- หน้าแรก
- หิมะสีเลือด เกิดใหม่ครั้งนี้ขอทวงแค้นให้สิ้นซาก
- บทที่ 8: อาณาเขตระดับ 4
บทที่ 8: อาณาเขตระดับ 4
บทที่ 8: อาณาเขตระดับ 4
ความจริงแล้วเครื่องกลั่นน้ำระดับต้นของเขา เกิดจากการใช้ทักษะที่สองในการสร้างโดยละเว้นวัตถุดิบ 'หินพลังงาน'
แม้เขาจะอยากใช้ทักษะนี้เร่งสะสมทรัพยากรและสร้างไอเทมทรงพลัง แต่เขาคิดว่าน้ำเป็นทรัพยากรที่มีผลต่อความอยู่รอดแค่ในช่วงแรกๆ และไม่ได้ขาดแคลนขนาดนั้น เพราะถ้าไม่เลือกมากก็ยังละลายหิมะกินประทังชีวิตได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเร่งเพิ่มความแข็งแกร่งให้เร็วที่สุดต่างหาก
ความคิดนี้ตรงกับเจียงฉีเป๊ะ จะเรียกว่าเป็นแนวทางหลักในการพัฒนาของผู้เล่นหัวก้าวหน้าส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้
เจียงฉีไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายเล่นตุกติกใช้พรสวรรค์สร้างเครื่องกลั่นน้ำขึ้นมา
เธอเข้าใจแค่ว่าอีกฝ่ายคงเปิดได้พิมพ์เขียวซ้ำ แล้วอยากเอามาแลกเปลี่ยนเป็นพิมพ์เขียวอาวุธเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้เห็นผลทันตามากกว่า
ระหว่างนี้ อาณาเขตได้เลื่อนระดับเป็นเลเวล 4 เรียบร้อยแล้ว เจียงฉีรีบอัปเกรดบ้านพักอาศัยที่ฟรายด์พักอยู่ตามไปด้วย ซึ่งใช้เวลาเพียงสามนาทีเท่านั้น
เมื่อมองไปเห็นโรงอาหารที่ปรากฏขึ้นอีกด้านของตัวบ้าน เจียงฉีก็กดอัปเกรดมันด้วยเช่นกัน เพราะใช้ทรัพยากรแค่ไม่กี่ร้อยหน่วย
กลับเข้ามาในตัวบ้าน เจียงฉีตรวจเช็คทรัพยากรที่เหลืออยู่: เนื้อดิบหนึ่งช่อง, ไม้หนึ่งช่อง, ถ่านหินหนึ่งช่อง, ก้อนเหล็กสองช่อง ส่วนหินเหลือไม่ถึงร้อยก้อน
ถ้าหาหินมาเพิ่มได้ เธอน่าจะอัปเกรดได้อีกสักระดับ
ช่างเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนออกไปล่าสัตว์ค่อยแวะทุบหินเอาก็ได้
เธอเรียกฟรายด์มาเตรียมอาหารเย็นในโรงอาหาร พร้อมแบ่งทรัพยากรส่วนหนึ่งไว้ในครัวให้เขาจัดสรรใช้งานในแต่ละวัน จากนั้นเจียงฉีก็ออกมายืนรอที่ลานบ้าน
วันนี้ผู้พเนจรคนที่สองน่าจะเดินทางมาถึงแล้ว
ไม่รู้ว่าจะได้คนที่มีคุณภาพระดับไหน เจียงฉีไม่ได้โลภมาก ขอแค่ด้อยกว่าฟรายด์นิดหน่อยก็พอใจแล้ว
ไม่นานนัก หญิงชราในชุดเสื้อผ้าขาดวิ่นก็ค่อยๆ เดินฝ่าความมืดและหิมะเข้ามา
"ท่านลอร์ดผู้เมตตา ได้โปรดรับหญิงชราคนนี้ไว้ด้วยเถิด ข้ายินดีถวายความภักดีโดยไม่มีข้อแม้"
เจียงฉีไม่ได้ตอบรับ แต่กดดูข้อมูลตัวละครอย่างเงียบๆ
[ตัวละคร: โอฟุ
สถานะ: ผู้พเนจร
ทักษะ: เย็บปักถักร้อย
ความภักดี: 0]
เจียงฉีลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจปฏิเสธ
ตราบใดที่มีพิมพ์เขียว โต๊ะช่างก็สามารถสร้างเสื้อผ้าได้ทุกชนิด แถมอาณาเขตของเธอก็เลเวล 4 แล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พรุ่งนี้ก็น่าจะถึงเลเวล 5
ทักษะของผู้พเนจรคนนี้ดูจะไร้ประโยชน์ไปหน่อย
เจียงฉีมองดูอีกฝ่ายเดินคอตกออกจากอาณาเขตไป พลางเหลียวหลังกลับมามองทุกย่างก้าว เธอหันหลังกลับเดินเข้าครัวไป
ช่วยไม่ได้จริงๆ ตอนนี้เธอยังแบกรับภาระคนเพิ่มไม่ไหว โดยเฉพาะคนแก่ที่ทำงานหนักไม่ได้
เมื่อกลับเข้ามาในโรงอาหาร ซุปเนื้อหนึ่งชาม เนื้อทอดหั่นเต๋าหนึ่งจาน และผลเบอร์รี่ถ้วยเล็กถูกวางเตรียมไว้บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว
เบอร์รี่จานนี้ฟรายด์เป็นคนเก็บมาจากรอบๆ อาณาเขตเมื่อตอนกลางวัน ดูไม่สดและอวบอิ่มเท่ากับเบอร์รี่ที่เจียงฉีเปิดได้จากหีบสมบัติ
เธอนั่งลงอย่างพอใจ แล้วผายมือเชิญฟรายด์ให้นั่งลงที่ปลายโต๊ะเพื่อทานอาหารด้วยกัน
ระหว่างทานอาหารมื้อเย็นอันเรียบง่าย เจียงฉีก็ไถอ่านข้อความในช่องสื่อสารอาณาจักรไปด้วย
[หู กัวกัว: ฉันกำลังจะเป็นลักปิดลักเปิดแล้ว!! ใครมีผลไม้บ้าง? ยินดีเอาทรัพยากรแลกครับ!!]
[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า: เรตดรอปผลไม้มันต่ำเตี้ยเรี่ยดินเลยนะรู้ไหม? เนื้อดิบในเกมก็รสชาติไม่เลวหรอก หอมกลิ่นเนื้อดีออก]
[เจียงเทา: ฉันมีถุงเมล็ดผักสุ่มอยู่ถุงนึง หาแลกของระดับสีเขียว]
[อย่าบ่นฉันเลย: ทำไมนายถึงได้แต่ของดีๆ ตลอดเลยวะ? เกมเวรเอ๊ย]
[พาวเวอร์แบงค์: นั่นสิๆ]
พอเห็นเมล็ดผักสุ่ม เจียงฉีก็รู้สึกสนใจขึ้นมานิดหน่อย
แต่ราคาที่เรียกมาสูงเกินไป แถมตอนนี้ยังไม่มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะแก่การเพาะปลูก เจียงฉีจึงล้มเลิกความตั้งใจ
ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็มี เดี๋ยวก็หาได้ทุกอย่างเองแหละ
เจียงฉีปลอบใจตัวเองพลางยัดเบอร์รี่ลูกเหี่ยวๆ รสเปรี้ยวจี๊ดเข้าปาก
เมื่อเห็นว่ายังเหลือสิทธิ์พูดคุยฟรีอีกสามครั้ง และด้วยความคิดว่าไม่อยากให้เสียของเปล่าๆ เจียงฉีจึงพิมพ์ข้อความลงในช่องแชทไม่กี่คำ
[ฉี: แลกพิมพ์เขียวด้วยพิมพ์เขียว ใครสนใจทักมา]
[ไม่ใช่มนุษย์: ลูกพี่ฉีมีพิมพ์เขียวเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?? ผมทักไปเดี๋ยวนี้แหละ!]
[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า: ลูกพี่ฉีโหดเกินไปแล้ว ขนาดพิมพ์เขียวยังมีเหลือมาแลก?! คารวะเลย คารวะ]
[จั่วจือ: พี่สาว ต้องการลูกสมุนไหมครับ? ผมอุ่นเตียงได้นะ~]
เจียงฉีเมินเฉยต่อคำหยอกล้อในช่องแชท เพราะกล่องข้อความส่วนตัวของเธอเริ่มแจ้งเตือนรัวๆ แล้ว
[พาวเวอร์แบงค์: ลูกพี่ ผมมีพิมพ์เขียวเสื้อนวมกับพิมพ์เขียวกางเกงนวม ลูกพี่อยากแลกกับอะไรครับ?]
[ฉี: พิมพ์เขียวผ้านวม 1 ใบ + เนื้อดิบ 10 ชิ้น ตกลงไหม?]
[พาวเวอร์แบงค์: ตกลง!]
[อีกฝ่ายได้เริ่มการแลกเปลี่ยน]
ได้พิมพ์เขียวเสื้อนวมกับกางเกงนวมมาก็ดีเหมือนกัน เพราะตอนนี้เธอมีกางเกงนวมอยู่แค่ 30 ตัว นอกจากสิบตัวที่เอาไปปูรองเตียง และอีกสองตัวสำหรับเธอและฟรายด์ ก็เหลือแค่ 18 ตัว ถ้ามีผู้พเนจรมาเพิ่มอีก ก็ต้องแจกจ่ายไปคนละตัว มีพิมพ์เขียวไว้ผลิตเองย่อมสะดวกกว่า
[ไม่ใช่มนุษย์: ผมมีพิมพ์เขียวหม้อเหล็ก ลูกพี่มีอะไรบ้าง?]
[ฉี: พิมพ์เขียวอีเต้อเหล็ก แลกไหม?]
[ไม่ใช่มนุษย์: จัดไป]
เจียงฉีใช้เวลาประมาณสิบนาทีในการแลกเปลี่ยนพิมพ์เขียวซ้ำๆ ในกระเป๋าออกไปจนหมด โดยเก็บไว้ใช้อย่างละใบ สรุปแล้วเธอได้พิมพ์เขียวเสื้อนวม, กางเกงนวม, หม้อเหล็ก, ถังไม้, ขวานเหล็ก, สูตรปุ๋ย, เป้หนัง, รองเท้าบูทหนัง, แก้วน้ำ และพิมพ์เขียวของใช้จิปาถะอื่นๆ มาอีกเพียบ
กลับเข้ามาในเรือนหลัก ยังไม่ทันจะสี่ทุ่ม แต่เจียงฉีก็เตรียมตัวเข้านอนแล้ว เธอต้องเก็บแรงไว้ลุยศึกหนักในวันพรุ่งนี้
ในขณะเดียวกัน ผู้คนที่แลกเปลี่ยนพิมพ์เขียวกับเธอไปต่างกำลังพูดถึงเธอในช่องสื่อสารอาณาจักร
[ซูเหลียน: ฉันได้พิมพ์เขียวผ้านวมแล้ว! สร้างเสร็จเมื่อไหร่จะได้ไม่ต้องนอนข้างเตาผิงสักที!]
[หู กัวกัว: ผมได้พิมพ์เขียวอีเต้อเหล็ก! แร่จ๋า พี่จะขุดให้ยับเลยคอยดู]
[ไม่ใช่มนุษย์: ฉันก็ได้พิมพ์เขียวผ้านวมเหมือนกัน ลูกพี่ฉีมีพิมพ์เขียวซ้ำเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?]
[มิ้นต์หิ่งห้อย: ฉันก็ได้มาใบหนึ่ง เพื่อนฉันถึงกับได้พิมพ์เขียวดาบเหล็กเลยนะ]
[งงงวย: ผมก็แลกพิมพ์เขียวดาบเหล็กกับคุณฉีมาเหมือนกัน]
[ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า: เดี๋ยวนะ พวกนายเอาพิมพ์เขียวจากไหนมาแลกกันเยอะแยะ?]
[อย่าบ่นฉันเลย: แสดงว่าพิมพ์เขียวที่ทุกคนได้จากลูกพี่ฉีไม่ใช่แค่ใบเดียวเหรอ? หรือว่าคุณฉีจะเป็นยี่ปั๊วขายส่งพิมพ์เขียว?]
[ฟ่านเอ้อฮวน: ทุกครั้งที่ลูกพี่ฉีแลกเปลี่ยนทรัพยากร จะมีลักษณะเด่นสองอย่าง: ปริมาณเยอะ และของซ้ำ!]
[เจียงเทา: ยัยนั่นโปรแน่ๆ! โกงเกมชัดๆ! แจ้งแบน @ฉี ทำไมพวกเราหาแทบตายได้แค่สองสามใบ แต่เธอเอาออกมาแลกเป็นกองทัพได้ขนาดนั้น?]
[ปลาพูดได้: ทรัพยากรของคุณฉีต้องมหาศาลมากแน่ๆ ใครจะรู้ว่าเธอไปหามาจากไหน]
[อย่าบ่นฉันเลย: ไม่เอาน่า พวกนายกุข่าวเพราะไม่ได้ของหรือเปล่า? บางทีเธออาจจะขุดแร่ฆ่ามอนสเตอร์ทุกวัน ไม่เหมือนบางคนที่วันๆ ไม่ทำอะไร เอาแต่ใส่ร้ายชาวบ้าน หรือหากินด้วยวิธีสกปรก]
[วันดาคือของข้า: ใช่ๆ เธอไม่ได้ทำอะไรผิดศีลธรรมสักหน่อย แค่มือขึ้นแล้วมันหนักหัวใครไม่ทราบ?]
...แปดโมงเช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากล้างหน้าแปรงฟันอย่างลวกๆ เจียงฉีก็ก้าวเท้าสู่ทุ่งหิมะพร้อมหม้อใส่ซุปเนื้อและเนื้อแดดเดียวหนึ่งกำมือที่ฟรายด์เตรียมไว้ให้
ที่หน้าประตูรั้ว ฟรายด์ทำท่าสวดภาวนาที่หน้าอก
"โอ้ พระเจ้า ได้โปรดคุ้มครองท่านลอร์ดเจียงฉี ให้แคล้วคลาดปลอดภัยและประสบความสำเร็จด้วยเถิด"
กล่าวจบ เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันหลังกลับไปที่บ้านพัก คว้าถุงผ้าที่ทำจากเสื้อเชิ้ตขาดๆ ของตัวเอง แล้วเดินมุ่งหน้าสู่ทุ่งหิมะเช่นกัน
เขาคิดว่าควรจะหาผลไม้และผักสดมาให้ท่านลอร์ดน้อยของเขาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ในขณะเดียวกัน เจียงฉีเดินทางมาถึงเหมืองแห่งแรกแล้ว สัตว์อสูรเลเวล 2 ที่เกิดมาคือ 'แมงมุมหน้าคน' ลำตัวของมันเหมือนแมงมุมทารันทูล่า ส่วนใบหน้ากลับดูคล้ายมนุษย์ ขนาดตัวเท่าครึ่งคน แต่การเคลื่อนไหวกลับว่องไวอย่างเหลือเชื่อ หากใครโดนใยของมันพันธนาการเข้า ยากนักที่จะดิ้นหลุด—เว้นแต่จะมีขวานเหล็กหรือดาบเหล็กไว้ตัดใย
ปากของมันซ่อนเขี้ยวพิษเอาไว้ หากถูกมัดและโดนกัดในระยะประชิด เหยื่อจะตายภายในหนึ่งชั่วโมง ยาแก้พิษต้องใช้ถุงน้ำดีของแมงมุมหน้าคนผสมกับน้ำคั้นจากดอกม่วงตี้ติงถึงจะปรุงได้