- หน้าแรก
- ผมไม่ตลกแต่ระบบ ทำให้ผมเป็นไอดอลสุดปั่น
- บทที่ 30 - จงออกมา! "วันวาน วันนี้ วันพรุ่งนี้"!
บทที่ 30 - จงออกมา! "วันวาน วันนี้ วันพรุ่งนี้"!
บทที่ 30 - จงออกมา! "วันวาน วันนี้ วันพรุ่งนี้"!
บทที่ 30 - จงออกมา! "วันวาน วันนี้ วันพรุ่งนี้"!
โลกออนไลน์เริ่มมีการพูดถึงเรื่องนี้กันอย่างอื้ออึง ผู้คนเริ่มเดากันว่าเขาจะใช้เวลาเขียนเสร็จภายในกี่นาที
"คงไม่ใช่ 10 นาทีอีกหรอกนะ?"
"หัวข้อรอบนี้ยากขนาดนี้ ฉันว่าต้องมีครึ่งชั่วโมง"
"ดูท่าทางเขาไม่น่าจะใช่ครึ่งชั่วโมงนะ นั่งลงแป๊บเดียวก็เริ่มแล้ว"
"พูดยากแฮะ ไม่แน่คุณภาพอาจจะตกลงก็ได้"
"อย่าเชียวนะ! อย่าลดคุณภาพเพื่องานเร็วนะ!"
"ฉันว่าเย่เซวียนไม่ใช่คนแบบนั้น"
"ฉันก็เหมือนกัน ฉันเชื่อว่าเย่เซวียนต้องทำผลงานดีๆ ออกมาได้แน่"
"แต่ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะสร้างงานระดับเทพติดต่อกันสามครั้งรวด?"
คอมเมนต์เกี่ยวกับงานเขียนของเย่เซวียนเถียงกันให้วุ่น ถ้าไม่ติดว่าอยู่คนละฝั่งจอคงนัดตบกันไปแล้ว
ฝ่ายหนึ่งเรียกตัวเองว่าแฟนคลับสายใช้เหตุผล อีกฝ่ายเรียกตัวเองว่าแฟนคลับสายอวยผลงาน
เย่เซวียนนั่งนิ่งเป็นหินอยู่กลางพายุ พิมพ์ดีดต๊อกแต๊กๆ พอเห็นเขาเริ่มเขียนเนื้อหาบท ทีมงานก็ตัดภาพหน้าจอออกไป
เถียนอวี่และโอวหยางมี่ที่อยู่ข้างๆ มองเขาด้วยความเป็นห่วง
สองครั้งก่อนอาจจะเรียกว่าใช้ทางลัดได้ อาศัยสถานการณ์จากภาคแรก ด้นสดภาคต่อออกมาโดยคุณภาพไม่ด้อยไปกว่าภาคแรก
แต่ครั้งนี้คือหัวข้อใหม่แกะกล่อง
แถมหัวข้อต้มตุ๋นยังพอหาวัตถุดิบจากข่าวสังคมได้ แต่หัวข้อนี้มันไม่มีอะไรเลย!
อย่าว่าแต่ข่าวเลย คนที่ไม่ได้สนใจนิยายหรือไซไฟ นึกไอเดียไม่ออกหรอก
ทั้งสองมองหน้ากัน รู้สึกว่าต้องเข้าไปช่วย
ลังเลอยู่พักหนึ่ง ร่างคำพูดในใจ รู้สึกว่าน่าจะพอเสนอแนะอะไรที่มีประโยชน์ได้บ้าง ทั้งสองถึงเอ่ยปากขัดจังหวะเย่เซวียน
พวกเขาพูดว่า
"เย่เซวียน นายไม่ได้เจอทางตันใช่ไหม? หัวข้อนี้พวกเราพอจะมีไอเดียอยู่บ้าง มาช่วยกันระดมสมองไหม"
เถียนอวี่พูดกับเย่เซวียน
พวกเขาอยากช่วยด้วยความจริงใจ เพราะเรื่องสำคัญขนาดนี้จะปล่อยให้เขาทำคนเดียว มันจะดูเนรคุณเกินไปหน่อย
แต่เย่เซวียนปฏิเสธอย่างนุ่มนวล
"บทละครผมเขียนเสร็จแล้ว พวกคุณเอาไปอ่านแล้วเริ่มท่องบทได้เลย"
"ไม่ต้องเกรงใจ ในเมื่อผมเป็นคนชวนพวกคุณมาร่วมรายการ นี่คือหน้าที่ของผม"
พูดจบเย่เซวียนก็กดเซฟไฟล์แล้วส่งให้ทั้งสองคน
ได้ยินเสียงแจ้งเตือนมือถือ โอวหยางมี่และเถียนอวี่มองหน้ากันอย่างไม่อยากเชื่อ แล้วล้วงมือถือออกมา
"นายเขียนเสร็จแล้วจริงๆ เหรอ?"
"15 นาที ตั้งแต่เริ่มรายการจนถึงตอนนี้เพิ่งจะ 15 นาทีเองนะ!"
ทั้งสองมองเขาด้วยความช็อก
หัวข้อแบบนี้สมองพวกเขาคิดอะไรไม่ออกเลยสักนิด
แต่เย่เซวียนกลับเขียนบททั้งเรื่องเสร็จคนเดียวในเวลา 15 นาที?!
นี่มันความสามารถระดับปีศาจแบบไหนกัน?
พวกเขารับบทมาตั้งใจอ่านกันอย่างละเอียด
ส่วนชาวเน็ตและผู้ชมในไลฟ์สดก็ช็อกตาตั้งไปแล้ว
"15 นาทีเขียนบทเสร็จ!!!"
"เหลือจะเชื่อ บทที่ 3 เย่เซวียนก็ยังทำเสร็จเร็วขนาดนี้!"
"แม่เจ้าโว้ย เขาเป็นอัจฉริยะตัวจริงหรือเปล่าเนี่ย?"
"คนเก่งแบบนี้โชคดีนะที่มารายการศึกชิงจ้าวตลก ไม่งั้นไม่รู้เมื่อไหร่จะได้แจ้งเกิด"
"เดี๋ยวนะ? มีแค่ฉันคนเดียวเหรอที่อยากรู้ว่าเย่เซวียนเขียนเรื่องอะไร?"
พอเห็นคอมเมนต์นี้ ทุกคนก็เริ่มแสดงความอยากรู้อยากเห็น
แต่ทีมงานไม่ยอมถ่ายเจาะเนื้อหาในบท พวกเขาก็เลยไม่รู้ว่าเขียนเกี่ยวกับอะไร
ไม่ใช่แค่พวกเขาที่ตกใจ
แม้แต่กรรมการทั้งสามก็ตกใจ
แถมยังตกใจยิ่งกว่าครั้งก่อน
ต้องรู้ก่อนนะว่าที่พวกเขาเพิ่มระดับความยากของหัวข้อขนาดนี้ ส่วนหนึ่งก็เพราะเย่เซวียนนี่แหละ
ออกหัวข้อให้มันเฉพาะทางขนาดนี้ ก็เพื่อจะทดสอบฝีมือเย่เซวียนโดยเฉพาะ
ไม่นึกเลยว่าจะทำอะไรเขาไม่ได้เลย?
นี่มันน่าตกใจยิ่งกว่าหัวข้อต้มตุ๋นเสียอีก และทำให้พวกเขาคาดหวังในตัวเย่เซวียนมากขึ้นไปอีก
"ไม่นึกเลยว่าเย่เซวียนจะเขียนเสร็จเร็วขนาดนี้ พูดจริงๆ นะ ผมคาดหวังกับบทของเขามาก"
เสิ่นเถิงพูดกับอีกสองคน
โจวซิงซิงและเฉินซือเฉิงพยักหน้า
"ผมรอชมการแสดงของเขาไม่ไหวแล้ว บทนี้พวกเราสามคนช่วยกันคิด ก็ถือว่าเป็นโจทย์ที่ยากเอาเรื่อง ถ้าเขาสามารถถ่ายทอดออกมาและทำให้พวกเราประทับใจได้ แชมป์สมัยนี้คงหนีไม่พ้นเขาแน่ๆ"
โจวซิงซิงกล่าว
เฉินซือเฉิงพยักหน้าเห็นด้วย
ในเวลาสั้นๆ ไม่กี่นาที เถียนอวี่และโอวหยางมี่ก็อ่านบทจบ
ระหว่างอ่านพวกเขาหลุดขำออกมาหลายครั้ง สุดท้ายก็เงยหน้าขึ้นจากบทด้วยสีหน้าตกตะลึง
แววตาเปลี่ยนเป็นความเลื่อมใสบูชาในตัวเย่เซวียน
"สุดยอดไปเลยเย่เซวียน! บทของนายเรื่องนี้มันสุดยอดมาก!"
เถียนอวี่รีบเอ่ยชมทันที
ดวงตาของโอวหยางมี่ก็เป็นประกายวิบวับ พรสวรรค์ขนาดนี้จะไม่ให้คนยอมสยบได้ยังไง?
เย่เซวียนยิ้มให้ทั้งสองคนตามมารยาท
"เวลาเหลือเฟือ พวกคุณท่องบทเถอะ ผมจะจัดฉากหน่อย"
ทั้งสองพยักหน้าด้วยความตื่นเต้น เริ่มก้มหน้าก้มตาท่องบทอย่างตั้งใจ
เย่เซวียนไปขอยืมอุปกรณ์ประกอบฉากจากทีมงาน แล้วไฟในห้องเขาก็มืดลง
"คุณพระช่วย นี่เริ่มท่องบทกันแล้วเหรอ?"
"โอวหยางมี่กับเถียนอวี่ขำอีกแล้ว บทนี้ต้องดีแน่ๆ!"
"ฉันเริ่มคาดหวังแล้วสิ"
ยอดผู้ชมในห้องไลฟ์สดทะลุ 8 แสนคน แทบจะเท่ากับยอดตอนจบเรื่องขายรถครั้งที่แล้ว
หลังจากห้องไลฟ์จอมืดลง ผู้ชมก็กระจายตัวไปดูผู้เข้าแข่งขันคนอื่น
การไปส่องห้องอื่นครั้งนี้ทำเอาพวกเขาขำก๊าก
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ขำจะตาย"
"คนในห้องไลฟ์สดที่ 1 ทำไมลงไปกองกับพื้นกันหมด? อีกสิบกว่านาทีการแข่งขันจะเริ่มแล้วนะ"
"พวกเขาทิ้งตัวแล้ว เขียนบทไม่ออก"
"ห้อง 28 นี่เหมือนคนบ้าเลย เดินวนรอบคนคนเดียว"
"พวกเขายังเขียนบทไม่เสร็จ การแข่งจะเริ่มแล้ว คนข้างๆ เลยเร่งยิกๆ"
"ฉันจะเป็นลม"
"คุณพระ ทำไมมีคนเทกระจาดเยอะขนาดนี้? อย่างน้อยก็เจ็ดแปดห้องแล้วมั้งที่ยอมแพ้"
"พวกนั้นคงเป็นพวกที่อยู่อันดับท้ายๆ จากรอบที่แล้วแหละมั้ง ฉันเห็นส่วนใหญ่ก็ยังดิ้นรนเฮือกสุดท้ายกันอยู่ มีแค่ส่วนน้อยที่ดูมั่นใจ"
"พวกที่มั่นใจนั่น คือพวกที่ได้คะแนน 90 อัพจากรอบที่แล้ว มีประมาณเจ็ดแปดห้อง"
"มิน่าล่ะ พวกเขาใช้เวลาครึ่งชั่วโมงเขียนบท แล้วใช้เวลาครึ่งชั่วโมงที่เหลือแบ่งงานกันท่องบทและจัดฉาก"
"ไป ไปดูห้องอื่นต่อ"
เวลาหนึ่งชั่วโมงเพียงพอให้ผู้ชมส่วนใหญ่แวะเวียนไปดูได้ครบทุกห้อง
จนกระทั่งห้องส่วนใหญ่ท่องบทกันเสร็จ
เสี่ยวซ้าก็สั่งหยุดการเตรียมตัว
"หยุด! เวลาเตรียมตัวหมดแล้วครับ"
ห้องส่วนใหญ่ท่องบทจบแล้ว มีเพียงส่วนน้อยที่ทิ้งตัวยอมแพ้ไปเลย
เสี่ยวซ้ารวบรวมรายชื่อ 7-8 ห้องที่สละสิทธิ์ ประกาศปิดไลฟ์สดของห้องเหล่านั้น แล้วประกาศเริ่มการแข่งขัน
(จบแล้ว)