เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 535 ก็ยังต้องพึ่งรหัสโกง

บทที่ 535 ก็ยังต้องพึ่งรหัสโกง

บทที่ 535 ก็ยังต้องพึ่งรหัสโกง


บทที่ 535 ก็ยังต้องพึ่งรหัสโกง

โหยวหมิงชาติก่อนเป็นเด็กสายวิทย์ เจอคำถามที่ไม่มีคำตอบมาตรฐานแบบนี้ก็ปวดหัวตึ้บ

เขาทลองอีกหลายครั้ง เอาคำตอบที่ตัวเองคิดออกตอบไปหมดแล้ว แต่ทุกครั้งก็จบลงด้วยความล้มเหลว

เล่นเอาโหยวหมิงชาไปทั้งตัว

เขาถึงขั้นลองใช้กำลังฝ่าด่าน ก็ถูกตัดสินว่าล้มเหลวทันที ถูกเตะออกจากดันเจี้ยน

โหยวหมิงมองดันเจี้ยนตรงหน้า อดไม่ได้ที่จะเริ่มกลุ้มใจ

เขาถึงขั้นเอาคำถามแรกไปรวบรวมคำตอบจากเหล่าเทพบนเขาหยวนหลิง เอาทุกคำตอบที่ได้รับไปตอบมังกรเทพ แต่ก็ยังไม่มีคำตอบที่ทำให้มังกรเทพพอใจ

คิดดูแล้วก็ใช่ แม้ครั้งนี้จะเป็นการตอบคำถามผ่านด่าน

แต่ระดับของมังกรเทพนี้สูงเกินไป ก็หมายความว่าระดับของคำถามที่ฝ่ายตรงข้ามถามก็สูงมาก อย่างน้อยไม่ใช่สิ่งที่กลุ่มตัวตนที่แม้แต่เซียนก็ยังไม่ใช่จะตอบได้

บางครั้งการที่ตอบคำถามเหล่านี้ไม่ได้ ไม่ใช่เพราะสมองของพวกโหยวหมิงไม่ดีพอ แต่เป็นเพราะพวกเขาไปไม่ถึงระดับความสูงนั้น และไม่สามารถพิจารณาปัญหาจากมุมมองที่สูงกว่าได้

ในขณะนี้ โหยวหมิงคิดถึงจินถงเสินจวินจับใจ

ท่านผู้นี้อย่างน้อยก็เป็นระดับเซียน เส้นสายบนสวรรค์ก็กว้างขวาง ไม่แน่อาจจะไปถามเพื่อนเซียนของเขา ช่วยหาคำตอบให้โหยวหมิงได้สักข้อ

"คำถามที่ตอบไม่ได้แบบนี้ จะข้ามได้ไหม ติดอยู่ด่านแรกตลอด มองไม่เห็นความหวังเลย"

โหยวหมิงถอนหายใจ

การผ่านด่านแบบตอบคำถามนี้ เจ้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าห่างจากคำตอบมาตรฐานแค่ไหน ไม่รู้กระทั่งว่าทิศทางของการตอบคืออะไร น่าปวดหัวจริงๆ

แต่ทว่า ทันทีที่ความคิดนี้แล่นผ่านสมองเขา ทันใดนั้นสีหน้าของเขาก็ดูแปลกไป

เดี๋ยวนะ ใครบอกว่า... ตอบไม่ได้แล้วข้ามไม่ได้

รหัสโกงอันหนึ่งที่เดิมทีโหยวหมิงคิดว่าเป็นขยะ จู่ๆ ก็กระโดดเข้ามาในใจของเขา

นั่นก็คือ... รหัสโกง [ข้ามบทสนทนา] (ปรากฏครั้งแรกในบทที่526)

รหัสโกงนี้ พบเห็นได้ทั่วไปในเกมใหญ่ๆ คือการข้ามอนิเมชั่นเปิดตัวหรือบทสนทนาเนื้อเรื่องที่ยืดยาวโดยตรง

แม้โหยวหมิงจะคิดเสมอว่า รหัสโกงทุกอันมีประโยชน์เฉพาะตัวของมัน แต่ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่คิดว่า [ข้ามบทสนทนา] นี้จะแสดงประโยชน์อะไรได้

แต่ทว่า หากนำความสามารถนี้มาใช้ในดันเจี้ยน จะเกิดผลลัพธ์อย่างไร?

รหัสโกงทั้งหมด มีคุณสมบัติสัมบูรณ์ ขอแค่อยู่ในขอบเขตที่กฎอนุญาต ก็จะสัมฤทธิ์ผลแน่นอน

หากรหัสโกงสองอันมาเจอกัน ก็จะปรับตัวให้เข้ากับผลลัพธ์โดยอัตโนมัติตามกฎของทั้งสองฝ่าย

โหยวหมิงอยากลองดูเหมือนกัน หากเขาตัดบทคำถามของฝ่ายตรงข้ามโดยตรง บังคับให้เข้าสู่คำถามถัดไป จะเกิดผลลัพธ์อย่างไร

เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาก็เข้าสู่ดันเจี้ยนอีกครั้ง

พอเขาเข้าไป มังกรเทพขนาดมหึมาก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้น ฉากเปิดตัวแบบนี้เขาเห็นมาหลายสิบรอบแล้ว

"อะไรคือ..."

มังกรเทพค่อยๆ เอ่ยปาก เสียงดั่งสายฟ้าฟาด เพียงแต่คำพูดของมันเพิ่งพูดได้ครึ่งเดียว ทันใดนั้น โหยวหมิงก็หมุนเข็มทิศ ป้อนรหัสโกง

"ข้ามบทสนทนา"

โหยวหมิงท่องในใจ รหัสโกงนี้ทำงานในจิตสำนึกของเขาทันที

ฉับพลัน เสียงสะเทือนฟ้าของมังกรแท้จริงก็ถูกพลังที่มองไม่เห็นขัดจังหวะโดยตรง

จากนั้นฉากตรงหน้าก็ค่อยๆ มืดลง ผ่านไปครู่หนึ่ง ร่างของมังกรเทพก็ชัดเจนขึ้นอีกครั้ง ราวกับอนิเมชั่นคั่นฉากในเกมถูกข้ามไป

"สำเร็จจริงดิ?"

โหยวหมิงเงยหน้ามองรอบด้าน หลังจากข้ามบทสนทนาแล้ว จะเป็นผลลัพธ์อย่างไร?

วินาทีถัดมา ฟ้าดินในดันเจี้ยนจู่ๆ ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ความว่างเปล่าทั้งหมดดูเหมือนถูกพลังอันแข็งแกร่งฉีกกระชาก กระแสอากาศในมิติหมุนวนราวกับพายุ ราวกับกฎของดันเจี้ยนทั้งหมดได้รับผลกระทบอย่างหนัก

"ตรวจไม่พบคำตอบที่ถูกต้อง ไม่สามารถตรวจสอบคำถามปัจจุบันได้"

เสียงของมังกรเทพเริ่มรัวเร็วขึ้น สายฟ้าที่เกรี้ยวกราดรวมตัวกันรอบตัวมัน โลกดันเจี้ยนทั้งใบ กลายเป็นเหมือนวันสิ้นโลก

"คงไม่เล่นใหญ่ไปหรอกนะ"

โหยวหมิงสัมผัสถึงโลกดันเจี้ยนที่ปั่นป่วนไม่สงบ เตรียมพร้อมจะปิดดันเจี้ยนนี้หนีได้ทุกเมื่อ หากรหัสโกง ไม่สำเร็จ เขาก็หมดหนทางกับเรื่องนี้แล้ว

"กลไกดันเจี้ยนเกิดความขัดแย้ง บังคับเข้าสู่ด่านที่สองแล้ว"

แต่ผ่านไปสักพัก คลื่นลมรอบด้านก็ค่อยๆ สงบลง แม้จะเกิดบั๊ก (Bug) แต่หลังจากปรับตัวโดยบังคับแล้ว ก็ยังคงทำงานต่อไป

โหยวหมิงถอนหายใจด้วยความโล่งอกเล็กน้อย การปิดดันเจี้ยนนั่นเป็นทางเลือกสุดท้ายจริงๆ

"ด่านที่หนึ่งตรวจไม่พบคำตอบที่ถูกต้อง รางวัลทางจิตวิญญาณไม่สมบูรณ์ รางวัลทางวัตถุแจกจ่ายแล้ว"

"รางวัล: เศษเสี้ยวสายชีพจรมังกร X10"

"เศษเสี้ยวสายชีพจรมังกรแต่ละชิ้น แฝงพลังสายชีพจรมังกร 100 แต้ม"

"รางวัล: ไขกระดูกมังกรแท้จริง"

"สิ่งที่แก่นแท้สายชีพจรมังกรควบแน่น รูปลักษณ์ดั่งมุกหยก ปราณดั่งควันเขียว สามารถ 'รวมวิญญาณ เปิดปัญญา'"

"รางวัล: ครรภ์กำเนิดชีพจรปฐพี"

"รูปร่างคล้ายทองและหิน ภายในซ่อนปราณสายฟ้า ฝังลงดิน สามารถกลายเป็นชีพจรวิญญาณระดับสูง"

แม้ด่านแรกโหยวหมิงจะผ่านด้วยวิธีการโกง แต่สุดท้ายก็ยังแจกรางวัลส่วนหนึ่ง

เพียงแต่ รางวัลทางจิตวิญญาณที่มังกรเทพพูดถึง ดูเหมือนจะสำคัญกว่า และร้ายกาจกว่า แต่ช่วยไม่ได้ โจทย์พวกนี้เขาทำไม่เป็นจริงๆ นี่นา

และสามารถได้รางวัลทางวัตถุเหล่านี้ โหยวหมิงก็พอใจมากแล้ว

คนเรานะ อย่าโลภเกินไปนักเลย

ผิวน้ำคลองขุดยามเช้าตรู่ ลมพัดเอื่อย เกิดระลอกคลื่นเป็นชั้นๆ

แต่ไม่นาน ผิวน้ำทั้งหมดก็ค่อยๆ กระเพื่อมขึ้น ที่หัวโค้งไกลออกไป เรือหอขนาดมหึมากำลังแล่นมาข้างหน้าอย่างช้าๆ

เรือหอลำนั้นราวกับพระราชวังเคลื่อนที่ลอยน้ำ ตัวเรือสูงห้าชั้นตั้งตระหง่านอยู่บนผิวน้ำ สง่างามไม่ธรรมดา

แม้แต่ละชั้นของเรือจะไม่ได้แกะสลักวิจิตรบรรจง แต่วัสดุที่ใช้แน่นหนา เห็นได้ชัดว่าทุ่มทุนมหาศาล ไม่ใช่เศรษฐีใหม่ทั่วไป

คนลากเรือสองฝั่ง กำลังออกแรงลากเรือหอขนาดมหึมาลำนี้อย่างพร้อมเพรียง

คนหลายร้อยคน เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ผิวหนังหยาบกร้านเพราะทำงานหนักมานาน แต่ท่าทางของพวกเขาทรงพลังอย่างยิ่ง ภายใต้การลากจูงของพวกเขา แม้ตอนนี้จะทวนลม แต่เรือหอก็ยังมุ่งหน้าไปอย่างมั่นคง

บนเรือหอ ธงใหญ่ที่แขวนอยู่โบกสะบัดส่งเสียงดังพึ่บพั่บในสายลม ตัวอักษร "เฉา" ขนาดใหญ่บนธง โดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ

บนคลองขุด เดิมทีมีเรือลำอื่นสัญจรอยู่บ้าง เมื่อเห็นเรือหอลำนี้เข้ามาใกล้ ก็รีบหลบเข้าสองฝั่ง เพื่อไม่ให้ไปชนโดนผู้สูงศักดิ์

ที่ริมกราบเรือชั้นบนสุดของเรือหอ ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งอาบแสงยามเช้า แม้จะมองไม่เห็นรูปร่างหน้าตาชัดเจนจากระยะไกล แต่กลับแผ่ราศีอันเจิดจรัสออกมา

"โอ่อ่าขนาดนี้ คนพวกนี้มาจากไหนกัน?"

บนเรือโดยสารที่จอดเทียบฝั่ง หยางชิงเหลียนกอด [กระบี่จูเสีย] ไว้ในอ้อมอก แม้มองย้อนแสงอาทิตย์ดูคนบนเรือนั้นจะแสบตา แต่การบำเพ็ญเพียรถึงระดับนาง ดวงตาสามารถจ้องมองดวงอาทิตย์ได้โดยตรงแล้ว ดังนั้นนางจึงเห็นหน้าตาของคนที่กราบเรือนั้นได้อย่างชัดเจน

"ท่านเซียน... เซียนกู นั่นเป็นขบวนเรือของตระกูลเฉาแห่งแคว้นชิงขอรับ"

"หากผู้น้อยเดาไม่ผิด คนบนเรือน่าจะเป็นคุณชายใหญ่ตระกูลเฉา เฉาเชวี่ย"

เมื่อหยางชิงเหลียนทยอยรวบรวมเศษเดนของลัทธิสังสารวัฏ ตอนนี้ขนาดของ [สมาคมตู้เอ้อ] ที่นางสร้างขึ้นก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อจำนวนคนทะลุพัน คนเหล่านี้ก็ไม่สามารถติดตามนางวิ่งวุ่นไปทั่วได้แล้ว ไม่อย่างนั้นจะสะดุดตาเกินไป

ดังนั้นนางจึงกระจายคนออกไป ประจำตามเมืองอำเภอ เมืองหัวหน้ามณฑลต่างๆ ทั่วแคว้นชิง สร้างสาขาย่อยขึ้นในแต่ละที่ แต่ละสาขามีเจ้าสำนักหนึ่งคนรับผิดชอบ

แม้ว่าการจะจัดการคนเหล่านี้ต้องใช้เงินไม่น้อย

แต่หยางชิงเหลียนสังหารปีศาจไปหลายตัว ด้านหนึ่งได้รับเงินบริจาคจากคหบดีท้องถิ่นไม่น้อย อีกด้านหนึ่ง ในรังปีศาจเหล่านี้ก็มีของมีค่าในโลกมนุษย์อยู่บ้าง หลังจากขายทิ้ง ก็พอจะจัดการเรื่องช่วงแรกไปได้

จากนั้นหยางชิงเหลียนได้ยินว่าทางใต้แถบแคว้นอวิ๋นและแคว้นจง การฆ่าฟันภายในลัทธิสังสารวัฏรุนแรงยิ่งกว่า จึงนำคนกลุ่มแรกที่ติดตามนาง เตรียมล่องตามคลองขุดไปยังแคว้นจง จัดการปัญหาคาราคาซังแล้วค่อยไปแคว้นอวิ๋น

"ตระกูลเฉานี้ดูเหมือนจะยิ่งใหญ่กว่าราชสำนักเสียอีกนะ"

หยางชิงเหลียนเปรยขึ้นมาลอยๆ นางเองก็ไม่เคยเห็นฮ่องเต้หรือไทเฮาของราชสำนักเสด็จประพาส เพียงแต่รู้สึกว่าความอลังการในการเดินทางของตระกูลเฉานั้นเกินจินตนาการของนางไปบ้าง

ก็แค่เดินทาง จำเป็นต้องสร้างเรือใหญ่ขนาดนี้ แล้วให้คนมากมายขนาดนี้ช่วยกันลากด้วยหรือ นี่มันสิ้นเปลืองฟุ่มเฟือยเกินไปแล้ว

"หากเป็นในแคว้นจง ย่อมเป็นราชสำนักที่ยิ่งใหญ่"

"แต่ในแคว้นชิงนี้ ราชสำนักเทียบตระกูลเฉาไม่ได้หรอกขอรับ

เฒ่าถงเซิงยืนอยู่ด้านหลังหยางชิงเหลียน สำหรับคำพูดลอยๆ ประโยคนี้ เขากลับเห็นด้วยอย่างยิ่ง

ตัวเขาเองเป็นคนแคว้นชิง สำหรับคนท้องถิ่นส่วนใหญ่ มักจะรู้แค่มีตระกูลเฉา แต่ไม่รู้จักราชสำนัก

หยางชิงเหลียนเพียงแค่ยิ้ม นางก็แค่บังเอิญเจอเรือหอของตระกูลเฉา เลยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นไปไม่กี่คำ นางเองไม่ได้สนใจอะไรตระกูลเฉา

กระทั่งในใจนาง ยังมีความไม่ชอบใจความฟุ่มเฟือยของตระกูลนี้อยู่หลายส่วน

"ไม่หวน วันนี้ทำไมเจ้าไม่พูดสักคำเลย?"

"ก่อนหน้านี้เจ้าไม่ใช่ร้องจะมาดูคลองขุดหรอกหรือ?"

เรือหอของตระกูลเฉา ค่อยๆ ห่างออกไป

หยางชิงเหลียนเพิ่งตระหนักว่า ตั้งแต่เช้า มังกรขาวน้อยก็ขดตัวอยู่ในแขนเสื้อนางตลอด จนถึงตอนนี้ยังไม่ส่งเสียงสักแอะ

"ข้า... ข้าก็ไม่รู้"

"ข้ากลัวนิดหน่อย แต่... แต่ข้าก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงกลัว"

"หยางชิงเหลียน งั้นเรานั่งรถม้ากันเถอะ ข้า... ข้ารู้สึกเหมือนจะเมาเรือ"

ครู่ใหญ่ เสียงของมังกรขาวน้อยก็ดังขึ้นแบบอึกๆ อักๆ ในสมองของหยางชิงเหลียน

"หา?"

"เจ้าป่วยหรือเปล่าเนี่ย พูดจาเพ้อเจ้ออะไร"

หยางชิงเหลียนเกือบคิดว่าตัวเองหูฝาด เจ้าเป็นมังกรนะ เจ้าดันบอกว่าเมาเรือ นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

"ข้า... ข้าพูดจริงนะ ข้ากลัวจริงๆ พวกเรารีบไปเถอะ"

"ข้ารู้สึกว่า แม่น้ำสายนี้... อันตรายมาก"

มังกรขาวน้อยรัดตัวแน่นกับแขนของหยางชิงเหลียน หยางชิงเหลียนสัมผัสได้ชัดเจนว่าฝ่ายนั้นกำลังสั่นเทาไม่หยุด

สีหน้าของหยางชิงเหลียนก็เคร่งเครียดขึ้น

นางรู้ว่าสายเลือดของมังกรขาวน้อยสูงส่ง ปลุกสายเลือดอิ้งหลงบรรพกาล คงไม่พูดจาเหลวไหลแน่นอน

คลองขุดสายนี้ถึงกับทำให้มันรู้สึกอันตราย งั้นต้องมีลับลมคมในแน่นอน

"ตกลง พวกเราเดินทางทางบก"

พอดีเรือโดยสารของพวกนางเทียบท่าแล้ว เดิมทีพวกนางเตรียมจะรอให้เรือหอตระกูลเฉาไปก่อนแล้วค่อยล่องใต้ต่อ งั้นก็ลงเรือเลยแล้วกัน

ส่วนพวกเฒ่าถงเซิงแม้จะสงสัยว่าทำไมเซียนกูถึงจะไปทางบก แต่ก็รู้กาละเทศะไม่ถามมากความ

"ตูม!"

แต่ทว่า หลังจากพวกนางขึ้นฝั่งได้ไม่นาน ทันใดนั้น ที่ไกลออกไปก็มีเสียงดังสนั่น

เห็นเพียงเรือหอของตระกูลเฉาที่ไกลออกไปซึ่งเหมือนภูเขาสูง จู่ๆ ก็โคลงเคลงอย่างรุนแรง ดูเหมือนจะชนเข้ากับโขดหินอะไรสักอย่าง

แต่ทว่า ที่นี่คือคลองขุดที่มนุษย์ขุดขึ้น จะมีโขดหินได้อย่างไร

"มาแล้ว! พวกมันมาแล้ว!"

"น่ากลัวมาก... ไม่สิ ทรมานมาก ข้าเศร้ามาก"

"หยางชิงเหลียน พวกเรารีบไปกันเถอะ"

ความคิดของมังกรขาวน้อย ผุดขึ้นในสมองของหยางชิงเหลียนเหมือนคนบ่นพึมพำ และคำพูดที่มันพูดออกมา ทำให้หยางชิงเหลียนงงงวย

ตกลงเจ้ากลัวหรือเศร้ากันแน่ วันนี้เป็นบ้าอะไรเนี่ย

"ข้าก็ไม่ชัดเจน ข้าแค่รู้สึกทรมาน ทั้งกลัวทั้งเศร้า ข้าอยากร้องไห้"

ร่างกายของมังกรขาวน้อยหดรัดเข้าด้านในแน่น โชคดีที่หยางชิงเหลียนก้าวสู่ขอบเขตที่สี่แล้ว ไม่อย่างนั้นแขนคงถูกมันรัดขาด

และในขณะนี้ ที่ด้านข้างของเรือหอขนาดยักษ์กลางคลองขุด เกิดรูขนาดใหญ่ น้ำในแม่น้ำกำลังทะลักเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง

ผู้คนบนเรือตื่นตระหนกกันยกใหญ่ องครักษ์บางส่วนรีบเข้าไป คุ้มกันคุณชายใหญ่ไว้ตรงกลาง

ส่วนคนลากเรือสองฝั่งมองภาพนี้อย่างโง่งม แม่น้ำสายนี้พวกเขาเดินมาหลายรอบแล้ว จะไปชนโดนอะไรได้ยังไง?

"อ๊าก... สัตว์ประหลาด! มีสัตว์ประหลาด"

แต่ในเวลานี้ จู่ๆ ก็มีคนกรีดร้องขึ้นมา จากนั้นก็มีคนตะโกนเรียกไม่หยุด ดูเหมือนจะเจออะไรที่พวกเขาไม่เข้าใจเข้าจริงๆ

"สัตว์ประหลาด?"

"คลองขุดนี้ขุดมายังไม่ถึงสิบปี และทางน้ำก็ไม่กว้างขวาง จะมีสัตว์ประหลาดได้ยังไง"

หยางชิงเหลียนได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือของทุกคน สีหน้าก็เคร่งเครียดทันที เตรียมจะพุ่งออกไป

"ไม่ อย่าไป"

"น่ากลัวมาก อันตรายมาก!"

มังกรขาวน้อยรั้งหยางชิงเหลียนไว้แน่น มันสัมผัสได้ว่า ใต้น้ำนี้มีตัวตนขนาดมหึมาอยู่

ส่วนใหญ่แค่ไหน มันรู้สึกว่าเหมือนไร้ขอบเขต ต่อให้เป็นร่างจริงหลังบรรลุนิติภาวะของมัน ก็เทียบไม่ได้แม้แต่หนึ่งในหมื่นส่วน

น่ากลัวเกินไปแล้ว ในคลองขุดของโลกมนุษย์ จะมีสัตว์ประหลาดที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง

อย่างไรก็ตาม หยางชิงเหลียนรูดมังกรขาวน้อยทีเดียว ยัดใส่ไว้ในห่อสัมภาระ แล้วนางก็คว้า [กระบี่จูเสีย] พุ่งออกไปทันที

นางรู้ว่าข้างในนี้มีอันตราย และอาจเป็นอันตรายที่นางแก้ไม่ได้

แต่สองข้างเรือหอนั้น มีคนลากเรือนับร้อย คนตระกูลเฉาจะตายหรือไม่นางไม่สน แต่นางทนดูราษฎรธรรมดาถูกปีศาจจับกินไม่ได้

"โอย โอย ทำยังไงดีเนี่ย"

มังกรขาวน้อยโผล่หัวออกมาจากห่อสัมภาระ ร้อนใจจนหมุนไปมา แต่พอมันมองไปทางคลองขุด ก็รู้สึกขนลุกซู่ ทางน้ำที่ไม่กว้างนั้น ราวกับปากยาวเรียว ที่จะกลืนกินมันลงไปในคำเดีย

ที่สำคัญที่สุดคือ พอมันเข้าใกล้คลองขุด ในใจก็เกิดความรู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมาดื้อ

อารมณ์ที่ผสมปนเประหว่างความหวาดกลัวและความรันทดนี้ ทำให้มันทรมานยิ่งนัก

ใต้เท้าของหยางชิงเหลียนยืมแรงในป่าไม่กี่ที ก็กระโดดลงสู่ผิวน้ำคลองขุด จากนั้นเหยียบน้ำวิ่ง เพียงไม่กี่ก้าว ก็พุ่งไปถึงบนเรือหอ

นางยืนอยู่บนเรือหอที่เอียงไปครึ่งหนึ่ง มองลงมาจากที่สูง กวาดตามองรอบด้าน

เห็นเพียงว่า ใต้น้ำมีสัตว์ประหลาดที่คล้ายมนุษย์แต่ร่างกายเหี่ยวแห้ง กรงเล็บแหลมคม ปีนขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง มองปราดเดียว สัตว์ประหลาดเหล่านี้มีจำนวนไม่ต่ำกว่าสามร้อย และเจอคนก็ฆ่า เพียงครู่เดียว ก็มีคนถูกฆ่าหรือลากลงน้ำไปหลายสิบคนแล้ว

จบบทที่ บทที่ 535 ก็ยังต้องพึ่งรหัสโกง

คัดลอกลิงก์แล้ว