- หน้าแรก
- หิมะสีเลือด เกิดใหม่ครั้งนี้ขอทวงแค้นให้สิ้นซาก
- บทที่ 30: เหวินจี พ่อค้าเร่พเนจร
บทที่ 30: เหวินจี พ่อค้าเร่พเนจร
บทที่ 30: เหวินจี พ่อค้าเร่พเนจร
ชื่อเจวี๋ยพยักหน้ารับแล้วมองตามแม็กซ์ที่เดินไปตรวจสอบ และก็เป็นอย่างที่เจียงฉีคาดไว้ ไม่มีของดรอปเลยสักชิ้น
ยังไงซะ นี่ก็เป็นเกมเอาชีวิตรอด นอกเหนือจากกิจกรรมบางอย่างแล้ว โดยทั่วไปการฆ่ากันเองระหว่างผู้เล่นไม่ใช่สิ่งที่ได้รับการสนับสนุน
ถึงจุดนี้ ทุกคนในช่องแชตต่างเลิกอ้อมค้อม เพราะแทบทุกคนที่รอดมาถึงตอนนี้ต่างรู้กฎลับข้อนี้กันหมดแล้ว
บางคนถึงกับแท็กเรียกเธอท้าให้ออกมาตีกันดื้อๆ
ตลกสิ้นดี คิดว่าเธอโง่หรือไง?
เธอโกยผลประโยชน์จากกิจกรรมนี้ไปจนเต็มแม็กซ์แล้ว แถมทหารบาดเจ็บก็นับหัวได้แค่ไม่กี่ร้อยนาย
เรื่องอะไรจะเสนอหน้าออกไปให้โง่ แต่ถ้ามีใครกล้าแหยมเข้ามาหาเรื่อง เธอก็จัดหนักไม่มียั้งเหมือนกัน
ครึ่งชั่วโมงสุดท้ายจบลงท่ามกลางการปะทะกันนัวเนียของผู้เล่น ส่วนเจียงฉีเทเลพอร์ตกลับดินแดนอย่างสบายใจเฉิบพร้อมทรัพยากรอีกครึ่งกระเป๋า
ระหว่างรอระบบประมวลผลสามนาที เจียงฉีเดินไปที่หน้าประตูเมืองและเปิดประตูบานใหญ่ออก ที่นั่นมีเด็กหญิงตัวน้อยถือตุ๊กตาและ เหวินจี พ่อค้าเร่พเนจรที่กริสอัญเชิญมายืนรออยู่
เธอกดดูข้อมูลตัวละครของเด็กหญิง
【ตัวละคร: ลิว่า
สถานะ: ผู้พเนจร
สกิล: บทสวดเลือนราง
ความภักดี: 70】
สกิลของเธอเป็นการผสมผสานระหว่างการควบคุมฝูงชน (CC) และการบัฟที่หาได้ยาก เจียงฉีจึงตัดสินใจรับเธอไว้
ส่วนเหวินจี พ่อค้าเร่พเนจร เธอปล่อยให้กริสรับหน้าดูแลไปก่อน
เธอเคยเห็นพ่อค้าเร่พเนจรแค่ในกิจกรรมพิเศษบางอย่างเท่านั้น ซึ่งขายของตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ ทั้งของพื้นฐานไปจนถึงไอเทมหายากและสกิล เธอเลยไม่ได้คาดหวังอะไรมากกับพ่อค้าที่ถูกอัญเชิญมาคนนี้
ทันใดนั้น ประกาศจากระบบเกมก็ดังขึ้น:
【กิจกรรมจำกัดเวลา "ศึกชิงป้อมปราการ" สิ้นสุดลงแล้ว การประมวลผลอันดับผู้ยึดครองเสร็จสิ้น ของรางวัลอันดับถูกส่งเข้ากระเป๋าผู้เล่นเรียบร้อยแล้ว โปรดตรวจสอบด้วยตนเอง!
ต่อไป เราจะประกาศรายชื่อเจ้าเมืองป้อมปราการทั้ง 50 ท่านในรอบนี้!】
【...ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่น 【ฉี】 ที่ได้เป็นเจ้าเมืองป้อมปราการหมายเลข 027!
...】
เจียงฉีเปิดกระเป๋าดู 【รางวัลเจ้าเมืองป้อมปราการ】 ประกอบด้วย หินคุณสมบัติ *5, เหรียญทอง *10, การ์ดอัปเกรดสกิลระดับ A *1 และหีบสมบัติเงิน *1
เธอเปิดหีบสมบัติและได้รับ: เหรียญเงิน 1010, หินคุณสมบัติ 210, เศษตราล่าสมบัติ 110, การ์ดเทเลพอร์ตแบบสุ่ม 110 และหินพลังงาน 5*10
เจียงฉีงงนิดหน่อย ทำไมของที่ได้มันดูธรรมดาจัง?
เศษตราล่าสมบัติสิบชิ้นสามารถรวมเป็นตราล่าสมบัติหนึ่งอันได้ ซึ่งก็ไม่ใช่ของหาง่าย แต่เจียงฉีรู้สึกว่าเธอคงไม่ไปล่าสมบัติอีกในเร็วๆ นี้แน่
ไม่ใช่แค่เพราะพลังของเธอยังอ่อนด้อย แต่มันไม่พอที่จะรับมือกับอันตรายในดันเจี้ยนล่าสมบัติได้ต่างหาก
เจียงฉีล้มล้างประสบการณ์จากชาติก่อนที่ว่าดันเจี้ยนล่าสมบัติแทบไม่มีอันตรายถึงชีวิตทิ้งไปจนหมดสิ้น
ในชาติก่อน เธอเคยไปดันเจี้ยนล่าสมบัติไม่กี่ครั้ง และสิ่งที่อันตรายที่สุดที่เจอคือการแอบเด็ดสมุนไพรเวทมนตร์ข้างๆ จระเข้ยักษ์ตอนมันหลับ
ในชาตินี้ เธอเชื่อว่าการจะได้สมบัติมาต้องแลกด้วยบางสิ่ง บางทีความอันตรายที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในดันเจี้ยนล่าสมบัติอาจเป็นราคาที่ต้องจ่ายสำหรับ หินสายเลือด, สกิลระดับ S และสัตว์เลี้ยงอย่างชื่อเจวี๋ย
ยังมีอีกเหตุผลที่เธอจะไม่ไปล่าสมบัติในเร็วๆ นี้ แม้แต่ตัวเจียงฉีเองก็ยังไม่แน่ใจนักว่าเป็นเพราะอะไร
เธอแค่มีลางสังหรณ์รุนแรง อาจเป็นเพราะเธอรุกหนักเกินไปตั้งแต่เริ่มเกม หรือความมั่นใจที่พองโตจากการคว้าที่หนึ่งซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรืออาจเป็นความรู้สึกว้าวุ่นใจเกี่ยวกับเรื่องจุกจิกบางอย่าง
สรุปสั้นๆ คือ เจียงฉีรู้สึกว่าเธอต้องตั้งหลักและเสริมความแข็งแกร่งให้มั่นคงก่อนจะไปล่าสมบัติอีกครั้ง
หลังจากเก็บของรางวัลเสร็จ เจียงฉีก็ไปที่โรงอาหาร ทุกคนรอเธออยู่ รวมถึงลิว่าสมาชิกใหม่และแขกรับเชิญชั่วคราวอย่างเหวินจี
ระหว่างทานอาหาร เจียงฉีฟังรายงานเรื่องต่างๆ ในดินแดนจากไฟรด์และเวลเลีย ส่วนเหวินจีที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ก็ทำตัวเหมือน NPC จริงๆ เขาจะไม่ร่วมวงสนทนาถ้าไม่มีใครพูดคีย์เวิร์ดที่กระตุ้นเขา
ทุกอย่างในดินแดนได้รับการจัดการอย่างเป็นระเบียบ เครื่องยิงหินที่เธอไม่มีเวลาสร้าง ตอนนี้ถูกติดตั้งไว้ที่มุมกำแพงทั้งสี่ด้าน ไหนจะรายจ่ายทรัพยากรประจำวันของค่ายทหาร ผลผลิตอาหารจากเรือนกระจก การส่งทีมหาของ และหีบสมบัติที่ได้จากการลาดตระเวนฆ่ามอนสเตอร์... เจียงฉีสามารถทุ่มเทให้กับการหาทรัพยากรและอัปเกรดความแข็งแกร่งของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้พ่อบ้านสารพัดประโยชน์ของเธอ
ในขณะที่ผู้เล่นคนอื่นในระยะนี้ยังต้องเสียพลังงานไปกับการดูแลประชากรและบริหารจัดการดินแดนด้วยตัวเอง
หลังมื้ออาหาร เหวินจีพูดอย่างมีความสุข "ท่านเจ้าเมืองผู้ใจดี อาหารที่นี่ช่างเลิศรสยิ่งนัก เพื่อตอบแทนการต้อนรับของท่าน ข้าขอมอบส่วนลดพิเศษยี่สิบเปอร์เซ็นต์สำหรับการค้าขายในวันนี้! เชิญเลือกชมสินค้าได้เลย!"
เขาโบกมือวูบหนึ่ง แสงสีทองก็สว่างวาบขึ้น
เห็นดังนั้น เจียงฉีจึงกดเข้าไปที่หน้า 【ร้านค้า】 ระหว่างหน้า 【ร้านค้าเกม】 และ 【ร้านค้าส่วนตัว】 มีแท็บ 【ร้านค้าพ่อค้าเร่พเนจร】 ปรากฏขึ้นพร้อมเวลานับถอยหลังสิบนาที
การซื้อขายทั้งหมดต้องใช้เหรียญทอง
แต่สินค้าทุกชิ้นลดราคายี่สิบเปอร์เซ็นต์
ของที่ถูกที่สุดคือรังสัตว์เลี้ยงแบบพกพา ราคา 8, 15 และ 21 เหรียญทอง มันสามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างและขนาดให้เหมาะกับสัตว์เลี้ยงได้ ราคาที่ต่างกันคือคุณภาพของรัง
ชื่อเจวี๋ยเริ่มส่งเสียงร้องงอแงทันที เจียงฉีไม่ลังเล ซื้ออันที่ราคา 21 เหรียญทองให้เลย
ของที่แพงที่สุดคือหนังสือสกิลระดับ S แบบสุ่ม ราคาปาเข้าไป 88,888 เหรียญทอง
เธอน้ำลายสอแต่ก็จนปัญญา จ่ายไม่ไหว
สุดท้าย เจียงฉีไล่ดูสินค้าแล้วเหลือบมองเงินในกระเป๋า ตัดสินใจซื้อ หีบสมบัติทอง ราคา 28 เหรียญทอง แล้วบอกเหวินจีว่าเลือกเสร็จแล้ว
"ท่านเจ้าเมืองผู้ใจดี ท่านไม่ถูกใจสินค้าที่ข้านำมาหรือ? ท่านสามารถบอกข้าได้ว่าต้องการสินค้าอะไร บางทีคราวหน้าข้าอาจจะมีติดมาด้วย"
เจียงฉีที่กำลังจะบอกว่าไม่ใช่ไม่ชอบแต่ไม่มีตังค์ ถึงกับชะงักกึก!
สรุปแล้วความสามารถสุดยอดของสกิลกริส ไม่ใช่แค่อัญเชิญพ่อค้าเร่เหวินจีมาได้ แต่พ่อค้าที่ถูกอัญเชิญมายังสามารถ "พรีออเดอร์" ของที่ผู้เล่นอยากได้มาให้ได้ด้วย!
แจ๋วไปเลย!
ของที่เจียงฉีอยากได้ที่สุดคือหินสายเลือด แต่เธอก็รู้ว่าด้วยเงินที่มีแค่เลขหลักเดียวในตอนนี้ ต่อให้เหวินจีเอามาให้คราวหน้า เธอก็ไม่มีปัญญาซื้อ
งั้นก็... การ์ดอัปเกรดสกิล!
การ์ดอัปเกรดสกิลสามารถอัปเกรดสกิลที่ผู้เล่นมีอยู่แล้วได้ ตัวอย่างเช่น การ์ดอัปเกรดสกิลระดับ A ที่เธอได้เป็นรางวัลเจ้าเมืองป้อมปราการ สามารถอัปเกรดสกิลหนึ่งอย่างของเธอที่มีระดับต่ำกว่า A ให้กลายเป็นระดับ A ได้
การ์ดอัปเกรดสกิลหาไม่ได้จากการเปิดหีบสมบัติ มักจะเป็นรางวัลจากกิจกรรม ซึ่งรางวัลพวกนี้หายากมาก
ในเมื่อเป็นแบบนี้ เธอก็ลองสั่งซื้อผ่านเหวินจีดู ถ้าทำได้ สกิลระดับ C และ D ที่เธอสะสมมาตั้งแต่ช่วงต้นเกมก็จะมีโอกาสได้เลื่อนขั้นเป็นระดับ A หรือสูงกว่า ถึงจะต้องจ่ายเหรียญทองแพงหูฉี่ แต่ก็คุ้มค่าสุดๆ
ในช่วงเริ่มต้น ยิ่งพลังแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งก้าวกระโดดได้ไกลเท่านั้น
ก้าวเดียวที่ล้ำหน้า หมายถึงการนำหน้าไปตลอดกาล!
"เยี่ยมไปเลยเหวินจี ข้าต้องการการ์ดอัปเกรดสกิลมากๆ ครั้งหน้าที่เจ้ามา ข้าขอแลกเปลี่ยนเป็นเจ้านี่ได้ไหม?"
เหวินจีชะงักไปครู่หนึ่ง "การ์ดอัปเกรดสกิลหรือ? ท่านเจ้าเมืองต้องการระดับไหน?"
"ระดับ A จะดีมาก แน่นอนว่าระดับ S ข้าคงสู้ราคาไม่ไหว แต่ยังไงก็ฝากเจ้าช่วยดูๆ ให้ข้าหน่อยนะเหวินจี"
"โอ้ ท่านเจ้าเมือง ท่านควรรู้ไว้ว่าข้าไม่มีทางหาการ์ดอัปเกรดสกิลระดับ S มาได้หรอก และแม้แต่ระดับ A ก็หายากยิ่ง บางทีคราวหน้าข้าอาจจะนำติดมาได้บ้าง"
เจียงฉีคาดไม่ถึงจริงๆ
เธอรู้ว่าระดับ S นั้นล้ำค่าสุดๆ แต่ระดับ A เธอเพิ่งได้มาฟรีๆ แค่จากการชนะศึกชิงป้อมปราการครั้งเดียวเองนะ
"ช่างเถอะ ฉันไม่ควรโลภมาก" เจียงฉีเตือนตัวเองในใจ
"ตกลง งั้นไว้เจอกันคราวหน้านะเหวินจี!"
"ไว้พบกันใหม่!" พูดจบ เหวินจีที่ตัวเตี้ยพอๆ กับกริส ก็หันหลังเดินออกจากโรงอาหาร พอเปิดประตูออกไป เขาก็หายวับไปในความมืดทันที
"สงสัยจังว่าเขารู้ทางไปได้ยังไง" ชื่อเจวี๋ยพึมพำเบาๆ