- หน้าแรก
- หิมะสีเลือด เกิดใหม่ครั้งนี้ขอทวงแค้นให้สิ้นซาก
- บทที่ 10: ค่ายทหารโล่
บทที่ 10: ค่ายทหารโล่
บทที่ 10: ค่ายทหารโล่
หลังจากชื่นชมแผงสถานะที่ค่อยๆ แข็งแกร่งขึ้นของตัวเอง เจียงฉีก็ลุกขึ้นปัดฝุ่นออกจากกางเกง เธอตัดสินใจใช้เวลาที่เหลือเดินทางกลับไปยังอาณาเขต พลางทุบหินรายทางไปด้วย เผื่อโชคดีอาจได้ผักผลไม้ติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง
ประมาณ 50 ลี้ทางทิศเหนือของอาณาเขต เจียงฉีเพิ่งเก็บ 'ดอกแดนดิไลออน' ได้ 8*10 ดอกอย่างอารมณ์ดี พอเงยหน้าขึ้น เธอก็สะดุดตากับต้นแอปเปิลที่ออกผลดกราวกับโคมไฟสีแดง
"แจ็กพอต! แจ็กพอตแตกแล้ว!" เจียงฉีอดไม่ได้ที่จะตาลุกวาว
โชคชาตินี้ดีกว่าชาติที่แล้วเป็นไหนๆ ผ่านไปแค่สามวันก็ได้กินผลไม้แล้ว
เธอก้าวยาวๆ ตรงดิ่งไปที่ต้นแอปเปิล แล้วปีนขึ้นไปอย่างคล่องแคล่ว เด็ดแอปเปิลผลใหญ่กว่ากำปั้นขึ้นมาสูดดมกลิ่นหอมชื่นใจ
หอมสุดๆ!!!
รีบเก็บใส่กระเป๋าเป้ ไม่ผิดหวัง มันกลายเป็น แอปเปิล 1*10 จริงๆ เจียงฉีรีบกวาดเก็บแอปเปิลทุกผลที่มือเอื้อมถึง แล้วย้ายตำแหน่งปีนป่ายเก็บต่อไม่หยุด
ผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง จนกระทั่งมองไม่เห็นแอปเปิลเหลือบนต้นแม้แต่ลูกเดียว เจียงฉีถึงยอมปีนลงมาอย่างเสียดาย
ในกระเป๋าเป้มีแอปเปิลนอนนิ่งอยู่ถึง 180 ผล!
เธอเคาะข้อมือเพื่อเปิดแผนที่อย่างพึงพอใจ แล้วมาร์กจุดพิกัดไว้ว่า "แอปเปิล"
ตลอดทางหลังจากนั้น เธอไม่เจอของป่าให้เก็บอีก เจียงฉีเร่งฝีเท้าขึ้น เมื่อมองเห็นกระท่อมไม้เล็กๆ ยืนหยัดท้าลมหนาวอยู่ไกลๆ เธอจึงเปิดหน้าต่าง [อาณาเขต] ขึ้นมาแล้วกดเลือก 'อัปเกรด'
ทำแบบนี้ พอกลับถึงอาณาเขต การนับถอยหลังอัปเกรดก็จะเสร็จสิ้นพอดี
ที่หน้าทางเข้าอาณาเขต เธอเจอกับฟรายด์ที่เพิ่งกลับมาจากข้างนอกเช่นกัน เขายืนมองอาณาเขตที่ตอนเช้ายังล้อมรอบด้วยรั้วไม้ผุพัง แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นกำแพงหินสูงสองเมตรล้อมรอบอย่างแน่นหนา เขาไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยจริงๆ
แต่เขาก็รู้ดีว่านี่คือความสามารถพิเศษของเหล่าลอร์ดในดินแดนหิมะแห่งนี้
เขารอจนกระทั่งเจียงฉีปรากฏตัวถึงค่อยเดินเข้าไปหา
"สวัสดีครับท่านลอร์ด อาณาเขตที่แข็งแกร่งจะดึงดูดผู้พเนจรที่ยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น การตัดสินใจสร้างอาณาเขตของท่านในวันนี้ช่างชาญฉลาดจริงๆ"
ได้ยินดังนั้น เจียงฉีก็เกาจมูกแก้เขิน
ระดับอาณาเขตยิ่งสูง คุณภาพของผู้พเนจรที่มาขออาศัยก็จะยิ่งสูงขึ้นด้วยงั้นเหรอ?
เธอไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลยจริงๆ ถือว่าฟลุ๊คโชคดีไป
ผลักประตูทางเข้าซึ่งยังคงเป็นประตูไม้อยู่ เธอพบว่าพื้นที่อาณาเขตขยายกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เรือนหลักไม่ใช่กระท่อมไม้ธรรมดาอีกต่อไป แต่กลายเป็นสิ่งปลูกสร้างลูกผสมระหว่างไม้และหิน โรงอาหารและบ้านพักอาศัยที่ 1 ยังไม่ได้อัปเกรด แต่ข้างโรงอาหารมี [ค่ายทหารโล่] และ [สถานพยาบาล] รอให้สร้างอยู่ ในขณะเดียวกัน [บ้านพักอาศัย 2] ก็ปลดล็อกแล้ว
บ้านพักอาศัยที่ 1 เลเวล 4 มีเตียงนอนสองหลัง หลังจากเจียงฉีอัปเกรดบ้านพักอาศัยที่ 2 เป็นเลเวล 4 ด้วย อาณาเขตของเธอก็สามารถรองรับผู้พเนจรได้ถึงสี่คน
ระหว่างที่ฟรายด์ไปเตรียมอาหารเย็นสำหรับสองคนในโรงอาหาร เจียงฉีก็จัดการสร้างค่ายทหารโล่และอัปเกรดจนถึงเลเวล 4 ส่วนสถานพยาบาลเอาไว้แค่เลเวล 2 ก่อน
มาถึงจุดนี้ ทรัพยากรที่สะสมมาแทบเกลี้ยงกระเป๋า ถ้าจะสร้างหรืออัปเกรดอะไรเพิ่ม คงต้องออกไปขุดแร่หาใหม่สถานเดียว
เมื่อเดินเข้าไปในค่ายทหารโล่ เธอเห็นลานฝึกขนาดประมาณสี่สิบตารางเมตรอยู่ด้านใน เต็มไปด้วยอุปกรณ์ฝึกร่างกายหลากหลายชนิด
ค่ายทหารเป็นพื้นที่มิติพิเศษที่เกมสร้างขึ้น มองจากภายนอกเหมือนกินพื้นที่ไม่กี่สิบตารางเมตร แต่เมื่อเลเวลสูงขึ้นและจำนวนทหารที่ฝึกฝนเพิ่มขึ้น พื้นที่ภายในจะขยายตัวออกไป ทหารที่ฝึกเสร็จจะถูกเก็บไว้ในค่ายทหาร จะปรากฏตัวเมื่อลอร์ดเรียกใช้หรือเมื่ออาณาเขตถูกโจมตี และกลับเข้าค่ายเมื่อไม่ต้องการใช้งาน
แน่นอนว่าทหารชุดแรกต้องค่อยๆ ฝึกฝนขึ้นมา การบริโภคเนื้อ ไม้ ถ่านหิน และเหล็กในแต่ละวันจะถูกหักออกจากห้องเก็บของโดยตรง เจียงฉีจึงไม่ต้องกังวลเรื่องนี้
เจียงฉีเปิดหน้าต่าง [อาณาเขต] อาคารค่ายทหารโล่แสดงสถานะ [สามารถฝึกฝนได้] เธอกดเข้าไป ค่ายทหารเลเวล 4 สามารถฝึกทหารได้ครั้งละ 20 นาย ใช้เวลา 50 นาที
ทหารมีทั้งหมด 10 เลเวล ทุกๆ การอัปเกรดค่ายทหาร 3 เลเวล เลเวลของทหารใหม่จะเพิ่มขึ้น 1 เลเวล ทหารที่ฝึกเสร็จแล้วต้องนำมาฝึกซ้ำเพื่อเลื่อนเลเวล แต่จะไม่เสียทรัพยากรเพิ่ม จำนวนทหารที่ฝึกซ้ำได้ก็จะเพิ่มขึ้นด้วย เสียแค่เวลาเท่านั้น
ตอนนี้เจียงฉีกำลังฝึกทหารโล่เลเวล 2 โดยตรง
ระหว่างมื้อเย็น เมื่อเห็นผัดเนื้อหั่นเต๋าใส่ 'ผักชีล้อมป่า' วางอยู่บนโต๊ะยาว เจียงฉีก็นึกถึงผักป่าและแอปเปิลในกระเป๋าเป้ขึ้นมาได้
เธอหยิบแอปเปิล 30 ผลและผักป่าทั้งหมดออกมาให้ฟรายด์จัดการแจกจ่าย พร้อมทั้งมอบอำนาจในการสั่งฝึกทหารให้เขาด้วย
"ฟรายด์ ต่อไปนี้ช่วงที่ฉันไม่อยู่ หน้าที่ฝึกทหารฉันฝากให้คุณจัดการนะ ฉันจะรับสมัครผู้พเนจรมาทำหน้าที่เก็บรวบรวมอีกคน"
"รับทราบครับท่านลอร์ด บางทีผู้พเนจรที่จะมาถึงในวันนี้อาจทำให้ท่านประหลาดใจก็ได้"
เจียงฉีนึกถึงข้อมูลที่เขาพูดถึงตอนอยู่หน้าอาณาเขตทันที
อาณาเขตที่อัปเกรดเต็มที่สามารถรองรับผู้พเนจรได้สูงสุด 40 คน และผู้พเนจรที่ไม่ถูกใจจะไล่ออกได้ก็ต่อเมื่อครบ 30 วัน หากเธอสามารถรับสมัครคนเก่งๆ ได้ตั้งแต่แรก ก็ไม่ต้องเสียเวลาเลี้ยงดูพวกตัวถ่วงตั้ง 30 วัน
อาจมีคนแย้งว่าผู้พเนจรที่อยู่เฉยๆ 30 วันโดยไม่ทำประโยชน์ อาจมีผลต่อการพัฒนาอาณาเขตไม่เท่ากัน แต่สำหรับเจียงฉี เธอต้องรีดประสิทธิภาพสูงสุดและก้าวนำผู้เล่นส่วนใหญ่ไปหนึ่งก้าวเสมอ
เธอต้องลดความผิดพลาดและย่นระยะเวลาการพัฒนาให้ได้มากที่สุด
เมื่อนั้นเธอถึงจะมั่นใจพอที่จะรับมือกับพรสวรรค์ที่ไม่รู้จักและเจ้าเล่ห์เพทุบายของเสิ่นเชียนเตี๋ย
ช่วยไม่ได้ เธอเกลียดความรู้สึกที่โดนปั่นหัวเล่น และเธอก็กลัวความอ่อนแอจับใจจริงๆ
มองดูท้องฟ้า ใกล้จะมืดแล้ว ทหารชุดแรกฝึกเสร็จพอดี เจียงฉีจึงกดสั่งฝึกเพิ่มทันที
พรุ่งนี้เที่ยงตรง ช่วงคุ้มครองมือใหม่จะสิ้นสุดลง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับการสรุปผล [อันดับ]
[อันดับความแข็งแกร่ง] ที่รู้กันดี คำนวณจากผลรวมของค่าสถานะพื้นฐานของผู้เล่น x เลือด + ค่าพลังโจมตี/ป้องกันของสิ่งปลูกสร้างในอาณาเขต + ความแข็งแกร่งของสัตว์เลี้ยง (ถ้ามี) + ความแข็งแกร่งของกองทัพ + ความแข็งแกร่งของผู้พเนจร
เธอมั่นใจว่าจะคว้า อันดับหนึ่ง ในรายการนี้มาได้ เช่นเดียวกับ [อันดับระดับอาณาเขต] เจียงฉีไม่เชื่อว่าจะมีใครในอาณาจักร 008 อัปเกรดถึงเลเวล 5 ภายในสามวันได้เหมือนเธอ
อย่างน้อยในชีวิตที่แล้ว ก็ไม่มีใครเก่งกาจขนาดนั้น คนที่อยู่อันดับสูงสุดของเลเวลอาณาเขตก็แค่เลเวล 3 เท่านั้นเอง
[อันดับความมั่งคั่ง] และ [อันดับสัตว์เลี้ยง] ยังไม่เปิด ส่วน [อันดับนักล่าสังหาร] นั้น... อืม เธอไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่
ที่เธอปั่นเลเวลตัวละครมาถึงเลเวล 3 ได้ ก็เพราะความได้เปรียบจากพรสวรรค์ล้วนๆ ไม่ได้แปลว่าเธอฆ่าสัตว์อสูรได้มากกว่าคนอื่น
สิ่งที่พัฒนาได้ช้าที่สุดคือเลเวลตัวละคร เพราะค่าประสบการณ์ที่ได้จากการฆ่าสัตว์อสูรในทุ่งหิมะนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
สำหรับผู้เล่นทั่วไป วิธีเดียวที่จะฟาร์มค่าประสบการณ์ในทุ่งหิมะได้อย่างรวดเร็วคือกิจกรรมเดียว— [การบุกรุกของสัตว์อสูร] ซึ่งจะเปิดหลังจากช่วงคุ้มครองมือใหม่สิ้นสุดลงสามวัน
มันเทียบเท่ากับการลงดันเจี้ยน ผู้เล่นสามารถนำกองทัพที่มีขนาดเท่ากับค่าสถานะพื้นฐานคูณด้วยเลเวลเข้าไปได้ ตัวอย่างเช่น ตอนนี้เจียงฉีสามารถนำทหารเข้าไปได้ (13+12+13+21+9) * 3 = 204 นาย
ไม่ว่าจะร่วมมือกับผู้เล่นอื่นลงดันเจี้ยนหรือลุยเดี่ยว ขอแค่รอดชีวิตกลับมาได้ เลเวลและค่าประสบการณ์จะพุ่งพรวดพราดแน่นอน
นั่นเป็นเพราะค่าประสบการณ์ในดันเจี้ยนจะคูณ 10 เท่าสำหรับมอนสเตอร์เลเวล 1 และ 20 เท่าสำหรับมอนสเตอร์เลเวล 2
เจียงฉียังไม่แน่ใจว่า ทักษะพรสวรรค์ <<คูณสิบเท่า!!>> ของเธอจะใช้ได้ผลในกิจกรรมนี้ไหม ถ้าใช้ไม่ได้ เธอก็ยังสามารถเอาทักษะอื่นๆ ไปทดลองกับพวกผู้เล่นได้อยู่ดี