เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 100 คนที่เหมาะสม

บทที่ 100 คนที่เหมาะสม

บทที่ 100 คนที่เหมาะสม


ซูไป๋ใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบาๆ ดวงตาสีดำของเขามองตรงไปที่สาวหูหมาป่า ขณะที่เขาสั่งว่า “ผมต้องการให้คุณไปสอดแนมสถานการณ์ของเผ่าอสรพิษดำ และส่งข่าวกรองใดๆ ก็ตามเท่าที่รวบรวมได้กลับมาที่ผม”

เย่จิ่วตกตะลึงไปชั่วครู่ ไม่คาดคิดว่าเธอจะได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจนี้ เมื่อตั้งสติได้ เธอตอบว่า “เจ้าค่ะ”

ซูไป๋พยักหน้าและแนะนำว่า “ภารกิจนี้ไม่ง่ายเลย คุณต้องซ่อนตัวอย่างแนบเนียนที่สุด อย่าให้ใครรู้ว่าคุณกำลังจับตามองอยู่”

“ท่านชาแมน จะให้ข้าไปคนเดียวหรือเจ้าคะ” เย่จิ่วอยากรู้ว่าเธอต้องปฏิบัติภารกิจตามลำพัง หรือไปเป็นทีม

“ถ้าต้องการ ผมอนุญาตให้คุณเลือกคู่หูได้หนึ่งคน หรือจะทำคนเดียวก็ได้ แล้วแต่คุณครับ” ซูไป๋ยกอำนาจการตัดสินใจให้กับเธอ

โดยธรรมชาติแล้ว ยิ่งจำนวนคนน้อยเท่าไหร่ ก็จะสามารถสอดแนมสถานการณ์ของเผ่าอสรพิษดำได้สะดวกยิ่งขึ้น คนที่จะไป ต้องมีปฏิกิริยาที่ว่องไว และพร้อมปรับตัวตามสถานการณ์

“ข้าสามารถไปคนเดียวได้ แต่ข้าคิดว่าการมีคู่หูอีกคนจะเหมาะสมกว่าเจ้าค่ะ” เย่จิ่วยืนตัวตรงและพูดต่อ “ข้าสามารถใช้คู่หูของข้าเป็นตัวกลางในการกลับมารายงานข่าวกรองกับท่าน เพื่อให้ข้าสามารถจับตามองสถานการณ์ของเผ่าอสรพิษดำได้อย่างต่อเนื่อง”

“ดีครับ แล้วคุณอยากได้ใครเป็นคู่หู เฮยหยา หรือหม่ายหมางไหมครับ” ซูไป๋ถาม

“ท่านชาแมน ข้าขอเลือกไป๋ซือเป็นคู่หูเจ้าค่ะ ข้ารู้จักนางมานาน และไว้ใจนางที่สุด” เย่จิ่วบอกความต้องการของตัวเอง

สาวหูหมาป่ากับไป๋ซือนั้นมาจากเผ่าเดียวกัน เธอเป็นสาวหูลิง และก็เป็นนักรบโทเท็มที่ฝีมือดีไม่น้อย

ซูไป๋ยกคิ้วขึ้นและพยักหน้าโดยไม่ลังเล “ไม่มีปัญหาครับ งั้นก็ให้คุณไปปฏิบัติภารกิจนี้กับเธอ”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านชาแมน” เย่จิ่วก้มศีรษะแสดงความขอบคุณ

“คุณต้องระมัดระวังเป็นพิเศษในการทำภารกิจครั้งนี้ อย่าให้ใครรู้ว่าคุณไปสอดแนม และให้ไป๋ซือกลับมารายงานทันที ไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม” ซูไป๋สั่งเพิ่มเติม

“เจ้าค่ะ พวกเราจะซ่อนตัวอย่างแนบเนียนที่สุด” เย่จิ่วตอบรับทันที

สาวหูหมาป่ามีความคล่องแคล่วและฝีเท้าเบาที่สุดในเผ่า เธอจึงเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการคอยจับตามองเผ่าอสรพิษดำ

ซูไป๋พยักหน้าด้วยความพึงพอใจและกล่าวเสริมว่า “ไปพักผ่อนก่อนเถอะครับ ตั้งแต่กลับมา คุณยังไม่ได้พักเลยใช่ไหมครับ”

“ขอบคุณเจ้าค่ะ ท่านชาแมน ข้าสามารถพักผ่อนหลังจากนี้ได้เจ้าค่ะ” เย่จิ่วรู้สึกอบอุ่นหัวใจไม่น้อย

“พักผ่อนให้เต็มที่ แล้วค่อยออกเดินทางวันพรุ่งนี้นะครับ ผมจะให้แผ่นกระดูกจารึกชาแมนกับคุณ ถ้าจำเป็น ก็ให้ใช้ได้โดยไม่ต้องลังเล” ซูไป๋หันไปส่งสัญญาณให้สาวหูจิ้งจอกหยิบแผ่นกระดูกจารึกชาแมนออกมาจากกล่อง และพูดต่อว่า “ถ้าใช้จนหมดแล้ว ก็บอกให้ไป๋ซือกลับมาขอเพิ่มได้ แต่ผมก็หวังว่าคุณจะไม่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องใช้นะครับ”

เขายังหวังว่าสาวหูหมาป่าและคู่หูของเธอจะปฏิบัติภารกิจได้อย่างราบรื่น เขาไม่อยากให้เผ่าต้องสูญเสียคนมีฝีมือไป การสูญเสียสมาชิกแม้แต่คนเดียว ย่อมส่งผลกระทบต่อเผ่าอย่างร้ายแรง โดยเฉพาะคนที่ความสามารถสูงอย่างสาวหูหมาป่า

เย่จิ่วรับถุงใส่แผ่นกระดูกจารึกชาแมน พอเปิดดูเพื่อตรวจสอบด้านใน ดวงตาสีเทาของเธอเบิกกว้างขึ้นทันที เธอแทบไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเอง เมื่อมองซ้ำอีกถึงสองรอบ เธอก็เงยหน้าขึ้นถามว่า “ท่านชาแมน ในถุงนี้มีแผ่นกระดูกเยอะเกินไปหรือไม่เจ้าคะ”

ในถุงหนังสัตว์ที่เย่จิ่วได้รับ มีแผ่นกระดูกอยู่ทั้งหมดแปดแผ่น เคล็ดวิชาชาแมนสายรักษาสี่แผ่น และเคล็ดวิชาชาแมนสายอำนวยพรอีกสี่แผ่น

“พวกคุณไปกันสองคน และยังเป็นภารกิจที่ต่อเนื่องยาวนาน คนละสองแผ่นต่อชนิด ผมคิดว่าไม่เยอะเกินไปหรอกครับ” ซูไป๋อธิบาย

เย่จิ่วเริ่มมองซูไป๋เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก ในตอนแรก เธอมองเขาเป็นเพียงชาแมนหนุ่มคนหนึ่ง โดยที่ไม่รู้เรื่องใดๆ เกี่ยวกับตัวเขาเลย แต่นับตั้งแต่เข้ามาเป็นสมาชิกของเผ่านี้ ผู้คนกว่าสองร้อยคนจากกลุ่มของเธอ ล้วนแล้วแต่ได้รับมอบหมายหน้าที่ สมาชิกเดิมของเผ่ามังกรอัคคีต่างก็ต้อนรับทุกคนอย่างอบอุ่น เด็กๆ ยังได้มีโอกาสเรียนวิธีอ่านเขียน ส่วนคนหนุ่มสาวก็ได้ฝึกเพื่อเตรียมเป็นนักรบโทเท็ม นักรบโทเท็มทั้งเจ็ดคนก็ได้เข้าร่วมทีมนักล่า

หากไม่ใช่เพราะคำสั่งของชาแมน เธอเชื่อว่าสมาชิกเผ่ามังกรอัคคีไม่น่าจะยอมทำทั้งหมดนี่ อันที่จริง แค่ไม่โดนขับไล่ไปที่อื่นก็ถือเป็นเรื่องดีแล้ว แต่กลับกลายเป็นโชคลาภอันประเสริฐของเธอและผู้คนที่ติดตามเธอมา

เย่จิ่วลังเลอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงรวบรวมความกล้าที่จะถามว่า “ท่านชาแมน เพราะเหตุใดท่านจึงไว้ใจข้าถึงเพียงนี้”

“ตัวคุณคู่ควรกับความไว้วางใจของผม และคุณได้เลือกแล้วว่าจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเผ่าเรา ในเมื่อเราทุกคนล้วนเป็นคนเผ่ามังกรอัคคีเหมือนกัน ทำไมผมถึงจะไว้ใจคุณไม่ได้ล่ะครับ” ซูไป๋จงใจเว้นช่วงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อว่า “เอาอย่างนี้ดีกว่าครับ ผมขอถามคุณกลับว่า แล้วทำไมผมที่เป็นชาแมน ถึงไม่ควรไว้ใจสมาชิกเผ่าของตัวเอง จริงไหมครับ”

เย่จิ่วถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เธอพยักหน้าอย่างหนักแน่น และกล่าวจากใจจริงว่า “ท่านชาแมน ข้าจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จลุล่วงอย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”

“ดีครับ คุณไปพักผ่อนก่อนเถอะ” ซูไป๋กล่าวพร้อมกับยิ้ม

“เจ้าค่ะ” เย่จิ่วตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน แต่แฝงไว้ซึ่งความแน่วแน่ ก่อนจะหันหลังเดินออกจากเต็นท์กระโจมไป

ชางซื่อยืนรอจนสาวหูหมาป่าเดินห่างออกไป ก่อนจะหันกลับมาถามด้วยความประหลาดใจ “ท่านชาแมน นี่หูข้าไม่ได้ฝาดไปใช่ไหมขอรับ”

“หืมม” ซูไป๋ยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง

“ท่านชาแมน ข้าพูดถึงเรื่องการสอดแนมสถานการณ์เผ่าอสรพิษดำขอรับ” ชางซื่อยังพยายามทำความเข้าใจสิ่งที่เพิ่งจะได้ยิน

“แล้วผมดูเป็นคนที่ชอบทำอะไรเล่นๆ เหรอครับ” ซูไป๋ถามกลับ

ชางซื่้อส่ายหน้ารัวๆ ทันที พยายามระงับความตื่นเต้นของตัวเอง ก่อนจะถามด้วยความสงสัย “ท่านชาแมนมีแผนที่จะจัดการกับเผ่าอสรพิษดำแล้วหรือขอรับ เพราะแบบนั้น ท่านก็เลยส่งเย่จิ่วไปสอดแนมพวกมันหรือขอรับ”

ซูไป๋ยักไหล่ก่อนจะตอบว่า “ตอนนี้ยังครับ เราต้องรู้สถานการณ์ทางโน้นก่อน ถึงจะวางแผนได้ ถูกไหมครับ”

“ใช่ขอรับ ใช่ เราต้องส่งคนไปจับตามองพวกมัน ใครไปจะไปรู้ว่าพวกนั้นจะคิดแผนชั่วอะไรอีก” ชางซื่อพยักหน้าซ้ำๆ

“เราจะต้องหาวิธีจัดการกับเผ่าอสรพิษดำ ไม่ช้าก็เร็วครับ อย่าเพิ่งใจร้อนไป” ซูไป๋ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ชางซื่อกะพริบตาสีม่วงของเขา ก่อนจะถามอย่างจริงจังว่า “แต่ท่านชาแมน มันไม่เสี่ยงไปหน่อยหรือขอรับ ที่ให้แผ่นกระดูกจารึกชาแมนกับนางไปมากมายขนาดนั้น”

ซูไป๋ยกน้ำขึ้นมาจิบ ก่อนจะแอบมองบนและตอบว่า “อีกไม่นานคุณก็จะเข้าใจเองครับ ผมมั่นใจว่าเธอไม่ใช่คนที่คุณจำเป็นต้องคอยระแวง”

“แต่ท่านชาแมน ข้าคิดว่าในทีมที่จะส่งไปปฏิบัติการภารกิจสอดแนมเผ่าอสรพิษดำ อย่างน้อยก็น่าจะมีคนของเราสักคนนะขอรับ” ชางซื่อยังไม่อาจวางใจ

“ตอนแรกผมก็คิดเรื่องนั้นเหมือนกันครับ แต่ในบรรดานักรบโทเท็มดั้งเดิมของเผ่าเรา มีแต่คนใจร้อนและไม่รอบคอบทั้งนั้น ผมกลัวว่าจะทำภารกิจล่มแทน” ซูไป๋วางถ้วยหินลง ก่อนจะพูดต่อ “ภารกิจนี้ต้องการคนที่ใจเย็นและมีไหวพริบในการปรับตัวตามสถานการณ์”

ภารกิจสอดแนมเผ่าอสรพิษดำนั้นมีความสำคัญอย่างมาก เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถแย่งชิงดินแดนบรรพชนของเผ่ากลับคืนมา รวมถึงการกำจัดศัตรูของพวกเขาไปพร้อมกัน ทีแรกเขาก็อยากจะส่งนักรบโทเท็มที่เป็นสมาชิกดั้งเดิมของเผ่ามังกรอัคคีไปเป็นคู่หูของเธอ แต่คนที่คุณสมบัติเหมาะสม ก็ล้วนแล้วแต่มีภาระหน้าที่อย่างอื่นที่สำคัญไม่แพ้กัน

ส่วนคนอื่นที่เหลือ เขาเกรงว่าคนเหล่านั้นจะปล่อยให้ความแค้นเข้าครอบงำ จนทำให้ภารกิจล้มเหลว และลุกลามไปจนถึงการโดนบุกตามมาโจมตีอาณาเขตเผ่าปัจจุบัน หากเป็นเช่นนั้น สถานการณ์คงจะบานปลายจนเกินควบคุม

“ข้าเข้าใจแล้วขอรับ…” เมื่อนึกตาม ชางซื่อก็เข้าใจได้ทันที

“ภารกิจนี้จะล้มเหลวไม่ได้ แล้วก็ อย่าให้ใครรู้นะครับ เรื่องนี้ผมส่งเย่จิ่วไปสอดแนมเผ่าอสรพิษดำ” ซูไป๋สั่ง

“ขอรับ” ชางซื่อตอบรับอย่างไม่ลังเล

จบบทที่ บทที่ 100 คนที่เหมาะสม

คัดลอกลิงก์แล้ว