เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 คุณเป็นบ้าอะไรกันแน่?

บทที่ 30 คุณเป็นบ้าอะไรกันแน่?

บทที่ 30 คุณเป็นบ้าอะไรกันแน่?


บทที่ 30 คุณเป็นบ้าอะไรกันแน่?

"ฉันลงไปก่อนนะ"

ฉีเหยียนหันไปบอกหลี่อัน

ทันทีที่เห็นเขาเดินลงมา อู๋เจิง ก็คว้าตัวเขาเข้าไปล็อกคอไว้ "บอกมาสิว่าช่วงนี้นายเหม่อลอยเป็นไก่อ่อนอะไรนักหนา? เป็นลูกผู้ชายรึเปล่าวะ?"

"ถ้าไม่เหมือนผู้ชาย แล้วเหมือนอะไร?"

"เหมือนขันทีไง!"

"ไสหัวไป! ฉันว่านายแค่อิจฉามากกว่ามั้ง"

"อิจฉาอะไรวะ? นายมีอะไรให้น่าอิจฉา?"

"อิจฉาที่ฉันมีแฟนไง"

"ความจำเสื่อมเรอะ เรื่องแค่นี้มันแปลกตรงไหน?" เขาพยักพเยิดหน้าไปทางอัฒจันทร์

"ก็ได้ แล้วแฟนแกเคยบอกให้ระวังตัวไหม? เคยเตือนให้ใส่อุปกรณ์ป้องกันหรือเปล่า? เคยเช็ดเหงื่อให้ไหมล่ะ?"

"หยุด... หุบปากไปเลยนะ!"

ทำไมจู่ ๆ อู๋เจิงถึงรู้สึกเหมือนโดนแทงใจดำขึ้นมาได้นะ?

"อย่าลืมสิ แฟนแกน่ะแฟนฉันเป็นคนแนะนำให้รู้จักนะเว้ย ถ้ารู้อย่างนี้ฉันไม่น่าจับคู่ให้พวกแกเลย น่าจะปล่อยให้แกขึ้นคานไปตลอดชีวิตซะให้เข็ด!"

"พูดตอนนี้ก็สายไปแล้วเพื่อน!"

"อู๋เจิง! แฟนนายอยู่ในกำมือฉันนะ ถ้าแกล้งเขา นายโดนแน่!"

เสียงของหลี่อันดังมาจากบนอัฒจันทร์ หล่อนล็อกคอ เฉียวเหยียน ไว้ด้วยท่าทางเลียนแบบอู๋เจิงไม่มีผิดเพี้ยน

เมื่อเห็นดังนั้น ฉีเหยียนก็ยักคิ้วใส่อู๋เจิงอย่างผู้ชนะ

เมื่อไม่มีทางเลือก อู๋เจิงจึงจำต้องปล่อยมือ แล้วยกมือทำท่าทางอ้อนวอนส่งไปทางหลี่อัน

เฉียวเหยียน: "ร้ายนักนะ เห็นแฟนดีกว่าเพื่อน! คอยดูเถอะฉันจะจัดการเธอ!"

หลี่อัน: "ขอโทษจ้ะ ขอโทษ..."

ความทรงจำช่างหอมหวาน แต่ความจริงกลับโหดร้าย เมื่อติดอยู่ระหว่างกลาง หลี่อันหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา

"อันอัน..."

เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อ หลี่อันรีบปาดน้ำตาที่ร่วงเผาะแล้วปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

"เฉียวเหยียน..."

"เป็นอะไรไป? ทำไม... ถึงร้องไห้ล่ะ?"

"อ๋อ เปล่าหรอก... แค่แมลงบินเข้าตาน่ะ"

"อย่างนี้นี่เอง"

"เดี๋ยวหนูเป่าให้น้าอันอันเองค่ะ" ซินซิน เอ่ยขึ้นด้วยเสียงเล็ก ๆ ของเด็กน้อย

"ได้จ้ะ"

หลี่อันย่อตัวลงด้วยรอยยิ้ม ซินซินเป่าลมใส่ตาเธอเบา ๆ หลายที "น้าอันอัน หายเจ็บหรือยังคะ?"

"อื้อ หายดีแล้วจ้ะ ขอบใจมากนะซินซิน หวัดหนูหายหรือยังคะ?"

"อื้อ" แกพยักหน้า

"ยังต้องกินยาอยู่ค่ะ แต่ดีขึ้นมากแล้ว" เฉียวเหยียนเสริม

"แล้วทำไมวันนี้ถึงมาที่นี่ได้ล่ะ?" เธอถาม

"ฉัน... พักอยู่ที่หมู่บ้านนี้เหมือนกัน"

"จริงเหรอ? บังเอิญจัง ฉันก็อยู่ที่นี่ ตึกนู้นน่ะ" เฉียวเหยียนชี้มือ "แล้วของเธอตึกไหน?"

"ตึก 15"

"สิบห้า... นั่นมัน..." เฉียวเหยียนชะงักคำพูดไปกลางคัน

หลี่อันรู้ว่าอีกฝ่ายละคำพูดอะไรไว้ นั่นมันตึกที่ฉีเหยียนอยู่ไม่ใช่เหรอ?

เธอหลุบตาลงพลางยิ้มบาง ๆ

จังหวะนั้นเอง แม่ของเฉียวเหยียนก็เดินเข้ามา

"เหยียนเหยียน ได้เวลาซินซินกินยาแล้ว พาหลานกลับบ้านเถอะ!"

"แม่คะ ดูสิคะว่าใครมา!"

"คุณน้า..." หลี่อันเอ่ยทักทาย

"นี่คือ..." แม่ของเฉียวเหยียนพิจารณาเธอ

"แม่คะ นี่หลี่อันไง"

"อ้อ หนูอันอันนี่นา!" ความทรงจำผุดขึ้นมาทันที "ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี หนูสวยขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย ถ้าเหยียนเหยียนไม่บอก น้าคงจำไม่ได้แล้ว"

สมัยเรียนมหาวิทยาลัย หลี่อันเคยไปเที่ยวบ้านเฉียวเหยียนและเคยพบกับแม่ของเธอ

"ผอมลงไปเยอะเลยนะ น้ารู้ว่าวัยรุ่นสมัยนี้ชอบลดความอ้วน แต่ก็ต้องดูแลสุขภาพด้วยนะลูก"

ขอบตาของหลี่อันร้อนผ่าว "ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณน้า"

"ว่าง ๆ ก็แวะมาที่บ้านสิ เดี๋ยวน้าทำของอร่อย ๆ ให้กิน"

"ได้ค่ะคุณน้า"

"เหยียนเหยียน งั้นเรากลับกันเถอะ"

"งั้นพวกเราไปก่อนนะ" เฉียวเหยียนกล่าวลา

"จ้ะ"

"ไว้เจอกันนะ ซินซิน บ๊ายบายคุณน้าสิลูก"

"บ๊ายบายค่ะคุณน้า" ซินซินโบกมือหยอย ๆ

"บ๊ายบายจ้ะซินซิน"

หลังจากพวกเขาจากไป หลี่อันยืนเหม่ออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินกลับบ้าน

ความสุขของคนอื่นก็ยังคงเป็นของคนอื่น พลังใจที่เธอจะตักตวงมาจากตรงนั้นได้มีเพียงจำกัด ความรู้สึกมากมายยังคงติดอยู่ในใจ

เมื่อกลับถึงห้อง เธอขังตัวเองอยู่ในห้องนอน ปิดม่านทุกบานจนทึบ บดบังแสงสว่างทั้งหมดจากภายนอก

เธอเปิดแอร์ แล้วดึงผ้านวมผืนหนาออกมาจากตู้เสื้อผ้า ห่อหุ้มตัวเองเอาไว้แน่น

ทำแบบนั้นแล้ว เธอถึงค่อยรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

...

ช่วงค่ำ

ฉีเหยียนลงไปซื้อบุหรี่ ขากลับเขาหยุดยืนฟังเสียงหน้าประตูห้องของหลี่อัน... เงียบกริบ ไม่รู้ว่าหลับไปแล้วหรือไม่อยู่

ตอนแรกเขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่วันแล้ววันเล่า ทั้งตอนออกไปทำงานและกลับเข้ามา ห้องของเธอก็ยังคงเงียบเชียบ

วันนั้น ตอนที่เขากลับมาจากที่ทำงาน เขาได้ยินพวกป้า ๆ จับกลุ่มคุยกันอยู่ข้างล่าง

"มีตัวอะไรอยู่ในพงหญ้าน่ะ เจ้าตัวเล็กนี่ขุดดินอยู่นานแล้วนะ"

"คงจะหิวโซนั่นแหละ มาคุ้ยหาอาหาร"

"แถวนี้ไม่มีอะไรกินได้หรอก ไม่มีใครดูแลมันบ้างเลยเหรอ?"

"ใครจะไปสนใจ แมวจรจัด เมื่อก่อนมีผู้หญิงตึกตรงข้ามมาให้อาหารพวกมันบ่อย ๆ แต่นี่ไม่เห็นหน้ามาหลายวันแล้ว"

ตอนนั้นเองที่ฉีเหยียนเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดี... หรือว่าเธอจะย้ายไปแล้วจริง ๆ?

เขาอุตส่าห์ยอมรับความจริงได้แล้วว่าเธอจากไป แต่เธอกลับโผล่มา สร้างแรงกระเพื่อมในชีวิตที่เพิ่งจะสงบสุขของเขา แล้วจู่ ๆ ก็จะเดินจากไปง่าย ๆ แบบนี้น่ะเหรอ? เธอทำแบบนี้ได้ยังไง?

หรือว่า... เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเธอ?

ไม่ว่าจะความเป็นไปได้ไหน ก็ทำให้หัวใจเขาบีบรัดแน่น

เขาสาวเท้าก้าวยาว ลิฟต์เพิ่งจะขึ้นไป ไม่รู้ว่าจะลงมาเมื่อไหร่

เขาผลักประตูหนีไฟแล้ววิ่งขึ้นบันได กระโดดข้ามทีละสองขั้น

"หลี่อัน" เขาตะโกนเรียกพลางหอบหายใจ เคาะประตูรัว ๆ ไม่มีเสียงตอบรับ เขาเคาะแรงขึ้นอีก "หลี่อัน หลี่อัน"

ความเงียบงันทำให้เขายิ่งขวัญเสีย "หลี่อัน"

เขาเปิดแอปวีแชทแล้วกดโทรออก

บัญชีนี้เพิ่งจะโอนค่ารถให้เขาเมื่อหลายวันก่อน เธอยังใช้อยู่แน่ ๆ... แต่เธอไม่รับสาย

เขาเดินวนไปวนมาด้วยความร้อนรน ก่อนจะกดโทรหาเฉียวเหยียน อีกฝ่ายรับสายอย่างรวดเร็ว

"ว่าไงฉีเหยียน?"

"สองวันนี้เธอได้คุยกับหลี่อันบ้างไหม?"

"ไม่นะ... เอ๊ะ เดี๋ยวสิ ฉันบังเอิญเจอเธอในหมู่บ้านด้วย"

"เมื่อไหร่?"

"สี่ห้าวันก่อน"

ช่วงเวลาตรงกับครั้งสุดท้ายที่เขาเจอเธอ... วันที่เขากลับมาจากต่างจังหวัด

"ทำไมเหรอ? เกิดอะไรขึ้น?"

"เปล่าหรอก แค่ถามดู แค่นี้นะ"

ภายในห้องพัก หลี่อันได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง แต่เธอไม่มีแรงแม้แต่จะกดรับ

สมองของเธอมึนเบลอ แม้จะตื่นอยู่ แต่กลับรู้สึกราวกับล่องลอยอยู่ในความฝัน

เสียงเรียกเข้าดังวนเวียนอยู่ข้างหูราวกับคำสาป ครั้งแล้วครั้งเล่า เร่งเร้าให้เธออยากจะขว้างโทรศัพท์ทิ้ง

แต่เธอไม่มีแรงแม้แต่จะทำแบบนั้น... แค่คิดก็เหนื่อยแล้ว

เสียงเงียบไป แล้วก็ดังขึ้นใหม่ วนเวียนไม่จบสิ้น

เธอถอนหายใจ เอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ ตั้งใจจะกดวางสายแล้วปิดเครื่อง... แต่พอเห็นชื่อฉีเหยียนบนหน้าจอ เธอก็ชะงักไปด้วยความลังเล

จบบทที่ บทที่ 30 คุณเป็นบ้าอะไรกันแน่?

คัดลอกลิงก์แล้ว