- หน้าแรก
- พิทักษ์ป่าป่วนๆ กับก๊วนอินทรีทองและผองเพื่อน
- บทที่ 2 - อัลไต หมู่บ้านเสี่ยวเหอ และสุนัขเลี้ยงแกะคาซัค
บทที่ 2 - อัลไต หมู่บ้านเสี่ยวเหอ และสุนัขเลี้ยงแกะคาซัค
บทที่ 2 - อัลไต หมู่บ้านเสี่ยวเหอ และสุนัขเลี้ยงแกะคาซัค
บทที่ 2 - อัลไต หมู่บ้านเสี่ยวเหอ และสุนัขเลี้ยงแกะคาซัค
◉◉◉◉◉
เมื่อสัมผัสได้ถึงประโยชน์ที่ระบบมอบให้ เฉินชวนก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจอย่างที่สุด
ในเมื่อระบบให้รางวัลจากการสะสมข้อมูลสัตว์หายาก และการช่วยเหลือสัตว์ก็มีรางวัลด้วย งั้นมันก็เข้ากับงานเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าที่เขากำลังจะทำแบบพอดิบพอดีเลยน่ะสิ!
ดูเหมือนว่าการตัดสินใจกลับมาเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
เขาเริ่มตั้งตารอภารกิจต่อไปซะแล้วสิ!
คิดได้ดังนั้น
เฉินชวนไม่ได้เปิดไลฟ์ต่อ แต่รีบเร่งฝีเท้าด้วยความตื่นเต้น มุ่งหน้าตรงไปยังบ้านเกิดที่หมู่บ้านเสี่ยวเหอ
"กว๊าก!"
เฉินชวนได้ยินเสียงจึงหันกลับไปมอง เห็นเจ้าอินทรีทองตัวน้อยยืนอยู่ที่เดิม มองมาที่เขาด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์
แม้มันจะพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ร่างกายยังมีผ้าพันแผล อาการบาดเจ็บยังไม่หายดี ถ้าปล่อยทิ้งไว้ตรงนี้ก็คงไม่เหมาะ
คิดแล้วเฉินชวนก็เดินกลับไปหา
เขาก้มลงอุ้มเจ้าตัวน้อยใส่ลงในเป้สะพายหลัง
"ทนลำบากหน่อยนะ อยู่ในเป้ฉันไปก่อนสักพัก"
เจ้าอินทรีทองน้อยราวกับฟังรู้เรื่อง มันอยู่ในเป้ที่มืดสลัวอย่างว่าง่าย ไม่ส่งเสียงร้องสักแอะ
...
อัลไต หมู่บ้านเสี่ยวเหอ
ท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามอัสดง
ฝีเท้าของเฉินชวนหยุดลงที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน
จากเมืองหลวงไปนาน ในที่สุดเขาก็ได้เหยียบย่างบนผืนดินบ้านเกิดที่คุ้นเคยอีกครั้ง
บ้านไม้ซุงแบบดั้งเดิมที่ไม่เคยเปลี่ยนไปตามกาลเวลา ยังคงเหมือนในความทรงจำวัยเด็ก
ร้านขายของชำหน้าหมู่บ้านก็ยังเปิดขายอยู่
มองเห็นมาแต่ไกล เฉินชวนเห็นแม่ยืนรออยู่ที่หน้าบ้าน
คำโบราณว่าไว้
"ลูกเดินทางไกล ใจแม่ห่วงหา"
ช่างเป็นจริงตามนั้น เฉินชวนไม่รู้เลยว่าแม่มายืนรอที่หน้าประตูอยู่นานแค่ไหนแล้ว
ควันไฟลอยอ้อยอิ่ง เส้นทางสัญจรตัดผ่าน ไก่ขันหมาเห่า
ในสายตาของเฉินชวน ทุกสิ่งช่างดูสงบเงียบและกลมกลืน
"โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!"
ยังเดินไม่ถึงหน้าประตู ก็มีสุนัขเลี้ยงแกะคาซัคตัวหนึ่งพุ่งเข้ามาหาเฉินชวน
แต่เจ้าหมาท่าทางดุร้ายกลับไม่ได้จู่โจมเขา
มันกลับเดินวนเวียนคลอเคลียอยู่ข้างตัวเฉินชวนอย่างสนิทสนม
เหมือนกำลัง "อ้อน?"
"แม่ครับ ผมกลับมาแล้ว"
หญิงวัยกลางคนตรงหน้าคือ ฉินซู่หรู แม่ของเฉินชวน
เมื่อเห็นลูกชายที่ไม่ได้เจอกันนานปรากฏตัวอยู่ตรงหน้า
ฉินซู่หรูก็ยิ้มกว้างออกมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ดวงตาสุกใสมีน้ำตาเอ่อคลอ
ฉินซู่หรูพูดเสียงสั่นเครือ "กลับมาก็ดีแล้ว กลับมาก็ดีแล้วลูก"
เฉินชวนโผเข้ากอดแม่ "วางใจเถอะครับแม่ ลูกกลับมาแล้วจะไม่ไปไหนอีกแล้ว"
"ต่อจากนี้ผมจะเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอยู่ที่เขาอัลไต จะกลับมาหาแม่บ่อยๆ นะ"
ฉินซู่หรูได้ยินดังนั้นก็หมุนตัวลูกชายดูด้วยความดีใจ
"ดีๆๆ เดี๋ยวพ่อเขาจะช่วยติดต่อทางเขตป่าไม้ให้"
"แม่ไม่เกี่ยงหรอกว่าลูกจะทำงานอะไร ขอแค่ลูกแข็งแรงปลอดภัยก็พอ"
"นั่งรถมาตั้งนาน หิวแย่เลยสิ"
"แม่ตุ๋นไก่ไว้ให้แล้ว รีบเข้าไปกินเร็ว"
เฉินชวนยิ้มตอบ "ได้ครับ ฝีมือแม่ดีที่สุดอยู่แล้ว"
"จริงสิแม่ เจ้าหมาตัวนี้ใช่ตัวที่ผมพามาเมื่อสองปีก่อนหรือเปล่า?"
ฉินซู่หรูพยักหน้า "อื้ม ก็ตัวที่ลูกพามานั่นแหละ"
เฉินชวนแปลกใจนิดหน่อย
"โตขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย อย่างน้อยน่าจะหนักเจ็ดแปดสิบจิน (35-40 กก.) ได้มั้ง"
"แปดสิบจิน (40กก.) แล้วแหละ ได้กินเนื้อทุกวันจะไม่หนักได้ไง"
เฉินชวนกวักมือเรียกเจ้าหมา "มันชื่ออะไรนะครับ?"
"เอ้อร์ฮา ไง"
เฉินชวนสงสัยว่าหูฝาดไปหรือเปล่า
ถามย้ำอีกที "สุนัขเลี้ยงแกะคาซัคแท้ๆ ตัวนี้ชื่อ เอ้อร์ฮา เหรอครับ?"
ฉินซู่หรูตอบ "ก็ใช่น่ะสิ มันมีสีขาวกับดำสองสี แล้วก็แซ่ฮา"
"แม่ก็เลยตั้งชื่อนี้ให้"
"ทำไมล่ะ ไม่เพราะเหรอ?"
เฉินชวนยิ้มแห้งๆ "เพราะครับ ดูยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม สมเป็นชื่อที่แม่ตั้งจริงๆ"
"เอ้อร์ฮา มานี่!"
"โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง!"
เฉินชวนมองดูร่างกายกำยำล่ำสันของเจ้าเอ้อร์ฮา แล้วพยักหน้าอย่างพอใจ
"ไม่เลวๆ เป็นผู้ช่วยพิทักษ์ป่าที่ดีได้แน่"
"ต่อไปเวลาออกลาดตระเวนจะพาแกไปด้วยนะ"
"จริงสิ แนะนำเพื่อนใหม่ให้รู้จักตัวนึง ห้ามรังแกมันนะ"
เฉินชวนอุ้มเจ้าอินทรีทองน้อยออกมาจากเป้ แล้วเล่าสถานการณ์ให้แม่ฟัง
บอกว่ารอให้แผลมันหายดีแล้วจะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ
ฉินซู่หรูย่อมไม่มีความเห็นขัดข้องอะไร
เธอหันหลังกลับพลางพูดว่า "งั้นลูกดูเจ้านกน้อยไปก่อนนะ แม่ไปทำกับข้าวแป๊บนึง"
พอเจ้าอินทรีน้อยออกมาจากเป้ มันก็มองดูสภาพแวดล้อมรอบๆ ด้วยความหวาดระแวง ไม่กล้าไปไหน ได้แต่เบียดตัวแนบชิดกับขาของเฉินชวนแน่น
ส่วนเจ้าเอ้อร์ฮาก็อยากรู้อยากเห็น พยายามจะเข้ามาดมใกล้ๆ ตลอด แต่ก็โดนเฉินชวนห้ามไว้ กลัวจะทำให้นกน้อยตกใจ
ค่ำคืนนั้น เฉินชวนกินกับข้าวฝีมือแม่อย่างอิ่มหนำสำราญ
คืนนี้เขาหลับสนิท
เจ้าอินทรีทองน้อยที่อยู่ข้างกายเขาก็หลับสนิทเช่นกัน
เช้าวันรุ่งขึ้น
เฉินชวนทักทายแม่เสร็จ ก็พาเจ้าเอ้อร์ฮาออกจากบ้านไปด้วยกัน
ก่อนจะไปรายงานตัวรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ เขาตั้งใจจะไปเดินดูทุ่งหญ้าสักหน่อย
ตอนนี้เข้าสู่เดือนมิถุนายนแล้ว การอพยพย้ายถิ่นฐานของคนเลี้ยงสัตว์ก็เริ่มทยอยเกิดขึ้นแล้ว
ภาพเหตุการณ์นั้น ยิ่งใหญ่ตระการตาจนน่าตื่นตะลึง
ควบม้าฝ่าสายลมกลางทุ่งกว้าง
ใครบ้างจะไม่ชอบ
เฉินชวนเปิดไลฟ์สด
หัวข้อวันนี้คือ [ควบม้าท้าลม]
ดูยอดผู้ติดตาม
เมื่อวานมีคนกดติดตามเพิ่มมาห้าสิบคน
"ใช้ได้ๆ"
จากเดิมที่มีร้อยกว่าคน ตอนนี้เกือบจะแตะสองร้อยแล้ว
เขาเดินลัดเลาะไปตามทางหมู่บ้านออกไปเรื่อยๆ
ตอนนี้ในห้องไลฟ์เริ่มมีคนเข้ามาดูแล้ว
พอเห็นภาพในจอ ก็มีผู้ชมถามขึ้นมาทันที
"สตรีมเมอร์ครับ นี่หมาพันธุ์อะไรเนี่ย ทำไมดูฉลาดแสนรู้จัง"
"เมนต์บน ไม่ได้ยินที่สตรีมเมอร์เรียกเหรอ มันชื่อเอ้อร์ฮา"
"ใช่ๆ ดูยังไงก็ฮัสกี้ชัดๆ"
"ชาวเน็ตบางคนอย่ามั่วได้ไหม สายตาแบบนี้จะเป็นสายตาอัน 'ชาญฉลาด' ของฮัสกี้ได้ไง?"
เห็นชาวเน็ตเถียงกัน เฉินชวนก็เลยอธิบาย
"นี่เป็นสุนัขเลี้ยงแกะคาซัคพันธุ์แท้ครับ ไม่ใช่ไซบีเรียนฮัสกี้"
"อ๋อ หมาต้อนแกะนี่เอง มิน่าล่ะดูดุดันจัง"
"แล้วทำไมถึงชื่อเอ้อร์ฮาล่ะ?"
เฉินชวนตอบอย่างจนใจ "แม่ผมบอกว่ามันมีสองสีขาวดำ แล้วก็แซ่ฮา เลยเรียกว่า เอ้อร์ฮา (ฮาสอง)"
"55555 สุดยอดๆ"
"แม่สตรีมเมอร์ตั้งชื่อได้เฉียบมาก"
เห็นไหมล่ะ ชาวเน็ตผู้กว้างขวางเข้าใจได้ลึกซึ้งจริงๆ
เฉินชวนแพลนกล้องไปที่ทุ่งหญ้ากว้างไกล
ผู้ชมก็เริ่มพูดคุยกันทันที
"ว้าว นี่เหรอทุ่งหญ้า สวยสุดยอดไปเลย!"
"สตรีมเมอร์ๆ วัวแกะไกลๆ นั่นเป็นสมบัติของบ้านนายใช่ไหม"
"เชรดดด ที่แท้สตรีมเมอร์ก็เป็นลูกเศรษฐีแฝงตัวมาเหรอเนี่ย?"
"พวกเราโชคดีจริงๆ ได้ดูไลฟ์จากลูกเศรษฐีตัวจริงเสียงจริง"
เฉินชวนเห็นคอมเมนต์แล้วถึงกับมีเส้นดำขึ้นหน้าผาก
"ผมไปเป็นลูกเศรษฐีตอนไหนเนี่ย ก็แค่ชาวบ้านตาดำๆ ธรรมดาคนหนึ่งนี่แหละ"
เห็นท่าทางจะออกทะเลไปกันใหญ่
เฉินชวนรีบแก้ข่าว "พี่น้องครับ ก่อนลาออกผมก็แค่พนักงานบริษัทธรรมดา ที่บ้านไม่มีวัวแกะเยอะแยะอย่างที่พวกคุณพูดหรอก"
ทว่า ชาวเน็ตผู้กว้างขวางเชื่อแต่สิ่งที่ตาเห็น ไม่ว่าเฉินชวนจะอธิบายยังไง
พวกเขาก็ไม่เชื่อ ปักใจเชื่อไปแล้วว่าเฉินชวนคือลูกเศรษฐี
เศรษฐีภูธรชัดๆ!
ไม่งั้นจะลาออกกลับบ้านมาเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าได้ง่ายๆ แบบนี้เหรอ?
"อิจฉาสตรีมเมอร์จัง สมกับเป็นเศรษฐีผู้ซ่อนเร้น ทุ่งหญ้ากว้างขนาดนี้ เลี้ยงสัตว์ได้ตั้งเท่าไหร่"
"ใช่ๆ สตรีมเมอร์ยังปากแข็งไม่ยอมรับอีก มีทุ่งหญ้าใหญ่ขนาดนี้แท้ๆ"
เอาเข้าไป
เฉินชวนพูดไม่ออกแล้ว ชาวเน็ตสมัยนี้ดูแลยากจริงๆ
ช่างเถอะ ปล่อยเลยตามเลยแล้วกัน
จากนั้นเขาก็ดูรายได้จากของขวัญในแอป
แม้ความนิยมจะยังไม่มาก แต่ไลฟ์ไปแป๊บเดียว รวมกับของเมื่อวาน ก็มีรายได้ห้าสิบกว่าหยวนแล้ว
ไม่น้อยเลยนะ!
เฉินชวนรู้สึกพอใจมาก
ตั้งแต่หนีจากเมืองหลวงกลับมาบ้านเกิด เขารู้สึกพอใจกับอะไรง่ายขึ้นมาก ต่างจากเมื่อก่อนราวฟ้ากับเหว
วันที่สอง
พ่อโทรมาบอกข่าว เฉินชวนสามารถเตรียมตัวไปที่เขตป่าไม้อัลไต เพื่อเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าผู้ทรงเกียรติได้แล้ว!
[จบแล้ว]