เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 165 [ฟรี]

บทที่ 165 [ฟรี]

บทที่ 165 [ฟรี]


บทที่ 165 [ฟรี]

ในขณะเดียวกัน

เดวอนเชียร์ปี 1 อย่างออกนอกหน้าอยู่แล้ว

ถึงจะว่าไปก็เถอะ

ครูจะมาเลือกที่รักมักที่ชังแบบโจ่งแจ้งมันก็...

'ทำไมจะทำไม่ได้?'

พูดกันตามตรง เขาไม่ใช่กรรมการสักหน่อย

ในเมื่อปี 1 ขอความช่วยเหลือ ก็ขอเข้าข้างหน่อยจะเป็นไรไป

'ถ้าไม่พอใจก็ไล่ออกสิ'

เดวอนเดินเข้าห้องพักครูด้วยท่าทีองอาจ

ยังไงวันนี้ก็วันเสาร์ ไม่มีคนอยู่แล้ว

กะว่าจะนั่งอ่านคิงส์แมนสบายๆ ใกล้เวลาแข่งค่อยออกไป

แต่ตอนนั้นเอง

"หือ?"

ถุงช้อปปิ้งใบหนึ่งดึงดูดสายตาเขา

อะ ซูพรีมนี่นา?

วางเด่นหราอยู่บนโต๊ะของเดวอนแบบนี้.......

'อย่าบอกนะว่าของฉัน?'

ไม่มีใครตามมาสักหน่อย

ฟรึ่บ

เดวอนพุ่งเข้าไปคว้าถุงช้อปปิ้งราวกับเสือดาวตะปบเหยื่อ

ข้างในมีเสื้อรักบี้ไซส์ 4XL รุ่นสั่งทำพิเศษวางอยู่อย่างสง่างาม

พร้อมกับโน้ตที่แนบมาด้วย

<เปิดตัวครั้งแรกกับคอลแลป ซูพรีม X กุชชี่ มอบให้เป็นพิเศษสำหรับโค้ชทีมปี 1 จะเป็นพระคุณอย่างยิ่งหากท่านสวมใส่ในการแข่งขัน>

พระเจ้าช่วย!

คอลแลปกับกุชชี่นี่ของหายากระดับแรร์ไอเทมเลยนะ เฮ้ยยยย?

ให้โค้ชใส่ฟรีๆ เลยหรอ!

'คุ... คุ้มค่าที่เข้าข้างจริงๆ!'

เดวอนถอดเสื้อตัวเดิมทิ้งด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข

แล้วคว้าเสื้อรักบี้มาใส่ทันที

"โอ้โห!"

ทรงสวยบาดใจอยู่แล้ว

"ทำไมนุ่มขนาดนี้?"

แถมเนื้อผ้ายังสุดยอดอีกต่างหาก!

ไม่นึกเลยว่าบุญพาวาสนาส่งเพราะลูกศิษย์แท้ๆ

ขณะที่เดวอนกำลังยิ้มแก้มปริ

จอแจ จอแจ

จู่ๆ นอกห้องพักครูก็เกิดเสียงดังอึกทึก

ครู่ต่อมา

หลังเสียงเคาะประตูเพียงไม่กี่ครั้ง ผู้คนก็แห่กันทะลักเข้ามาในห้อง

"คุณคือครูที่ปรึกษาชมรมรักบี้ใช่ไหมครับ?"

"การดวลระหว่างปี 1 กับปี 2 ได้รับความสนใจจากสื่อมหาศาล ปฏิกิริยาของนักเรียนเป็นยังไงบ้างครับ?"

"มีคนมองว่านี่คือการปะทะกันระหว่างกรอสเตอร์และแฮร์ริส ในโรงเรียนมีความขัดแย้งอะไรไหมครับ?"

"คิดว่าผลการแข่งวันนี้จะเป็นยังไงครับ?"

คำถามจากนักข่าวถาโถมเข้ามาไม่หยุด

เดวอนเลือกตอบเฉพาะคำถามที่เข้าหูตามสไตล์ของตัวเอง

"ถ้าต้องวางเดิมพัน ผมเทหมดหน้าตักให้ปี 1 ครับ"

"ขะ ขนาดนั้นเลยเหรอครับ ความต่างชั้นมันเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ?"

ไม่ใช่หรอก

'ทรัพย์สินทั้งหมดของฉันมันก็มีอยู่แค่ไม่กี่ปอนด์เอง'

ไหนๆ ก็ได้ซูพรีมมาฟรีแล้ว ขออวยไส้แตกหน่อยแล้วกัน!

"ปี 1 ชนะใสๆ ครับ!"

อาจเป็นเพราะคำทำนายที่มั่นใจสุดขีดของเดวอน แสงแฟลชจากกล้องนักข่าวจึงรัวใส่เขาไม่ยั้ง

พวกเรามารวมตัวกันที่ล็อกเกอร์รูมแต่เช้า

ถึงจะไม่ใช่ชมรมรักบี้อย่างเป็นทางการ

ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ล็อกเกอร์รูมหรอก แต่

'ก็ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้านี่นา!'

ต้องขอบคุณฟาเบอร์ที่เตรียมการไว้ล่วงหน้า ในตู้ล็อกเกอร์แต่ละตู้มีกระเป๋าบอสตันใบใหญ่สอดอยู่

"อย่าบอกนะว่าจะให้กระเป๋านี้เลย?"

"ให้แล้วจะเอาคืนทำไมล่ะ?"

"นี่มันกุชชี่นะเว้ย... ให้ฟรีๆ เลยเหรอ?"

"ไม่เห็นเหรอว่าเหมาลอนดอนไทมส์ทั้งฉบับ? ถ้าจะงกกระเป๋าไม่กี่ใบ จะไปลงทุนลงโฆษณาหน้าหนึ่งทำซากอะไร?"

"อ๊ะ? ข้างในมีเสื้อด้วยนี่?"

แต่บทสนทนาของทั้งคู่ก็หยุดลงแค่นั้น

เมื่อแจ็กเริ่มทำตัวเคร่งขรึมราวกับทหารก่อนออกรบ ทุกคนจึงเงียบเสียงลงโดยอัตโนมัติ

"รีบเปลี่ยนชุดกันได้แล้ว"

ครู่ต่อมา

สมาชิกทีมที่เปลี่ยนชุดเสร็จแล้วมารวมตัวกันรอบๆ ผม

ไม่รู้เมื่อไหร่ที่ผมชินกับบทบาทนี้ไปเสียแล้ว

"ข้างนอกกล้องเยอะมาก คนดูก็คงมหาศาล"

แต่ก็ไม่มีอะไรต้องเปลี่ยน

"ไม่ต้องตื่นเต้น แค่โฟกัสไปที่ความจริงที่ว่าเราพยายามหนักกว่าพวกนั้นหลายเท่าก็พอ"

"……."

"เชื่อในหยาดเหงื่อที่เสียไป ทำได้ใช่ไหม?"

คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ

ผมยื่นมือออกไปก่อน เพื่อนร่วมทีมค่อยๆ วางมือทับลงมา

ทันทีที่เห็นหลังมือของเทนเนสซีเป็นคนสุดท้าย

"หนึ่ง สอง!"

ผมส่งสัญญาณ

"ลุยยย!"

เพื่อนร่วมทีมตะโกนก้อง

ก่อนเริ่มเกม ณ สนามแข่งขัน

จำนวนกล้องเพิ่มขึ้นจากเมื่อวานอย่างเทียบไม่ติด

"ปี 1 สู้เขาน้าาา!"

"ปี 1 ชนะให้ได้นะ!"

เสียงเชียร์ดังกระหึ่มมาจากรอบทิศทาง

แต่คาร์ลกลับไม่สนใจ

เขาเรียกเพื่อนร่วมทีมมารวมตัวด้วยสีหน้าเย็นชา

"ถ้าพัคจีฮุนได้บอลเมื่อไหร่ อัดมันให้เละ"

"……!"

"อย่าให้มันได้เล่น ให้มันเดินออกจากสนามไม่ได้เลยยิ่งดี เอาให้ยับ"

คาร์ลปล่อยรังสีอำมหิตออกมา

ถ้าแข่งจบแล้วพัคจีฮุนยังเดินปร๋ออยู่ได้?

พวกแกเตรียมตัวตายแทนมันได้เลย สีหน้าเขาบอกแบบนั้น

ราล์ฟเอ่ยขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ

"แต่ว่า... กล้องเยอะขนาดนั้น......."

"ไอ้โง่!"

"……?"

"นั่นแหละพยานของแกไม่ใช่รึไง?"

"พะ พยาน?"

"ก็อย่างที่แกบอก กล้องเยอะขนาดนั้น ใครจะไปกล้าทำฟาวล์ ก็อ้างไปสิว่าไม่ได้ตั้งใจ"

ตรรกะวิบัติชัดๆ

"……."

แต่คาร์ลเคยฟังใครที่ไหน

ราล์ฟทำได้แค่พยักหน้าอย่างจำยอม

"เรื่องรับก็ว่าไป แล้วเกมรุกล่ะจะเอายังไง?"

"เกมรุกบ้าบออะไร ไม่จำเป็น"

"……?"

"ได้บอลเมื่อไหร่ส่งมาให้ฉัน การมีอยู่ของฉันคือแท็กติกและกลยุทธ์ที่ดีที่สุดแล้ว"

ทันใดนั้น

เสียงฮือฮาดังขึ้นจากอัฒจันทร์

ตามมาด้วยเสียงชัตเตอร์รัวกระหน่ำ

"กริ๊ดดดดด!"

"เทนเนสซี!!!!!!"

ทันทีที่ปี 1 ก้าวลงสนาม เสียงเชียร์ก็ดังสนั่น

ชิ

นอกจากจะใส่ชุดซูพรีมเต็มยศแล้ว ยังหิ้วกระเป๋าใบเบ้อเริ่มมาอีก

"เทนเนสซี เท่ที่สุดเลย!"

พระเอกมาแล้วสินะ

ขณะที่ทุกคนกำลังจับจ้องไปที่เทนเนสซี

สายตาของคาร์ล เบิร์นสไตน์ กลับมองหาพัคจีฮุนอย่างร้อนรน

ไอ้คนที่เดินตามหลังเทนเนสซีมาอย่างหน้าตานั่น

สรุปว่าทั้งหมดนี่เป็นฝีมือแกสินะ?

'ได้ วันนี้ฉันจะขยี้แกให้แหลก'

กรอด

คาร์ลกัดฟันด้วยความอาฆาต

พอเริ่มการแข่งขัน ร้านกุชชี่ก็จะเริ่มวางขายสินค้าใหม่ของซูพรีม

สินค้าราคาแพงกว่าเงินเดือนทั้งเดือน ต้องขายให้ได้แบบละ 5 หมื่นชิ้น

ไม่สิ แค่ขายได้ยังไม่พอ

ต้องสร้างปรากฏการณ์ให้กุชชี่และผู้ถือหุ้นมองซูพรีมตาเป็นมันให้ได้

เพื่อการนั้น

'ต้องชนะให้ขาดลอย'

แรงจูงใจมาเต็มเปี่ยม

ผมหันไปมองเดวอนที่นั่งอยู่ข้างสนาม

'ถ้าหลบการปะทะ อย่ามาเรียกฉันว่าอาจารย์!'

รับทราบครับผม

ว่าแต่

เสื้อรักบี้ที่อาจารย์ใส่... สั่งทำไซส์ใหญ่พิเศษแล้วนะ... ยังดูคับติ้วอยู่เลย

'กล้ามใหญ่ขึ้นอีกแล้วหรอ?'

จิ๊

ผมหันกลับไปมองด้านหลัง

เทนเนสซียืนหน้านิ่งรอเสียงนกหวีด

พอสบตากับผม หมอนั่นก็แกล้งมองไปทางอื่น

'ข้างหลังมีเทนเนสซีคอยคุม.......'

หน้าที่ผมคือโฟกัสไปที่เกมรุกเท่านั้น

ขณะที่ผมกำลังรวบรวมสมาธิ กรรมการก็เรียกกัปตันทีมทั้งสองฝ่าย

ผมกับคาร์ลมายืนประจันหน้ากันกลางสนาม

"ครึ่งแรกปี 1 ได้บุกก่อน ครึ่งหลังปี 2 ได้บุก"

คาร์ลไม่ได้สนใจฟัง เอาแต่จ้องตาผมเขม็ง

นึกว่าอยู่บนเวทีชั่งน้ำหนักมวยหรือไง

"การฟาวล์เบาๆ จะตัดสินด้วยสกรัม แต่ถ้าเล่นแรงเกินเหตุ อาจโดนพักการเล่น 2 นาที"

ขนาดนี้แล้วคาร์ลก็ยังจ้องจะกินหัวผมให้ได้

'ขี้เก๊กชะมัด'

หลังจากอธิบายกติกาจบ

"ประจำที่"

กรรมการส่งลูกบอลให้ผม

แล้วมองไปทั้งสองฝั่งเพื่อส่งสัญญาณเตรียมพร้อม

'ฟู่ว'

กล้องจำนวนมากจับภาพไปที่ทั้งสองทีมสลับกัน

ปรี๊ด-!

เสียงนกหวีดดังขึ้นเริ่มการแข่งขัน

ตุ้บ

ผมส่งบอลคืนหลังให้เลโอ

ครืนนน

ฝ่ายตรงข้ามกรูกันเข้ามาบีบพื้นที่ทันที

กะจะข่มขวัญตั้งแต่ต้นเกมสินะ

เจตนาดี

แต่ราล์ฟที่เป็นตัวรับคนสำคัญก็ดันขึ้นมาด้วยเนี่ยนะ?

'แล้วข้างหลังจะเหลือใครล่ะ?'

เลโอคงคิดเหมือนกัน

ขวับ

เลโอมองหาตำแหน่งของผมเป็นอันดับแรก

ตึกตึกตึก!

ราล์ฟพุ่งเข้าหาเลโอด้วยความเร็วสูง!

ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงลนลาน รีบโยนบอลทิ้งไปแล้ว

แต่ทว่า

ฟุ่บ!

เลโอฉีกตัวหนีไปทางตรงข้ามกับราล์ฟเพื่อทิ้งระยะห่าง

"……."

เช็กตำแหน่งผมอีกครั้ง

วูบ

แล้วส่งบอลมาให้ในจังหวะที่เหมาะสมที่สุด

ความนิ่งที่จินตนาการไม่ออกเลยเมื่อเดือนก่อน

ไม่ใช่แค่นั้น

ตึกตึกตึก!

เลโอวิ่งฉีกออกไปฝั่งตรงข้ามผม เพื่อรอรับบอลคืนได้ทุกเมื่อ

ทำให้ตัวรับฝ่ายตรงข้ามอย่างน้อยหนึ่งคนต้องตามไปประกบเลโอ

ด้วยเหตุนี้

ตุ้บ

ผมจึงรับบอลได้ในพื้นที่ด้านข้างที่ค่อนข้างโล่ง

คิดไปเองหรือเปล่านะ?

วินาทีที่ผมจับบอล

"……!"

สีหน้าของคู่ต่อสู้แข็งทื่อไปชั่วขณะ

สายตาที่มุ่งมั่นราวกับนักบินทิ้งระเบิดที่กำลังจะออกปฏิบัติการ

ทันใดนั้น

"เข้าชาร์จ!"

คราวนี้พวกมันกรูกันมาหาผม

ไม่มีทางส่งบอลขึ้นหน้าได้ คงกะจะเข้ามารุมกินโต๊ะสินะ

'ถ้าหลบการปะทะ อย่ามาเรียกฉันว่าอาจารย์!'

ผมนึกถึงคำพูดของอาจารย์

ตึกตึกตึก!

แล้วพุ่งเข้าใส่ดงตีนอย่างไม่ลังเล

เริ่มปุ๊บ

ปัง!

กระแทกไหล่ชนร่วงไปหนึ่ง

วูบ!

จังหวะที่แท็กเกิลพุ่งเข้ามา

หมับ

ผมกดหัวไหล่อีกฝ่ายแล้วต้านไว้อย่างง่ายดาย

จัดการไปสองคนในพริบตา

'นะ... นี่เด็กปี 1 เหรอ?'

'เด็กใหม่บ้าอะไรวะเนี่ย?'

ความตกใจฉายชัดในแววตาคู่ต่อสู้

จะมาตกใจอะไรตอนนี้?

พวกที่ถีบประตูเข้ามาตะคอกถามหาพัคจีฮุน

'ฉันจำได้หมดทุกคนนั่นแหละ'

ผมไม่รอช้า

ฟิ้ววว!

พุ่งทะยานเข้าไปในแดนศัตรู

"หยุดมัน!"

ราล์ฟตะโกนลั่นพร้อมพุ่งเข้ามา

ตัวใหญ่เบ้อเริ่มเทิ่ม

ยอมรับว่าต่างชั้นกันจริงๆ

แต่คู่ซ้อมของผมโหดกว่านี้เยอะ!

ปัง-!

ราล์ฟตั้งใจเอาไหล่เข้ากระแทก

เรียกว่าไหล่ แต่จริงๆ คือเอาตัวพุ่งชนชัดๆ

เซ

แน่นอนว่าตัวผมเซไปบ้าง

'แค่นี้จิ๊บๆ'

แต่ผมทรงตัวกลับมาได้ทันที

จังหวะนั้น

วูบ!

แท็กเกิลระลอกสองพุ่งเข้ามา

ถ้าเท้าลอยจากพื้นคงเสร็จแน่

'แต่นี่ขายืนอยู่บนพื้นเต็มๆ ยังจะกล้าแท็กเกิลอีกเหรอ?'

ทิศทางมันแปลกๆ

เล็งที่เหนือเอว

กะจะทำฟาวล์เพื่อตัดเกมสินะ!

'ฝันไปเถอะ'

หมับ

ผมกดคอราล์ฟลง

ฟึ่บ!

ทำท่าจะฉีกออกขวา

ควับ

แต่จริงๆ แล้วเหวี่ยงอีกฝ่ายไปทางซ้ายจนหัวทิ่ม

ขณะที่กำลังจะวิ่งต่อ

"……!"

ไอ้คนที่มายืนขวางหน้าผมด้วยสีหน้าอำมหิตสุดๆ

คาร์ล เบิร์นสไตน์!

มันแผ่รังสีอาฆาตออกมาไม่หยุด

'ทั้งหมดเป็นเพราะแก!'

สายตามันฟ้องแบบนั้น

'ชีวิตที่เคยสุขสบายของฉันต้องมาพังพินาศ... ก็เพราะแก!'

จิตสังหารรุนแรงจนขนลุก

วินาทีนั้นผมมั่นใจ

มันไม่ได้กะจะมาแย่งบอล

นั่นไง

ฟุ่บ-!

มันพุ่งเข้ามาหมายจะเอาชีวิต

เป้าหมายคือหัวเข่า

หรือถ้าจะเจาะจงก็คือเอ็นไขว้หน้า

เอาแบบนี้ใช่ไหม?

ผมทิ้งบอลลงพื้นทันที

จากนั้น

ตึง

วางเท้าหลักอย่างมั่นคง

ถ้ามันเล็งบอล มันต้องเอาตัวเข้ามาบล็อกทางบอลสิ

แต่นี่สายตามันจ้องแต่เข่าผม

วูบ!

แล้วพุ่งเสียบเข้ามาเต็มแรง

นี่มันไม่ใช่การป้องกัน แต่มันคือการทำร้ายร่างกาย!

ผมไม่ถอย

ปัง-!

ง้างเท้าเตะสวนเต็มข้อ

'นายมีของดีติดตัวมาเยอะเหมือนกันนี่?'

ลูกเตะที่อัดแน่นด้วยพลังข้อเท้าที่แม้แต่สตีฟยังยอมรับ

ฟิ้ว-ว!

เหลือเชื่อที่ลูกบอลลูกนั้น

"……!"

พุ่งสวนคาร์ลที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเข่าผม

ผัวะ-!

อัดเข้าแสกหน้าเต็มๆ

จบบทที่ บทที่ 165 [ฟรี]

คัดลอกลิงก์แล้ว