- หน้าแรก
- ผมไม่ตลกแต่ระบบ ทำให้ผมเป็นไอดอลสุดปั่น
- บทที่ 16 - เย่เซวียนกับชุดขายไม้ค้ำอีกแล้วเหรอ?
บทที่ 16 - เย่เซวียนกับชุดขายไม้ค้ำอีกแล้วเหรอ?
บทที่ 16 - เย่เซวียนกับชุดขายไม้ค้ำอีกแล้วเหรอ?
บทที่ 16 - เย่เซวียนกับชุดขายไม้ค้ำอีกแล้วเหรอ?
"จริงๆ แล้วช่วงนี้ผมเองก็มีหนังเรื่องหนึ่งกำลังเตรียมงานสร้างอยู่ และกำลังหาพระเอกพอดี"
"ยังไงก็รบกวนทีมงานช่วยส่งคำเชิญของผมไปด้วยนะครับ ถ้าเย่เซวียนสนใจ ก็มาร่วมงานกับกองถ่ายเราได้"
โจวซิงซิงยกมือขึ้นแสดงท่าทีเชิญชวนเย่เซวียน
เสิ่นเถิงได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ ทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้กรรมการ
"เอาล่ะสิ กลายเป็นว่ามีแค่ผมคนเดียวสินะที่ไม่ใช่ผู้กำกับ"
เสี่ยวซ้ารับมุกทันควัน
"ทางทีมงานจะถ่ายทอดความตั้งใจของทุกท่านไปให้เขาแน่นอนครับ โปรดวางใจ"
"อาจารย์เสิ่นไม่ต้องเสียใจไปนะครับ ปีหน้าเรายังมีโอกาส"
ทั้งสามคนหัวเราะและหยอกล้อกันพอหอมปากหอมคอ
ผู้เข้าแข่งขันในห้องอื่นๆ เห็นภาพนี้แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ
ถ้าพวกเขาได้รับความสนใจจากกรรมการทั้งสามท่านแบบนั้นบ้างก็คงดี
ความอิจฉาริษยาแล่นพล่านอยู่ในใจ แต่ต่อหน้ากล้องรายการ พวกเขาแสดงออกมาไม่ได้
ได้แต่จ้องมองไลฟ์สดของห้อง 13 ด้วยความเงียบงัน
ในห้องหมายเลข 78 หญิงสาวผมหางม้าเห็นเย่เซวียนพริมนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ราวมือผีบอก
เธออดไม่ได้ที่จะบ่นกับคนข้างๆ
"พิมพ์เร็วขนาดนั้น คงไม่ใช่ว่ามั่วซั่วหรอกนะ?"
คนข้างๆ รีบส่งสัญญาณให้เธอเงียบเสียงลง
"ชู่ว นี่กำลังถ่ายทอดสดอยู่นะ อย่าพูดซี้ซั้ว"
หญิงสาวทำหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
แม้จะไม่กล้าพูดเสียงดัง แต่ก็ยังกระซิบกระซาบนินทากับคนข้างตัว
"ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะมีคนได้คะแนนเต็มสองทาง ต้องมีล็อกผลแน่ๆ"
"ดูความเร็วระดับนั้นสิ แทบไม่ได้คิดด้วยซ้ำ จะไปเขียนบทดีๆ ออกมาได้ยังไง?"
แม้ผู้ชายข้างกายเธอจะไม่ได้พูดสนับสนุน แต่ในใจก็แอบคล้อยตาม เขาก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน
คนแบบนี้มีอยู่ไม่น้อย
ผู้เข้าแข่งขันเหล่านี้ต่างมุ่งหวังชัยชนะสูงสุด
หรืออย่างน้อยที่สุด ก็อยากจะเฉิดฉายระหว่างการแข่งขันเพื่อกอบโกยยอดวิวและความสนใจ
แต่จู่ๆ ก็มีผู้เข้าแข่งขันที่ได้คะแนนเต็มโผล่มา แย่งชิงกระแสและการพูดถึงไปจนหมด
จะไม่ให้ริษยาก็คงเป็นไปไม่ได้
อยู่ที่ว่าใครจะเก็บซ่อนอาการได้เนียนกว่ากัน
แต่ความวุ่นวายภายนอกไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ ต่อเย่เซวียนในห้อง 13 เลย
เพียงแค่ 10 นาที เขาก็เขียนบทละครเสร็จสมบูรณ์
"10 นาที อีกแล้วครับท่าน!"
"ถึงจะยาวกว่าภาคแรกนิดหน่อย แต่ก็ไม่เกิน 10 นาทีอยู่ดี"
"น่าเลื่อมใสจริงๆ พ่อคุณเอ๊ย"
ผู้ชมต่างพากันชื่นชมเย่เซวียนไม่ขาดปาก
โดยเฉพาะคนที่ดูรอบแรกมาแล้ว พอเห็นเย่เซวียนอยู่ในโหมดนี้ก็มั่นใจได้เลยว่า 'ของจริง'
ส่วนกรรมการและผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ต่างก็อยากรู้อยากเห็นเนื้อหาในบท
แต่น่าเสียดายที่ทีมงานไม่ได้เอาเนื้อหาขึ้นโชว์บนหน้าจอใหญ่
เย่เซวียนเขียนเสร็จก็ส่งบทให้โอวหยางมี่และเถียนอวี่
ทั้งสองรับไปอ่านแบบกวาดสายตาอย่างรวดเร็ว
ยิ่งอ่านก็ยิ่งตกใจ
พวกเขาแทบจะก้มกราบเย่เซวียนด้วยความนับถือหมดใจ
เวลาสั้นแค่นี้ เขาเขียนบทที่ดีขนาดนี้ออกมาได้ยังไง?
แถมเนื้อหายังเชื่อมโยงกับบทที่แล้วได้อย่างแนบเนียน
ความสามารถของเย่เซวียนเหนือความคาดหมายของพวกเขาไปไกลลิบ
ครั้งแรกอาจจะเรียกว่าโชคช่วย หรือแค่สมองแล่น
แต่นี่ครั้งที่สองแล้ว แถมคุณภาพบทยังดูจะเหนือกว่าครั้งก่อนเสียอีก
นี่คือความเก่งกาจของเย่เซวียนล้วนๆ
โอวหยางมี่กำบทในมือแน่น
สายตาที่เธอมองเย่เซวียนเริ่มเปลี่ยนไป
หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย รู้สึกตัวได้ชัดเจนว่าเริ่มหวั่นไหว
เมื่อก่อนทำไมเธอไม่เคยสังเกตเลยนะว่าเย่เซวียนมีพรสวรรค์ขนาดนี้? เธอมองเขาเป็นแค่เพื่อนชายที่ขยันขันแข็งธรรมดาๆ แถมบางทียังดูมืดมนหน่อยๆ ด้วยซ้ำ
ไม่น่าเลยจริงๆ
คนแบบนี้เขาแค่เงียบขรึม และความเงียบขรึมก็เพื่อการสร้างสรรค์ผลงานที่ดีกว่า ไม่ใช่ความมืดมนสักหน่อย
เป็นเธอเองที่มีตาหามีแววไม่ เข้าใจผิดไปเอง
พออ่านบทจบ ทั้งคู่ก็หลุดขำออกมา
ผู้ชมในไลฟ์สดเห็นฉากนี้ก็ยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่
ผู้ชมขาประจำตบเข่าฉาด
"สองคนนั้นขำแล้ว บทต้องเด็ดแน่นอน"
"นอนมาเลยงานนี้"
ผู้ชมหน้าใหม่ยังคงสงสัย
"ทำไมพวกเขาขำแล้วถึงบอกว่านอนมาล่ะ?"
ขาประจำตอบกลับอย่างภูมิใจ
"พวกนายคงไม่รู้สินะ ตอนได้บทขายไม้ค้ำ สองคนนี้ก็หัวเราะแบบนี้เป๊ะ"
ผู้เข้าแข่งขันห้องอื่นเริ่มสงสัย
"เขียนบทเร็วขนาดนี้ คงไม่ใช่ว่าเอาแต่ยัดมุกตลกเข้าไปทั้งเรื่องหรอกนะ?"
"ฉันก็ว่างั้น ไม่งั้นสองคนนั้นจะขำทำไม"
ผู้ชมที่เห็นคำพูดของผู้เข้าแข่งขันก็พิมพ์ตอบโต้ในคอมเมนต์
"อย่ามองคนอื่นในแง่ร้ายว่าต้องใช้มุกดาษๆ มาหากินสิ"
"นั่นสิ ฉันมั่นใจในตัวเย่เซวียน เขาไม่มีทางใช้มุกโหลยโท่ยแบบนั้นแน่"
แต่ผู้เข้าแข่งขันมองไม่เห็นคอมเมนต์
จึงไม่รู้ตัวว่ากำลังโดนวิจารณ์
โอวหยางมี่และเถียนอวี่เริ่มตั้งสมาธิท่องบท
ส่วนเย่เซวียน เนื่องจากเป็นคนเขียนเอง บทจึงแม่นยำอยู่ในหัวอยู่แล้ว เขาจึงไม่ต้องท่อง
เขาเริ่มจัดฉากในห้อง
และขออุปกรณ์ประกอบฉากจากทีมงาน
ขั้นตอนการเตรียมตัวนี้ดูน่าเบื่อและยาวนานไปบ้าง
ผู้ชมต่างเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ
ในเว็บบอร์ดของเว็บไซต์ทางการ
หัวข้อเกี่ยวกับภาคต่อของขายไม้ค้ำค่อยๆ ถูกดันขึ้นมา
ทีมงานถึงกับตัดต่อคลิปไฮไลต์ของเรื่องขายไม้ค้ำลงเน็ต
ด้วยการแชร์อย่างกระตือรือร้นของแฟนคลับรุ่นบุกเบิก
ทำให้มีผู้ชมหน้าใหม่กดเข้ามาดูละครสั้นเรื่องนี้เรื่อยๆ
แฟนคลับรุ่นแรกช่วยกันปั่นกระแสบอกต่อความดีงามของขายไม้ค้ำ จนดึงดูดความสนใจจากกลุ่มคนที่ไม่ได้ติดตามรายการศึกชิงจ้าวตลกมาก่อน
ด้วยแรงหนุนจากผู้ชมหน้าใหม่และคนนอกวงการ
รายการศึกชิงจ้าวตลกก็พุ่งทะยานสู่จุดพีคระลอกใหม่
ชาวเน็ตจำนวนมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาในห้องไลฟ์สด
ชั่วพริบตาเดียว ยอดผู้ชมพร้อมกันก็ทะลุหลักแสน
"นี่รายการอะไรเนี่ย?"
"ทำไมไม่มีใครพูดอะไรเลย?"
"เกิดอะไรขึ้น? รายการล่มเหรอ?"
คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่งงเป็นไก่ตาแตก
เห็นคลิปแล้วตามมาดูละครตลกแท้ๆ
แต่ดันมาเจอภาพคนนั่งท่องบทกับจัดฉากซะงั้น ไม่เห็นมีการแสดงอะไรเลย
"อะไรวะ ถ้ายังไม่พร้อมก็อย่าเพิ่งเปิดไลฟ์สิ"
ผู้ชมเหล่านั้นคิดว่าโดนหลอก เริ่มบ่นด้วยความหงุดหงิด
ขาประจำรีบออกมาแก้ต่าง
"ไม่ได้ล่มครับ เดี๋ยวจะเริ่มแล้ว"
"ขายไม้ค้ำจบไปนานแล้ว ตอนนี้กำลังจะเล่นภาคต่อ เรื่องขายรถ"
"เย่เซวียนเพิ่งเขียนบทเสร็จเมื่อกี้ ต้องให้เวลาเขาเตรียมฉากหน่อย"
คำอธิบายของขาประจำช่วยดับไฟในใจผู้ชมหน้าใหม่ได้สำเร็จ
"ไม่นึกเลยว่ามาถึงจะได้ดูภาคต่อ ดีจัง"
"ไม่รู้ภาคต่อจะเล่นมุกอะไร หวังว่าจะคุ้มค่ากับการรอคอยนะ"
ผู้ชมในไลฟ์สดใช้ความอดทนขั้นสูงสุดในการรอคอยผลงานระดับมาสเตอร์พีซ
ความคาดหวังที่มีต่อเย่เซวียนสูงขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ระหว่างนี้รายการก็คั่นโฆษณาเป็นระยะ
ทำเอาผู้ชมคันไม้คันมืออยากจะกดข้าม
ผ่านไปพักใหญ่ หน้าจอไลฟ์สดก็มืดลง
ตอนที่ทุกคนนึกว่าจะตัดเข้าโฆษณาอีก
แสงไฟก็สว่างวาบขึ้น เผยให้เห็นเวทีการแสดง
ทั้งสามคนแต่งกายด้วยชุดเดิมเป๊ะ ต่างกันแค่เถียนอวี่มีหนวดแปะเพิ่มขึ้นมา ทำให้ดูแก่ขึ้นโข
"เอ๊ะ? อะไรกัน? ทำไมแต่งตัวชุดเดิมอีกแล้ว?"
(จบแล้ว)