เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 151 - ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (5) [03/05/2562]

บทที่ 151 - ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (5) [03/05/2562]

บทที่ 151 - ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (5) [03/05/2562]


บทที่ 151 - ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (5)

 

"เย้ เราทำเสร็จแล้ว"

"ฮู่เร้!"

"เย้!"

"ฝันร้ายจบลงแล้ว"

"เฮฮฮฮฮฮฮ!"

ในที่สุดการก่อสร้างคฤหาสน์ได้เสร็จลงไปแล้ว มันไม่ใช่แค่บ้านหลักเท่านั้น แต่ยูอิลฮานได้ออกแบบในทุกๆอย่าง โดมของหมาป่า สระว่ายน้ำด้านหน้า สวนแล้วก็พื้นที่ฝึกได้เสร็จสมบูรณ์แบบในจุดของมัน

[น่าเสียดายนะ ถ้าเราทำเสร็จเร็วกว่านี้ซัก 3 ชั่วโมงมันก็จะเสร็จทันมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 แล้ว] (เลียร่า)

เลียร่าได้พึมพัมออกมาในขณะที่เฝ้ามองดูภายนอกคฤหาสน์ที่งดงาม

ใช่แล้ว ในตอนนี้โลกได้มาถึงมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 ไปแล้ว มานาในชั้นบรรยาการได้เพิ่มขึ้นอย่างท่วมท้น คลื่นที่รุนแรงได้พุุ่งอย่างรุนแรงผ่านทะเลทั้งเจ็ด และแม้กระทั่งมีแผ่นดินไหวแยกพื้นดินออกจากกัน ความเปลื่ยนแปลงนี้ได้เกิดขึ้นในทุกๆวินาทีพร้อมๆกับท้องฟ้าที่เปลื่ยนสีไปมาอย่างต่อเนื่อง นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ว่ามหาภัยพิบัติได้เกิดขึ้นบนโลกอีกครั้งหนึ่งแล้ว

ในตอนโลกได้เจอกับมหาภัยพิบัติขั้นที่ 1 มานาเพิ่งจะเริ่มถูกสร้างขึ้นเอกตามธรรมชาติไปพร้อมๆกับการวิวัฒนาการของพืชและสัตว์ การเปลื่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที

ยังไงก็ตามมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 อาจจะอธิบายได้เลยว่ามันเป็นการกระเทาะเปลือกของโลกและทำให้เกิดเป็นรูปร่างแบบใหม่ขึนมา มันเป็นปรากฏการที่มานาได้วิวัฒนาการทุกๆอย่างที่อยู่ในโลกใบนี้

ดังนั้นมันจึงเป็นการดีที่สุดที่จะหลบอยู่ในที่ไหนสักที่ที่กว้างและปลอดภัยไปเรื่อยๆจนกว่าการเปลื่ยนแปลงของโลกมันจะสิ้นสุดลง ยังไงก็ตามในตอนนี้มันไม่มีอะไรที่ปลอดภัยโดยสมบูรณ์ไปอีกแล้วจากการที่มันไม่มีเวลาที่แน่นอนว่าเมื่อไหร่กันแน่ที่แผ่นดินที่ยืนอยู่มันจะแยกออกไปจากกัน

แน่นอนว่ามันก็มีทางเลือกที่ดีอยู่สำหรับคนบนโลกนั่นก็คือการหนีไปโลกอื่นก่อน

คนที่กำลังรอคอยมหาภัยพิบัติกับพวกคนที่ไม่มีความสามารถทางกายภาพได้หนีไปที่ต่างโลกในทันทีที่พวกเขาได้เห็นสัญญาณของการเปลื่ยนแปลง พวกเขาก็น่าจะกลับมาหลังจากผ่านไปสองสามวัน

ในขณะเดียวกันมีความต่างกันอยู่นิดๆสำหหรับพวกกลุ่มต่างๆต่อสู้กับมอนสเตอร์ในแนวหน้า

การที่มีความเข้มข้นของมานาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมหาศาลมันก็จะทำให้เกิดมอนสเตอร์มากขึ้นอย่างแน่นอน และมันก็ไม่มีทางที่กับดักแห่งการทำลายที่ถูกทำโดยทูตสวรรค์จะรับมือจัดการกับมอนสเตอร์พวกนี้ทั้งหมดได้!

ดังนั้นพวกกลุ่มแนวหน้าต่างก็เจอกับความลำบากยากยิ่งกว่าตอนก่อนมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 ซะอีก พวกเขาจะรีบเร่งไปในที่ที่มีความเข้มข้นของมานาสู.ที่สุดและเร่งจัดการมอนสเตอร์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถ้าหากจะมีอะไรที่ผิดปกติมันก็คงจะเป็นการที่มานาได้ทับซ้อนกันหลายต่อหลายครั้งจนกำเนิดมอนสเตอร์บอสที่ทรงพลังจนไม่น่าเชื่อออกมา

[แค่มหาภัยพิบัติขั้นที่ 1 มันก็น่าตกใจมากพอแล้ว แต่ตอนนี้มันก็มาถึงขั้นที่ 2 ...เธอไม่คิดหรอว่านี่มันคล้ายๆกันกับโลกที่เจอมหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 ไปแล้ว? จรงๆแล้วความเข้มข้นของมานามันน้อยกว่าโลกที่ได้เจอมหาภัยพิบัติขั้นที่ 3 เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงระแวง เธอเคยมีประสบการณ์กับความน่าตื่นตกใจบนโลกมาตอนเจอมหาภัยพิบัติขั้นที่ 1 กับยูอิลฮานมาหลายครั้งแล้ว สเปียร่าก็ยังหยักหน้าเห็นด้วยกับเธอด้วยรอยยิ้มแห้งๆ

[เธอเธอคิดแบบนั้น มันก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกกลุ่มสิ่งมีชีวิตชั้นสูงได้กำลังจับตามองโลก บางทีโลกอาจจะได้เกิดขึ้นใหม่เป็นโลกระดับสูงได้ในสักวันก็ได้] (สเปียร่า)

[...ถ้างั้นมันจะมีพวกผู้บุกรุกที่ชั่วร้ายแน่] (เอิลต้า)

[ในตอนนั้นคนบนโลกทั้งหมดก็จะตาย] (เลียร่า)

ทูตสวรรค์ทั้งสามคนต่างก็แสดงความคิดเห็นอย่างเป็นกังวล สายตาของพวกเธอต่างก็จ้องไปที่คนๆเดียวกัน คนๆนั้นไม่ใช่ใครอื่นเลยนอกจากยูอิลฮาน

[อิลฮานน่าจะเป็นตัวการสำคัญสินะ?] (เลียร่า)

[เธอไม่คิดหรอว่าทำไมฉันถึงได้สอนการใช้หอกสะบั้นจักรวาลกับเขา?] (สเปียร่า)

[แต่ว่าดูสิ่งที่เขากำลังทำสิ...] (เอิลต้า)

มนุษย์ยมทูตแห่งเปลวเพลิง ยูอิลฮานผู้ที่แบกรับชะตากรรมของโลกเอาไว้ ตัวเขาในตอนนี้กำลังทำกการตรวจสอบการกระจายหินพลังเวทย์ไปทั่วคฤหาสน์

"ในเมื่อมันเกิดมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 ขึ้นแล้ว การทำหัตถกรรมมานาก็จะง่ายขึ้นนี่"

[ยูอิลฮานที่รัก? นายจะไม่ไปล่ามอนสเตอร์กับพี่สาวคนนี้หน่อยหรอ?] (เลียร่า)

"นี่มันจังหวะสำคัญ อย่ามาขัดฉันสิ"

[ค่ะท่าน] (เลียร่า)

หลังจากตรวจสอบดูแล้ว ยูอิลฮานได้เดินเข้าไปที่ส่วนกลางของคฤหาสน์ ทุกๆคนช่วยเขาสร้างคฤหาสน์ขึ้นมาได้ตามหลังเขาไป

[เขาจะทำมันจริงดิ?] (เลียร่า)

[มันก็นานแล้วนะที่ฉันไม่ได้เห็นการทำหัตถกรรมมานาที่มีขนาดใหญ่แบบนี้] (เอิลต้า)

[ดูเหมือนเขากำลังจะเริ่มแล้วนะ] (สเปียร่า)

หลังจากสูดหายใจลึกเข้าไปแล้ว ยูอิลฮานได้หยิบเอาหินพลังเวทย์คลาส 4 ขึ้นมาบนมือ จากนั้นเขาก็หลับตาลงไป

'ฉันก็แค่ต้องทำตามที่วางแผนไว้'

หินพลังเวทย์ทั้งหมดได้ถูกวางไว้ถูกที่แล้ว ถ้าหินพวกนั้นทำหน้าที่ได้ดี ถ้างั้นมันก็เป็นไปได้ที่จะทำให้คฤหาสนี้กลายเป็นป้อมปราการได้สมบูรณ์แบบ แน่นอนว่าเขาก็มีแผนที่จะอัพเกรดให้มันกลายเป็นป้องปราการเคลื่อนที่ในภายหลังอีกด้วย

'ดีล่ะ มาเริ่มกันเลย'

เมื่อยูอิลฮานได้เริ่มทำหัตถกรรมมานาก็ได้มีแสงพุ่งขึ้นมาจากหินพลังเวทย์แม้ว่าฉากๆนี้มันจะดูธรรมดามากๆสำหรับยูอิลฮาน แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่เหนือไปจากจินตนาการของทุกคนแล้ว

จุดกึ่งกลางได้ส่องแทงออกมาราวกับสะท้อนพลังของหินพลังเวทย์ออกมาก่อนที่จะตามมาด้วยที่พื้น ที่เสา เพดานและกระจายไปตามพื้นที่ต่างๆทั่วทั้งคฤหาสน์!

[นี่มันคือคลื่นพายุมานาที่น่ากลัว แม้ว่าหินพลังเวทย์ที่ยูอิลฮานใช้จะไม่มีทางนำผลลัพธ์แบบนี้ออกมาก็ตาม...!] (เอิลต้า)

[นี่มันก็ได้สื่อถึงว่าอิลฮานได้ใช้มานาได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งกว่าเธอแล้วเอิลต้า จริงไหมล่ะ?] (เลียร่า)

[... นะ นั่นมันก็เพราะว่านี่มันคือการรวมกันของการตีเหล็กกับหัตถกรรมมานาไง!] (เอิลต้า)

แสงได้เจิดจ้าออกมาอย่างต่อเนื่องโดยที่ไม่ลดลงเลย ในกระบวนการนี้หินพลังเวทย์คลาส 3 ที่ติดตั้งไปตามส่วนต่างๆในพื้นที่ได้ละลายลงไปเพื่อมอบคุณสมบัติพิเศษให้กับไอเทมต่างๆตามที่ยูอิลฮานวางแผนไว้

ตามมาด้วยภาษาวงจรเวทย์ที่ถูกสลักลงไปบนไอเทมทุกอันในพื้นที่ได้สอดคล้องเข้าด้วยกันและถูกเสริมพลังขึ้นมา

[ตื่นเต้นไปก็ไม่ได้อะไร!] (เลียร่า)

"นี่มันทำให้ฉันนึกไปถึงในวันที่วงเวทย์แห่งเอลฟ์โบราณได้สั่นสะเทือนทั้งทวีปเลย..."

"ท่านจักรพรรดิกำลังอาบแสงนั่น!"

"ท่านจะไม่ขึ้นไปบนท้องฟ้าทั้งแบบนี้...ใช่ไหม?"

แน่นอนว่าแสงมันไม่ได้อยู่ไปตลอดกาล เมื่อหินพลังเวทย์คลาส 4 บนมือของยูอิลฮานได้ถูกหลอมละลายไปและรวมเขากับคฤหาสน์โดยสมบูรณ์ แสงที่ปกคลุมคฤหาสน์และดินแดนนี้ก็ได้ลดลงในที่สุด

ไม่นานนักมานาและแสงที่เต็มอยู่ทั่วชั้นบรรยากาศก็ได้หายไป การหัตถกรรมมานาได้สำเร็จแล้ว

ในเวลานี้เองได้มีข้อความสีเขียวโผล่ขึ้นมาที่ม่านตายูอิลฮาน

[ที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้าได้เสร็จสิ้นแล้ว]

[พื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้า]

[ระดับ - กลียุค]

[ความทนทาน - 5,312,500]

[ข้อจำกัดผู้ใช้ - ยูอิลฮาน, เป็นไปได้ที่จะโอนกรรมสิทธิความเป็นเจ้าของให้กับสิ่งมีชีวิตที่มีสกิลภาษาระดับสูงสุด]

[ออฟชั่น -

1.ฟื้นฟูความทนทานจากการดูดมานาและพลังชีวิตจากผู้ทำลาย

2.โจมตีทุกๆคนที่เข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาติโดยอัตโนมัติ

3.พัฒนาขึ้นด้วยการดูดบันทึกของศัตรู]

[ป้อมปราการในคราบคฤหาสน์ขนาดใหญ่ ไอเทมทุกๆชิ้นภายในนี้สามารถใช้เป็นอาวุธได้และระบบในการโจมตีศัตรูจากระยะไกลคือจุดสูงสุดของวิศวะกรรมมานา ป้อมปราการนี้จะพัฒนาขึ้นตามประสบการณ์การต่อสู้ที่มากยิ่งขึ้น ถ้าจะมีข้อเสียมันก็คงจะเป็นที่มันไม่อาจจะซ่อนมานาได้เลยเนื่องจากฟังชั่นก์ที่บ้ามากๆและมันอาจจะดึงดูดมอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้ๆเข้ามาด้วย]

กลียุค? เมื่อยูอิลฮานกำลังงงกับระดับใหม่ที่มาอยู่ แสงที่แสบตาก็ได้ปะทุออกมาโดยมียูอิลฮานเป็นศูนย์กลาง แสงนี้มันเป็นแสงแปลกๆที่เป็นการรวมกันของแสงสีและแดง

"แล้วนี่มันอะไรกัน!"

"อย่าบอกฉันนะว่าแสงนี่มัน...!"

"วิวัฒนาการ! พ่อกำลังวิวัฒนาการ!?" (มิล)

ตอนนี้แสงได้เปล่งออกมาจากร่างของยูอิลฮานสว่างไปทั่ว

ในขณะที่ทุกๆคนกำลังตื่นตระหนกกับประสบการณ์นี้ เลียร่าที่เคยได้รับประสบการณ์แบบนี้มาก่อนได้เปิดปากด้วยความตกใจ

[หือ? สถานะนี่มันเหมือนกับว่า...?] (เลียร่า)

"พ่อกำลังวิวัฒนาการสินะ?" (มิล)

ในตอนนี้ได้มีข้อความจำนวนมากปรากฏขึ้นมามากกว่าในตอนที่เขาสร้างพื้นที่แห่งความอบอุ่นและความเศร้าซะอีก

[คุณได้เติมเต็มหนึ่งในเงื่อนไขที่จะได้รับพรจากเทพแห่งช่างตีเหล็ก เงื่อนไขทั้งหมดถูกเติมเต็ม]

[คุณได้รับพรจากเทพแห่งช่างตีเหล็ก! ความต้านทานและพลังโจมตีเพิ่มขึ้น 20%เมื่อต่อสู้กับศัตรูหรือใช้อาวุธทั้งมวล และนอกจากนี้ความต้านทานไฟและพลังโจมตีเพิ่มขึ้นอีก

[คุณได้รับประสบความสำเร็จในบันทึกของเทพแห่งช่างตีเหล็ก ในตอนนี้คุณสามารถสร้างอาร์ติแฟคที่มีระดับเหนือกว่ากลียุคได้แล้ว]

แสงได้จางลงไปแล้ว ยูมิลที่เดาว่าพ่อของเขากำลังวิวัฒนาการได้เอียงหัวมองดูยูอิลฮานเมื่อเห็นว่าตัวยูอิลฮานไม่ได้ต่างไปจากก่อนหน้านี้เลย แต่ว่าทูตสวรรค์ไม่ได้ถูกหลอกจากภาพภายนอกนี้

"โอ้ยยย.... ปวดหัวโว้ยยยย"

[ฉันรู้แล้ว!] (เอิลต้า)

ร่างกายของยูอิลฮานได้เกิดการเปลื่ยนแปลงไปจากการที่ได้รับบันทึกของเทพแห่งช่างตีเหล็กมาเหมือนกับที่ตาของลิตาได้เปลื่ยนไปหลังจากได้รับพรจากเทพแห่งความลับ ส่วนที่เปลื่ยนไปคือผมของเขาที่มีบางส่วนได้กลายเป็นสีขี้เทาเหมือนกับเขาทำไฮไลท์ นี้มันน้อยมากจนหากไม่สังเกตุดีๆก็จะไม่มีใครรู้เลย

"ฉันคิดว่าฉันเพิ่งจะรู้สึกได้ถึงเจตนาร้าย โอ้ววว"

[นายคิดมากไปแล้ว] (เลียร่า)

[ยูอิลฮาน นายเพิ่งจะได้รับพรจากเทพแห่งช่างตีเหล็กมาใช่ไหมล่ะ? งั้นแบบนี้บนโลกก็มีมนุษย์อยู่สองคนที่ได้รับพรจากเทพแล้ว]

ทูตสวรรค์ต่างก็แสดงสีหน้ายินดี ตกใจและสับสนไปในหลายๆแบบ แต่ว่ายูอิลฮานไม่ได้อยู่ในสภาพที่จะตอบสนองอะไรไปได้ ข้อมูลใหม่ๆจำนวนมหาศาลได้ไหลอยู่เต็มหัวเขาไปหมดจนมันทำให้เขาสับสน

ข้อมูลไอเทมหรือชนิดของอาร์ติแฟคที่ช่างตีเหล็กมากมายบนโลกได้สร้างขึ้นมา วิธีการสร้างของพวกเขา เครื่องมือ ประสบการณ์ ความทรงจำ วัสดุต่างๆหรืองานโลหะที่ทำขึ้นบนโลก ยูอิลฮานรู้สึกเหมือนกับสมองของเขาจะระเบิดออกมาและทรุดตัวลงไป

"ท่านจักรพรรดิเป็นอะไรไหม?"

"นายท่าน!"

ลูกน้องของเขารีบวิ่งไปพยุงเขาทันที มิลก็ยังร่ายเวทย์รักษาในทันทีที่เขาทำได้ แต่ว่าอาการปวดหัวไม่ได้ลดลงไปเลย ความรู้ทั้งหมดนี้กำลังฝังรากลึกลงไปในหัวของยูอิลฮานในครั้งเดียว

[ฉันไม่คิดเลยนะว่าเขาจะมามีสภาพแบบนี้ได้แค่จากการที่ฉันชวนเขาไปล่ามอนสเตอรื] (เลียร่า)

[ดูเหมือนนี่จะเป็นผลมาจากพรของเทพ เลียร่า เธอก็เลยมีประสบการณ์มาก่อนนี่ ทำอะไรซักอย่างหน่อยสิ] (เอิลต้า)

[อ่า โอเค] (เลียร่า)

เลียร่าได้หยักหน้าอย่างจริงจังก่อนจะบินเข้าไปจับเขาไว้

[ฉันขอโทษนะอิลฮานที่ฉันเร่งให้นายไปล่ามอนสเตอร์ ปล่อยใหคนอื่นจัดการแล้วไปนอนกันดีกว่านะ นายน่าจะดีขึ้นกว่านี้หลังจากได้พักนะ] (เลียร่า)

[ฉันบอกให้เธอทำอะไรสักอย่างกับอาการปวดหัวของเขา ไม่ใช่ให้เธอไปเติมเต็มความต้องการของตัวเอง!] (เอิลต้า)

สงครามขนาดเล็กครั้งที่สามของทูตสวรรค์ได้เกิดขึ้นอีกแล้วข้างๆนี้เอง แต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้สนใจเลย เขาได้แต่จับหัวที่ปวดอยู่ของเขาและยืนขึ้น

"มาเตรียมตัวต่อสู้กันเถอะ"

[ในสภาพนี้นายยังอยากจะไปล่ามอนสเตอร์อีก? ไม่ได้ นายควรจะไปพักกับฉันนะ!] (เลียร่า)

[ฉันชื่มชมในจิตวิญญาณที่ไม่ลดละของเธอเลยจริงๆ] (เอิลต้า)

"อ่า เอาไว้ค่อยคุยที่หลังเถอะน่า"

เขาได้ผลักทูตสวรรค์หลบไปและไปนังอยู่บนเกาอี้ใกล้ๆ ในตอนนี้เองจอที่ถูกติดตั้งอยู่บนโต๊ะก็ได้เปิดออกแสดงให้เห็นด้านนอก นี่มันคือระบบความปลอดภัยที่สมบูรณ์ที่จะแสดงให้เห็นทั้งภายในและบริเวณใกล้เคียงพื้นที่ของเขา!

ในจอมอนิเตอร์ เขาสามารถจะมองเห็นมอนสเตอร์นับพันที่กำลังวิ่งเข้ามาหาพวกเขา แม้ว่ามนจะพึ่งเกิดมหาภัยพิบัติขั้นที่ 2 ขึ้นมาก็ตามแต่ฝูงของมันใหญ่เกินไปแล้ว นอกจากนี้ก็ยังมีพวกคลาส 3 อยู่เป็นจำนวนมากในหมู่ของพวกมันด้วย! ถ้าหากปล่อยทิ้งไว้พวกมันจะทำลายเมืองทิ้งไปในเวลาไม่นานแน่

"พวกมันรีบวิ่งมาเหมือนกับว่ามันเจอกับขุมทรัพย์เลย น่าทึ่งกับกำลังใจของมันมากเลยจริงๆ"

"สิ่งที่พวกมันต้องการคืออะไรแล้วก็ที่ไหนกัน... พวกเราจะต้องไปไล่ล่าพวกมัน!"

"ไม่หรอก พวกเราไม่จำเป็นต้องไปไล่มันหรอก"

ยูอิลฮานได้พูดตัดบทฟีเรียกับพีทตรงๆ ยูอิลฮานได้ชี้ไปที่จอของเขาทันที คนที่เหลือต่างก็มองตามกันไปและได้รู้ว่ามอนสเตอร์นับพันกำลังวิ่งเข้ามาในที่ดินของยูอิลาน

"นี่มันอะไร...?"

เอริเซียได้พึมพัมออกมาอย่างเป็นกังวล จากนั้นยูอิลฮานก็ได้ตอบกลับเธอไปด้วยรอยยิ้ม

"สมบัติที่พวกมันกำลังหามันอยู่ที่นี่"

"ว่าไงนะ?"

"เธอไม่จำเป็นต้องไปไล่ล่าพวกมันแล้ว ดังนั้นก็ไปฆ่ามันในทันทีที่พวกมันมาถึงซะ ในระยะเวลาหนึ่งจะมีมอนสเตอร์มากกว่านี้ที่ถูกดึงดูดมาที่นี่อีก"

ทุกๆต่างก็เข้าใจในคำพูดของยูอิลฮาน เมื่อคิดย้อนดูแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแสงที่เกิดจากการทำหัตถกรรมมานาหรือเศษเสี้ยงมานาในระดับสูงที่เล็ดรอดออกไปจากที่ต่างๆก็มากพอที่จะดึงดูดพวกมันมาแล้ว

"..."

"..."

"..."

ระหว่างที่ทั้งกลุ่มพูดกันไม่ออกแล้วก็มีแต่พีทที่ตะโกนขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม

"ตอนนี้ท่านก็ได้ทำกระทั่งระบบดึงดูดมอนสเตอร์ขึ้นมาแล้ว! สมกับที่เป็นท่านจักรพรรดิ!"

"เลิกยอฉันแล้วก็ไปสู้ได้แล้ว"

"ครับ/ค่ะ!"

เพราะอย่างนี้ในวันที่มหาภัยพิบัติได้มาถึงบนโลก คฤหาสน์ขนาดใหญ่และน่าตื่นตาตื่นใจได้เริ่มทำหน้าที่ของมันโดยทันทีราวกับเป็นการเฉลิมฉลองที่ยูอิลฮานได้รับพรจากเทพแห่งช่างตีเหล็ก

(ระดับของไอเทมที่มีในตอนนี้นะครับ ปกติ < แรร์ < ยูนีค < ตำนาน < อีปิค < กลียุค < ??? < พระเจ้า)

จบบทที่ บทที่ 151 - ฉันจะสร้างบ้านของฉัน (5) [03/05/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว