เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8: อาณาเขตระดับ 4

บทที่ 8: อาณาเขตระดับ 4

บทที่ 8: อาณาเขตระดับ 4


ความจริงแล้วเครื่องกลั่นน้ำระดับต้นของเขา เกิดจากการใช้ทักษะที่สองในการสร้างโดยละเว้นวัตถุดิบ 'หินพลังงาน'

แม้เขาจะอยากใช้ทักษะนี้เร่งสะสมทรัพยากรและสร้างไอเทมทรงพลัง แต่เขาคิดว่าน้ำเป็นทรัพยากรที่มีผลต่อความอยู่รอดแค่ในช่วงแรกๆ และไม่ได้ขาดแคลนขนาดนั้น เพราะถ้าไม่เลือกมากก็ยังละลายหิมะกินประทังชีวิตได้

สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเร่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้เร็วที่สุดต่างหาก

ความคิดนี้ตรงกับเจียงฉีเป๊ะ จะเรียกว่าเป็นแนวทางหลักในการพัฒนาของผู้เล่นหัวก้าวหน้าส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้

เจียงฉีไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายเล่นตุกติกใช้พรสวรรค์สร้างเครื่องกลั่นน้ำขึ้นมา

เธอเข้าใจแค่ว่าอีกฝ่ายคงเปิดได้พิมพ์เขียวซ้ำ แล้วอยากเอามาแลกเปลี่ยนเป็นพิมพ์เขียวอาวุธเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้เห็นผลทันตามากกว่า

ระหว่างนี้ อาณาเขตได้เลื่อนระดับเป็นเลเวล 4 เรียบร้อยแล้ว เจียงฉีรีบอัปเกรดบ้านพักอาศัยที่ฟรายด์พักอยู่ตามไปด้วย ซึ่งใช้เวลาเพียงสามนาทีเท่านั้น

เมื่อมองไปเห็นโรงอาหารที่ปรากฏขึ้นอีกด้านของตัวบ้าน เจียงฉีก็กดอัปเกรดมันด้วยเช่นกัน เพราะใช้ทรัพยากรแค่ไม่กี่ร้อยหน่วย

กลับเข้ามาในตัวบ้าน เจียงฉีตรวจเช็คทรัพยากรที่เหลืออยู่: เนื้อดิบหนึ่งช่อง, ไม้หนึ่งช่อง, ถ่านหินหนึ่งช่อง, ก้อนเหล็กสองช่อง ส่วนหินเหลือไม่ถึงร้อยก้อน

ถ้าหาหินมาเพิ่มได้ เธอน่าจะอัปเกรดได้อีกสักระดับ

ช่างเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนออกไปล่าสัตว์ค่อยแวะทุบหินเอาก็ได้

เธอเรียกฟรายด์มาเตรียมอาหารเย็นในโรงอาหาร พร้อมแบ่งทรัพยากรส่วนหนึ่งไว้ในครัวให้เขาจัดสรรใช้งานในแต่ละวัน จากนั้นเจียงฉีก็ออกมายืนรอที่ลานบ้าน

วันนี้ผู้พเนจรคนที่สองน่าจะเดินทางมาถึงแล้ว

ไม่รู้ว่าจะได้คนที่มีคุณภาพระดับไหน เจียงฉีไม่ได้โลภมาก ขอแค่ด้อยกว่าฟรายด์นิดหน่อยก็พอใจแล้ว

ไม่นานนัก หญิงชราในชุดเสื้อผ้าขาดวิ่นก็ค่อยๆ เดินฝ่าความมืดและหิมะเข้ามา

"ท่านลอร์ดผู้เมตตา ได้โปรดรับหญิงชราคนนี้ไว้ด้วยเถิด ข้ายินดีถวายความภักดีโดยไม่มีข้อแม้"

เจียงฉีไม่ได้ตอบรับ แต่กดดูข้อมูลตัวละครอย่างเงียบๆ

[ตัวละคร: โอฟุ

สถานะ: ผู้พเนจร

ทักษะ: เย็บปักถักร้อย

ความภักดี: 0]

เจียงฉีลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจปฏิเสธ

ตราบใดที่มีพิมพ์เขียว โต๊ะช่างก็สามารถสร้างเสื้อผ้าได้ทุกชนิด แถมอาณาเขตของเธอก็เลเวล 4 แล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พรุ่งนี้ก็น่าจะถึงเลเวล 5

ทักษะของผู้พเนจรคนนี้ดูจะไร้ประโยชน์ไปหน่อย

เจียงฉีมองดูอีกฝ่ายเดินคอตกออกจากอาณาเขตไป พลางเหลียวหลังกลับมามองทุกย่างก้าว เธอหันหลังกลับเดินเข้าครัวไป

ช่วยไม่ได้จริงๆ ตอนนี้เธอยังแบกรับภาระคนเพิ่มไม่ไหว โดยเฉพาะคนแก่ที่ทำงานหนักไม่ได้

เมื่อกลับเข้ามาในโรงอาหาร ซุปเนื้อหนึ่งชาม เนื้อทอดหั่นเต๋าหนึ่งจาน และผลเบอร์รี่ถ้วยเล็กถูกวางเตรียมไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว

เบอร์รี่จานนี้ฟรายด์เป็นคนเก็บมาจากรอบๆ อาณาเขตเมื่อตอนกลางวัน ดูไม่สดและอวบอิ่มเท่ากับเบอร์รี่ที่เจียงฉีเปิดได้จากหีบสมบัติ

เธอนั่งลงอย่างพอใจ แล้วผายมือเชิญฟรายด์ให้นั่งลงที่ปลายโต๊ะเพื่อทานอาหารด้วยกัน

ระหว่างทานอาหารมื้อเย็นอันเรียบง่าย เจียงฉีก็ไถอ่านข้อความในช่องสื่อสารอาณาจักรไปด้วย

[หู กัวกัว: ฉันกำลังจะเป็นลักปิดลักเปิดแล้ว!! ใครมีผลไม้บ้าง? ยินดีเอาทรัพยากรแลกครับ!!]

[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า: เรตดรอปผลไม้มันต่ำเตี้ยเรี่ยดินเลยนะรู้ไหม? เนื้อดิบในเกมก็รสชาติไม่เลวหรอก หอมกลิ่นเนื้อดีออก]

[เจียงเทา: ฉันมีถุงเมล็ดผักสุ่มอยู่ถุงนึง หาแลกของระดับสีเขียว]

[อย่าบ่นฉันเลย: ทำไมนายถึงได้แต่ของดีๆ ตลอดเลยวะ? เกมเวรเอ๊ย]

[พาวเวอร์แบงค์: นั่นสิๆ]

พอเห็นเมล็ดผักสุ่ม เจียงฉีก็รู้สึกสนใจขึ้นมานิดหน่อย

แต่ราคาที่เรียกมาสูงเกินไป แถมตอนนี้ยังไม่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การเพาะปลูก เจียงฉีจึงล้มเลิกความตั้งใจ

ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็มี เดี๋ยวก็หาได้ทุกอย่างเองแหละ

เจียงฉีปลอบใจตัวเองพลางยัดเบอร์รี่ลูกเหี่ยวๆ รสเปรี้ยวจี๊ดเข้าปาก

เมื่อเห็นว่ายังเหลือสิทธิ์พูดคุยฟรีอีกสามครั้ง และด้วยความคิดว่าไม่อยากให้เสียของเปล่าๆ เจียงฉีจึงพิมพ์ข้อความลงในช่องแชทไม่กี่คำ

[ฉี: แลกพิมพ์เขียวด้วยพิมพ์เขียว ใครสนใจทักมา]

[ไม่ใช่มนุษย์: ลูกพี่ฉีมีพิมพ์เขียวเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?? ผมทักไปเดี๋ยวนี้แหละ!]

[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า: ลูกพี่ฉีโหดเกินไปแล้ว ขนาดพิมพ์เขียวยังมีเหลือมาแลก?! คารวะเลย คารวะ]

[จั่วจือ: พี่สาว ต้องการลูกสมุนไหมครับ? ผมอุ่นเตียงได้นะ~]

เจียงฉีเมินเฉยต่อคำหยอกล้อในช่องแชท เพราะกล่องข้อความส่วนตัวของเธอเริ่มแจ้งเตือนรัวๆ แล้ว

[พาวเวอร์แบงค์: ลูกพี่ ผมมีพิมพ์เขียวเสื้อนวมกับพิมพ์เขียวกางเกงนวม ลูกพี่อยากแลกกับอะไรครับ?]

[ฉี: พิมพ์เขียวผ้านวม 1 ใบ + เนื้อดิบ 10 ชิ้น ตกลงไหม?]

[พาวเวอร์แบงค์: ตกลง!]

[อีกฝ่ายได้เริ่มการแลกเปลี่ยน]

ได้พิมพ์เขียวเสื้อนวมกับกางเกงนวมมาก็ดีเหมือนกัน เพราะตอนนี้เธอมีกางเกงนวมอยู่แค่ 30 ตัว นอกจากสิบตัวที่เอาไปปูรองเตียง และอีกสองตัวสำหรับเธอและฟรายด์ ก็เหลือแค่ 18 ตัว ถ้ามีผู้พเนจรมาเพิ่มอีก ก็ต้องแจกจ่ายไปคนละตัว มีพิมพ์เขียวไว้ผลิตเองย่อมสะดวกกว่า

[ไม่ใช่มนุษย์: ผมมีพิมพ์เขียวหม้อเหล็ก ลูกพี่มีอะไรบ้าง?]

[ฉี: พิมพ์เขียวอีเต้อเหล็ก แลกไหม?]

[ไม่ใช่มนุษย์: จัดไป]

เจียงฉีใช้เวลาประมาณสิบนาทีในการแลกเปลี่ยนพิมพ์เขียวซ้ำๆ ในกระเป๋าออกไปจนหมด โดยเก็บไว้ใช้อย่างละใบ สรุปแล้วเธอได้พิมพ์เขียวเสื้อนวม, กางเกงนวม, หม้อเหล็ก, ถังไม้, ขวานเหล็ก, สูตรปุ๋ย, เป้หนัง, รองเท้าบูทหนัง, แก้วน้ำ และพิมพ์เขียวของใช้จิปาถะอื่นๆ มาอีกเพียบ

กลับเข้ามาในเรือนหลัก ยังไม่ทันจะสี่ทุ่ม แต่เจียงฉีก็เตรียมตัวเข้านอนแล้ว เธอต้องเก็บแรงไว้ลุยศึกหนักในวันพรุ่งนี้

ในขณะเดียวกัน ผู้คนที่แลกเปลี่ยนพิมพ์เขียวกับเธอไปต่างกำลังพูดถึงเธอในช่องสื่อสารอาณาจักร

[ซูเหลียน: ฉันได้พิมพ์เขียวผ้านวมแล้ว! สร้างเสร็จเมื่อไหร่จะได้ไม่ต้องนอนข้างเตาผิงสักที!]

[หู กัวกัว: ผมได้พิมพ์เขียวอีเต้อเหล็ก! แร่จ๋า พี่จะขุดให้ยับเลยคอยดู]

[ไม่ใช่มนุษย์: ฉันก็ได้พิมพ์เขียวผ้านวมเหมือนกัน ลูกพี่ฉีมีพิมพ์เขียวซ้ำเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?]

[มิ้นต์หิ่งห้อย: ฉันก็ได้มาใบหนึ่ง เพื่อนฉันถึงกับได้พิมพ์เขียวดาบเหล็กเลยนะ]

[งงงวย: ผมก็แลกพิมพ์เขียวดาบเหล็กกับคุณฉีมาเหมือนกัน]

[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า: เดี๋ยวนะ พวกนายเอาพิมพ์เขียวจากไหนมาแลกกันเยอะแยะ?]

[อย่าบ่นฉันเลย: แสดงว่าพิมพ์เขียวที่ทุกคนได้จากลูกพี่ฉีไม่ใช่แค่ใบเดียวเหรอ? หรือว่าคุณฉีจะเป็นยี่ปั๊วขายส่งพิมพ์เขียว?]

[ฟ่านเอ้อฮวน: ทุกครั้งที่ลูกพี่ฉีแลกเปลี่ยนทรัพยากร จะมีลักษณะเด่นสองอย่าง: ปริมาณเยอะ และของซ้ำ!]

[เจียงเทา: ยัยนั่นโปรแน่ๆ! โกงเกมชัดๆ! แจ้งแบน @ฉี ทำไมพวกเราหาแทบตายได้แค่สองสามใบ แต่เธอเอาออกมาแลกเป็นกองทัพได้ขนาดนั้น?]

[ปลาพูดได้: ทรัพยากรของคุณฉีต้องมหาศาลมากแน่ๆ ใครจะรู้ว่าเธอไปหามาจากไหน]

[อย่าบ่นฉันเลย: ไม่เอาน่า พวกนายกุข่าวเพราะไม่ได้ของหรือเปล่า? บางทีเธออาจจะขุดแร่ฆ่ามอนสเตอร์ทุกวัน ไม่เหมือนบางคนที่วันๆ ไม่ทำอะไร เอาแต่ใส่ร้ายชาวบ้าน หรือหากินด้วยวิธีสกปรก]

[วันดาคือของข้า: ใช่ๆ เธอไม่ได้ทำอะไรผิดศีลธรรมสักหน่อย แค่มือขึ้นแล้วมันหนักหัวใครไม่ทราบ?]

...แปดโมงเช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากล้างหน้าแปรงฟันอย่างลวกๆ เจียงฉีก็ก้าวเท้าสู่ทุ่งหิมะพร้อมหม้อใส่ซุปเนื้อและเนื้อแดดเดียวหนึ่งกำมือที่ฟรายด์เตรียมไว้ให้

ที่หน้าประตูรั้ว ฟรายด์ทำท่าสวดภาวนาที่หน้าอก

"โอ้ พระเจ้า ได้โปรดคุ้มครองท่านลอร์ดเจียงฉี ให้แคล้วคลาดปลอดภัยและประสบความสำเร็จด้วยเถิด"

กล่าวจบ เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับไปที่บ้านพัก คว้าถุงผ้าที่ทำจากเสื้อเชิ้ตขาดๆ ของตัวเอง แล้วเดินมุ่งหน้าสู่ทุ่งหิมะเช่นกัน

เขาคิดว่าควรจะหาผลไม้และผักสดมาให้ท่านลอร์ดน้อยของเขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

ในขณะเดียวกัน เจียงฉีเดินทางมาถึงเหมืองแห่งแรกแล้ว สัตว์อสูรเลเวล 2 ที่เกิดมาคือ 'แมงมุมหน้าคน' ลำตัวของมันเหมือนแมงมุมทารันทูล่า ส่วนใบหน้ากลับดูคล้ายมนุษย์ ขนาดตัวเท่าครึ่งคน แต่การเคลื่อนไหวกลับว่องไวอย่างเหลือเชื่อ หากใครโดนใยของมันพันธนาการเข้า ยากนักที่จะดิ้นหลุด—เว้นแต่จะมีขวานเหล็กหรือดาบเหล็กไว้ตัดใย

ปากของมันซ่อนเขี้ยวพิษเอาไว้ หากถูกมัดและโดนกัดในระยะประชิด เหยื่อจะตายภายในหนึ่งชั่วโมง ยาแก้พิษต้องใช้ถุงน้ำดีของแมงมุมหน้าคนผสมกับน้ำคั้นจากดอกม่วงตี้ติงถึงจะปรุงได้

จบบทที่ บทที่ 8: อาณาเขตระดับ 4

คัดลอกลิงก์แล้ว