เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 สึมิคิโคม่าตามหาเทนเกน

บทที่ 22 สึมิคิโคม่าตามหาเทนเกน

บทที่ 22 สึมิคิโคม่าตามหาเทนเกน


บทที่ 22 สึมิคิโคม่าตามหาเทนเกน

"เฮ้อ อาจารย์คะ อาจารย์คิดว่าความหมายของการมีชีวิตอยู่คืออะไรเหรอคะ?"

บนโต๊ะอาหาร อามาไนที่ดูเหม่อลอย จู่ๆ ก็โพล่งคำถามเชิงปรัชญาอันลึกซึ้งออกมา

มากิกับไมที่กำลังตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเอร็ดอร่อย ถึงกับหยุดชะงัก

เซนอิง จินเจี๋ยสะดุ้งเล็กน้อย สายตาที่มองอามาไนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความประหลาดใจ "ผีเข้าหรือไงเรา? อย่าบอกนะว่า... คิดจะเข้าด้านมืดไปอีกคน?"

"หมายความว่าไงคะ? หนูแค่ถามเฉยๆ"

อามาไนเท้าคาง มองค้อนเขาด้วยหางตา

ก็แค่ช่วงนี้เจออะไรต่อมิอะไรมาเยอะ แถมเวลาว่างจัด คนเราก็มักจะชอบคิดเรื่องพรรค์นี้ขึ้นมา เธอเลยพูดสิ่งที่คิดออกมาก็เท่านั้น

"อืม... คำถามลึกซึ้งดีนี่ เธอต้องหาคำตอบด้วยตัวเองแล้วล่ะ"

เขาไม่มีเวลามานั่งเป็นจิตแพทย์ให้คนว่างงานหรอกนะ

"อาจารย์คะ เห็นอาจารย์ใช้ชีวิตเป็นระเบียบทุกวันแบบนี้ อาจารย์คงเข้าใจความหมายของชีวิตแล้วใช่ไหมคะ?"

อามาไนจ้องมองเซนอิง จินเจี๋ยด้วยดวงตาใคร่รู้ เธออยากรู้เหลือเกินว่าทำไมเขาถึงใช้ชีวิตได้อย่างสบายอกสบายใจทุกวันขนาดนี้

นับตั้งแต่กลายเป็นผู้ใช้คุณไสย เธอใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการปัดเป่าคำสาป และเริ่มจะเข้าใจขึ้นมาบ้างแล้วว่าทำไมเกะโท สุงุรุถึงได้เลือกเดินทางสายนักสาปแช่ง

แม้เธอจะไม่ถึงขั้นอยากฆ่าผู้ไร้วิชาให้เหี้ยนเหมือนเกะโท แต่ลึกๆ แล้วเธอก็รู้สึกเหนื่อยหน่ายอยู่ไม่น้อย

นักเรียนกับอาจารย์นี่เอามาเทียบกันไม่ได้จริงๆ

เธอชอบช่วงเวลาตอนเป็นนักเรียนมากกว่าเยอะ

"ฉันไม่รู้หรอกว่าความหมายของชีวิตคืออะไร รู้แต่ว่า กินให้อิ่ม นอนให้หลับ เที่ยวให้สนุก ก็พอแล้ว"

เซนอิง จินเจี๋ยเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ท่าทางผ่อนคลายสุดๆ

ความหมายอะไรนั่นน่ะเหรอ? มันสำคัญนักหรือไง?

อยากทำอะไรก็ทำ แค่นั้นแหละจบ

ส่วนเรื่องที่ว่าอยากทำแต่ทำไม่ได้ ก็แสดงว่ายังแกร่งไม่พอแค่นั้นเอง

"โธ่~ อาจารย์คะ ความหมายของอาจารย์มันตื้นเขินชะมัดเลย"

อามาไนทำหน้าดูแคลน มีพลังแข็งแกร่งขนาดนี้ แต่เป้าหมายกลับดูง่ายเกินไปหน่อยมั้ย?

"หรือเธอจะบอกให้ฉันไปทำตัวแบบเจ้าหนูเกะโท วันๆ เอาแต่ห่วงสันติภาพโลกรึไง?"

"เฮ้ๆๆ อาจารย์คะ พูดแบบนี้ไม่ยุติธรรมเลยนะ"

อามาไนรู้สึกเหมือนโดนสะกิดเส้นกระตุก เมื่อได้ยินจินเจี๋ยยกตัวอย่างเกะโท สุงุรุขึ้นมา

ถึงยังไงคนเราก็ไม่ควรสุดโต่งแบบเกะโทหรอกน่า

"รีบๆ กินข้าวซะ อาหารเต็มโต๊ะยังอุดปากเธอไม่ได้อีกหรือไง?"

"ใช่ๆ! พี่อามาไนพูดมาก พี่จินเจี๋ยบอกว่าห้ามคุยเวลากินข้าว"

ไมรีบเสริมขึ้นมาอย่างเห็นดีเห็นงาม

"ชิ! ยัยไม กล้าสอนพี่เหรอ? เดี๋ยวโดนดีแน่"

"แบร่ แบร่ แบร่~ ไม่กลัวหรอกย่ะ!"

มองดูสองสาวรุ่นพี่รุ่นน้องทะเลาะกันแล้ว เซนอิง จินเจี๋ยถึงกับมีเส้นเลือดปูดขึ้นที่ขมับ

นับวันรอบตัวเขายิ่งวุ่นวายขึ้นทุกที...

ครืด... ครืด... ครืด...

ทันใดนั้น โทรศัพท์ของจินเจี๋ยก็สั่นขึ้น เขาเหลือบมองหน้าจอ เป็นสายจากโทจิ

"ว่าไง?"

"สึมิคิเกิดเรื่องแล้ว"

ได้ยินดังนั้น คิ้วของจินเจี๋ยก็ขมวดมุ่น แววตาเคร่งขรึมลงทันที

ขนาดมีโทจิคอยจับตาดูอยู่ ฝ่ายตรงข้ามยังลงมือได้อีกเหรอเนี่ย?

"กินข้าวกันไปนะ ฉันมีธุระต้องออกไปข้างนอก กินเสร็จแล้ววางจานไว้ ไม่ต้องเข้าไปยุ่งในครัว"

สั่งความเสร็จสรรพ จินเจี๋ยก็รีบบึ่งออกไปทันที

อามาไนกับเด็กๆ ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไรมากนัก

ไม่นานนัก เซนอิง จินเจี๋ยก็มาถึงบ้านของโทจิ

"เกิดอะไรขึ้น?"

จินเจี๋ยถามพลางมองสึมิคิที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงราวกับเจ้าหญิงนิทรา

สีหน้าของโทจิเคร่งเครียด "กลับมาจากโรงเรียนได้ไม่นานก็เป็นแบบนี้ หมอบอกว่าสัญญาณชีพปกติทุกอย่าง"

"ฉันไปที่โรงเรียนมาแล้ว ครูบอกว่าที่โรงเรียนไม่มีอะไรผิดปกติ"

เห็นได้ชัดว่าโทจิได้ตรวจสอบสาเหตุที่เป็นไปได้ทั้งหมดแล้ว และติดต่อจินเจี๋ยเมื่อจนหนทางจริงๆ

"พ่อครับ ลุงครับ พี่สึมิคิ... พี่เขาจะไม่เป็นไรใช่มั้ยครับ?"

ฟุชิงุโระ เมกุมิมองพี่สาวที่นอนนิ่งไม่ไหวติง แววตาเปี่ยมไปด้วยความกังวล

"ไม่ต้องห่วง สึมิคิต้องไม่เป็นไร"

จินเจี๋ยปลอบหลานชาย

จากนั้นเขาก็หันไปถามโทจิ "ให้ผู้ใช้คุณไสยมาดูหรือยัง?"

อีกฝ่ายพยักหน้า เห็นได้ชัดว่าได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญมาเรียบร้อยแล้ว

"ฉันสงสัยว่าเธออาจโดนวิชาคุณไสยบางอย่างเล่นงาน ไม่ต้องกังวลมาก เดี๋ยวฉันจะลองไปหาคนถามดู"

จินเจี๋ยรู้ดีอยู่แก่ใจว่าสึมิคิถูกเคนจาคุหมายหัวให้เป็นร่างทรง

แต่ไม่แน่ใจว่าเป็นวิชาคุณไสยหรือแค่การทำสัญลักษณ์บางอย่าง

และเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าฝ่ายตรงข้ามใช้วิธีไหน

เรื่องเกี่ยวกับวิญญาณแบบนี้ไม่ใช่งานถนัดของเขาเลย

สิ่งเดียวที่ยืนยันได้คือ อย่างน้อยในระยะสั้น สึมิคิจะยังไม่ถูกยึดร่างแน่นอน

หลังจากออกจากบ้านโทจิ จินเจี๋ยก็มุ่งหน้าไปยังโรงเรียนไสยเวทโตเกียว

ถ้าจะมีใครในโลกนี้ที่เข้าใจเคนจาคุได้ดีกว่าเขา ก็คงมีแค่คนคนนั้นที่สิงสถิตอยู่ในโรงเรียนไสยเวทนั่นแหละ

"โธ่เอ๊ย เด็กผู้หญิงน่าสงสาร!"

"เร็วเข้า รีบโทรเรียกตำรวจ!"

ขณะที่จินเจี๋ยกำลังครุ่นคิดถึงที่อยู่ปัจจุบันของเคนจาคุ เสียงอึกทึกก็ดังขึ้นจากด้านหน้า

ผู้คนมุงดูกันแน่นขนัด

ดูเหมือนจะมีอุบัติเหตุรถชน

"ยูตะ... ยูตะ... ยูตะ!"

ผ่านช่องว่างระหว่างฝูงชน จินเจี๋ยเห็นเด็กสาวที่เสียชีวิตอย่างน่าอนาถบนพื้นถนน กำลังกลายสภาพเป็นวิญญาณคำสาปพยาบาทภายในเวลาไม่กี่วินาที

เบื้องหน้าวิญญาณนั้นคือเด็กชายที่ยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตื่นตระหนก ดูแล้วน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับมากิและไม

จินเจี๋ยเผลอแตะที่เอวตัวเอง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้พกกระบองเมฆามาด้วย

"ช่างเถอะ เห็นแก่ความรักอันบริสุทธิ์ของพวกนาย ฉันจะไม่เข้าไปยุ่งก็แล้วกัน"

ตอนเห็นริกะกลายเป็นวิญญาณคำสาปพยาบาทระดับพิเศษ แวบแรกเขาคิดจะกำจัดเธอทิ้งซะ

แต่พอคิดดูอีกที ก็ไม่เห็นจะมีความจำเป็นต้องทำขนาดนั้น

ในอนาคตยังมีวิญญาณคำสาปให้จัดการอีกเยอะแยะ ระดับพิเศษตัวเดียวไม่ทำให้โลกแตกหรอก

แถมระดับพิเศษตนนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะจัดการได้ง่ายๆ ไม่มีความจำเป็นต้องไปสร้างความวุ่นวายกลางเมืองใหญ่เพื่อแลกกับพลังแค่นิดหน่อย

เขาเมินเฉยต่อเหตุการณ์ตรงหน้า แล้วมุ่งหน้าต่อไปยังโรงเรียนไสยเวทโตเกียว

โดยไม่มีใครสังเกตเห็น เซนอิง จินเจี๋ยราวกับล่องหนหายตัวเข้าไปยังส่วนลึกที่สุดของ 'วิหารดารา'

มองดูประตูบานแล้วบานเล่าที่ลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ เขาพยายามตั้งสมาธิเพื่อจับสัมผัสตำแหน่งของเทนเกน

แต่วินาทีถัดมา เขาก็เลิกล้มความตั้งใจ แล้วตะโกนออกไปดื้อๆ "ยายแก่! แขกมาเยือนแล้ว ไม่รู้จักออกมาต้อนรับหน่อยรึไง?"

มัวแต่มานั่งจับสัมผัสทีละประตูมันเสียเวลา เรียกออกมาตรงๆ นี่แหละง่ายดี

"เรียกใครว่ายายแก่ฮะ? เจ้าหนุ่ม ไม่มีมารยาทเอาซะเลย"

ประตูบานหนึ่งในจำนวนมากมายเปิดออก เผยให้เห็นต้นเสียงที่ระบุเพศไม่ได้ น้ำเสียงเจือความไม่พอใจเล็กน้อย

ทำไมถึงมีคนไร้มารยาทแบบสึคุโมะ ยูกิโผล่มาอีกคนแล้วเนี่ย?

จินเจี๋ยเดินผ่านประตูเข้าไป พบกับเทนเกนนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่ง ตรงหน้ามีโต๊ะน้ำชาตั้งอยู่

มองรูปลักษณ์ที่ดูไม่เหมือนมนุษย์ของเทนเกน จินเจี๋ยก็รู้ได้ทันทีว่านางเริ่มวิวัฒนาการไปแล้ว

"นี่น่ะเหรอ ท่านเทนเกนผู้เลื่องชื่อ?"

เทนเกนปรายตามองชายหนุ่มผู้ไร้มารยาทตรงหน้า "ไม่มีพลังไสยเวท เจ้าคงเป็นหนึ่งในสองพี่น้องจากตระกูลเซนอิงสินะ?"

เทนเกนเคยได้ยินเรื่องราวของคู่พี่น้องสุดแปลกจากตระกูลเซนอิงผ่านทางพวกเบื้องบนมาบ้างแล้ว

"เจ้ามีธุระอะไรกับคนแก่อย่างข้า?"

เทนเกนรินชาอย่างใจเย็น ไม่ได้กังวลว่าอีกฝ่ายจะมาทำร้าย

"หลานสาวของฉันถูกเคนจาคุทำสัญลักษณ์ไว้ พอจะบอกวิธีแก้หน่อยได้ไหม ว่าจะลบสัญลักษณ์นั้นออกแล้วทำให้เธอกลับมาเป็นปกติได้ยังไง?"

เซนอิง จินเจี๋ยเองก็ไม่อ้อมค้อมกับยายแก่ที่อยู่มาเป็นพันปีคนนี้เช่นกัน

จบบทที่ บทที่ 22 สึมิคิโคม่าตามหาเทนเกน

คัดลอกลิงก์แล้ว