เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 117 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (1) [อ่านฟรีวันที่ 08/02/2562]

บทที่ 117 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (1) [อ่านฟรีวันที่ 08/02/2562]

บทที่ 117 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (1) [อ่านฟรีวันที่ 08/02/2562]


บทที่ 117 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (1)

 

หลังจากกำจัดหมาป่าแดงออกไปจนหมดมนุษย์ก็ยังคงล้อมเฝ้าระวังหมาป่าดำอยู่ มันเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะต้องเตรียมตัวโจมตีหมาป่าดำต่อ แต่ว่าเพราะคำประกาศของซูซาโนะได้หยุดพวกเขาเอาไว้

"งั้น"

หัวหน้าตระกูลเทพสายฟ้าคังมิเรย์ได้วางมือลงบนหน้าผากของเธอเพื่อพยายามทำตัวให้ใจเย็นมากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อที่จะยืนยันสถานการณ์จากยูอิลฮาน

"พวกนั้นทั้งหมดได้มาเป็นลูกน้องของคุณแล้วงั้นหรอ?"

"ใช่แล้ว"

ยูอิลฮานได้มองทางเอริเซียและหยักหน้าออกมา เธอได้เดินมาข้างหน้าพร้อมกับเฟมิลเพื่อแนะนำตัวด้วยการโค้งน้อยๆ เมื่อเธอได้ก้าวอยู่หลังยูอิลฮานเล็กน้อยและคุกเข่าลง หมาป่าทั้งหมดที่รอดอยู่ก็ได้ทำตามเธอ นี่มันเป็นการส่งเสริมคำประกาศก่อนหน้าอย่างสมบูรณ์

"โอ้พระเจ้า...."

"บ้าไปแล้ว เขาเป็นนักฝึกมอนสเตอร์งั้นหรอ? แล้วก็จำนวนมากขนาดนี้มัน...."

"ได้ยังไงกัน...."

ทุกคนต่างก็ตกตะลึง มันจะไม่แปลกเลยที่จะมีคนตะโกนออกมาว่า 'ไม่อยากจะเชื่อ' หรือม่ก็ 'ฉันยอมรับไม่ได้' แต่แล้วมันกลับไม่มีใครทำแบบนั้น นี่มันก็เพราะถ้าหากว่าจะมีคนเริ่มถามคำถามนี้ก่อนอื่นพวกเขาก็น่าจะมีคำถามถึงตัวตนของซูซาโนะก่อน

"คลาส 4 ทุกๆตัวนอกไปจากเจ้าเฟมิลนี่ได้ตายไปหมดแล้ว ถ้าต้องการเธอจะเข้าไปในเกตเพื่อยืนยันถึงศพก็ได้"

"พวกเราไม่สงสัยคำพูดของคุณหรอก ยังไงก็ตามพวกนี้เป็นมอนสเตอร์และเพราะแบบนี้เราก็อดไม่ได้ที่จะกัง-"

"ฉันรับผิดชอบเอง"

ซูซาโนะได้พูดออกมาแล้วทำให้หัวหน้าตระกูลทั้งหมดได้หยักหน้าโดยไม่รู้ตัว

แน่นอนว่าเขาได้พูดแบบนี้ออกไปในขณะที่จ้องไปที่เอริเซียกับเฟมิล มันชัดเจนว่าเขาจะบอกกับพวกเธอว่า 'ฉันทำทั้งหมดนี้ให้เธอแล้วดังนั้นเธอรู้ใช่ไหมว่าหากเกิดอุบัติเหตุอะไรมันจะเกิดอะไรขึ้น?' แม้ว่าพวกหมาป่าจะไม่อาจเข้าใจภาษาอังกฤษได้แต่ว่าพวกเขาก็ดูจะเข้าใจถึงสิ่งที่จะบอกและหยักหน้าถี่ๆ

"ถ้างั้นพวกเราอยากจะยืนยันว่าเจ้าพวกนี้เข้าไปในเกต"

นี่มันก็ง่ายมากๆ เมื่อยูอิลฮานสั่งออกมา เฟมิลก็ได้พาหมาป่าที่่รอดอยู่ทั้งสามพันตัวกลับไปในเกต บางคนใจเย็นลงจากภาพนี้ บางคนก็รู้สึกชื่นชม และบางคนก็รู้สึกได้ถึงความเหนือกว่า

"ซูซาโนะกับกองทัพหมาป่า..."

"งั้นตอนนี้ก็ไม่มีใครจะบุกโลกแล้ว"

"งี้มันก็ไม่มีอะไรที่เปลื่ยนไป"

เมื่อหมาป่าธรรมดาได้เข้าไปในเกตหมดแล้ว หมาป่าที่เหลืออยู่ก็มีแค่เฟมิลกับเอริเซีย เฟมิลยังคงเม้มปากขมวดคิ้วอยู่กับเอริเซียที่ได้เข้ามากระซิบกับยูอิลฮาน

"นายท่าน ฉันจะขอเวลาสักหนึ่งสัปดาห์ได้หมด? ฉันอยากจะรวบรวมเผ่าหมาป่าที่เหลือรอดเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ขึ้นมา..."

"ไปเถอะ ฉันให้เวลาเธอสองสัปดาห์ ถ้าหากว่ายังมีกองทัพแห่งการทำลายเหลืออยู่ก็ช่วยจัดการมันไปด้วย โอ้แล้วก็รับนี่ไป"

"อ่า! ขอบคุณท่านมากๆ!"

ตอนที่ยูอิลฮานได้สุ่มๆควานไปในช่องเก็บของหยิบเอาอาวุธกับเกราะระดับยูนีคออกมา เธอก็ได้โค้งคำนับเขารัวๆเป็นการขอบคุณและวิ่งเข้าไปในเกตพร้อมกับเฟมิล

มนุษย์ยังคงมองไปที่เกตอย่างว้าวุ่นราวเหมือนกับว่ามันยังคงปล่อยควันที่ดูน่ากลัวออกมา แต่ว่าเมื่อคังมิเรย์ได้ปรบมือขึ้นทุกๆคนก็หันมาทางเธอทันที

"พวกเราได้รับชัยชนะแล้ว"

เธอได้ประกาศออกมาแบบนี้

"ขอบคุณที่ช่วยกันนะทุกๆคนเลย"

คำประกาศนี้มันเหมือนกับทุๆคน ความกังวลที่ทุกๆคนมีอยู่กับวิกฤติใหม่ตรงหน้านี้ยังคงมีอยู่แต่ว่าพวกเขาก็ถอนหายใจออกมาได้แล้ว

สงครามที่วุ่นวายและแสนสั้นภายในค่ำคืนฤดูใบไม้ผลิได้จบลงแบบนี้

"หือ? ซูซาโนะไปไหนแล้ว!?"

"เขาหายไปแล้ว! อ่า เด็กน้อยหน้ารักที่ลอยอยู่บนฟ้าคนเดียวก็ด้วย!"

"บุคคลไร้สังกัดสี่คนที่แข็งแกร่งก็หายไปด้วย"

ต้องขอบคุณคังมิเรย์ที่รวมความสนใจมาที่เธอทำให้มันง่ายที่จะใช้งานการปกปิดตัวตนเขากระทั่งคิดว่านี่คือความตั้งใจของเธอด้วย ยูอิลฮานได้ออกมาจากที่นี่พร้อมกับเอลฟ์ เลียร่า เอิลต้า และก็เฟมิล

"ซูซาโนะ ฉันจะต้องล้มแกให้ได้!"

"ใครก็ได้ไปลาากไอบ้านั่นมาที แต่มันก็น่าเศร้าจริงๆนะ ฉันอยากจะคุยกับซูซาโนะจริงๆ"

"ถอยทัพ! แค่ทิ้งส่วนหนึ่งไว้เฝ้าเกตก็พอ..."

"เราจะทำยังไงกับที่นี่ดีล่ะ? ที่นี่ไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่แล้วนี่"

การหายตัวไปอย่างกระทันหันของซูซาโนะทำให้บางคนโกรธ บางคนก็ตกไปในความสับสน แต่ว่าพวกเขาก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นไปตลอด ในเมื่อการต่อสู้ได้จบลงไปแล้วในตอนนี้มันก็ได้กลายเป็นเวลาในการเก็บกวาดแล้ว

พวกเขาต้องไปขอบคุณกองกำลังที่มาช่วยจากต่างประเทศ รวบรวมศพของพรรคพวก ดูแลคนบาดเจ็บ ตรวจเช็คว่ามีศัตรูที่หนีไปได้ไหม ติดต่อสื่อ ติดต่อรัฐบาง ตลอดไปจนถึงค่าชัดเชยต่างๆและตัดสินใจว่าจะทำอะไรกับเกต รวมไปถึง...

ในฐานะตัวแทนของผู้ใช้พลังของเกาหนีและตัวแทนที่ติดต่อกับรัฐบาล ทหาร สื่อและกระทั่งรัฐบาลต่างประเทศแล้ว การต่อสู้ที่แท้จริงของคังมิเรย์เพิ่งจะเริ่มขึ้นเองเท่านั้น

ตรงๆแล้วเพราะการกระทำของยูอิลฮานที่เหมือนกับพายุทำให้พวกเขายังตกตะลึงอยู่ แต่ว่ามันก็ยังเป็นเพราะเขาเช่นกันที่ทำให้เกิดความเสียหายเพียงน้อยนิด แม้ว่าจะมีบางอย่างที่ต้องทำเพิ่มขึ้นเพราะเขา แต่ว่าก็มีบางอย่างที่ต้องจัดการลดลงไปเพราะเขาด้วยเช่นกัน

ถึงแม้ว่ามันเป็นเรื่องแปลกที่ชาวสายเลือดเกาหลี 100% ถูกเรียกว่า 'ซูซาโนะ' แต่ว่าก็ไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่าชื่อนี้มันเหมาะกับเขาจริงๆ

เขาเหมือนกับพายุ ไม่มีใครหาเขาเจอและไม่มีใครที่หยุดเขาไว้ได้ เขามาและจากไปตามที่เขาต้องการ แต่ก็ไม่ได้มีแย่อะไร มันออกจะแปลกซะมากกว่า

เมื่อคังมิเรย์ได้หยิบเอาโทรศัพท์ของเขาขึ้นมามันก็สั่นเบาๆและแสดงข้อความที่เธอเพิ่งจะได้รับขึ้นมา

[ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย ถ้ามีเวลาแล้วช่วยติดต่อมาหาฉันทีนะ]

ข้อความที่ดูรอบคอบนี่ขัดแย้งกับภาพลักษณ์ของผู้ที่เหนือกว่ามนุษย์และหมาป่าทั้งหมดก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง เมื่อมองดูข้อความแล้วหัวใจของคังมิเรย์ได้เต้นโครมครามอยู่พักหนึ่ง นายูนาได้ถามขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นแบบนี้

"มิเรย์เธอชอบงานการเมืองมากหรอ? นับจากนี้มันจะกลายเป็นนรกเลยนะแต่ทำไมเธอถึงยิ้มล่ะ?"

"นายูนาเธอก็ต้องไปช่วยด้วย"

"อ๊าาาา!"

ยิ้มหรอ? ไร้สาระ มันก็แค่กล้ามเนื้อใบหน้าของเธอคลายตัวก็เพราะสถานการณ์ที่ตรึงเครียดมันได้บางเบาไปเท่านั้นแหละ - คังมิเรย์ได้พึมพัมกับตัวเองในขณะที่จับคอของนายูนา

ถึงอย่างนั้นคังฮาจินที่ขยับไปมาวุ่นวายมากกว่าคังมิเรย์ก็ได้วางสายของเขาเมื่อเขาเข้ามาหาเธอด้วยใบหน้าที่แข็งทื่อ

"มิเรย์"

"หลังจากนี้เรามีเรื่องส่วนตัวที่ต้องคุยกัน"

"พ่อต้องการจะเจอเธอ"

การแสดงออกของคังมิเรย์ก็แข็งทื่อไปด้วยเช่นกัน นี่มันเป็นเพราะเธอบอกว่าเธอบอกว่าเธอไม่อยากจะไปเรียนมหาลัยหรอ? หรือว่าเธอได้ทำอะไรที่ละเมิดอำนาจของพ่อเธอไปกันนะ?

ในตอนที่เธอได้คิดคำถามพวกนี้ขึ้นภายในหัวของเธอ คังฮาจินก็ได้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่กังวลเล็กน้อย

"เขาอยากจะคุยเรื่องของคุณยูอิลฮษน"

"...ไม่ ฉันไม่ไป"

เธอได้ส่ายหัวไปมาเหมือนกับเด็กน้อย ทุกๆคนที่รู้จักตัวเธอในฐานะจักรพรรดินีจะต้องตกใจกันมากแน่หากได้เห็นแบบนี้

"ฉันนัดหมายเวลาแล้วในวันพรุ่งนี้"

"ไม่ ฉันไม่ไป"

"อย่าดื้อน่า มีสายเข้านะ ไปทำงานกันได้แล้ว"

"ฉันไม่ไป ฉันไม่ไป"

"มิเรย์น่ารักจัง อ๊ะ กรี๊ดดด!"

"เธอก็ต้องไปทำงาน"

สายฟ้าของคังมิเรย์ได้ผ่าลงบนหัวของนายูนาในทันทีที่เธอหยอกล้อคังมิเรย์ จากนั้นคังมิเรย์ก็ได้รับสายด้วยสีหน้าหดหู่

วันพรุ่งนี้ วันพรุ่งนี้ อ่า ให้ตายเถอะ ฉันไม่สนอะไรแล้ว ก่อนอื่นไปจัดการงานก่อน

เพราะอย่างนี้พวกเขาก็ได้เริ่มการต่อสู้ใหม่ของตัวเอง ในตอนนี้ตะวันได้ลับขอบฟ้าไปแล้ว

ในขณะเดียวกันยูอิลฮานที่ไม่สนใจว่าใครจะโวยวายอะไรถึงเขายังไงก็มุ่งตรงกลับบ้านเร็วยิ่งกว่าใคร

พวกเอลฟ์ก็กกำลังโม้ถึงจำนวนหมาป่าที่พวกเขาฆ่าไปอยู่ดังนั้นยูอิลฮานจึงทำให้พวกเขาเงียบลงด้วยการพอว่าเขาฆ่าพวกมันไปกว่าเจ็ดหมื่นตัว

"พ่อ ผมก็ฆ่ามันเยอะนะ! ผมฆ่ามันเยอะะะะะะะมากกกกก!"

"ใช่แล้ว พ่อภูมิใจในตัวลูกนะ"

"ผมจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งได้ใช่ไหม?"

"แน่นอนว่าลูกทำได้แน่"

ยูอิลฮานได้ลูกหัวของยูมิลและตรวจดูค่าสเตตัสของยูมิล เขาได้พบว่ายูมิลได้เปลื่ยนจากมังกรทารกไปเป็นมังกรเด็กและเวเลาเขาก็อยู่ที่ 55 แล้ว สิ่งนี้มันเกิดขึ้นภายในวันเดียวจากวันที่เขาเกิด

เมื่อมองไปถึงสกิลเขาก็ต้องปากค้าง บางทีอาจจะเป็นเพราะภายใต้การเลื่อนคลาสทำให้ยูมิลมีสกิลทั้งแบบใช้งานและติดตัวใหม่ๆหลากหลายขึ้น และสกิลเวทย์ลมระดับกลางก็เพิ่มเลเวลไปถึง 39 แล้ว การปกปิดตัวตนก็ยิ่งใหญ่กว่านั้นมากเพราะเลเวลมันไปถึง 47 ไม่ว่าสถานการณ์นี่มันจะพิเศษยังไงก็เถอะ.... ยูอิลฮานได้แต่ตกตะลึง

"มังกรเป็นสิ่งมีชีวิตที่โกงเกินไปจริงๆ แล้วก็ไม่มีเควสคลาส 2 เลยหรอ?"

[มังกรเป็นเผ่าพันธ์ที่ได้รับการยอมรับเป็นสิ่งมีชีวิตคลาส 4 ตั้งแต่เกิดแล้ว ดังนั้นมันไม่มีทางที่พวกเขาจะต้องทำเควส] (เอิลต้า)

[แต่นายไม่คิดว่ามิลเป็นอัจฉริยะในหมู่มังกรหรอ? การพัฒนาของเขาเร็วเกินไป สมแล้วที่เป็นลูกของฉัน] (เลียร่า)

[ใครไปเป็นลูกของเธออีกแล้วนะ?] (เอิลต้า)

ไม่มีเควส? นี่มันจะโกงเกินไปแล้ว! ถ้าหากว่ามันไม่ใช่ว่ามิลเป็นลูกของเขา ยูอิลฮานก็คงจะบ่นออกไปแล้ว แต่ว่าเมื่อได้เห็นตัวยูมิลเล็กๆที่มุดซุกอยู่ในอกของเขา อารมณ์โมโหที่ปะทุขึ้นมาก็เย็นลงไป

ใช่แล้ว มันไม่เป็นไรเพราะมิลน่ารัก

[แล้ว นายมั่นใจนะว่าพวกนั้นจะไม่แทงข้างหลังนายอิลฮาน] (เลียร่า)

เลียร่าที่ไม่ได้รู้ในเรื่องที่เกิดขึ้นในเกตเหมือนกับเอิลต้าได้ถามขึ้นมาอย่างเป็นกังวล ยูอิลฮานได้หยักหน้ารับ

"ฉันได้ใช้สกิลการปกครองกับเธอแล้วก็ตรวจสอบดูแล้ว มันไม่เป็นไรหรอก"

[แล้วมันไม่ใช่ว่านายยอมรับเธอเพราะว่าเธอสวยนะ?] (เลียร่า)

ยูอิลฮานได้กระพริบตา นี่มันเป็นเพราะว่าเธอพูดตรงจนเขาคาดไม่ถึง

"เธอเป็นมอนสเตอร์นะ มีส่วนไหนที่ 'น่ารัก' น่ะ?"

[มังกรก็เป็นมอนสเตอร์เหมือนกัน...?] (เลียร่า)

"หืม เธอพูดถูกนะ ดังนั้นมันก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องกังวลเรื่องนั่นใช่ปะ...?"

ความคิดของยูอิลฮานได้เปลื่ยนไปแล้ว เลียร่าได้สิ้นหวังขึ้นมาด้วยความคิดที่ว่าเธอไม่น่าพูดแบบนั้นออกไปเลย และเอิลต้าก็มองมาที่เธอ แต่ว่าโชคดีที่ยูอิลฮานได้เสริมขึ้นมาก่อน

"ไม่ว่ายังไงมันก็ไม่สำคัญหรอก ในท้ายที่สุดพวกนั่นก็แค่ลูกน้องของฉัน มันไม่มีทางที่พวกนันจะชอบฉัน กลับกันเลยมันจะเป็นปาฏิหาริย์มาหากว่าพวกนั้นไม่เกลียดฉัน"

"ผมไม่ได้เป็นแค่ลูกน้องนะครับ สำหรับท่านจักรพรรดิแล้ว ผมสามารถมอบชีวิตให้ท่านได้!"

"ถะ ถ้างั้นของผมเป็นวิญญาณ!"

"ขะ ของฉันเป็นบันทึกทั้งหมดเลย!"

ทูตสวรรค์ได้โล่งใจขึ้นกับคำพูดของยูอิลฮาน และเอลฟ์ที่ไม่ได้ยินคำพูดของทูตสวรรค์ได้พึมพัมในสิ่งไร้สาระออกมา และยูมิลที่ได้ยินคำพูดพวกนี้มาตั้งแต่ที่เกิดได้ยิ้มขึ้นมาอย่างน่ารัก

หลังจากกลับมาบ้านแล้ว ยูอิลฮานได้ตรงไปหลับอยู่แค่เพียงสองชั่วโมงซึ่งนั่นก็พอแล้ว

ยกเว้นก็แต่ยูมิลที่ยังเด็กจำเป็นต้องนอนมากๆ ทุกๆคนต่างก็หลับลงไปสั้นๆและมุ่งหน้าไปห้องทำงานและเริ่มทำการชำแหละต่ออย่างสงบ มีเพียงแค่เอิลต้าที่ถูกทิ้งไว้ดูแลเด็กเท่านั้น

"พวกนายยินดีด้วยนะ ถ้าชำแหละพวกเผ่ามังกรหมดแล้วต่อไปก็จะเป็นพวกหมาป่า"

"ผมมีความสุขจริงๆเลยครับท่านจักรพรรดิ"

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า...."

อย่างแรกยูอิลฮานได้เอาศพของเผ่ามังกรออกมาเพื่อให้เอลชำแหละและเขาก็ได้เอาเนื้้อที่ครบกำหนดในถังออกมา พิษทั้งหมดได้ถูกล้างออกไปและกระทั่งมีลมหายใจเก็บไว้อยู่มาซึ่งมันได้กลายเป็นแอลกอฮอล์ที่น่าทึ่งไปยิ่งกว่าเดิม

จากนั้นเขาก็ได้เติมเลือดกับเนื้อมังกรลงไปใหม่ มันยังคงมีเนื้อมังกรอยู่อีกจำนวนมากที่ยังรออยู่ มันมากพอที่จะใช้ไปได้หลายชั่วอายุคนเลยล่ะ!

"พวกถ้าทำงานที่ยากลำบากเสร็จแล้วก็มานี่นะ ฉันจะย่างเนื้อมังกรให้กิน"

"เย้!"

"ผมประทับใจมากเลยครับท่านจักรพรรดิ"

ยูอิลฮานได้ประกาศว่าจะเอาเนื้อมังกรมาทำอาหารและพวกเอลฟ์ต่างก็ยินดีกับคำประกาศนี้

ถ้าหากว่าเอิลต้าอยู่ที่นี่เธอคงจะถอนหายใจและบอกออกมาว่าภาพลักษณ์ของเขาไม่เหมาะสมกับพ่อคนเลย แต่ว่าเลียร่าที่อยู่ที่นี่ต่างไปจากเอิลต้าโดยสิ้นเชิง สิ่งที่เธอพูดก็คือ

[ฉันก็อยากกินด้วยนะ นั่นมันฟังดูน่าอร่อย] (เลียร่า)

"รออีกนิดนะ"

เนื่องจากว่าพิษมังกรส่วนใหญ่ได้ถูกล้างออกไปผ่านการหมักในถังแล้วทำให้เหลือพิษแค่น้อยนิด ความต้านทานพิษระดับต่ำกน่าจะพอแล้ว และต่อให้คนที่ไม่มีความต้านทานพิษก็คงจบแค่การมึนงงเล็กน้อยเท่านั้นเอง

[นี่มันค่อนข้างจริงจังเลยนะ!?] (เลียร่า)

"มันไม่เป็นไร ฉันได้ยระดับความแข็งแกร่งของพวกเอลฟ์เพื่อให้พวกเขามีความต้านทานพิษระดับต่ำเป็นอย่างน้อย"

"ฉันมีความต้านทานพิษระดับกลางค่ะท่านจักรพรรดิ"

ฟีเรียที่เป็นคลาสโจรย่อมเชี่ยวชาญในด้านพิษอยู่แล้ว เธอยังได้จัดการชำแหละเสร็จก่อนคนอื่นๆเล็กน้อยด้วย

"เยี่ยม ฉันจะให้เธอก่อนเลย"

"เป็นเกียรติมากค่ะ"

ยูอิลฮานได้จัดการทำบาบีคิวเนื้อมังกรและล้างเนื้อก่อนที่จะทำให้มันร้อนขึ้นด้วยเพลิงนิรันดร์ ต่อมาเขาได้หันมันเป็นชิ้นๆพอดีคำและเอาไปย่าง เมื่อกระบวนการทั้งหมดนี้ได้ถูกทำจนเสร็จกลิ่นหอมหวลยากทานทนก็ลอยออกมา

"ว้าว ฉันก็ยินดีกับจุดๆนี้เหมือนกันนะ"

[สกิลทำอาหารได้กลายเป็นเลเวล 54 คุณสามารถทำอาหารได้หลากหลายอย่างเชี่ยวชาญมากยิ่งขึ้นและอาหารที่ปรุงขึ้นจะมีความลึกซึ้งและรสชาติที่หลากหลายมาขึ้น]

เพียงแค่การย่างเนื้อมังกรก็ทำให้เลเวลสกิลเขาเพิ่มมาถึง 5 เลเวลแล้้ว! เพียงแค่นี้มันก็เพียงพอกับเวลาที่ต้องเสียไปกับการหมักเนื้อแล้ว ยูอิลฮานกระทั่งยิ่งมีความสุขมากขึ้น

ยังไงก็ตามเนื่องจากเขาได้สัญญาไว้แล้วชิ้นแรกนี้จึงเป็นของฟีเรีย เมื่อเขาได้หยิบชิ้นเนื้อที่ย่างอย่างพอดีนี้ขึ้นมาด้วยตะเกียบ ฟีเรียก็ได้หลับตาลงและเอาชิ้นเนื้อเข้าไปในปากของเธอ นี่คือครั้งแรกที่เอลฟ์จากต่างโลกได้ลิ้มลองเนื้อมังกร

"อ๊าาาาา"

เมื่อได้กินเนื้อมังกรไปแล้วเธอก็ไม่อาจจะพูดอะไรได้นอกจากอุทานออกมา สองตาของเธอได้เต็มไปด้วยน้ำตาเช่นกัน ยูอิลฮานได้สงสัยในรสชาติที่เธอรู้สึกและลองกินลงไปชิ้นหนึ่ง

ดวงตาทั้งสองข้างเขาได้เปิดกว้างทันที ถ้าหากว่าตาเขาส่องแสงได้มันคงมีแสงสีทองออกมาแล้ว

"โอ้ โอ้วววววววววว!"

[ฉันว่าแล้วว่านายจะพูดแบบนั้น] (เลียร่า)

"เนื้อมันละลายในปากทันทีที่ฉันกัดมันลงไป นอกไปจกนี้ยังมีความรู้สึกที่นุ่มนวลเหมือนมีอยู่แต่ก็ไม่มีอยู่ด้วย ความหอมมันได้ระเบิดอบอวนในปากของฉัน มันเหมือนกับมีงานเทศกาลบางอย่างเกิดขึ้นในปากของฉันเลย! โอ้วววว!"

[นายซ้อมพูดแบบนั้นมาหรอ?] (เลียร่า)

มันอร่อยถึงขนาดนั้นเลยหรอ? ในจุดๆนี้แล้วเลียร่าอดไม่ได้ที่จะไปตรวจสอบดู จริงๆแล้วแม้กระทั่งเธอที่ได้ฆ่ามังกรมามากก็ยังไม่เคยกินเนื้อมันสักชิ้นเลย

ยังไงก็ตามเพียงแค่เธอได้เอาตะเกียบมาจากยูอิลฮานและคีบชิ้นเนื้อลงไป วงแหวนทูตสวรรค์บนหัวของเธอก็ได้ส่องแสงออกมา มีทูตสวรรค์ติดต่อมาหาเธอ

เลียร่าได้รับข้อความที่เข้ามานั่นอย่างไม่พอใจที่ขัดการกินของเธอ ทูตสวรรค์คนที่ติดต่อมาเธอก็รู้จักเป็นอย่างดีนั่นคือสเปียร่า

[เลียร่า กองทัพสวรรค์ได้ตัดสินใจแล้ว เนื่องจากกลุ่มสิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับโลกได้แสดงการเคลื่อนไหวที่น่าสงสัยออกมาในตอนนี้ฉันจึงต้องการความช่วยเหลือจากยูอิลฮาน เธอได้บอกว่าเขาได้กลายมาเป็นคลาส 3 แล้วจำนวนทูตสวรรค์ที่เขาทำสัญญาได้ก็เพิ่มขึ้นแล้วใช่ไหม?]

[...]

จากคำพูดที่กระทันหันนี้ทำให้เลียร่าพูดไม่ออกและตัวนิ่งไป

ในตอนนี้ภาระของยูอิลฮานกำลังจะเพิ่มขึ้นแล้ว

จบบทที่ บทที่ 117 - ทุกคนรวมพลังเป็นหนึ่ง (1) [อ่านฟรีวันที่ 08/02/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว