- หน้าแรก
- ผมไม่ตลกแต่ระบบ ทำให้ผมเป็นไอดอลสุดปั่น
- บทที่ 26 - สุ่มรางวัล! ราชาจอเงินระดับเทพ!
บทที่ 26 - สุ่มรางวัล! ราชาจอเงินระดับเทพ!
บทที่ 26 - สุ่มรางวัล! ราชาจอเงินระดับเทพ!
บทที่ 26 - สุ่มรางวัล! ราชาจอเงินระดับเทพ!
"หยุด!"
เมื่อกะจังหวะได้ตำแหน่งที่น่าพอใจ เย่เซวียนก็ตะโกนสั่งหยุดทันที
วงล้อค่อยๆ ชะลอความเร็วลง และด้วยการขยับครั้งสุดท้าย เข็มชี้ก็ไปหยุดอยู่ที่ตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัว "ราชาจอเงินระดับเทพ"
"ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับทักษะราชาจอเงินระดับเทพ! โปรดตรวจสอบ!"
สิ้นเสียงอิเล็กทรอนิกส์ของระบบ วงล้อตรงหน้าเย่เซวียนก็ว่างเปล่าทันที
เขาเปิดหน้าต่างสถานะของตัวเองขึ้นมาดู เห็นความสามารถ "ราชาจอเงินระดับเทพ" ปรากฏขึ้นข้างๆ ทักษะ "ความจำดั่งภาพถ่าย"
【ราชาจอเงินระดับเทพ : ผลติดตัว —— ทำให้ผู้ครอบครองมีทักษะการแสดงเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า เพิ่มความสามารถในการเข้าถึงบทบาท พลังในการดึงดูดอารมณ์ และทักษะการสื่อสาร ผลกดใช้ —— ภายในเวลา 5 นาที จะมีทักษะการแสดงเทียบเท่าระดับราชาจอเงินอย่างสมบูรณ์】
ทักษะนี้มันยอดเยี่ยมมากจริงๆ
เย่เซวียนมองทักษะนี้ด้วยความดีใจ ถึงเขาจะแสดงตลก แต่การมีทักษะการแสดงมาเสริมจะทำให้เส้นทางในอนาคตของเขาสดใสและกว้างไกลยิ่งขึ้น
อย่างบทที่โจวซิงซิงและเฉินซือเฉิงส่งมาให้ แม้จะเป็นแนวตลก แต่บทพระเอกไม่ได้ต้องการแค่คนเล่ามุกตลก แต่ต้องการคน "แสดงหนัง" ได้!
ถ้าเขาอยากเดินบนเส้นทางสายภาพยนตร์ ทักษะการแสดงคือสิ่งที่ขาดไม่ได้
ต่อให้ไม่ไปสายภาพยนตร์ ทักษะติดตัวของราชาจอเงินระดับเทพก็จะช่วยเพิ่มพลังในการดึงดูดผู้ชมให้กับการแสดงตลกของเขาได้มากโข
ส่วนผลกดใช้ของทักษะนี้ก็ช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ 5 นาที ถือว่าสมบูรณ์แบบ
เมื่อบวกทักษะนี้เข้ากับความจำดั่งภาพถ่าย ก็แทบจะการันตีได้เลยว่าเขาจะแหวกว่ายในวงการบันเทิงได้อย่างอิสระเสรี
หลังจากดูทักษะเสร็จ เย่เซวียนก็กลับไปเดินดูร้านค้าต่อ
ร้านค้าระดับ 3 มีสินค้าแบรนด์เนมและของมีค่าปรากฏขึ้นมาไม่น้อย รวมถึงไอเทมที่มีประสิทธิภาพสูงบางอย่าง
แต่จนถึงตอนนี้เขายังไม่เห็นไอเทมที่ช่วยเพิ่มค่าสถานะหรือวิวัฒนาการทักษะเลย สงสัยคงต้องรอร้านค้าระดับสูงกว่านี้
เขาไม่ได้มีความคิดจะซื้อของแบรนด์เนม ราคามันถูกกว่าข้างนอกแค่นิดหน่อย ข้อดีอย่างเดียวคือซื้อปุ๊บของเข้ากระเป๋ามิติปั๊บ หยิบออกมาใช้ได้ตลอดเวลา และคุณภาพดีกว่าข้างนอกมาก นอกนั้นก็ไม่มีอะไรพิเศษ
ระบบตัดช่องทางรวยทางลัดด้วยการซื้อมาขายไปของเขาไปเรียบร้อย
เมื่อดูของในร้านค้าแล้ว เย่เซวียนก็หันกลับมามองห้องใต้ดินรูหนูขนาด 20 ตารางเมตร ค่าเช่าเดือนละ 3,000 ของตัวเอง เขาตัดสินใจว่าจะแลกเป็นเงินสดมาใช้ปรับปรุงคุณภาพชีวิตก่อน
อย่างน้อยก็ย้ายที่อยู่ หาที่ที่มันน่าอยู่กว่านี้หน่อย
"ติ๊ง~ สินเชื่อ XX ของคุณใกล้ครบกำหนดชำระ แจ้งเตือนยอดชำระเดือนนี้ 13,250 หยวน..."
"ติ๊ง~ สินเชื่อ XX เครดิต แจ้งเตือนยอดชำระในอีก 1 วัน จำนวน 7,892 หยวน..."
"ติ๊ง~ เรียนผู้ใช้บริการ ยอดชำระหนี้เพื่อการศึกษาประจำเดือนนี้ของคุณคือ 1,522 หยวน..."
พอเปิดมือถือ ข้อความทวงหนี้สารพัดเจ้าก็เด้งขึ้นมารัวๆ
"เฮ้ย! เจ้าของร่างเดิมติดหนี้ไว้เท่าไหร่กันแน่เนี่ย?!"
เย่เซวียนเปิดดูข้อความแล้วถึงกับมึน
ในความทรงจำของเขามีแค่คอนเซปต์ว่า "บ้านจน" กับ "มีหนี้" แต่เจ้าของร่างเดิมไม่เคยคำนวณตัวเลขเป๊ะๆ ว่าติดหนี้เท่าไหร่ เย่เซวียนเลยไม่รู้ยอดจริง
เขาหาเก้าอี้มานั่ง ไล่คำนวณยอดหนี้ทั้งหมด แล้วก็ต้องหน้ามืด
"บ้าเอ๊ย! 3 แสน! ติดหนี้ตั้ง 3 แสนได้ยังไง?!"
เย่เซวียนพูดไม่ออก อุตส่าห์รู้สึกรวยขึ้นมาหน่อยๆ จู่ๆ ก็มีหนี้ก้อนโต 5 แสนกว่าบาท (แปลงค่าเงิน) หล่นทับ พอลองคำนวณดู เงินหายไปกว่าครึ่ง
เขารีบเช็กบันทึกรายรับรายจ่าย ถึงได้รู้ว่าไอ้หมอนี่ไม่ใช่แค่กู้เงินเรียน แต่ค่าใช้จ่ายตอนถ่ายหนังนักศึกษาและตอนทำงานในโรงเรียนก็ใช้เงินกู้หมุนเวียนทั้งนั้น
จนถึงตอนนี้ เจ้าของร่างเดิมต้องจ่ายหนี้รวมค่าเช่าห้องเดือนละ 1 หมื่นหยวน
มิน่าล่ะถึงต้องกินแต่หมั่นโถวทุกวัน ถ้าเป็นคนทั่วไปคงได้ไปกินลมกินแล้งแทนข้าวแล้ว
ยังดีที่เจ้าของร่างเดิมผลการเรียนดีระดับหัวกะทิของจังหวัด สอบเข้ามหาลัยท็อปได้ อาศัยเกรดสวยๆ รับจ็อบสอนพิเศษในปักกิ่ง ก็พอถูไถหาเงินมาจ่ายหนี้และประทังชีวิตไปวันๆ ได้
แน่นอนว่าชีวิตแบบนั้นทำเอาเจ้าของร่างเดิมเหนื่อยเยี่ยงทาส
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตัดสินใจว่าจะโปะหนี้ทั้งหมดให้จบๆ ไป แล้วย้ายออกจากห้องใต้ดิน
เขาแลกแต้มความหรรษาเป็นเงินสด 3 แสนหยวน จัดการหนี้สินตลอด 4 ปีมหาวิทยาลัยจนหมดเกลี้ยงในรวดเดียว
พอไร้หนี้สิน เขาก็รู้สึกตัวเบาหวิว
"เท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลแล้ว"
จากนั้นเขาก็เริ่มหาที่พักดีๆ
ค่าเช่าที่ในปักกิ่งแพงหูฉี่ ขนาดห้องใต้ดินยังปาไปสามพัน เขาเตรียมงบไว้เดือนละ 1 หมื่นสำหรับห้องชุด 2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น
ดูจากกระแสรายการตอนนี้ ทุกครั้งที่เข้าร่วมแข่ง อย่างน้อยเขาก็น่าจะได้เงินรางวัลหลักแสนหยวน รายการถ่ายทำเจ็ดวันต่อหนึ่งตอน ถ้าโชคดีกวาดรายได้สัก 5 แสนต่อครั้ง ก็ไม่ต้องห่วงเรื่องเงินอีกต่อไป
แน่นอนว่านั่นหมายถึงต้องรักษามาตรฐานให้ได้เหมือนตอนแรก
แต่เย่เซวียนมั่นใจ
ในหัวเขามีผลงานระดับตำนานอยู่เพียบ เขาไม่เชื่อหรอกว่าผลงานดีๆ ขนาดนั้นจะไม่สามารถทำให้ผู้ชมหัวเราะจนโกยแต้มความหรรษามาได้!
เย่เซวียนมองห้องใต้ดินที่ชื้นและเต็มไปด้วยราเป็นครั้งสุดท้าย แล้วติดต่อนายหน้า ดูห้องชุด 2 ห้องนอน 1 ห้องนั่งเล่น 1 ห้องครัว 1 ห้องน้ำ ราคาเดือนละ 1 หมื่น แล้วตกลงเช่าทันที
ในห้องมีเฟอร์นิเจอร์ครบครัน วันรุ่งขึ้นเย่เซวียนก็ย้ายเข้าอยู่ได้เลย
เฟอร์นิเจอร์ในห้องใต้ดินเดิมมีแต่ของพังๆ
เย่เซวียนทิ้งเกือบหมด เก็บไว้แค่ของที่มีคุณค่าทางจิตใจต่อเจ้าของร่างเดิม
จากนั้นเขาก็ซื้อเตียง คอมพิวเตอร์สเปกเทพ กล้องถ่ายรูป มือถือใหม่ เครื่องครัว และของใช้อื่นๆ จากร้านค้าในระบบ จัดบ้านใหม่จนน่าอยู่ หมดแต้มความหรรษาไป 5 แสนแต้ม หรือก็คือ 5 หมื่นหยวน แถมยังประหยัดเวลาขนย้ายและติดตั้งไปได้เยอะ
พอใช้หนี้หมด จัดบ้านเสร็จ เย่เซวียนผู้สบายตัวก็โอนค่าเช่า 1 หมื่นให้เจ้าของบ้านทันที
หลังจากจัดการเรื่องที่อยู่เรียบร้อย เย่เซวียนก็นั่งดูบทและข้อมูลที่กรรมการทั้งสามส่งมาให้ เริ่มคิดว่าจะรับคำเชิญของใครดี
ในช่วงที่เขาเก็บตัวพักผ่อนอยู่บ้าน
กระแสพูดถึงเขาในโลกออนไลน์กลับยิ่งทวีความรุนแรง
ในเว็บบอร์ดชื่อดังแห่งหนึ่ง กระทู้เกี่ยวกับรายการ 《ศึกชิงจ้าวตลก》 ถูกตั้งขึ้นและมีคนตอบคอมเมนต์ยาวเหยียด
"ได้ยินข่าวหรือยัง? รายการศึกชิงจ้าวตลกมีเด็กใหม่ขั้นเทพโผล่มาคนนึง คนเดียวยึดครองฮอตเสิร์ชเวยป๋อไปทั้งวัน!"
"เชี่ย นายหมายถึงเย่เซวียนใช่ไหม? เด็กวิทยาลัยการแสดงคนนั้น?"
"ใช่แล้ว คนที่เขียนบท 《ขายไม้ค้ำ》 กับ 《ขายรถ》 นั่นแหละ!"
"ฉันรู้จักๆ ฉันไปกดติดตามเวยป๋อเขามาแล้ว! แต่เวยป๋อเขาโล่งมาก ไม่มีอะไรเลย"
"สงสัยเจ้าตัวคงนึกไม่ถึงว่าจะดังมั้ง? ระหว่างอัดรายการเขาห้ามเล่นมือถือด้วยนี่นา"
"นี่ผ่านไปสามวันแล้ว เวยป๋อเขาก็ยังเงียบกริบ ยอดฟอลโลว์พุ่งจากหลักหน่วยไปเป็นแสนแล้ว แต่หน้าโปรไฟล์ยังว่างเปล่า แม้แต่โพสต์ทักทายก็ยังไม่มี"
"ช่างเถอะ เขาอาจจะไม่ค่อยเล่นเวยป๋อ ว่าแต่ฉันรู้สึกว่าละครสั้นสองเรื่องของเขาเหมาะจะไปอยู่บนงานกาล่าตรุษจีนมากเลยนะ"
"นายพูดถูกใจฉันเลย ฉันก็คิดแบบนั้น พอดีฉากหลังในเรื่องก็เป็นช่วงตรุษจีนด้วย ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเตรียมไว้เพื่อพุ่งชนงานกาล่าตรุษจีนก็ได้?"
(จบแล้ว)