เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 101 - ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (2) [อ่านฟรีวันที่ 06/01/2562]

บทที่ 101 - ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (2) [อ่านฟรีวันที่ 06/01/2562]

บทที่ 101 - ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (2) [อ่านฟรีวันที่ 06/01/2562]


บทที่ 101 - ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (2)

 

[มันดูเหมือนว่าฉันจะเข้าใจได้บ้างแล้วในสิ่งที่มังกรนั่นคิด แต่ในสถานการณ์นี่ฉันไม่อาจจะเข้าใจได้เลยซักนิด]

"จริงดิ? ฉันไม่เห็นเคยเข้าใจพวกนั้นเลย"

ในขณะที่เอิลต้ามองไปที่ไข่ทองคำที่เลอซิสน่าได้ทิ้งเอาไว้ ยูอิลฮานก็เข้าไปหยิบจดหมายขึ้นมา เหตุผลที่เธอให้ยูอิลฮานมาที่นี่และไข่ทองคำที่ถูกทิ้งเอาไว้จะต้องถูกอธิบายภายในจดหมายนี้

น่าแปลกใจที่จดหมายก็ยังถูกเขียนด้วยภาษาอังกฤษ

"ถ้าหากคุณได้อ่านจดหมายนี้นั่นก็หมายความว่าฉันได้ตายไปแล้ว ฉันเชื่อว่าคุณจะรักษาสัญญาและกลับมาที่นี่"

[นี่มันคือจดหมาย?]

"ฉันได้ทำตามความต้องการของสวนอาทิตย์อัสดง แต่ว่าฉันก็จะชักนำความตายมาหาตัวเองในซักวัน เมื่อเทียบกับน้ำหนักที่พวกเขาให้มาแล้ว บ่าของฉันมันเล็กเกินไป พรรคพวคของฉันมีเพียงน้อยนิดและอันตรายมันมากยิ่งกว่า"

[ไข่นี่มันจะฟักได้หรอ?]

ยูอิลฮานได้หันไปหาเอิลต้าที่มองดูไข่อย่างเบื่อๆและเริ่มพูดกับเขา นี่มันน่ารำคาญมากๆ แต่ว่าเขาก็อดกลั้นเอาไว้และอ่านจดหมายต่อไป

"ถ้าหากว่าจะมีอะไรที่ฉันเป็นกังวลมันก็คงจะเป็นลูกของฉันที่อีกไม่นานก็จะเกิดขึ้นมา ไม่ว่ามังกรจะเป็นเผ่าพันธ์ที่แข็งแกร่งมากแค่ไหน พลังนั้นมันก็จะต้องผ่านการสะสมมานานปีและด้วยบันทึกอีกจำนวนมาก ดังนั้นฉันก็เลยเป็นห่วงกับการที่จะทิ้งลูกของฉันเอาไว้เพียงลำพัง นอกไปจากนี้ฉันก็ยังคิดว่าลูกของฉันก็อาจจะกลายเป็นอะไรที่คล้ายกับทหารปีศาจแห่งการทำลายมันก็ยังทำให้จิตใจฉันว้าวุ่น"

[เธอเป็นมังกรที่มีความเป็นแม่มากแบบนี้เลย]

"ยังไงก็ตามถ้าเป็นคุณ ฉันเชื่อใจคุณได้ คุณผู้ที่ไม่ได้รับผลจากทุกสิ่งอย่าง เป็นอิสระในขณะที่เปี่ยมล้นไปด้วยพลัง เป็นสิ่งมีชีวิตที่ส่องประกายมากยิ่งกว่าพวกเราที่เป็นมังกร ฉันจะไม่กังวลเลยหากว่าลูกของฉันได้เติบโตขึ้นมาเป็นแบบคุณ ดังนั้นฉันขอร้องคุณ ได้โปรดดูแลลูกของฉันด้วย"

ปากของเอิลต้าได้เบิกกว้างขึ้นมา ปีกของเธอกระพืออย่างรุนแรง

[นายเป็นหนี้อะไรผู้หญิงคนนี้กัน? เธอนี่ไร้ยางอายจริงๆเลยที่ขอให้คุณดูแลลูกของเธอ นี่มันทำให้ผู้ชายคนหนึ่งไม่อาจจะออกเดทได้ไปทั้งชีวิตเลยนะ ชีวิตของคุณพ่อยังโสดงั้นหรอ? แม้แต่สวรรค์ก็ไม่มีวันให้อภัยเธอ ฉันก็จะไม่ให้อภัยมันด้วย!]

"เฮ้ เงียบน่า เธอทำให้ฉันลำคาญแล้วนะ นอกจากนี้เธอก็ได้เห็นความจริงเรื่องหนึ่งต่อหน้าแล้วนี่"

เธอได้ช่วยชีวิตฉันเอาไว้ แค่นี้มันก็มากพอแล้ว

ยูอิลฮานผู้ที่ไม่เคยลืมความข้องใจกับคนอื่นๆที่ซึ่งเหมาะสมกับการอยู่คนเดียว แต่ว่าเขาก็ยังอ่อนไหวต่อสิงที่เขาได้รับมาด้วยเช่นกัน

พูดตามตรงแล้วเขาไม่มีความมั่นใจในการดูแลเด็กเลย แต่ว่าจะให้เขาเมินคำขอของคนที่เสียสละตัวเองเพื่อเขาก็ไม่มีทางแน่ แต่เขาก็ไม่มั่นใจอยู่ดี

"ลูกของฉันจะกลายเป็นมังกรเต็มวัยในเลเวล 200 ในตอนนั้นลูกของฉันก็อาจจะกลายเป็นตัวช่วยของคุณได้ในอนาคตก็ได้ ฉันรู้ว่าคำขอของฉันมันไร้ยางอาย แต่ว่าฉันก็หวังว่าคุณจะรักเด็กคนนี้"

[ฮึ่ม อย่างน้อยเธอก็รู้ตัวดีว่ามมันไร้ยางอาย]

"สำหรับมังกรวัยทารกแล้วแหล่งพลังไฟที่แข็งแกร่งเป็นสิ่งที่จำเป็น พลังนี้มันจะสนับสนุนมังกรในระหว่างเติบโตและมันจะยังมีผลต่ออนาคตการเติบโตด้วย ดังนั้นโปรดจำเรื่องนี้เอาไว้"

เมื่อได้อ่านมาถึงจุดนี้ยูอิลฮานก็หยุดลง เอิลต้าได้เงยหน้าขึ้นมาด้วยความคิดที่ว่ามันจบลงแค่นี้ ตอนนั้นเองยูอิลฮานก็เจอเข้ากับข้อความเล็กๆใต้จดหมาย

"ถ้าหากว่าคุณมีพลัง คุณช่วยดูเอลฟ์สักนิดได้ไหม?"

[เป็นจดหมายที่เต็มไปด้วยคำขอจริงๆเลย....]

มาถึงจุดนี้แล้วมันน่าแปลกใจมาก จดหมายนี่มันเต็มไปด้วยข้อความในจุดที่เธออาจจะรู้ว่าเธอจะต้องตายในขณะที่เข้าช่วยยูอิลฮาน ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็หยักหน้าโดยไม่คิดอะไรมาก

"เอาล่ะ ฉันจะทำเท่าที่ทำได้ ฉันก็ยังคิดว่ามันจะสบายใจกว่ากับการที่ฉันไปดูแลคนที่มีเหตุผลมากกว่ามอนสเตอร์ นอกจากนี้ก็ยังมีสิ่งที่ฉันได้มาจาเรต้าด้วย"

[ฉันไม่เข้าใจสิงที่นายคิดจริงๆเลย]

"ฮือ ตอนนี้อย่ามาตกหลุมรักฉันนะ"

[อะ... อ่า]

ยูอิลฮานได้รู้สึกดีนิดๆหลังจากได้เห็นปฏิกิริยาที่เขาอยากจะเห็นจากเอิลต้า จากนั้นก็เก็บเอาไข่ทองคำลงไปในกระเป๋า ถ้าหากว่าเป็นกระเป๋าสะพายมันจะไม่เป็นไรต่อให้ยูอิลฮานกลิ้งตัวกับพื้น พุ่งไปบนท้องฟ้า วิ่งวนอยู่ในดันเจี้ยนก็ตามที

เขาก็ยังคิดว่าจะหาส่งมาดูแลเจ้านี่ด้วย ประกายเพลิง เพลิงม่วง ประกายเพลิงผสมเพลิงม่วง หรือว่าเพลิงนิรันดร์ ถึงแม้ว่าตัวเขาในตอนนี้จะคิดเอนเอียงไปทางเพลิงนิรันดร์อยู่ก็ตาม....

[ก็แค่ผสมมันทั้งหมดนั่นแหละ]

"โอ้ จริงด้วย ดีจริงๆเลย"

[คุณจะเอาจริงดิ?]

ยังไงก็ตามก่อนที่เขาจะกลับไปโลก มันก็ยังเหลืออีกหลายสิ่งที่ต้องทำบนดาเรย์

ยูอิลฮานได้เปิดใช้งานวงเวทย์ สิ่งที่เขาค้นหาคือไข่มังกร เขาคิดว่ากองทัพปีศาจแห่งการทำลายอาจจะทิ้งไข่เอาไว้บ้างแบบเลอซิสน่า

[ผู้คนกลายเป็นคนละเอียดอ่อน...]

"แต่ว่าก็ไม่มีเลย มันดูเหมือนว่าจะมีลูกมังกรเหลือแค่ตัวสุดท้ายแล้ว"

มันโชคดีจริงๆที่เป็นแบบนี้ เขาไม่อาจจะฆ่าพวกมันได้เพียงแค่เพราะอยู่ฝั่งกองทัพปีศาจแห่งการทำลาย หรือไม่ก็เขาไม่อยากจะเลี้ยงลูกมังกรจำนวนมาก

หลังจากเขาได้กำจัดความกังวลออกไปหมดแล้ว เขาก็ได้เริ่มค้นหาเอลฟ์ที่รอดอยู่ มีเอลฟ์ทั้งหมดอยู่ 1,527 คนซึ่งมันเยอะจนน่าตกใจ

"บางทีมันอาจจะเป็นไปได้ที่จะสร้างชุมชนขึ้นมาใหม่"

[แล้วตอนนี้นายจะทำอะไร?]

"ก่อนอื่นเลยฉันจะจัดการกวาดล้างเผ่ามังกรที่เหลืออยู่ จากนั้น... ฉันก็น่าจะรวมพวกเอลฟ์มาด้วยกัน"

คำตอบของยูอิลฮานมันง่ายมากๆ เอิลต้าก็ไม่ได้ถามต่อว่ายังไงเนื่องจากว่าเธอมั่นใจว่าเธอจะต้อผิดหวังแน่หากว่าเธอได้ยินคำตอบ

หลังจากนั้น 3 ชม. 37 นาที ยูอิลฮานก็ได้รวบรวมเอลฟ์ทั้งหมด 1,527 มาอยู่ในป่าโล่ง จำนวนรอยฟกช้ำของพวกเขาแต่ล่ะคนต่างก็มีอยู่ตามระดับความต่อต้าน

"กะ เกิดบ้าอะไรขึ้น?"

"แล้วสวนอาทิตย์อัสดงล่ะ? พวกเขาทั้งหมดแพ้แล้วหรอ?"

"เวรเอ้ย พวกเราเอลฟ์ทั้งหมดจะตายแน่....!"

เบื้องหน้าเหล่าเอลฟ์ที่กำลังสิ้นหวังนี้ ยูอิลฮานได้ประกาศออกมาอย่างเมินเฉย

"มังกรทั้งหมดตายไปแล้ว"

ไม่มีเสียงตอบกลับมา มันเป็นเรื่องโหดร้ายเกินไปที่จะยอมรับในเรื่องตลกแบบนี้และมันไม่สมเหตุสมผลจนเกินไป ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้หยักไหล่และย้ำขึ้นอีก

"มังกรทั้งหมดตายไปแล้ว ทั้งพวกของสวนอาทิตย์อัสดงและกองทัพปีศาจแห่งการทำลาย พวกนั้นทั้งหมดตายไปแล้ว"

"คะ ใครทำกัน?"

"ฉันไง"

"พรืดดด"

ยูอิลฮานได้หลุดออกมาโดยไม่อาจจะกลั้นขำได้อีกต่อไป ในเวลาแค่สามนาทีพวกเขาก็สามารถมองมาที่ยูอิลฮานด้วยสีหน้าที่จริงจัง

"ขอบคุณที่ฆ่ามังกรเพื่อพวกเรานะ"

"มันไม่ใช่เพื่อพวกนาย มันเพื่อโลกของฉัน"

"ถึงแบบนั้นก็ขอบคุณจริงๆ"

ยูอิลฮานได้พูดต่อทันที

"โลกนี้ก็ยังคงวุ่นวายอยู่ แต่ว่าอย่างน้อยพวกนายก็ไม่จำเป็นต้องหลบซ่อนอีกต่อไป ฉันจะบอกพวกนายถึงที่ที่มีมอนสเตอร์ที่อ่อนแออยู่ ดังนั้นจงมีชีวิตรอดแล้วแข็งแกร่งขึ้นซะ"

"ครับ!!!"

เอลฟ์ได้ตอบกลับมาอย่างกล้าหาญ ยังไงก็ตามก็ยังเมีเอลฟ์ที่กล้าหาญยิ่งกว่า

"ยังไงก็ตาม คะ คุณรู้ถึงที่อยู่ของมอนสเตอร์ได้ยังไง?"

"ทำให้เจ้านั่นเงียบซะ!"

"อย่าได้เถียงนะ!"

การอบรมของยูอิลฮานในเวลาสามนาทีมันได้ผลอย่างมากจนทำให้พวกเขาดูแลกันเอง

"ฉันจะบอกให้รู้นะ"

ยูอิลฮานได้ยื่นมือออกมาเพื่อหยุดพวกนั้นและตอบคำถามในขณะที่ใช้วงเวทย์เบาๆ

"มันก็เพราะว่าเจ้าของของวงเวทยจักรวรรดิเอลฟ์คือฉัน โอ้ ฉันไม่คิดจะยกให้ใครหรอกนะเก็บความคิดนั่นไว้เล"

จริงๆแล้วเขาก็ไม่รู้ด้วยว่าจะต้องทำยังไง

"วงเวทย์....?"

"โอ้ พระเจ้ามันเป็นความความจริง"

ยังไงก็ตามแค่เมื่อยูอิลฮานได้พูดจบ การแสดงออกของเหล่าเอลฟ์ก็เปลื่ยนแปลงไป ก่อนหน้านี้การแสดงออกของพวกเขาก็คือมองยูอิลฮานเป็นผู้เหนือกว่าทั้งกำลังและความกลัว แต่ว่าในตอนนี้มันเหมือนกับว่ากำลังมองฮีโร่คนใหม่ที่ศรัทธาซะมากกว่า

เมื่อคิดย้อนกลับไปในตอนที่เขาได้เจอเอลฟ์เป็นครั้งแรก พวกนั้นก็มีการแสดงออกที่คล้ายๆกันแบบนี้ในตอนที่เขาบอกว่าเขาได้ใช้วงเวทย์ ตามที่เขาจำได้พวกนั้นได้เชื่อฟังในทันทีซึ่งมันน่าประหลาดใจ

ยูอิลฮานไม่ได้คิดย้อนกลับไปมากนัก แต่เขากำลังมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ มันดูเหมือนว่ามันยังไม่ใช่สิ่งที่ชัดเจนนัก

"มนุษย์ควบคุมวงเวทย์ของจักรวรรดิได้ยังไงกัน?"

"ฉันเคยเจอมนุษย์คนนี้มาก่อนครั้งที่แล้วเขาบอกกับเราว่าเขาได้เอาชนะฮีโร่คนก่อนเรต้าคาร์อิฮ่าห์"

"มีการสืบทอดกันด้วยหรอ? ฉันคิดว่ามันจบลงแล้วซะอีก"

"วงเวทย์ได้ส่องแสงออกมาแน่นอน"

ไม่สิ ปฏิกิริยาที่พวกนี้แสดงออกมามันมีแต่ยิ่งมากขึ้นไปอีก นี่มันมากยิ่งกว่าที่เขาคิดซะอีก

"ทำไมนายถึงปล่อยเขาไปหลังถึงแม้จะได้รู้แบบนั้น"

"เพราะเขาเป็นมนุษย์"

"มันไม่ใช่ว่าเขาจะพึ่งเขาได้ตลอดไป"

"นายไม่ได้ยินที่เขาบอกว่าเขาฆ่ามังกรทั้งหมดหรอ? เรื่องการเป็นมนุษย์มันสำคัญอะไร"

"นั่นมันก็จริง แต่ว่า"

"ใช่แล้ว เขาเหมาะสม"

เอลฟ์ดูจะไปกระซิบกันเองและในที่สุดพวกเขาก็สร้างเป็นวงกลมขนาดยักษ์ที่สร้างขึ้นด้วยการยืนของเอลฟ์ทั้ง 1,527 คนขึ้นมาเมื่อยูอิลฮานได้ถามหนึ่งในนั้นว่าเขากำลังทำอะไร คนๆนั้นก็ได้หยักหน้าอย่างเคารพและพูดขึ้น

"พวกเรากำลังคุยกันเรื่องที่จะปฏิบัติกับท่าน ถึงแม้ว่ามันอาจจะทำให้ท่านรำคาญ แต่ได้โปรดรออีกเดี๋ยวหนึ่ง"

ทัศนคติของพวกนี้ก็ยังต่างออกไป พวกนี้ได้เคารพและเชื่อใจเขาอย่างไม่่น่าเชื่อราวกับว่าพวกเขาไม่เคยถูกอัดโดยยูอิลฮานมาก่อน! ยูอิลฮานได้ร้สึกสั่นไหวแปลกๆ สัมผัสของเขาที่ได้รับการฝึกมาเป็นเวลาหลายปีผ่านทั้งหนังสือและประสบการณ์กำลังร้องเตือนเขา

คลื่นใหญ่ที่ไม่อาจจะต้านทานกำลังพัดเข้ามา

"พวกเราสรุปได้แล้ว"

"จริงดิ"

"ใช่แล้วครับท่างองค์จักรพรรดิ"

เมื่อเขาได้เงยหน้ามากับความรู้สึกแปลกๆ พวกเอลฟ์ก็ได้คุกเข่าลงเบื้องหน้ายูอิลฮาน เอลฟ์คนอื่นๆที่เหลือก็ได้ทำตามนั้นเช่นกัน

"ท่านองค์จักรพรรดิ"

"แม้ว่ามันจะมีความขัดแย้งอยู่เพราะท่านเป็นมนุษย์ แต่พวกเราก็ได้สรุปแล้วว่าเราทำได้เพียงยอมรับท่านในฐานะจักรพรรดิของเขา เนื่องจากท่านเป็นคนขับไล่มังกรออกไปจากดินแดนนี้"

"...."

เหงื่อเย็นได้ไหลออกมาจากหน้าผากของยูอิลฮานทันที หากว่าเจ้าพวกนี้มันหยิบอาวุธมันจะง่ายกว่านี้้อีก แต่แล้วนี่มันอะไรกัน? เอิลต้าที่ได้เห็นดวงตาที่สั่นไหวของเขาได้กระซิบยูอิลฮาน

[มันดูเหมือนจะไม่ใช่ว่าจักรพรรดิของเอลฟ์จะกลายเป็นเจ้าของวงเวทย์ แต่มันเป็นเจ้าของวงเวทย์จะกลายเป็นจักรพรรดิ บางทีในตอนที่เรต้าบอกว่าเธอจะพัฒนาทวีปดาเรย์มันก็เป็นเพราะว่าเธอรู้ว่าเธอจะกลายเป็นจักรพรรดิ]

"ฉันไม่เหมือนเธอนะ ฉันไม่มีความสุขกับเรื่องแบบนี้เลยสัดนิด แม้แต่เศษเสี้ยวก็ไม่มี"

บางทีพวกเอลฟ์ทั้งหมดนี่อาจจะพยายามยื้อให้ยูอิลฮานอยู่ที่นี่ด้วยการเรียกว่าเขาว่าจักรพรรดิก็ได้ เพียงแค่เขาจินตนาการถึงมันเขาก็กลัวแล้ว ยูอิลฮานได้พูดออกมาสั่นๆ

"ฉันจะไม่เป็นจักรพรรดิของพวกนาย"

"แต่ท่านคือจักรพรรดิของเรา"

"ไม่"

"ท่านจักรพรรดิ"

ยูอิลฮานได้อัดพวกเอลฟ์อีกครั้งหนึ่ง แต่ว่ามันก็ไม่มีอะไรเปลื่ยน จริงๆแล้วมีบางคนที่ยินดีที่บอกว่าได้เป็นที่รองฝ่ามือของจักรพรรดิด้วยนี่มันทำให้ยูอิลฮานต้องตัวสั่นและหยุดลง มันดููเหมือนว่าภาพลักษณ์ของมนุษย์จะไม่สำคัญกับพวกนี้อีกต่อไปแล้ว

"ฉันบอกว่าฉันจะไม่เป็นไง"

"แต่พวกเราได้ตัดสินใจแล้ว นอกเหนือไปจากคุณจะไม่มีใครอีกที่เป็นจักรพรรดิของเรา"

"ถึงแม้ว่าฉันจะทิ้งที่นี่แล้วกลับไปที่โลกฉันน่ะนะ?"

"ถึงแบบนั้นท่านก็คือจักรพรรดิของเราเพียงคนเดียว"

พวกเอลฟ์ดูจะไม่เปลื่ยนการตัดสินใจเลนต่อให้พวกเขาตายไป ยูอิลฮานก็ยังยอมแพ้และยอมรับกับข้อตกลงนี้

"ถ้างั้นฉันเรียกฉันว่าจักรพรรดิหรืออะไรก็ตามใจเลย ฉันไม่สนแล้ว"

"ครับท่านจักรพรรดิ"

เนื่องจากว่าพวกนี้เรียกเขาว่าท่านจักรพรรดิหลายต่อหลายครั้ง มันทำให้เขารู้สึกเหมือนกับกำลังแสดงหนังราชวงศ์อยู่ ยังไงก็ตามถ้าหากว่าจะมีอะไรต่างก็คงเป็นจักรพรรดิในหนังมีจักรวรรดิเป็นของตัวเองและยูอิลฮานมีเพียงผู้ลี้ภัยเอลฟ์แค่1,527 คนเท่านั้นที่นับถือเขา

ยังไงก็ตามมันก็ไม่ได้เป็นความรู้สึกที่เขาสนใจเนื่องจากเขาเป็นคนที่โดดเดี่ยวมาทั้งชีวิต ยูอิลฮานได้เหลือบตาและตัดสินใจ

"...หากฉันกลับไปเร็วก็ไม่มีอะไรทำ งั้นฉันควรจะช่วยดูพวกเราซักสัปดาห์ดีไหม? มันยังเป็นความรู้สึกแย่แน่หากว่าพวกเขาถูกมอนสเตอร์กวาดล้างออกไปหลังจากฉันได้ทำทั้งหมดนี่ และมอนสเตอร์พวกนี้ก็ยังจะต้องลงมาบนโลก มันจะดีกว่าที่ฉันจะป้องกันการตายของคนพวกนี้"

นี่มีเหตุผลมาก แต่ว่ามันดูต่างเมื่อเขาเป็นคนพูดออกมา เอิลต้าได้หรี่ตาและถามขึ้น

[มันไม่ใช่ว่าคุณรู้สึกดีนิดๆกับสถานการณ์นี้หรอ?]

เอิลต้าได้เมินเสียงของเธอและเรียกเหล่าเอลฟ์

"ทุกคนมารวมกัน"

"ครับท่าน!"

ทหารหน้าใหม่ผู้ที่เพิ่งจะถูกแต่งตั้งเร็วแบบนี้ได้ไงกัน? เอลฟ์ทั้งหมดได้เคลื่อนไหวตามคำสั่งของยูอิลฮาน

อย่างแรกอยู่ยูอิลฮานได้แบ่งตามคลาสของพวกเรา เขาเริ่มจากการแยกคลาสแรกกับคลาสสองออกมา จากนั้นก็แบ่งการโจมตีระยะประชิด ระยะไกล นักบวช และคลาสที่ไม่ใช่การต่อสู้"

"ฉันจะช่วยพวกนายเป็นเวลาสิบวัน"

[เฮ้ นั่นมันเพิ่มมา 3 วันนะ]

"เป็นเกียรติมากครับท่านจักรพรรดิ"

"3 วันคือก่อนการสอน"

ยูอิลฮานเริ่มจากการมองหาและพาเอลฟ์ไปในที่ที่เหมาะที่สุดในการต่อสู้กับมอนสเตอร์และเริ่มสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ขึ้นมา

ไม่เพียงแต่เขาจะได้อ่านหนังสือประวัติศาสตร์และหนังสือภูมิศาสตร์มาจำนวนมากเท่านั้น เขายังอ่านแม้กระทั่งหนังสือฮวงจุ้ยที่จะเรียกสถานที่ที่ใครก็ยกนิ้วให้ด้วย ซึ่งมันเป็นซากจักรวรรดิเก่า

หลังจากนั้นเขาก็ได้แบ่งคลาสที่ไม่ใช่สายต่อสู้ออกไปหลายๆหน้าที่และสั่งให้พวกเขาเก็บผักผลไม้มาทำเป็นอาหาร และสร้างบ้านที่พักอาศัย ซึ่งนี่ทำให้เกิดรากฐานจักรวรรดิเอลฟ์ขึ้นมาใหม่

หลังจากนั้นก็เหลือพวกคลาสสายต่อสู้ ยูอิลฮานได้พูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มโดยไม่เว้นแม้แต่พวกระยะประชิด ระยะไกลหรือแม้กระทั่งนักบวชก็ตาม

"มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ฉันรู้สึกในขณะที่ฉันเรียนเกี่ยวกับการต่อสู้ นั่นก็คือการที่ได้สู้จริงจะดีที่สุด"

ไม่มีเอลฟ์คนไหนที่สามารถจะแย้งคำพูดแสนหน้ากลัวนี้ได แต่ก็มีเอลฟ์นักบวชคนหนึ่งที่ถามยูอิลฮาน

"ผมเป็นนักบวชที่ใช้พลังของพระเจ้า ผมจำเป็นต้องเรียนการต่อสู้ด้วยหรอ?"

"ถ้าหากว่านักรบทั้งหมดที่ปกป้องนายตายไป งั้นใครจะเป็นคนต่อไปที่ต้องสู้ล่ะ?"

"ผะ ผมครับ!"

"เยี่ยม มันเป็นเรื่องดีที่นายเข้าใจ"

ยูอิลฮานอาจจะไม่รู้ตัวว่าเขาได้รับการฝึกสอนที่ถูกต้องในเรื่องสงครามมาจากการที่ถูกลิต้าสั่งสอนมาเป็นเวลานาน ในก่อนหน้านี้ที่เขาไม่รู้เลยเนื่องจากเขาไม่มีโอกาสได้สอนใครเนื่องจากอยู่ลำพัง แต่ในที่สุดเขาก็รู้ถึงมันเพราะเอลฟ์เหล่านี้

"อ๊ากกกก"

"อ๊กกกกกกกก"

"จำเหงื่อทุกหยดและเลือดทุกหยดที่ไหลลงมาบนสนามรบให้ดี!"

[พวกเราเลือดไหลกันจะตายหมดแล้วนะ!?]

นี่มันโ๙คดีงั้นหรอ? มันดูเหมือนว่าที่พวกเขารอดมาได้จนถึงตอนนี้เนื่องจากพวกเขาทั้งหมดต่างก็มีพรสวรรค์กันทั้งนั้น บางคนก็มีพรสวรรค์ที่พิเศษซึ่งทำให้ยูอิลฮานต้องทึ่ง

"ถ้าหากว่าทุกคนบนโลกเป็นแบบนี้จะดีแค่ไหนกันนะ"

"อ๊าาาาาากกกกกก"

ยูอิลฮานที่ได้หมกหมุ่นไปกับการสอนเอลฟ์ได้เพิ่มระยะเวลาการสอนไปอีกห้าวัน เอลฟ์ทำได้แต่เพียงร้องออกมามากยิ่งขึ้นอีก แต่ว่าพวกเขาก็ไม่อาจจะเถียงอะไรได้เนื่องจากว่าพวกเขาพัฒนาขึ้นจริงๆ

เมื่อการสอนได้จบลงไป ยูอิลฮานก็แบ่งเอลฟ์สาต่อสู้เป็นปาร์ตี้และส่งพวกเอลฟ์ไปในพื้นที่ที่มีมอนสเตอร์ที่อ่อนแอกว่าพวกเขาอยู่ด้วยการใช้วงเวทย์

แม้ว่าเขาจะบอกให้พวกเอลฟ์ฝึกให้เก่งผ่านการต่อสู แต่พวกเขาก็ขาดอุปกรณ์

"ฉันจะทำอุปกรณ์ให้ก่อนที่ฉันจะจากไป"

[นายนี่ทำสิ่งต่างๆให้พวกเขามาเหลือเกินนะ โอ้ ไม่สิ ท่านจักรพรรดิ]

"เงียบน่า นี่มันน่าสนุก มันเหมือนกับฉันกำลังเล่นเกม sim city เลยนะ"

การอยู่ของยูอิลฮานบนต่างโลกได้ค่อยๆขยายเวลาไปทีละนิดๆเพราะแบบนี้

จบบทที่ บทที่ 101 - ฉันคือวิญญาณเร่ร่อน (2) [อ่านฟรีวันที่ 06/01/2562]

คัดลอกลิงก์แล้ว