เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

(ฟรี)บทที่ 240 - ควักมัสก์จากท้องกวาง! ควบเจ้าท่าเสวี่ยตะลุยทุ่งหญ้า!

(ฟรี)บทที่ 240 - ควักมัสก์จากท้องกวาง! ควบเจ้าท่าเสวี่ยตะลุยทุ่งหญ้า!

(ฟรี)บทที่ 240 - ควักมัสก์จากท้องกวาง! ควบเจ้าท่าเสวี่ยตะลุยทุ่งหญ้า!


(ฟรี)บทที่ 240 - ควักมัสก์จากท้องกวาง! ควบเจ้าท่าเสวี่ยตะลุยทุ่งหญ้า!

◉◉◉◉◉

"ถ้าไม่ใช่เพราะป่วย กวางมัสก์ตัวนี้จะโดนจิ้งจอกทิเบตจับได้ยังไง?"

"ใครๆ ก็รู้ว่าสกิลการล่าของจิ้งจอกทิเบตไม่ได้เรื่อง"

"แถมมันยังวิ่งช้ากว่ากวางมัสก์ตั้งเยอะ!"

"ลำพังแค่จุดนี้ มันก็ไม่มีทางจับกวางมัสก์ได้หรอก"

"เว้นเสียแต่ว่า กวางมัสก์มันป่วยจริงๆ!"

มีชาวเน็ตวิเคราะห์อย่างละเอียด คนดูคนอื่นๆ ก็พลอยเห็นดีเห็นงามไปด้วย

"เมนต์บนพูดมีเหตุผลแฮะ"

"สรุปแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

"จังหวะนี้ต้องแท็กสตรีมเมอร์แล้วล่ะ!"

มีชาวเน็ตแท็กเรียกเฉินชวน

เห็นคำถามพวกนี้ เฉินชวนก็เฉลยสิ่งที่เขาเพิ่งตรวจเจอ

"กวางมัสก์ตัวนี้ ร่างกายมีปัญหาจริงๆ ครับ เลยโดนจิ้งจอกทิเบตจับตัวมาได้"

"หา? จริงดิ!"

"เป็นอะไรอะ? ร้ายแรงไหม? รักษาได้เปล่า?"

พอได้ยินแบบนั้น ชาวเน็ตก็รัวคำถามใส่ทันที

เห็นข้อความพวกนี้ เฉินชวนก็ยิ้มขำๆ

"ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้นหรอกครับ มันแค่... มีมัสก์ (ชะมดเชียง) สะสมในตัวมากเกินไปจนเต็มท้องเฉยๆ"

"มัสก์? ใช่ไอ้ที่ผมคิดหรือเปล่า?"

"พอมัสก์เต็มท้อง ก็จะทำให้กวางปวดท้อง แถมยังทำให้เบื่ออาหาร ขาดสารอาหาร และอาการอื่นๆ ตามมา"

"และดูจากอาการของกวางตัวนี้ ตอนนี้มันก็น่าจะยังปวดท้องอยู่"

"จิ้งจอกทิเบตก็อาศัยจังหวะนี้นี่แหละ จับกวางตัวนี้แล้วลากกลับมา!"

"หา? งั้นนี่ก็เรียกว่า ซ้ำเติมคนป่วยน่ะสิ?"

"จิ้งจอกทิเบต! ออกมารับโทษซะดีๆ!"

"ชัดเลย ด้วยฝีมือจิ้งจอกทิเบต ถ้ากวางไม่ป่วย ไม่มีทางจับได้หรอก"

"งั้นสตรีมเมอร์จะช่วยเอามัสก์ออกให้มันเหรอ?"

เฉินชวนพยักหน้า

"ใช่ครับ มัสก์สำหรับกวางมัสก์แล้ว เป็นเครื่องมือสำคัญในการหาคู่"

"แต่ถ้ามีมากเกินไป ก็จะสร้างปัญหาใหญ่ให้พวกมันเหมือนกัน"

"ดังนั้น เราช่วยพวกมันเอาออกได้ครับ"

พูดไปพลาง เขาก็ยื่นมือไปกดที่ท้องกวางมัสก์

สัมผัสได้ถึงแรงกดที่หน้าท้อง กวางมัสก์ไม่ได้ขัดขืน แต่นอนนิ่งมองเฉินชวน

มันรู้ว่าเฉินชวนกำลังช่วยมัน

เฉินชวนกดไล่ไปตามท้องกวาง จนกระทั่งคลำเจอก้อนเนื้อก้อนหนึ่ง

พอกดดูแล้วรู้สึกว่าก้อนนั้นค่อนข้างแข็ง เขาก็รู้ทันทีว่าเจอตำแหน่งแล้ว

"รอเดี๋ยวนะ ฉันเข้าไปหยิบเครื่องมือก่อน"

เฉินชวนตบหัวกวางเบาๆ แล้วหันหลังเดินเข้าบ้าน

ไม่นาน เขาก็เดินออกมาพร้อมกระเป๋าเครื่องมือ

โชคดีที่ตอนช่วยหนูมัสก์เอามัสก์ออกคราวก่อน เขาเตรียมอุปกรณ์ไว้ครบชุด

วันนี้เลยได้ใช้อีกครั้งโดยไม่ต้องวิ่งวุ่นหาของ

อุปกรณ์พร้อม เฉินชวนลงมือทันที

เขาใช้เครื่องมือคล้ายไม้แคะหู แหย่เข้าไปในก้อนเนื้อที่คลำเจอเมื่อกี้

จากนั้นก็ควานไปมา จนรู้สึกว่าของแข็งๆ ข้างในเริ่มแตกตัว

ถึงได้เริ่มออกแรงขุดออกมา

ขั้นตอนนี้เจ็บปวดที่สุด

ดูจากสถานการณ์แล้ว กวางตัวนี้คงไม่เคยถูกเอามัสก์ออกเลยตั้งแต่เกิด

ดังนั้น ครั้งแรกแบบนี้ มันต้องทรมานมากแน่ๆ

เฉินชวนต้องคอยระวังตัวแจ กลัวกวางจะเจ็บจนกระโดดถีบ

โชคดีที่กวางมัสก์รู้ว่าเฉินชวนกำลังช่วย

ต่อให้เจ็บแค่ไหน มันก็กัดฟันทน ไม่ดีดดิ้น

ไม่นาน มัสก์ก็ค่อยๆ ถูกเฉินชวนควักออกมาจากตัวมัน

ตอนแรกออกมาแค่นิดเดียว หลังๆ ก็เริ่มออกมาเยอะขึ้น

จนกระทั่ง เฉินชวนควักเอาก้อนมัสก์ขนาดเท่าไข่ไก่ออกมาได้ก้อนหนึ่ง

ชาวเน็ตในไลฟ์สดถึงกับตะลึงตาค้าง

"มัสก์ก้อนใหญ่ขนาดนี้อยู่ในตัว มิน่าล่ะกวางถึงทรมานแย่"

"คุณพระ ถ้าเป็นฉันมีไอ้นี่อยู่ในตัว..."

"แค่คิดก็ปวดท้องแทนแล้ว"

"ไม่รู้สิ แต่ตอนนี้ฉันเริ่มอิจฉาสตรีมเมอร์แล้วว่ะ"

"มัสก์ก้อนเบ้อเริ่ม แถมเป็นของธรรมชาติแท้ๆ ฉันเหมือนเห็นเงินลอยเข้ากระเป๋าสตรีมเมอร์เป็นกอบเป็นกำเลย"

"มีแค่ฉันหรือเปล่าที่รู้สึกว่า ดูสตรีมเมอร์ควักมัสก์แล้วมันแหยะๆ ชอบกล?"

"อ้าวเหรอ? ทำไมฉันรู้สึกฟินจัง เหมือนตอนบีบสิวเลย!"

"ผู้ชายก็ต้องรู้สึกแปลกๆ อยู่แล้ว! ก็ต่อมมัสก์มันอยู่ตรง... ของกวางนี่นา!"

"จุ๊ๆ อย่าจินตนาการล้ำลึกเกินไปสิเพื่อน!"

ชาวเน็ตพากันแซวสนุกปาก

"มัสก์เนี่ย ถือเป็นตัวยาสมุนไพรจีนที่สำคัญมากเลยนะ"

"โดยเฉพาะมัสก์ที่เกิดจากธรรมชาติแบบนี้ ยิ่งเป็นของล้ำค่า"

"แถมมัสก์ยังมีสรรพคุณช่วยเปิดทวาร ปลุกประสาท กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทะลวงเส้นลมปราณ ลดบวมแก้ปวดได้ด้วย"

"เฮ้อ อิจฉาสตรีมเมอร์ชะมัด!"

"ก้อนในมือสตรีมเมอร์นั่น ของเกรดพรีเมียมเลยนะ! ฉันทำงานร้านยาจีนมาสิบกว่าปี ยังไม่เคยเห็นมัสก์ที่สมบูรณ์ขนาดนี้มาก่อน"

...

พอเอามัสก์ที่อัดแน่นออกไปได้ กวางมัสก์ก็ร่าเริงขึ้นทันตา

มันผงกหัวขึ้นมา ถูไถมือเฉินชวน

ค่าความสนิทสนมก็เพิ่มขึ้นด้วย

[ค่าความสนิทสนมกวางมัสก์ +2]

ได้ยินเสียงแจ้งเตือนเพิ่มสองแต้ม เฉินชวนก็ยิ้ม

ดูท่าเจ้ามัสก์ก้อนนี้คงสร้างความรำคาญให้มันมานานแล้วจริงๆ

ไม่อย่างนั้น ค่าความสนิทสนมคงไม่พุ่งพรวดพราดขนาดนี้

ทีเดียวเพิ่มตั้งสองแต้มแน่ะ!

พอค่าความสนิทสนมเพิ่ม กวางมัสก์ก็เลิกหวาดระแวงเฉินชวนโดยสิ้นเชิง

กลับกัน มันเชื่อใจเขามาก

เฉินชวนแกล้งเอามัสก์ยื่นไปตรงหน้ากวาง

"เอาอีกไหม?"

ฟังรู้เรื่อง กวางรีบถอยหลังกรูด ส่ายหน้าดิก บอกลาเจ้าก้อนนี้ถาวร

เห็นท่าทางมัน เฉินชวนก็ขำ

เขาตบหัวมันเบาๆ

แล้วหยิบยาขี้ผึ้งจากกระเป๋ามาทาแผลให้มัน

ร่างกายก็อ่อนแออยู่แล้ว แถมยังโดนจิ้งจอกทิเบตฟัดมาอีก

อาการของกวางมัสก์ตอนนี้ยังไม่ค่อยสู้ดีนัก

เห็นเฉินชวนจะทายา กวางก็ไม่ขัดขืน

นอนแผ่หรา ยอมให้เขาทำตามใจชอบ

"555 กวางตัวนี้เชื่อใจสตรีมเมอร์หมดใจแล้วสินะ?"

"ฉันบอกแล้ว ในโลกนี้ไม่มีสัตว์ตัวไหนที่สตรีมเมอร์จัดการไม่ได้"

"สตรีมเมอร์นี่ไม่ได้เป็นแค่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าแล้วมั้ง นี่มันหมอเทวดาประจำป่าอัลไตชัดๆ!"

"ทั้งตัดกีบ ทั้งควักมัสก์ สตรีมเมอร์เหมาหมดทุกจ็อบ"

"หางานดีๆ แบบนี้ได้ที่ไหนเนี่ย? ฉันก็อยากทำบ้าง"

"อย่าพูดเยอะ แค่มัสก์ก้อนนั้นก้อนเดียว ก็เท่ากับเงินเดือนฉันหลายเดือนรวมกันแล้ว"

ตอนนั้นเอง จู่ๆ ก็มีเสี่ยกระเป๋าหนักคนหนึ่งส่งจรวดมาสิบลูกรวด

พร้อมกับพิมพ์ข้อความถามเฉินชวน

"สตรีมเมอร์ มัสก์ในมือขายไหม?"

เพราะเสี่ยคนนี้เปย์หนัก ข้อความของเขาเลยเด้งขึ้นมาตัวเบ้อเริ่ม แถมยังค้างอยู่บนหน้าจอนานเป็นพิเศษ

เพื่อจะให้สตรีมเมอร์เห็น

เล่นใหญ่ขนาดนี้ เฉินชวนจะไม่เห็นได้ไง

"หมายถึงก้อนนี้เหรอครับ?"

เฉินชวนชูมัสก์ในมือขึ้น

"ใช่ครับ แล้วก็ก้อนที่คุณเอามาจากหนูมัสก์คราวก่อนด้วย ผมเหมาหมด"

เสี่ยพิมพ์ตอบ

"เชรดเข้ มัสก์เยอะขนาดนี้ ไม่กำเงินหมื่นมา คงเอาไม่ลงหรอกมั้ง? เสี่ยสายเปย์ตัวจริง!"

"ใช่ๆ อิจฉาสตรีมเมอร์อีกแล้ว รับทรัพย์อื้อซ่า"

ในขณะที่ทุกคนคิดว่าเฉินชวนต้องตกลงแน่ๆ

เฉินชวนกลับส่ายหน้า

"มัสก์ของหนูมัสก์คราวก่อน ผมรับปากว่าจะให้คนอื่นไปแล้วครับ"

"ส่วนก้อนในมือผมก้อนนี้ ขอผมคิดดูก่อนนะครับ"

คำพูดนี้ เท่ากับเป็นการปฏิเสธทางอ้อมแล้ว

เฉินชวนไม่ได้คิดจะขายมัสก์ก้อนนี้จริงๆ

ชาวเน็ตตายังดูออกว่าเป็นของดี แล้วเขาจะดูไม่ออกได้ยังไง?

ของดีขนาดนี้ เขาต้องเก็บไว้เองสิ เผื่อวันหน้าได้ใช้ประโยชน์?

ได้ยินแบบนั้น เสี่ยคนนั้นก็ไม่เซ้าซี้ พิมพ์ 'อืม' คำเดียว แล้วก็เงียบหายไป

จากนั้น เฉินชวนก็ไปเด็ดผักจากสวนมาป้อนกวางมัสก์

ผักที่ปลูกด้วยปุ๋ยจินเคอลา กินแล้วช่วยฟื้นฟูร่างกายได้ดี

พอกินเสร็จ กวางก็นอนพักต่ออีกหน่อย แล้วลุกขึ้นเดินกลับเข้าป่าไป

มองส่งกวางมัสก์จนลับสายตา พอเฉินชวนหันกลับมา

ก็เจอกับจิ้งจอกทิเบตที่ทำหน้าเบื่อโลกจ้องมองอยู่

ดวงตาเรียวรีคู่นั้น เต็มไปด้วยความเอือมระอา

"จี๊ด!"

จิ้งจอกทิเบตร้องทีหนึ่ง แล้วสะบัดตูดเดินเข้าบ้าน

ชาวเน็ตเห็นฉากนี้ก็พากันแซว

"จบกัน ท่านผอ.งอนแล้ว!"

"จิ้งจอกทิเบต: พ่อพระเหลือเกินนะ เอาเหยื่อที่ฉันจับได้ไปทำความดีเนี่ย!"

"เพื่อนจิ้งจอกใครจะเข้าใจ? อุตส่าห์ลำบากจับเหยื่อมา ดันโดนผู้ชายที่บ้านปล่อยไปซะงั้น!"

"555 ฉันสัมผัสได้ถึงความเอือมระอาของจิ้งจอกทิเบตเลย"

"ลองคิดดูสิ อุตส่าห์ล่าเหยื่อกลับมา เมียดันเห็นว่าน่าสงสาร นอกจากจะรักษาให้แล้ว ยังปล่อยไปอีก"

"เฮ้อ!"

แน่นอนว่า จิ้งจอกทิเบตถึงจะเซ็งๆ แต่ก็ไม่ได้โกรธจริงจัง

แต่ถึงอย่างนั้น เฉินชวนก็ยังเดินเข้าไปปลอบใจ

"เดี๋ยวฉันไปตลาดซื้อของอร่อยมาให้ โอเคไหม?"

จิ้งจอกทิเบตเหลือบตามองเขาด้วยหางตา

"จี๊ด~"

'ไปสิ!'

พูดแบบนี้ แปลว่าตกลง หายโกรธแล้ว

"แหม จิ้งจอกทิเบตนี่หลอกง่ายชะมัด!"

"แค่นี้? แล้วเมื่อกี้จะโกรธเพื่อ?"

ชาวเน็ตงงใจ

แต่ก็มีคนสงสัย

"สตรีมเมอร์ เพิ่งกลับมาถึงไม่ใช่เหรอ? ไม่พักก่อนเหรอ?"

เมื่อเช้าเพิ่งลงจากเขา บ่ายนี้จะเข้าเมืองไปซื้อของเลยเหรอ?

"ใช่ครับ เสบียงที่บ้านเหลือไม่เยอะแล้ว ผมต้องไปซื้อมาเติมหน่อย"

"อย่าลืมสิ ที่บ้านยังมีหมียักษ์สามตัวรอให้เลี้ยงอยู่นะ!"

เฉินชวนหัวเราะ

พอพูดถึงหมีสามตัว ชาวเน็ตก็เก็ททันที

"เข้าใจละ!"

"ตื่นมาผอมโซขนาดนั้น หาดูยากจริงๆ!"

"สตรีมเมอร์รีบไปหาของกินมาขุนพวกมันเถอะ หมีต้องตัวกลมๆ ถึงจะน่ารัก"

ว่าแล้ว ชาวเน็ตก็ระดมส่งของขวัญให้เฉินชวน

มองดูของขวัญที่เด้งรัวๆ เฉินชวนพยักหน้า

"วางใจได้ครับ เงินค่าของขวัญพวกนี้ ผมจะเอาไปซื้อของกินให้พวกมัน ขุนให้อ้วนเหมือนเดิมแน่นอน!"

"ฮี้ๆ!"

ทันใดนั้น เสียงม้าร้องก็ดังมาจากข้างนอก

ได้ยินเสียงนี้ เฉินชวนรีบวิ่งออกไปอย่างตื่นเต้น

พอถึงหน้าประตู ก็เห็นท่าเสวี่ย (ม้า) พาเมียกับลูกกลับมา

"ว้าว นี่เหรอท่าเสวี่ย?"

แฟนคลับหน้าใหม่เห็นม้าสีขาวปลอดทั้งตัว ก็ร้องอุทาน

"ม้าสวยมาก"

"ชื่อท่าเสวี่ย (ย่ำหิมะ) เหมาะกับมันสุดๆ!"

"ฮี้ๆ! ฮี้ๆ!"

เห็นเฉินชวน ท่าเสวี่ยดีใจมาก วิ่งเหยาะๆ เข้ามาหา

เฉินชวนก็ดีใจ กอดคอท่าเสวี่ย เอาหน้าซุกไซ้แผงคอ

"ท่าเสวี่ย คิดถึงแกจังเลย!"

ท่าเสวี่ยเอาหัวถูไถเขา ร้องตอบเบาๆ

"ฮี้ๆ~"

ข้างหลัง เมียกับลูกของท่าเสวี่ยก็เดินเข้ามาล้อมวง

ทำให้เฉินชวนอยู่ตรงกลางวงล้อมพอดี

ชาวเน็ตเห็นเจ้าเสี่ยวไบ๋ (เจ้าขาว) ที่ตัวโตเกือบเท่าท่าเสวี่ย ก็ตกใจ

"ว้าว เสี่ยวไบ๋โตขนาดนี้แล้วเหรอ!"

"ไม่กี่เดือนเองนะ? จากลูกม้าตัวกะเปี๊ยก กลายเป็นม้าหนุ่มหล่อเฟี้ยวซะแล้ว"

"ดูสิ สูงเกือบเท่าท่าเสวี่ยแล้ว อีกสักสองเดือนคงสูงเท่าพ่อมันแน่ๆ?"

...

"เอาล่ะ ท่าเสวี่ย รอแป๊บนึงนะ ขอฉันไปเก็บของก่อน เดี๋ยวเราไปตลาดในเมืองกัน"

เฉินชวนตบหัวท่าเสวี่ย พูดเสียงนุ่ม

ท่าเสวี่ยถอยหลังไปสองสามก้าวอย่างรู้งาน

เฉินชวนกลับเข้าบ้าน

ได้ยินเสียง อ๋าวป้าย (แมวพัลลัส) ที่กำลังสะลึมสะลือ เงยหน้ามองเขา แล้วทำท่าจะหลับต่อ

"อย่าเพิ่งหลับ"

เฉินชวนเดินไปประคองหัวที่โงนเงนของมัน

"เดี๋ยวฉันจะออกไปข้างนอก แกเฝ้าบ้านดีๆ นะ เข้าใจไหม?"

อ๋าวป้ายค่อนข้างกลัวสังคม ตอนอยู่บนเขา มันก็นานๆ ทีจะออกมา ส่วนใหญ่หมกตัวอยู่ในรัง

ตอนนี้เพิ่งมาที่ใหม่ มันต้องใช้เวลาปรับตัว

อ๋าวป้ายพยักหน้า เอาหัวถูมือเขา

"เด็กดี!"

เฉินชวนลูบหัวมัน แล้วหันไปเก็บของ

ไม่ได้ลงเขามาหลายเดือนแล้ว

รอบนี้เข้าเมือง ต้องแวะไปหาพ่อแม่ด้วย

แล้วก็เอาสมุนไพรที่เก็บได้บนเขาไปฝากพวกท่านด้วย

เฉินชวนคิดไปเก็บของไป

ไม่นาน เป้ใบเก่งก็ถูกยัดจนเต็มเอี๊ยด

จัดของเสร็จ เฉินชวนสะพายเป้เดินออกจากบ้าน

ให้ต้าหวงกับหมาป่ามองโกเลียเฝ้าบ้าน ส่วนเอ้อร์ฮาตามเฉินชวนกลับบ้าน

มาถึงลานบ้าน ท่าเสวี่ยรออยู่แล้ว

ข้างๆ กัน เสี่ยวไบ๋ยืนตระหง่าน แทบจะสูงเท่าพ่อมันแล้ว

"ฮี้ๆ~"

เห็นเฉินชวนมองมา เสี่ยวไบ๋เงยหน้าส่งเสียงร้อง

"ไปกันเถอะ!"

เฉินชวนสะพายเป้ พลิกตัวขึ้นหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว

ไม่ได้ขี่ม้านาน ความรู้สึกที่ได้นั่งบนหลังม้ามองโลกจากมุมสูง ช่างน่าคิดถึงจริงๆ

เฉินชวนเงยหน้า กำบังเหียนแน่น มองไปไกลลิบ

ในห้องไลฟ์สด ชาวเน็ตมองผ่านมุมมองของสตรีมเมอร์

"เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่า การขี่ม้ามันโคตรเท่!"

"ถึงท่าเสวี่ยจะยังไม่วิ่ง แต่ฉันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของเสรีภาพแล้ว"

"ย่ะ!"

เฉินชวนสะบัดบังเหียน ท่าเสวี่ยก็ออกเดิน

จากกระท่อมไม้ลงไปตีนเขา ยังมีระยะทางพอสมควร ท่าเสวี่ยเลยไม่ได้เร่งฝีเท้า

เสี่ยวไบ๋เดินตามอยู่ข้างๆ อย่างว่านอนสอนง่าย

จนกระทั่งมาถึงตีนเขา เบื้องหน้าคือทุ่งหญ้ากว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

ท่าเสวี่ยหันกลับมาสบตากับเฉินชวน

วินาทีนั้น ใจสื่อถึงใจ

"ไปเลย!"

เฉินชวนตะโกนก้อง ท่าเสวี่ยควบตะบึงพุ่งไปข้างหน้าทันที

ลมเย็นปะทะใบหน้าดังหวีดหวิว

วิวสองข้างทางถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว

"วู้ววว!"

เฉินชวนหนีบขาสองข้างแน่น กางแขนออก สัมผัสความเร็วและแรงลม

ด้านหลัง เสี่ยวไบ๋ก็เร่งฝีเท้าตามมาติดๆ

แถมยังเร่งความเร็วขึ้นเรื่อยๆ เหมือนอยากจะแซงหน้า

รู้ทันความคิดของลูก ท่าเสวี่ยเงยหน้าคำราม เร่งความเร็วขึ้นอีกระดับ

กลายเป็นว่า เสี่ยวไบ๋ที่เกือบจะตามทัน โดนทิ้งห่างไปอีกรอบ

เฉินชวนหันกลับไปมองเสี่ยวไบ๋ที่ไม่ยอมแพ้ ตะโกนบอก

"เสี่ยวไบ๋! ดูท่าแกต้องฝึกอีกเยอะนะ!"

"ฮี้ๆ!"

เสี่ยวไบ๋ร้องอย่างเจ็บใจ สับตีนแตกไล่ตาม

แต่ไม่ว่าจะเร่งแค่ไหน ท่าเสวี่ยก็นำหน้าอยู่ช่วงตัวหนึ่งเสมอ

เห็นฉากนี้ ชาวเน็ตก็อดไม่ได้ที่จะเมนต์

"ชัดเจน ขิงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ด พ่อก็คือพ่อ!"

"จริงๆ ความเร็วของเสี่ยวไบ๋ก็ถือว่าเร็วมากแล้วนะ อย่างน้อยก็ระดับม้าพันลี้"

"แต่ท่าเสวี่ยเร็วเกินไป แถมยังเข้าขากับสตรีมเมอร์ได้ดีเยี่ยม"

"ตลอดทาง มันแทบไม่ต้องใช้สมอง แค่ทำตามคำสั่งเฉินชวนก็พอ"

"นี่แหละเหตุผลที่คนเลี้ยงม้าต้องสร้างความผูกพันกับม้าตั้งแต่เด็ก"

"ความเข้าขากันระหว่างคนกับม้า สำคัญที่สุด!"

มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาให้ความรู้

แน่นอน ก็มีชาวเน็ตหน้าใหม่ที่เพิ่งเคยขี่ม้า (ผ่านจอ) รู้สึกเวียนหัวกับภาพที่สั่นไหว

"สตรีมเมอร์ ขี่ช้าๆ หน่อยได้ไหม? ฉันเมาม้าแล้ว!"

"เร็วเกินไปแล้ว มองวิวข้างทางไม่ทันเลย"

"ถึงดูสตรีมเมอร์ขี่ม้าจะเท่ แต่ฉันเวียนหัวจริงๆ"

หลังจากควบตะบึงจนหนำใจ เฉินชวนก็นึกถึงแฟนคลับหน้าใหม่

เลยชะลอความเร็วลง

เขาขี่ท่าเสวี่ยเดินทอดน่องไปบนทุ่งหญ้า คุยกับชาวเน็ตไปพลาง

"ชีวิตแบบนี้สิถึงจะเรียกว่าชีวิต!"

เฉินชวนประสานมือหนุนท้ายทอย เอนหลังนอนราบไปกับหลังม้า

แม้จะอยู่ในท่านี้ ท่าเสวี่ยก็ยังเดินนิ่งสนิท ไม่โคลงเคลงเลยสักนิด

"ใช่เลย ชีวิตอิสระแบบนี้ ใครบ้างจะไม่ชอบ?"

"ไม่ไหวแล้ว รอหยุดยาวเดือนห้า ฉันจะจองตั๋วไปอัลไต!"

"ฮือๆๆ เม้นบนไปด้วยกันไหม? ฉันก็กะจะไป"

"ไม่ได้หวังอะไร แค่อยากไปเห็นทุ่งหญ้าของสตรีมเมอร์"

"ได้เลย แอดส่วนตัวมา นัดกัน!"

เฉินชวนเห็นข้อความนี้ รีบขึ้นแบนเนอร์แอปกันมิจฉาชีพในไลฟ์ทันที

"ถึงผมจะไม่ห้ามเรื่องรวมกลุ่มเที่ยว แต่ระวังตัวกันด้วยนะครับ"

"รับทราบ สตรีมเมอร์ใจดีจัง พอเห็นปุ๊บก็ขึ้นเตือนปั๊บเลย"

...

หนึ่งคนสองม้า เดินเตร็ดเตร่อยู่ในทุ่งหญ้ากว่าชั่วโมง ในที่สุดก็มาถึงหมู่บ้านเหอหมู่

"อ้าว อาชวน กลับมาแล้วเหรอ?"

เพิ่งถึงปากทางเข้าหมู่บ้าน ก็เจอเพื่อนบ้านคุ้นหน้า

เพื่อนบ้านเห็นม้าสองตัวของเขา ตาก็ลุกวาว

"ม้าคู่นี้ ไปซื้อมาจากไหนเนี่ย? พันธุ์ดีชะมัด!"

แถบอัลไต ส่วนใหญ่เป็นคนเลี้ยงม้า ย่อมดูม้าเป็น

และมีความหลงใหลในม้าดีๆ

พอเห็นเฉินชวนพาม้าดีมาสองตัว ก็อดอิจฉาตาร้อนไม่ได้

"นี่ผมฝึกม้าป่ามาเองครับ ไม่ได้ซื้อ!"

เฉินชวนขยับตัวขวางมือเพื่อนบ้านที่กำลังจะเอื้อมไปจับท่าเสวี่ย

ท่าเสวี่ยถึงจะสนิทกับเขา แต่มันยังมีนิสัยม้าป่าอยู่

ไม่ชอบให้คนอื่นแตะต้อง

เมื่อกี้ถ้าเพื่อนบ้านแตะโดนตัว มีหวังโดนดีดกระเด็นแน่

"โอ้โห! ดวงดีชะมัด ม้าป่าดีขนาดนี้ยังฝึกได้"

เพื่อนบ้านทำหน้าอิจฉา จ้องท่าเสวี่ยตาเป็นมัน

แต่ท่าเสวี่ยไม่สน เมินใส่โดยสิ้นเชิง

เห็นท่าทีของท่าเสวี่ย เพื่อนบ้านก็ไม่โกรธ

คนเลี้ยงม้ารู้ดี ม้าเก่งมักพยศ

พวกมันจะยอมสยบให้แค่คนที่ฝึกมันเท่านั้น

คนอื่นอย่าหวังจะได้แอ้ม

"แล้วเจ้าตัวเล็กนี่ล่ะ?"

รู้ว่าท่าเสวี่ยมีเจ้าของแล้ว เพื่อนบ้านเลยหันไปเล็งเสี่ยวไบ๋แทน

"ลูกของตัวที่แกขี่อยู่ใช่ไหม? ครึ่งขวบกว่าๆ?"

"ขายไหม? ฉันให้ราคาดีเลยนะ!"

ม้าอายุครึ่งปี กำลังน่าฝึก

เขาอยากซื้อไปให้หลานชายเป็นเพื่อนเล่น

พอดีหลานชายสิบขวบแล้ว ถึงเวลาเลือกม้าคู่ใจ

"น้าครับ ม้าตัวนี้ผมไม่ขาย!"

ท่าเสวี่ยกับเสี่ยวไบ๋เป็นเพื่อนเขา เขาไม่มีทางขายเพื่อนกินหรอก

โดนปฏิเสธซ้ำซาก เพื่อนบ้านเริ่มชักสีหน้า

"แค่ลูกม้าตัวเดียวเอง บอกราคามาเลย ฉันจ่ายไม่อั้น!"

"ผมบอกแล้วไงว่าไม่ขาย!"

เฉินชวนปฏิเสธเสียงแข็ง

"คนกันเองแท้ๆ หลานฉันก็เหมือนหลานแก เห็นแก่หน้ากันหน่อยน่า!"

เพื่อนบ้านดูจะอยากได้เสี่ยวไบ๋จริงๆ

"อาชวน มาถึงปากทางแล้วทำไมไม่เข้าบ้าน? แม่แกรอตั้งนานแล้ว!"

ตอนนั้นเอง เสียงพ่อเฉินชวนก็ลอยมาเข้าหู

เฉินชวนเงยหน้ามอง เห็นพ่อยืนโบกมืออยู่ไม่ไกล

"พ่อ!"

เห็นพ่อ เฉินชวนรีบจูงท่าเสวี่ยกับเสี่ยวไบ๋เดินเข้าไปหา

พ่อเดินมาสมทบ ตบไหล่เฉินชวนเบาๆ

แกล้งทำเป็นบ่น

"ไอ้ลูกคนนี้ ออกจากบ้านไปตั้งนาน กลับมาทั้งทีไม่รีบเข้าบ้าน มายืนคุยอะไรตรงนี้?"

"พ่อ ผมก็มาถึงแล้วนี่ไง?"

เฉินชวนตอบเขินๆ

"พอเถอะ รีบกลับไป แม่แกบ่นถึงทุกวัน"

พ่อรับบังเหียนจากมือเฉินชวน แล้วหันไปพูดกับเพื่อนบ้าน

"ขอโทษทีนะ ไอ้ลูกคนนี้เพิ่งกลับมา แม่มันคิดถึงมาก ขอตัวพามันกลับบ้านก่อนนะ"

"ไว้ว่างๆ ค่อยคุยกัน!"

"เออๆ!"

เขาพูดมาขนาดนี้ เพื่อนบ้านจะว่าอะไรได้ ก็ต้องยอมถอยกลับไป

รอจนเดินห่างออกมา พ่อถึงถามเฉินชวน

"ไปเจอหมอนั่นได้ไง? แถมยังพาเสี่ยวไบ๋มาด้วย!"

"เขาอยากซื้อเสี่ยวไบ๋ แต่ผมไม่ขาย!"

เฉินชวนอธิบาย

ได้ยินแบบนั้น พ่อเฉินชวนเบะปาก

"ฝันไปเถอะ! เสี่ยวไบ๋ดีขนาดนี้ จะขายให้มันได้ไง?"

"ทำไมเหรอครับ? มีอะไรหรือเปล่า?"

ฟังจากน้ำเสียง พ่อดูจะไม่ชอบหน้าเพื่อนบ้านคนนี้เท่าไหร่

แต่ไม่น่าใช่ พ่อแม่เขาปกติเป็นมิตรกับคนในหมู่บ้านจะตาย

ต่อให้มีคนที่ไม่ชอบ ก็แค่ไม่คบค้าสมาคมด้วย

ไม่เคยแสดงท่าทีดูถูกชัดเจนขนาดนี้

"มีอะไรน่ะเหรอ? วันหลังแกเจอคนบ้านนี้ ให้ระวังตัวไว้หน่อย!"

พ่อเตือน

"ทำไมล่ะครับ?"

ยิ่งพ่อพูดแบบนี้ เฉินชวนยิ่งสงสัย

"ทำไมน่ะเหรอ? คนบ้านนั้น มันกินเนื้อม้า!"

"ซี๊ด!"

เฉินชวนสูดปาก

ในอัลไต นี่ไม่ใช่เรื่องดีเลย

ชาวอัลไตเลี้ยงม้าเลี้ยงแกะมาแต่โบราณ

พวกเขาให้ความสำคัญกับม้ามาก

ถ้าม้าไม่แก่ตาย หรือเกิดทุพภิกขภัยจริงๆ พวกเขาจะไม่กินเนื้อม้าเด็ดขาด

ปกติใครฆ่าม้ากิน จะโดนคนทั้งหมู่บ้านรังเกียจ

คุยกันไม่กี่คำ ก็ถึงหน้าบ้าน

"แม่ ผมกลับมาแล้ว!"

เฉินชวนปล่อยท่าเสวี่ยกับเสี่ยวไบ๋ไว้ในลานบ้าน ไม่ได้ผูกเชือก

ปล่อยให้พวกมันเล็มหญ้าอย่างอิสระ

ในบ้าน ฉินซู่หรูได้ยินเสียงลูกชาย ก็รีบเดินออกมา

"ไอ้ลูกตัวดี ในที่สุดก็รู้จักกลับบ้านสักทีนะ!"

เฉินชวนเดินเข้าไปกอดแม่

ถึงจะจากไปแค่สามเดือน แต่เขาก็คิดถึงพ่อแม่มาก

"โฮ่งๆๆ!"

เอ้อร์ฮากระโจนเข้ามา วิ่งวนรอบตัวทั้งสองคน เห่าอย่างมีความสุข

เห็นมัน ฉินซู่หรูยิ้มกว้างกว่าเดิม

เธอยื่นมือไปลูบหัวเอ้อร์ฮา

"แกก็กลับมาด้วยเหรอ!"

เอ้อร์ฮา: "โฮ่งๆๆ!"

พ่อเดินเข้ามา กอดคอเอ้อร์ฮา

"ป่ะ ไปต้อนแกะกับปู่!"

เมื่อก่อนตอนอยู่บ้าน เอ้อร์ฮามักจะออกไปต้อนแกะกับพ่อเฉินชวน

พอได้ยินประโยคคุ้นหู

เอ้อร์ฮาที่กำลังดิ้นรน ก็ดีดทันที

"โฮ่งๆๆ!"

ไม่ต้องรอให้บอกซ้ำ มันวิ่งนำไปหลังบ้านทันที

"เดี๋ยวเถอะ วิ่งช้าๆ หน่อย!"

เห็นมันตื่นเต้น พ่อตะโกนไล่หลัง

ฉินซู่หรูเห็นสองหนุ่มต่างวัย (คนกับหมา) ตื่นเต้นกันขนาดนี้ ก็ส่ายหน้าขำๆ

"ดูพ่อแกสิ แก่จนป่านนี้แล้ว ยังทำตัวเป็นเด็กๆ!"

"ฮ่าๆ แม่ ผมไปดูด้วยนะ!"

เฉินชวนหัวเราะ คลายอ้อมกอด แล้ววิ่งตามพ่อไป

"อย่าเล่นเพลินจนลืมกลับมากินข้าวเที่ยงล่ะ!"

ฉินซู่หรูตะโกนบอกไล่หลัง

เฉินชวนโบกมือตอบรับเสียงดัง

หลังบ้านตระกูลเฉินเป็นทุ่งหญ้ากว้างใหญ่

ปกติคนในหมู่บ้านก็มาปล่อยแกะแถวนี้

ตอนเฉินชวนไปถึง เอ้อร์ฮากำลังวิ่งไล่กวดแกะอย่างสนุกสนาน

"โฮ่งๆๆ!"

เอ้อร์ฮาวิ่งพล่านไปทั่วฝูงแกะ

มันวิ่งไปทางไหน แกะทางนั้นก็แตกฮือ

พอมันวิ่งผ่านไป แกะก็ก้มหน้าเล็มหญ้าต่อ

สำหรับเอ้อร์ฮา นอกจากลูกแกะเกิดใหม่

แกะทุกตัวที่นี่รู้จักมันดี

เลยไม่ได้ตกใจกลัวอะไรมาก

"แบ๊ะ~"

เฉินชวนมัวแต่มองเอ้อร์ฮาวิ่ง ไม่ทันระวัง เผลอเหยียบโดนลูกแกะตัวขาวๆ เข้า

ได้ยินเสียงร้อง เฉินชวนถึงได้รู้สึกตัว

ก้มลงมอง ก็เห็นว่าเท้าตัวเองเหยียบหางลูกแกะอยู่

เพราะลูกแกะนอนอยู่กับพื้น เขาเลยไม่ทันสังเกต

"ขอโทษที!"

เฉินชวนขอโทษ รีบยกเท้าออก แล้วนั่งลงตรวจดู

ยังไงก็เหยียบไปแล้ว ต้องเช็กว่าบาดเจ็บไหม

โชคดีที่พื้นหญ้านุ่ม และหางลูกแกะก็สั้น

เลยไม่เป็นอะไรมาก

แต่ว่า... ทำไมเจ้านี่มันดูขี้เกียจจัง?

เฉินชวนมองมันอย่างแปลกใจ

พอยกเท้าออก ลูกแกะตัวนั้นก็ไม่ลุกหนี

แต่ยังนอนแหมะอยู่กับพื้น ยื่นปากไปเล็มหญ้ากินต่อ

"แม่เจ้า ลูกแกะตัวนี้ ขี้เกียจตัวเป็นขนของแท้!"

"ขำจะตาย สรุปคือขี้เกียจลุก เลยนอนกินแม่งเลย?"

"มิน่าล่ะถึงโดนสตรีมเมอร์เหยียบ"

"เหมือนเห็นภาพตัวเองตอนวันหยุดเลย นอนอืดอยู่บนเตียง"

"แทบอยากจะกินขี้ปีเยี่ยวบนเตียงให้รู้แล้วรู้รอด!"

"ขอบใจนะ รู้สึกเหมือนโดนด่า!"

"ลูกแกะขี้เกียจขนาดนี้ กินเข้าไปแล้วจะขี้เกียจตามไหมเนี่ย?"

ชาวเน็ตเห็นวิธีกินหญ้าสุดพิสดารของลูกแกะ ก็ขำกันท้องแข็ง

"แกดูมันอยู่เหรอ?"

ตอนนั้น พ่อเดินเข้ามา มองลูกแกะตัวนั้นด้วยสายตาเอือมระอา

"เลิกดูเถอะ มันขี้เกียจแบบนี้มาตลอดแหละ"

"ตั้งแต่เริ่มกินหญ้าเป็น ไม่เคยเห็นมันยืนกินเลย นอนกินตลอด"

"ขี้เกียจเบอร์นั้นเลยเหรอ?"

เฉินชวนเปิดหูเปิดตาแล้ว

"ใช่ ทำยังไงมันก็ไม่ยอมลุก เหมือนไม่มีกระดูกยังไงยังงั้น"

พ่อจนปัญญา

ตอนแรกนึกว่าป่วย

พาไปตรวจสารพัด ก็ไม่เจออะไรผิดปกติ

เลยฟันธงได้ว่า มันขี้เกียจล้วนๆ!

"กินข้าวได้แล้ว!"

เสียงแม่ตะโกนเรียกมาจากด้านหลัง

ได้ยินคำว่ากินข้าว สองพ่อลูกลุกขึ้นพร้อมกัน

เฉินชวนตะโกนเรียกเอ้อร์ฮา

"เอ้อร์ฮา ต้อนแกะกลับบ้าน กินข้าว!"

เอ้อร์ฮา: "โฮ่งๆ!"

สิ้นเสียง เอ้อร์ฮาก็เริ่มต้อนแกะกลับบ้านอย่างคล่องแคล่ว

ส่วนลูกแกะขี้เกียจตัวนั้น พอได้ยินคำว่ากลับบ้าน ก็ดีดตัวลุกขึ้น วิ่งนำหน้ากลับบ้านไปโดยไม่ต้องให้ใครไล่

มีเอ้อร์ฮาช่วยต้อนแกะ สองพ่อลูกก็เดินตัวปลิวกลับบ้าน

พอกลับถึงบ้าน แม่ก็ตั้งโต๊ะรอแล้ว

"สองหนุ่ม ไปล้างมือมากินข้าว!"

เฉินชวนเดินไปที่โต๊ะ เห็นกับข้าวเต็มโต๊ะ ก็สูดหายใจลึก

"โห กับข้าวเยอะขนาดนี้! เราสามคนจะกินหมดเหรอครับ?"

แม่ค้อนขวับ

"ลืมไปแล้วเหรอว่ายังมีเอ้อร์ฮา!"

ได้ยินชื่อตัวเอง เอ้อร์ฮาวิ่งเข้ามา เห่ารอบโต๊ะอาหาร

มีเอ้อร์ฮาอยู่ เฉินชวนก็หายห่วง

ระหว่างกินข้าว แม่คีบเนื้อให้เฉินชวน

"อยู่บนเขา ไม่เจอเรื่องอะไรใช่ไหมลูก?"

"เจอสิครับ สัตว์ป่าบนเขาเยอะแยะ..."

เฉินชวนเคี้ยวเนื้อตุ้ยๆ เล่าเรื่องบนเขาให้พ่อแม่ฟัง

มื้อนี้กินกันจนถึงบ่ายสองกว่า

คิดได้ว่าตอนเย็นต้องกลับไปกระท่อมไม้ เฉินชวนเลยไม่โอ้เอ้

เขาหยิบเป้ เอาสมุนไพรที่เก็บได้ออกมา

มัสก์ เขากวางอ่อน เห็ดหมึก เห็ดมอเรล เห็ดทรัฟเฟิลดำ...

เขาแบ่งส่วนหนึ่งไว้ให้พ่อแม่

สองผัวเมียตาค้าง มองของล้ำค่าที่ลูกชายหยิบออกมาจากเป้ทีละชิ้น

"นี่... นี่มันเห็ดหมึก?"

พ่อหยิบเห็ดหมึกแห้งขึ้นมามือสั่น

เห็ดหมึกในท้องถิ่นถือว่าเป็นภูตดำที่หาตัวจับยาก

ปกติเจอสักดอกก็ยากแล้ว

ลูกชายขนกลับมาเยอะขนาดนี้!!

"ครับ เก็บได้บนเทือกเขาอัลไต มีไม่เยอะ เลยแบ่งไว้แค่นี้!"

วันที่เก็บได้ เขาเอามาทำกับข้าวเลี้ยงพวกหลิวอีอีไปมื้อหนึ่งแล้ว

พ่อรีบเอาเห็ดหมึกใส่ตะกร้า

"แค่นี้ก็เยอะมากแล้ว"

จากนั้นก็หยิบอย่างอื่นขึ้นมาดู

"มัสก์เกรดพรีเมียม เห็ดทรัฟเฟิลดำ เขากวางอ่อน... ของดีทั้งนั้น!"

พ่อมองตาเป็นมัน

"พวกนี้ให้พ่อกับแม่ เอาไว้ตุ๋นกินบำรุงร่างกายนะครับ"

เขาเทของออกมาทั้งหมด

แม่แบ่งของออกมาเกินครึ่ง ดันกลับไปหาเฉินชวน

"ไม่ต้องเยอะขนาดนี้หรอก ลูกเอาที่เหลือกลับไปเถอะ อยู่บนเขาทั้งปี ต้องรักษาสุขภาพนะ!"

"แม่ครับ ที่นู่นผมยังมีอีก อันนี้ตั้งใจเอามาให้พ่อกับแม่!"

เฉินชวนเพลียใจ

หัวอกคนเป็นพ่อแม่ อะไรดีๆ ก็อยากเก็บไว้ให้ลูก

แต่เขาในฐานะลูก ก็อยากให้สิ่งดีๆ กับพ่อแม่เหมือนกัน

"แต่ว่า..."

แม่ยังลังเล พ่อเลยคว้าของกลับมา

"รับไว้เถอะน่า ลูกอยู่ใกล้แค่นี้ อยากกินเมื่อไหร่ก็กลับมากินที่บ้านสิ"

"เอางั้นก็ได้!"

แม่เก็บของพวกนั้นใส่ถุงซิปล็อกอย่างดี

เฉินชวนหันมานั่งคุยกับพ่อ

"พ่อครับ ช่วงนี้อาการพ่อเป็นยังไงบ้าง?"

[จบตอน]

จบบทที่ (ฟรี)บทที่ 240 - ควักมัสก์จากท้องกวาง! ควบเจ้าท่าเสวี่ยตะลุยทุ่งหญ้า!

คัดลอกลิงก์แล้ว