เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 157 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (5) [21/05/2562]

บทที่ 157 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (5) [21/05/2562]

บทที่ 157 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (5) [21/05/2562]


บทที่ 157 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (5)

 

แม้ว่ายูอิลฮานจะใช้เวลาสู้กับมอนสเตอร์ 'ปีศาจสั่นสะเทือนวิปริต' ไปมากแต่ว่าเมื่อเขากลับมาลูกน้องของเขาก็ยังคงหลับอยู่เลย การที่พวกลูกน้องเขาต้องทนมาเป็นเวลา 2 ปี 9 เดือนในโลกที่ถูกทิ้งได้ส่งผลตกค้างไว้ให้พวกเขาไว้ทำให้พวกเขาเลือกที่จะหลับให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อที่พวกเขาจะได้เก็บพลังงานเตรียมตัวไว้ทุกสถานการณ์

ถึงจะมีร่องรอยกับสัญญาณของมอนสเตอร์นับพันที่พยายามจะบุกเข้าไปในคฤหาสน์ แต่ว่าระบบป้องกันอัตโนมัติก็ดูจะจัดการพวกมันไปหมดแล้ว

เพราะระบบอัตโนมัตินี้เองทำให้ยูอิลฮานไม่ได้รับค่าประสบการณ์เช่นกัน แต่ว่าการพัฒนาของพื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้าก็ยังพัฒนาขึ้นไปอยู่ทำให้ยูอิลฮานพอจะรับได้

"โอเคเยี่ยม งั้นฉันจะรีบไปอาบน้ำนอนแล้ว"

ยูอิลฮานได้วิ่งตรวจดูระบบความปลอดภัยของคฤหาสน์แล้วก็ฮัมเพลงเดินเข้าไปในคฤหาสน์ ที่นี่เขาสามารถจะนอนหลับได้อย่างสบายใจต่างไปจากอพาร์ตเมนท์ที่กังนัม

จนกระทั่งตอนนี้มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะพักอย่างเต็มที่เพราะเขาไม่เคยลงการระวังตัวเลยแม้แต่ตอนนอน แต่ว่าด้วยคฤหาสน์หลังนี้ เขาสามารถจะนอนหลับได้อย่างเต็มที่ด้วยพลังของผู้เชี่ยวชาญสกิลพักผ่อน

[ยินดีต้อนรับยูอิลฮาน] (เอิลต้า)

เมื่อเขาเข้ามาในห้องเขาก็ได้เจอกับยูมิลที่นอนอยู่บนเกาอี้หนังสีดำที่เขาได้ใช้นั่งป้องกันคฤหาสน์มาตลอดสองสัปดาห์แล้วก็เอิลต้าที่นั่งเฝ้ายูมิลอยู่

[ทำไมนายมาช้าจังล่ะ? มีคลาส 4 อยู่จริงๆไหม?] (เอิลต้า)

เมื่อได้ยินคำถามของเอิลต้า หัวของยูอิลฮานได้เริ่มปวดขึ้นมาอีกครั้งและหยักหน้ารับ

"มีคลาส 4 อยู่ตัวนึง แต่ว่ามันมีเรื่องน่าตกใจเกิดขึ้นน่ะ เดี๋ยวไว้ให้เลียร่าอธิบายรายละเอียดนะ แล้วทำไมมิลมานอนอยู่นี่ล่ะ?"

[เขาตื่นขึ้นมาเพราะว่าเขาหิวทั้งๆที่กินซุปเนื้อไปแล้วน่ะ จากนั้นเขาก็ไปรอบคฤหาสน์หาร่องรอยของนายจนกระทั่งมิลมาถึงห้องประชุมแล้วเขาก็เริ่มนอนบนเก้าอี้ไป] (เอิลต้า)

เมื่อยูอิลฮานได้ยกมิลขึ้นมา มิลก็ได้เกาะติดยูอิลฮานเองอัตโนมัติ ตอนแรกเขาอยากจะปลกมิลขึ้นมาแต่แล้วเขาก็ลืมไปหลังจากได้เห็นมิลหลับสนิท กลับกัน่านตาของยูอิลฮานได้หนักขึ้นมาแทน

"ฉันจะไปนอนก่อนสักพักเดี๋ยวจะไปทำงานนะ"

[นายอยู่แบบนี้มา 20 วันโดยที่ยังไม่ได้นอนเลยนะ ถ้านายยังจะทำอะไรอีกในสภาพนี้ฉันจะทำให้นายหลับไปเอง] (สเปียร่า)

[ให้ฉันนอนกับนายด้วยนะ!] (เลียร่า)

[เธอน่ะมานี่เลย!] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานได้ฝากมิลไว้กับทูตสวรรค์ไว้ชั่วคราวเพื่อที่เขาจะไปอาบน้ำแล้วจากนั้นก็กลับมาพามิลไปที่เตียง จากการที่เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในสกิลพักผ่อนทำให้เขาหลับลงไปในวินาทีแรกที่ล้มตัวลงบนเตียง ตอนนี้ก็เหลือแค่เหล่าทูตสวรรค์ที่มีงานท่วมอยู่แล้ว

[เหตุการณ์บนโลกมันยิ่งซับซ้อนขึ้นอีกแล้ว...] (เลียร่า)

[มีประตูมิติบนโลกที่ยังเชื่อมต่อกับโลกอื่นอีกอยู่ไหม? ถ้ามันมีประตูมิติแบบนั้นอยู่อีกจะต้องมีทูตสวรรค์อย่างน้อยคนหนึ่งไปจับตาดูไว้] (สเปียร่า)

[ไม่หรอก การฝากไว้กับทูตสวรรค์มันไร้เดียวสาเกินไป ในครั้งที่แล้วเรายังไม่ได้จัดการพวกคนทรยศจนหมดเลย พวกเขาจำเป็นจะต้องขอความช่วยเหลือจากคนบนโลกแทน เราน่าจะมอบภารกิจสวรรค์ให้กับพวกเขา] (เอิลต้า)

[ดูเหมือนว่าพลังของกองทัพสวรรค์จะยิ่งลดต่ำลงแล้ว พวกเขาก็ยังถูกผูกติดกับยูอิลฮานอยู่อีกด้วย] (เลียร่า)

[เราต้องรับความเสี่ยงนี้ไว้ โลกได้ผ่านจนที่จะเรียกว่าโลกระดับต่ำมานานแล้ว] (เอิลต้า)

[ใช่แล้ว พวกเราจะต้องยืนหยัดให้มั่นคง มันดูเหมือนว่าฉันจะต้องจะต้องไปยื่นเรื่องขอพื้นที่สำรองไว้ให้โลกแล้ว] (สเปียร่า)

[พวกเราต้องทำถึงขนาดนี้เลยงั้นหรอ?] (เอิลต้า)

จากการที่ทูตสวรรค์คลาส 6 ถึงสองคนได้จบอยู่ที่ฝั่งเดียวกับยูอิลฮาน ทำให้การสนทนาระหว่างพวกเธอทั้งสามคนมีผลอย่างมากกับโลกนี้

[บาย](เลียร่า)

[ฉันจะรีบทำมันให้เสร็จเร็วที่สุด] (สเปียร่า)

หลังจากได้ข้อสรุปกันแล้ว สเปียร่าได้ตรงไปที่สวรรค์ในฐานะตัวแทนของทั้งสามคนทันที ถ้าเป็นเธอ เธอจะต้องต่อรองกับกองทัพสวรรค์ได้ดีกว่าเลียร่าหรือเอิลต้าแน่นอน

[เธอไปแล้ว] (เลียร่า)

[ใช่แล้ว] (เอิลต้า)

หลังจากที่ส่งสเปียร่าไปแล้ว เอิลต้ากับเลียร่าได้มองกันเองเพื่อหาโอกาส แต่ว่าไม่นานนักพวกเธอก็ได้ตกลงกันอย่างเงียบๆและยื่นมือข้างหนึ่งออกมาอย่างรวดเร็ว

ค้อนของเลียร่ากับกระดาษของเอิลต้า

[ฟู่...]

เมื่อเอิลต้าได้จูบนิ้วออกมาอย่างพอใจ เลียร่าก็ได้ขบฟันตะโกนออกมา

[มาแข่งกันสามรอบ] (เลียร่า)

[ชัยชนะจะตัดสินกันในรอบแรกเสมอต่างหากล่ะ] (เอิลต้า)

ความมุ่งมั่นของเอิลต้ายังคงมั่นคงเหมือนกับแพงเหล็กทำให้เลียร่าได้แต่ไปนอนถัดจากมิลหลังจากที่คลานไปบนเตียงทั้งน้ำตา จากนั้นเอิลต้าได้กระโดดไปนอนจับแขนเสื้อของยูอิลฮานข้างๆเขาทันที

[ในที่สุดฉันก็ได้นอนหลับสบายเป็นครั้งแรกหลังจากไม่ได้นอนสบายมานาน] (เอิลต้า)

[ฮึ่ม วันนี้ฉันจะยอมให้เธอ] (เลียร่า)

เลียร่าใช้สายตาที่ซับซ้อนและบอบบางมองดูเอิลต้าที่ดูจะพอใจกับการแค่จับเสื้อของยูอิลฮานแล้วแต่ว่าไม่นานนักเธอก็หลับลงไป ดูเหมือนว่าพวกเธอก็เหนื่อยมามากเช่นกัน

ลูกน้องของยูอิลฮานก็ยังคงหลับอยู่โดยไม่ตื่นขึ้นมา แม้ว่าจะมีมอนสเตอร์ประหลาดมาทางคฤหาสน์ของเขา แต่ว่าพวกมันก็ถูกจัดการไปเองด้วยระบบป้องกันภัยอัตโนมัติโดยที่ไม่มีอันตรายใดๆถึงคฤหาสน์ได้เลยสักนิด

เพราะแบบนี้ทุกๆคนที่อยู่ในคฤหาสน์ต่างก็หลับไหลสนิทกันทุกคน

แม้ว่าในเวลานี้ทั่วทั้งโลกต่างก็ต้องเผชิญความเหนื่อยยากจากกรต่อสู้และประตูมิติก็ยังคงอยู่ แต่ว่ามีเพียงแค่คฤหาสน์นี้ที่เดียวที่แยกตัวออกไปจากความวุ่นวายพวกนี้

หลังจากนั้นเวลาก็ได้ผ่านไปสองสามชั่วโมง

[ฉันกลับมาแล้ว ทำไมคฤหาสน์ถึงเงียบงี้ล่ะ?... โอ้] (สเปียร่า)

หลังจากที่ประชุมตัดสินใจกฏใหม่ที่จะใช้นับจากนี้ต่อไปแล้วสเปียร่าก็ได้กลับมาจากสวรรค์ เธอได้พบว่าแม้แต่เลียร่ากับเอิลต้าก็ได้หลับไปแล้ว แต่แล้วเธอก็ตัดสินใจว่าจะปล่อยให้พวกเธอได้พัก

เพราะว่านับจากนี้ไปมันจะยิ่งยุ่งเหยิงมากขึ้นอีก

ในขณะเดียวกันหัวหน้ากลุ่มเทพสายฟ้าคังมิเรย์ก็ได้เจอเข้ากับปัญหา มันก็เพราะว่าเธอได้รับภารกิจจากคนระดับสูงที่อยู่ในโลกลันปาส คนที่แม้แต่เธอก็จะเมินเฉยไม่ได้

"เธอบอกว่าทำการค้า"

"ฉันไม่ได้กำลังพูดถึงเรื่องทรัพยากรของโลกหรอกนะ"

องหญิงค์ที่หนึ่งแห่งจักรวรรดิเพลลาเดีย เออร์ม่า แอน อิลละต้าได้ตอบกลับมา

"ที่โลกของเธอไม่ใช่ว่ามันมีทางเชื่อมไปสู่โลกอื่นมากมายเลยหรอกหรอ? มิเรย์ในเมื่อเธอน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าทุกๆโลกดูเหมือนจะมีทรัพยากรที่คล้ายๆกันแต่ว่ามันก็มีบางอย่างที่จะต่างกันไปเล็กน้อย แน่นอนว่ามอนสเตอร์ก็ต่างก็ไปเช่นกัน ในระหว่างการศึกษาของพวกมันเราจะต้องใช้บันทึกที่มีความหลากหลายจนไม่อาจจะจินตนาการได้และมันต่อมีคุณภาพสูง.... นี่เลยเป็นโอกาสดีที่จะได้พัฒนาในเวทมนตร์ของโลกเราที่กำลังซบเซาอยู่"

"มันอันตรายนะ พวกเราไม่รู้เลยว่าเมื่อไหร่วังวนจะเกิดขึ้นมาและต่อให้เป็นฉันก็ทำได้แค่ประตูมิติมาที่นี่ทำให้คนจากจักรวรรดิสามารถข้ามไปได้ชั่วคราว แต่ถ้าอยู่ๆประตูมิติก็ปิดลงไปเพราะความผิดพลาด..."

"นั่นแหละมิเรย์ เธอจะกังวลเรื่องนี้ทำไมล่ะในเมื่อสักวันเธอก็จะทำประตูมิติอยู่แล้วนี่"

เออร์ม่า แอน อิลละต้าได้เต็มไปด้วยความต้องการที่จะทำให้เวทมนตร์ก้าวหน้าขึ้น คังมิเรย์ที่สนิทกับเธออย่างมากก็รู้ดีว่าเมื่อมันมาถึงจุดนี้แล้วเธอก็จะไม่ฟังใครอีกต่อไปแล้ว

"ฉันรับประกันกับเธอได้เลยว่าผู้คนจากอีกโลกก็จะต้องคิดเหมือนกับฉันแน่นอน ฉันกำลังพูดถึงเรื่องของเวทมนตร์อยู่ไงล่ะ แต่ว่าในบางทีก็มีความต้องการไอเทม ซากศพมอนสเตอร์หรืออะไรอย่างทรัพยากรของมนุษย์ มันคงไม่นานนักหรอกที่จะเกิดตลาดแห่งการแลกเปลื่ยนขึ้นบนโลกของเธอ"

เธอได้หัวเราะออกมาเบาๆ มันเป็นเรื่องที่น่าพอใจอย่างมากที่สิ่งที่เธอเคยคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้กำลังจะเกิดขึ้นจริงแล้ว

"โลกของเธอก็ต้องเตรียมพร้อมเหมือนกัน ถ้าโลกควบคุมมันไม่ได้ มันจะเป็นปัญหาหนักแน่ การจัดการประตูมิติ การจัดการผู้คนที่ผ่านประตูมิติ รวมไปถึงการจัดการด้านธุรกรรมด้วย... มิเรย์ฉันขอแนะนำเธอในฐานะเพื่อนเลยนะ เธอควรจะทำในสิ่งที่ทุกๆคนต้องการก่อนที่จะมีคนอื่นทำมันก่อน ถ้าเธอทำแบบนี้เธอจะได้รับหลายต่อหลายอย่างมาอยู่ในมือของเธอเลยนะ"

"ฟู่"

เออร์ม่า แอน อิลละต้าได้หัวเราะออกมาด้วยรอยยิ้มเมื่อได้เห็นคังมิเรย์ถอนหายใจออกมาต่อหน้าเธอ

"ลองคิดในแง่ดีนะเธอจะได้ทำตัวเป็นศูนย์กลางการค้าขายของโลกต่างๆเลยนะ"

"ฉันหวังแต่ว่ามันจะไม่ยุ่งเหยิงไปถึงขนาดนั้น โลกในปัจจุบันนี้ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่จะมาคิดเรื่องพวกนี้ได้... สำหรับฉันแล้วมันจะดีที่สุดที่จะก้าวออกไปเพื่อลดความยุ่งเหยิงนี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"

สีหน้าของคังมิเรย์ได้แข็งทื่อขึ้นมาแล้ว แน่นอนว่าผู้ใช้พลังที่มีพลังพอจะเปิดประตูมิติไปต่างโลกก็มีจำกัดอยู่ แต่ว่ามันก็ไม่มีใครรู้ว่ามันจะเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นมาเมื่อไหร่เช่นกัน

เจ้าหญิงได้เบะปากออกมาเมื่อเห็นว่าคังมิเรย์ไม่อยากจะคุยกับเธอต่อ แต่ว่าเธอก็รู้นิสัยของคังมิเรย์ดีทำให้เธอเลือกจะถอยออกมา

"ไม่ว่ายังไงเธอยังไงก็ทำให้ดีที่สุดล่ะกัน ทุกๆคนต่างก็อยากจะเป็นตัวหลักของโลกเธอ"

"สำหรับเธอที่เป็นคนนอกก็พูดง่าย"

คังมิเรย์ได้ถอนหายใจออกมาเมื่อนึกไปถึงคนบนโลกที่ได้มีส่วนร่วมกับเหตุการณ์นี้

มนุษย์ที่โลภจะไม่มีวันหายไปจนกว่าทุกๆคนจะตกตายไปพร้อมๆกัน ถ้าหากว่ามันเป็นไปได้ที่ทุกคนจะสร้างวังวนที่เป็นทางไปต่างโลกได้งั้นที่โลกก็จะต้องเกิดเรื่องวุ่นขึ้นมานานแล้ว

แม้แต่ในตอนนี้ผู้นำของประเทศต่างๆก็ได้เค้นสมองของพวกเขาคิดหาวิธีโต้ตอบ แต่ถึงแม้แบบนั้นพวกนั้นก็ยังคิดที่จะใช้โอกาสนี้เพื่อประเทศของพวกเขาเองอยู่ด้วย นี่มันเป็นเรื่องที่ปกติสำหรับโลกไปแล้ว

"วิธีที่ง่ายที่สุดเลยคือการสร้างสิ่งที่พิเศษของโลกขึ้นมา ถ้าหากทุกๆคนอยากจะได้มันก็จะเกิดพื้นที่การค้าขึ้นมาใช่ไหมล่ะ?"

"ก็นั่นแหละที่ฉันกำลังจะบอก มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะที่จะเลือกไอเทมพิเศษของโลก... โอ้ เดี๋ยวนะ"

คังมิเรย์ได้เผลออุทานออกมาทันที นี่ยิ่งทำให้องค์หญิงตกใจ

"อะไรนะ มันมีอยู่จริงๆหรอ? ไม่ว่าโลกจะยอดเยี่ยมแค่แต่โลกของเธอก็แค่เพิ่งจะอยู่ในมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 เองนะ เธอรู้ดีใช่ไหม?"

"นั่นแหละ... มีสิ่งพิเศษที่ทุกๆคนไม่ว่าใครต่างก็อยากจะได้อยู่"

คังมิเรย์ได้ตอบกลับก่อนถอนหายใจออกมา

ทำไมเธอถึงถอนหายใจออกมาในตอนที่บอกว่ามีสิ่งที่พิเศษอยู่ล่ะ? องหญิงสงสัยในเรื่องนี้มาก แต่ว่านี่เป็นเรื่องปกติสำหรับคังมิเรย์ที่คิดขึ้นมาได้ว่าแรงบรรดาใจจากการสร้างแวนการ์ด แรงบรรดาลใจที่ทำขึ้นมาเพื่อที่จะช่วยปกป้องโลก

'ทำไมคนๆนี้ถึงได้เก่งไปหมดทุกอย่าง!'

เธอเพิ่งจะรู้สึกว่าเธอได้ช่วยแบ่งเบาภาระเขาได้เมื่อไม่นานมานี้เอง แต่แล้วเธอก็กลับคิดถึงวิธีที่จะพึ่งพาเขาไปอีกแล้ว เธออยากจะหาหลุมไปมุดเลยจริงๆ

"แล้วของที่พิเศษพวกนั้นคืออะไรล่ะ? เธอจะบอกฉันได้ใช่ไหม?"

"มันไม่ยากหรอก แต่ว่าก่อนหน้านั้นฉันมีคำขอ... นี่มันก็ยังเป็นคำขอฝ่าบาทจะต้องยอมรับเพื่อให้ได้รับสิ่งพิเศษของโลกแน่"

คำขอของคังมิเรย์ดูจะน่าน่ากลัวเอามากๆ นี่มันก็เป็นว่าครั้งสุดท้ายที่เธอพูดแบบนี้ออกมาก็คือในตอนที่เธอได้มาเอามานาโพชั่นส่วนมากของจักรวรรดิไปจากเธอ!

ยังไงก็ตามคังมิเรย์ก็ได้เป็นตัวมาสคอตของจักรวรรดิเธอ เธอไม่สามารถจะปล่อยปละละเลยคำขอของคังมิเรย์ได้ง่ายๆ องหญิงได้เปิดปากของเธอหลังจากที่ได้คิดดูแล้ว

"โอ้ ขอมาเลย เธออยากจะได้อะไรจากฉันล่ะ?"

"วัสดุที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมเวทย์ ทุกๆอย่างที่มีอยู่ในจักรวรรดิเลย"

"เอ๋?"

นี่เป็นการโจมตีที่เธอคาดไม่ถึงเลย ยังไงก็ตามไม่นานนักเธอก็ได้หยักหน้ารับเพราะว่านี่มันง่ายกว่าที่เธอคิดเอาไว้ซะอีก

"โอเค ฉันจะจัดการให้ ถ้าเป็นของพื้นฐานล่ะก็ตอนนี้ก็น่าจะพอมีบ้างในห้องของฉัน... แต่ว่านะสำหรับความวิศวกรรมเวทย์ความเชี่ยวชาญก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยนะ ดังนั้นในความเป็นจริงแล้วในยุคนี้การค้นคว้าก็วิจัยในด้านนี้ก็ยังไม่ได้ก้าวหน้ามากนัก ถ้าหากเธอคิดที่จะเรียนมัน เธอจะต้องเตรียมตัวไว้ให้ดีนะ"

"ไม่หรอก คนที่จะเรียนไม่ใช่ฉัน... จริงๆแล้วนี่มันก็ยังเกี่ยวข้องกับสิ่งพิเศษของโลกที่ฝ่าบาทสงสัยด้วย"

เครื่องหมายคำถามได้โผล่ขึ้นมาบนหัวขององหญิงทันที คังมิเรย์ที่คิดว่ามันได้ถึงเวลาที่จะให้คำตอบกับเธอแล้ว ได้ยื่นกำไลข้อมือของเธอไปให้องค์หญิงด้วยรอยยิ้ม

"ของขวัญงั้นหรอ?"

"ต่อให้เธอคุกเข่าให้ฉัน ฉันก็ไม่มีวันให้เธอแน่ ฉันแค่ให้เธอลองตรวจข้อมูลดูเท่านั้นแหละ"

องหญิงได้เบ้ปากวางมือลงไปบนกำไลข้อมือ ในตอนนี้เองชุดข้อความสีเขียวได้ปรากฏขึ้นที่ม่านตาของเธอและ....

"คะ คะ คน คน คนสร้างเจ้านี่!"

"เป็นไงล่ะ"

องค์หญิงได้ลุกขึ้นจากที่นั่งและตะโกนออกมาโดยไม่ซ่อนความตื่นเต้นไว้เลย

คังมิเรย์ได้ยิ้มตอบรับเธอในขณะที่เอากำไลของเธอคืนมาด้วย

"มูลค่าของสิ่งพิเศษนี่มันสูงพอไหมล่ะ?"

 

จบบทที่ บทที่ 157 - ถ้าฉันเป็นคนเปิดมันคงเป็นประตูสู่นรกแน่ (5) [21/05/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว