มีกระสุนสักนัดที่จะทำให้เขาบาดเจ็บโดยไม่ตั้งใจ

และกระสุนทุกนัดที่เขายิงจะระเบิดหัวซอมบี้หนึ่งหรือแม้แต่หลายตัวเสมอ

เหลียวหยวนโจวแค่ก้าวเดินไปข้างหน้าด้วยวิธีแปลกๆ ไปทางซ้ายหนึ่งก้าว ไปทางขวาหนึ่งก้าว และบางครั้งก็ถอยหลังไปเล็กน้อย ยกมือขึ้นตามต้องการและยิงออกไปโดยไม่ต้องเล็ง แต่กับไม่มีสักนัดที่จะพลาดเป้า มันเหมือนกับผู้เล่นระดับสูงที่โกงด้วยการมีแผนที่สมบูรณ์ในการเดินผ่านเขาวงกต เดินท่ามกลางห่ากระสุนและซอมบี้อย่างง่ายดายโดยไม่ได้รับบาดเจ็บ

“กัปตันเกิง ฟังคำสั่งของฉัน” เหลียวหยวนโจวเดินไปจนสุดทางด้านข้างของเกิงจี้ปิงโดยที่ทหารยามไม่สามารถทำอะไรได้อย่างง่ายดายและพูดออกมาอย่างไม่แยแส

………………

"นั่นอะไรน่ะ!" นอกเมืองหยวนเจียงยานพาหนะถูกปิดกั้นเป็นแถวยาวด้านหน้าด่านตรวจ ด้านหน้าผ่านไม่ได้และด้านหลังถูกปิดกั้น การจราจรติดขัดนี้กินเวลานานมาก ตั้งแต่เริ่มมีการปิดล้อมเมืองหยวนเจียง ถ้าไม่ใช่เพราะทหารที่อยู่แนวนอกนำอาหารและน้ำจำนวนมากมาให้ทุกคน จางห่าวซึ่งมีน้ำตาลในเลือดต่ำก็คงมีอาการช็อคไปแล้วแล้ว

ในตอนแรกทุกคนจะลงมาจากรถเพื่อพูดคุยและเล่นโป๊กเกอร์ แต่หลังจากที่มีผู้ป่วยสองสามคนที่อาเจียนเป็นเลือดและล้มลงกับพื้น ทุกคนก็ถอยกลับเข้าไปในรถของตน ผู้ป่วยที่อาเจียนเป็นเลือดและล้มลงกับพื้น ต่างก็ถูกลากไปยังค่ายทหารด้านนอกการปิดล้อมเพื่อบังคับให้แยกตัวออกไป

เมื่อมีปรากฏการณ์บางอย่างเกิดขึ้นเหนือท้องฟ้า จางฮ่าวซึ่งกำลังเบื่อหน่ายเป็นคนแรกที่สังเกตเห็น

ด้วยการเตือนของเขา ผู้คนจำนวนมากต่างก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้า

วงกลมสีเหลืองอ่อนปรากฏขึ้นในเมฆ แล้วลดระดับลงมาอย่างรวดเร็ว

“มันคือยูเอฟโอ?”จางฮ่าวพูดออกมาด้วยความประหลาดใจ "ใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ!"

ถ้าใช้เมฆเป็นข้อมูลอ้างอิง ขนาดของวงกลมนั้นมีขนาดที่เกือบจะครอบคลุมทั้งเมืองได้เลย

วงกลมสีเหลืองอ่อนยังคงเร่งความเร็วและตกลงมา ในขณะนี้ผู้คนสามารถเห็นภาพรวมทั้งหมดได้แล้วว่ามันไม่ใช่วงกลม แต่เป็นทรงกลมครึ่งซีก

ผู้คนเริ่มก่อการจลาจล กองทัพเริ่มใช้กฎอัยการศึก แต่ทรงกลมครึ่งซีกนั้นตกลงมาเร็วกว่าที่คาดไว้ และมันลงจอดก่อนที่ทุกคนจะได้ทำการตอบโต้อะไรซะอีก

"บูม"

เสียงดังสนั่นราวฟ้าผ่า

โดมก็ตกลงมา!

หลังจากการทดลองหลายครั้ง ทรงกลมครึ่งซีกสีเหลืองซีดที่ประกอบจากสะสารที่ไม่รู้จักและไม่สามารถอธิบายได้จากผู้เชี่ยวชาญด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ปัจจุบัน

นอกจากแสงแล้ว ไม่มีสสาร เสียง หรือคลื่นวิทยุใดผ่านเข้าไปได้ ไม่ว่าจะปืน ปืนใหญ่และแม้แต่มิซไซล์ก็ไม่สามารถทำลายโดมนี้ได้

อีกทั้งทางเดินใต้ดินยังถูกปิดกั้นโดยพลังงานที่มองไม่เห็น กองกำลังที่อยู่นอกการปิดล้อมไม่สามารถเข้าไปได้ และคนที่อยู่ภายในก็ไม่สามารถออกมาได้เช่นกัน

ไซเรนป้องกันภัยทางอากาศดังขึ้นอีกครั้ง ประกาศว่าเมืองหยวนเจียงถูกแยกออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง

(ฐานบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศก็อยู่ในโดมเช่นกัน โดมครอบคลุมบริเวณแม่น้ำหยวนเจียงทั้งหมด รวมถึงที่หลบภัยทางอากาศที่อยู่นอกเขตเมือง เกาะเจียงซินและสถานที่อื่นๆ)

จากผู้แปล: เรื่องการเรียกชื่อเรียกของ “ซากศพที่มีชีวิต” เนื่องจากเนื้อหาก่อนหน้าเป็นการสนธนากันระหว่างคนกลุ่มเล็กๆที่มีหยูเชียนซึ่งมาจากต่างวัฒนธรรมอยู่ด้วยจึงใช้ชื่อเรียกว่า “ซากศพที่มีชีวิต” ซึ่งแตกต่างจากคำจำกัดความของซอมบี้ในโลกเรา แต่หลังจากตอนนี้เป็นต้นไปเนื้อเรื่องจะขยายขึ้นมากและจะมีตัวละครเพิ่มอีกหลากหลาย อีกทั้งหยูเชียนเริ่มเรียนรู้วัฒนธรรมของโลกได้มากขึ้น จึงต้องเปลี่ยนคำเรียกของ “ซากศพที่มีชีวิต” เป็น “ซอมบี้” เพื่อง่ายต่อการเข้าใจและอ่านได้ไหลลื่นมากกว่าเดิม

ปล. เวลาที่ผ่านมาในเนื้อเรื่องคือ 1 วัน แต่เวลาที่ไวรัสไขหวัดระบาดคือ 2 วัน

จบบทที่ บทที่ 21 โดมตกลงมา

คัดลอกลิงก์แล้ว