- หน้าแรก
- บริหารช่างมัน ผมแค่อยากใช้เงิน
- บทที่ 175 [ฟรี]
บทที่ 175 [ฟรี]
บทที่ 175 [ฟรี]
บทที่ 175 [ฟรี]
ไม่จำเป็นต้องนัดหมายอะไรให้วุ่นวาย
บริษัทมีขนาดเล็ก แถมไม่มีพนักงานต้อนรับหรือเลขา เป็นกิจจะลักษณะ พวกเราเลยแค่ดุ่มๆ เข้าไปหาเลย
“ที่นี่ใช่ไหม?”
“ครับ ก็... เขาว่าอย่างนั้น”
หน้าตึกแถวขนาดเล็กสูง 5 ชั้นที่ไม่มีแม้แต่ลิฟต์
“.......”
เทนเนสซีทำหน้าลำบากใจ
แต่ปฏิกิริยานั้นก็อยู่ได้ไม่นาน
“คิดในแง่ดีเข้าไว้ครับ”
“ครับ?”
“ถ้าขนาดเล็ก การเข้าซื้อกิจการก็น่าจะง่ายขึ้นด้วย”
“อ้อ”
“เข้าไปกันเถอะ”
โชคดีที่ไฟในออฟฟิศยังเปิดอยู่
ก๊อก ก๊อก
“มีใครอยู่ไหมครับ?”
ก๊อก ก๊อก
หลังจากโจซูด็อกเคาะประตูอยู่ไม่กี่ครั้ง
แอ๊ด
เสียงเหล็กเสียดสีอันเป็นเอกลักษณ์ของประตูเหล็กเก่าๆ ดังขึ้น พร้อมกับชายผิวขาววัย 40 ปีโผล่หน้าออกมา
แม้ตัวจะไม่สูงแต่รูปร่างบึกบึน
ทั้งที่อากาศตอนกลางคืนค่อนข้างหนาว แต่เขากลับใส่เสื้อแขนสั้น
“พวกคุณเป็นใคร?”
โจซูด็อกยิ้มกว้างพร้อมยื่นมือออกไป
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ ใช่คุณดิมิทรีหรือเปล่าครับ?”
“ก็ใช่ครับ ทำไมเหรอ?”
“เครื่องดื่มชูกำลัง... เรดบูลใช่ไหมครับ?”
ความเงียบก็คือคำตอบรับนั่นแหละ
“โอ้โฮ มาถูกที่จริงๆ ด้วย พอดีพวกเรารีบบิ่งมาจากอังกฤษ... ใจร้อนไปหน่อยเลยไม่ได้ติดต่อมาก่อน บุกมาหาดื้อๆ แบบนี้ต้องขออภัยด้วยนะครับ”
“......?”
“ผมชื่อโจซูด็อกครับ”
“แล้วตกลงพวกคุณเป็นใครกันแน่......”
“การจะรู้ว่าพวกเราเป็นใครไม่ใช่เรื่องยากหรอกครับ เข้าไปจิบชาคุยกันข้างใน... ใช่ครับ คุยกันสบายๆ ดีไหมครับ?”
โจซูด็อกทำหน้าที่ปูทางให้จนถึงขั้นนี้แล้ว
ตอนนี้หน้าที่ในการนำบทสนทนา ปรับความเห็นให้ตรงกัน และสร้างผลลัพธ์ เป็นของเทนเนสซีล้วนๆ
โชคดีที่เทนเนสซีดูไม่ตื่นเต้นเลย
“ขอเข้าเรื่องเลยนะครับ ผมอยากจะขอซื้อบริษัทของคุณ”
“ก็เอาสิครับ”
“......?”
“อย่างที่เห็นว่ามันใกล้จะเจ๊งอยู่รอมร่อ ถ้าคุณซื้อไปผมก็ต้องขอบคุณสิครับ”
มาถึงตรงนี้คิดว่าหมูตู้แล้ว
มันจะง่ายดายขนาดนี้เชียวหรือ
แต่ทว่า ปัญหากลับเกิดขึ้นในจุดที่คาดไม่ถึง
“ถ้าให้เงินน้อยผมก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องขาย แต่ถ้าให้เยอะ ผมก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องอยู่ต่อเหมือนกัน”
ข้อแรกไม่ใช่ปัญหา
เรื่องเงินน่ะจ่ายให้ได้ไม่อั้นอยู่แล้ว
ปัญหาคือข้อหลังต่างหาก
“ผมพูดผิดตรงไหน? ถ้าได้เงินก้อนโตมา ผมก็ต้องรีบเกษียณไปกินๆ นอนๆ สิ เรื่องอะไรต้องมาทนทำงานลำบากตรากตรำอีกล่ะ”
“แล้วถ้าเงื่อนไขการซื้อกิจการ คือการที่คุณต้องอยู่บริหารบริษัทต่อล่ะครับ?”
“พวกคุณต้องการอะไรจากผมกันแน่?”
“ครับ?”
“สรุปแล้ว หวังอะไรจากผม... ถึงได้เตรียมเงินก้อนโตขนาดนั้นมาฟาดหัวน่ะ?”
เป็นคำถามที่ง่ายแสนง่าย
“.......”
แต่เทนเนสซีกลับตอบไม่ได้
เหตุผลนั้นเรียบง่าย
เพราะทั้งหมดนี้เป็นไอเดียของพัคจีฮุน
เขาแค่ได้ยินว่าจะทำธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง แต่ไม่เคยฉุกคิดเลยว่าทำไมถึงต้องดึงตัวดิมิทรีไว้ให้ได้
“ถ้าลำบากใจที่จะตอบ งั้นแค่จ่ายเงินมาก็พอครับ โดยมีเงื่อนไขว่าผมจะไม่ทำงานต่อ แค่นั้นก็ได้ไม่ใช่เหรอ?”
ตอนที่เขาพูดมาถึงตรงนั้น
“โธ่เอ๊ย”
“......?”
“ดูท่าท่านประธานคงจะเครียดกับงานมาตลอดสินะเนี่ย”
โจซูด็อกแทรกตัวเข้ามาอย่างแนบเนียน
“ขนาดบอกว่าจะดูแลให้อย่างดี ยังรีบพูดเรื่องเกษียณก่อนเลย แสดงว่าที่ผ่านมาคงเหนื่อยมากสินะครับ ใช่ไหม?”
เป็นจังหวะที่พอดิบพอดี
ถ้าช้ากว่านี้อีกนิด บรรยากาศคงเปลี่ยนจากตึงเครียดเป็นเย็นยะเยือกแน่ๆ
“ก็แหงล่ะ ทำงานจนดึกดื่นป่านนี้ ไม่เหนื่อยก็แปลกแล้ว ท่านประธานครับ วันนี้เลิกงานกลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ อาบน้ำร้อนให้สบายตัวแล้วค่อยๆ นอนคิดดู พูดกันตามตรง เงื่อนไขมันก็ไม่ได้แย่ไม่ใช่เหรอครับ จริงไหม?”
“เงื่อนไขน่ะดีจนน่าตกใจเลยล่ะ”
“นั่นไง! ก่อนนอนคุณอาจจะเผลอหัวเราะออกมาก็ได้ งั้นหลับหูหลับตาเซ็นสัญญาไปเลย ดีลไหม?”
“ดูท่าคุณคงทำงานด้านนี้มาเยอะสินะ”
“ก็แค่ผ่านไปผ่านมาเห็นบ่อยน่ะครับ เยอะอยู่”
หลังจากโจซูด็อกหัวเราะเบาๆ
“ท่านประธานครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราจะมาใหม่ บทสนทนาที่ยังค้างคาไว้ เดี๋ยวเราค่อยมาคุยกันให้เข้มข้นกว่านี้”
“ครับ เอาสิ”
“งั้นขอตัวนะครับ”
“อ๊ะ เดี๋ยวก่อน”
“......?”
“อุตส่าห์มากันตั้งไกล เอาไอนี่ติดมือกลับไปสิครับ”
ดิมิทรีเดินไปที่ตู้เย็นขนาดเล็กที่สูงไม่เกินต้นขา
ไม่รู้ว่ายัดเข้าไปยังไงจนแน่นเอี๊ยด
ครืด
ทันทีที่เปิดประตูตู้เย็น กระป๋องสีเงินก็ร่วงกรูลงมา
“ตะ แต่พวกที่อยู่ลึกๆ สะอาดนะครับ”
ดิมิทรีหยิบกระป๋องสีเงินเหล่านั้นขึ้นมาแจกให้ทั้งสองคน
“ลองดื่มดูครับ ชีวิตของคุณจะติดปีกบินได้เลย”
ภายในรถที่มุ่งหน้ากลับโรงแรม
จิตใจของเทนเนสซีกำลังสับสน
เขาไม่ได้คิดตื้นๆ ว่าเงินจะซื้อได้ทุกอย่าง
แต่ทว่า
เสนอเงินไปขนาดนั้น ไม่นึกเลยว่าจะโดนปฏิเสธหน้าหงายกลับมา
“เขาพูดจริงหรือเปล่าครับ?”
“ไม่รู้สิครับ คงต้องรอดูกันอีกหน่อย......”
“ถ้าไม่อยากทำงาน การต่อรองระยะเวลาสัญญาจ้างงานก็น่าจะเป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอครับ?”
“ครับ โดยปกติก็เป็นอย่างนั้น”
ดูเหมือนโจซูด็อกจะมีเรื่องอยากพูดเยอะทีเดียว
“โดยปรกกติก็น่าจะเป็นอย่างนั้นครับ แต่พวกหัวกะทิที่ท่านประธานของเราจิ้มเลือกมา แต่ละคนไม่เห็นจะเป็นอย่างนั้นเลย”
“.......”
“แปลกพิลึกนะครับ หรืออาจจะเป็นเพราะความแปลกพิลึกนั่นแหละ ถึงได้ไปเข้าตาท่านประธานของเรา”
“แสดงว่ามีเคสที่ไม่สนเรื่องเงินอยู่หลายคนสินะครับ”
“แน่นอนครับ มีพอสมควรเลย”
“แล้วตอนนั้นจีฮุนทำยังไงเหรอครับ?”
“อืม... แต่ละครั้งก็ใช้วิธีต่างกันไปครับ”
ถึงอย่างนั้น โจซูด็อกก็เล่ากรณีตัวอย่างให้ฟังทันที
เบเกอร์ ผู้ที่เคยโวยวายว่าจะเผาภาพวาดทิ้งเพราะไม่ต้องการเงิน!
“ท่านประธานน่ะครับ ส่งผมไปสืบดูที่บ้านหมอนั่นอย่างละเอียดถี่ยิบเลย ตั้งแต่อ่านหนังสือพิมพ์อะไร ในตู้โชว์มีอะไรวางอยู่บ้าง หรือแม้กระทั่งในตะกร้าซักผ้ามีเสื้อผ้ากองอยู่เท่าไหร่......”
ทำเพื่อสืบหารสนิยมงั้นเหรอ
เพราะเจ้าตัวบอกไม่เอาเงิน.......
หมายความว่า รวบรวมข้อมูลมากมายขนาดนั้นเพื่อค้นหาว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่?
“บางทีความสามารถที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของท่านประธาน อาจจะเป็นการชนะใจคนก็ได้ครับ ไม่อย่างนั้น... ต่อให้อุตส่าห์หาคนเก่งเจอ แต่ถ้าเขาดื้อแพ่งเหมือนวันนี้ มันก็ไปต่อไม่ได้จริงไหมครับ”
แต่พัคจีฮุนไม่เพียงแค่โน้มน้าวได้ แต่ยังดึงคนคนนั้นมาเป็นพวกได้ในที่สุด
โจซูด็อกที่นั่งอยู่ตรงหน้านี้ก็เป็นพยานปากเอก ไหนจะฟาเบอร์อีกคน
และที่สำคัญที่สุด
ทายาทตระกูลกรอสเตอร์ผู้เย่อหยิ่งคนนี้ก็เช่นกัน!
พอคิดได้ดังนั้น รอยยิ้มเก้อเขินก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเทนเนสซี
‘การชนะใจคนงั้นเหรอ’
เป้าหมายที่ช่างแปลกประหลาดสำหรับผู้สืบสายเลือดกรอสเตอร์อย่างเขา
ก็ตระกูลดยุกมักจะเป็นฝ่ายเลือกเสมอ ไม่เคยต้องมายืนอยู่ในจุดที่ต้องรอให้ใครเลือกนี่นา
ถ้าให้ใช้กำลังกดขี่ข่มเหงยังจะง่ายซะกว่า.......
“ลำบากจังแฮะ”
“ครับ?”
“สุดท้ายแล้วการทำธุรกิจ คือการชนะใจผู้บริโภคสินะครับ”
พยักพยัก
“แต่ผมดันอ่อนหัดเรื่องนี้เป็นพิเศษ......”
“เอาน่า ใครมันจะไปเก่งตั้งแต่เกิดล่ะครับ ก็เริ่มเรียนรู้ซะตั้งแต่ตอนนี้สิ”
“.......”
“เรื่องด้านนี้ท่านประธานของเราถือเป็นท็อปออฟเดอะท็อป! แค่คุณคอยจับตาดูอยู่ข้างๆ ต้องได้อะไรกลับไปแน่ครับ”
จะว่าไป ไอ้วิธีคิดที่ไปค้นดูแม้กระทั่งตะกร้าซักผ้านี่มันคิดออกมาได้ยังไงนะ
ในขณะที่เทนเนสซีกำลังทึ่งอยู่เงียบๆ
‘...อา!’
จู่ๆ บางสิ่งก็แวบเข้ามาในหัว
“กลับรถครับ”
เทนเนสซีสั่งคนขับรถด้วยน้ำเสียงร้อนรน
“จำจุดที่เราขึ้นรถได้ไหม? กลับไปที่นั่นเลยครับ เร็วเข้า!”
ไฟในออฟฟิศของดิมิทรีดับลงแล้ว
บ้าจริง มาช้าไปเหรอ?
ในจังหวะที่เทนเนสซีกำลังจะถอนหายใจออกมา
‘โอ้!’
เขาก็เห็นดิมิทรีเดินลงมาจากบันได
ดิมิทรีบิดขี้เกียจด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปทางลานจอดรถด้านหลัง
“ลงกันเถอะ”
“ครับ?”
“เดี๋ยวผมจ่ายเงินให้ ไม่ต้องทอนนะครับ”
เทนเนสซีก้าวลงจากรถอย่างรวดเร็ว ทำเอาโจซูด็อกต้องรีบตามลงมาด้วยความตกใจ
ตอนนี้เที่ยงคืนกว่าแล้ว
แน่นอนว่าถนนหนทางเงียบสงัด
ขณะที่ทั้งสองคนเดินไปใกล้ถึงลานจอดรถ
บรื้นนนนน!
เสียงคำรามของเครื่องยนต์หนักแน่นดังแว่วมา
เสียงที่ชวนให้นึกถึงเสียงฝีเท้าม้า
ครู่ต่อมา รถยนต์สีน้ำเงินที่แล่นออกจากลานจอดรถ ก็มีดิมิทรีนั่งอยู่หลังพวงมาลัยจริงๆ
เขาเองก็น่าจะเห็นทั้งสองคนเช่นกัน
รถชะลอความเร็วลง ก่อนที่กระจกจะเลื่อนลงมา
“ยังอยู่อีกเหรอครับ?”
“.......”
“ลืมของไว้เหรอครับ?”
“ยังหาที่พักไม่ได้น่ะครับ”
“แถวนี้มีโรงแรมดีๆ อยู่เยอะนะครับ”
“ครับ กำลังจะไปครับ”
การสนทนาที่ไร้วิญญาณนี้เกิดขึ้นเพราะจิตใจของเทนเนสซีจดจ่ออยู่กับรถยนต์คันนั้น
รถยนต์คือทรัพย์สินที่มีราคาแพงรองจากบ้าน
แค่สังเกตรถให้ดี ก็พอจะเดานิสัยเจ้าของรถได้คร่าวๆ
เหตุผลที่เทนเนสซีรีบสั่งให้วนรถกลับมา!
ก็เพื่อจะมาดูรถของดิมิทรีให้เห็นกับตานี่แหละ
“งั้นผมไปได้แล้วใช่ไหม?”
“ครับ เจอกันพรุ่งนี้ครับ”
บรื้น!
เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มเกินขนาดรถไปมาก
น่าจะโมดิฟายมาแน่ๆ
หลังจากรถแล่นออกไปไกลแล้ว เทนเนสซีถึงหันกลับมาพูดกับโจซูด็อก
“พอจะมีสมุดจดไหมครับ?”
โรงแรม ห้องพักของเทนเนสซี
ในสมุดจดเต็มไปด้วยข้อมูลเกี่ยวกับรถคันนั้น
รุ่นรถ โตโยต้า AE86
รถที่ขับสนุกตามแบบฉบับ
รถที่เน้นความสนุกในการขับขี่
เป็นรุ่นที่หาคนรู้จักในยุโรปได้ยาก จนได้ฉายาว่า ‘ดริฟต์แมชชีน’!
แน่นอนว่าภายในรถก็ตกแต่งอย่างอลังการ
เริ่มจากเบรกมือที่ถูกดัดแปลงมาแล้ว
นึกออกใช่ไหม
ไอ้ก้านยาวๆ ที่ดึงขึ้นมาเพื่อใช้ดริฟต์ได้ง่ายๆ นั่นน่ะ
แน่นอนว่าเบาะนั่งก็ไม่ใช่ของเดิม
เขาติดเบาะสำหรับรถแข่ง เพื่อให้ตำแหน่งที่นั่งต่ำติดพื้นที่สุด
‘ขนาดนี้มันเข้าขั้นบ้าเข้าเส้น แล้วมั้ง?’
ยางรถยนต์ก็ใช้รุ่นท็อปสุดของพิเรลลี
ถ้าไม่ได้เอาไปแข่ง จะเอายางระดับนั้นมาใส่โตโยต้า 86 ทำไมกัน
ขอเดาว่า
‘หมอนี่บ้าการขับรถเข้าขั้นคลั่งไคล้เลยแหละ’
ใช่ เรื่องนั้นชัดเจนแล้ว
อืม
มาถึงตรงนี้ก็ถือว่าพอจะเลียนแบบพัคจีฮุนได้บ้างแล้ว
แล้วสรุปคืออะไร?
ต่อให้รู้ว่าดิมิทรีเอารถโตโยต้า 86 ไปดริฟต์เล่นกลางสี่แยก แล้วมันจะช่วยเรื่องการซื้อกิจการเรดบูลยังไง?
พอคิดมาถึงตรงนี้
“เฮ้อ”
เสียงถอนหายใจยาวเหยียดก็เล็ดลอดออกมา
นั่นสินะ ถ้าแค่เลียนแบบแล้วทำได้สำเร็จ ป่านนี้ใครๆ ก็คงเป็นพัคจีฮุนกันหมดแล้ว
เทนเนสซียิ้มขืนๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียง
จ้องสมุดจดไปก็ไม่ได้ช่วยให้เกิดทางออก
นอนก่อนดีกว่า
วันนี้พอแค่นี้ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่
“.......”
เวรเอ๊ย หรือจะเป็นเพราะดื่มเครื่องดื่มชูกำลังตอนดึก
หลับตายังไงก็ไม่ยอมหลับ
‘ไม่น่าเสนอหน้าว่าจะมาซื้อกิจการเล้ย’
ถ้าเป็นพัคจีฮุน คงจัดการเสร็จไปนานแล้ว.......
นี่เราหาเรื่องใส่ตัวทำให้งานมันยุ่งยากขึ้นหรือเปล่านะ
แกรก แกรก
‘มาเสียใจตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร’
หลังจากนั้นเทนเนสซีก็นอนลืมตาโพลงครุ่นคิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า
‘แค่เลียนแบบอาจจะไม่ใช่คำตอบ’
แต่ว่าตอนนี้.......
นอกจากเลียนแบบพัคจีฮุนแล้ว ก็ไม่เห็นจะมีวิธีอื่นเลยนี่นา!
เทนเนสซีเลยพยายามย้อนนึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับพัคจีฮุนอย่างตั้งใจ
‘ทำไมฉันถึงได้เป็นเพื่อนกับพัคจีฮุนนะ?’
อืม เหตุผลไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย
มันมีความปรารถนาที่ถูกซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิดในลิ้นชักลึกสุดใจ
พัคจีฮุนดึงมันออกมา และทำให้มันเผยตัว
หมอนั่นไม่ได้หัวเราะเยาะว่าลูกผู้ดีตระกูลสูงส่งทำไมถึงชอบของพรรค์นี้
นอกจากจะไม่หัวเราะเยาะแล้ว ยังเข้าใจและชอบไปพร้อมกับเขาด้วย
น่าจะเริ่มตั้งแต่ตอนนั้นแหละมั้ง
ที่เทนเนสซีเริ่มเปิดประตูหัวใจ
‘เดี๋ยวนะ!’
ความปรารถนาที่ถูกซุกซ่อนไว้อย่างมิดชิดในลิ้นชักลึกสุดใจ
แค่ดึงมันออกมา และชอบมันไปด้วยกัน ก็สามารถเปิดใจได้งั้นเหรอ?
ถ้าพูดอีกอย่างคือ
ถ้าสามารถรู้ได้ว่าในลิ้นชักของคนอื่นมีอะไรซ่อนอยู่!
‘ก็หมายความว่าฉันอาจจะเปิดใจดิมิทรีได้เหมือนกัน?’
เทนเนสซีดีดตัวลุกขึ้นนั่ง
เขารีบเปิดไฟและก้มลงมองสมุดจดอีกครั้ง