- หน้าแรก
- ทำไงดี แฟนเก่าที่เป็นนักสืบดันย้ายมาอยู่ห้องข้างๆ
- บทที่ 19 เรื่องราวในวันวาน
บทที่ 19 เรื่องราวในวันวาน
บทที่ 19 เรื่องราวในวันวาน
บทที่ 19 เรื่องราวในวันวาน
ลมบนดาดฟ้าพัดกระโชกแรง หอบเอาเส้นผมยาวสลวยปลิวไสวปะทะใบหน้า
หล่อนเดินขึ้นมาทั้งชุดนอน เป็นชุดแขนยาวขายาวสำหรับสวมใส่ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง
นับตั้งแต่ขาได้รับบาดเจ็บ หลี่อัน ก็ไม่เคยหยิบกระโปรงมาใส่อีกเลย
แผลเป็นที่ขานั่นมันดูน่าเกลียดเกินไป
ราตรียาวนานดุจม่านสีดำผืนมหึมาที่แผ่ปกคลุมอยู่เหนือศีรษะอย่างหนักอึ้ง
หล่อนยืนกอดอก เหม่อมองออกไปไกลสุดสายตา ความโดดเดี่ยวอ้างว้างระลอกใหญ่ถาโถมเข้าใส่จิตใจ
บนดาดฟ้ามีม้านั่งยาววางอยู่ไม่กี่ตัว ปกติแล้วชาวแฟลตมักจะเอาผ้าห่มมาตากแดดหรือตากของกันที่นี่
แต่ในนาทีนี้ มันกลับว่างเปล่าไร้ผู้คน
หลี่อันทิ้งตัวลงนอนตะแคง คู้ตัวกอดเข่า ท่ามกลางความเงียบงันราวกับโลกทั้งใบได้เลือนหายไป เหลือเพียงหล่อนอยู่ตามลำพัง
ความทรงจำมักจะเลือกมาเคาะประตูใจในช่วงเวลาเช่นนี้... ในค่ำคืนหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว
"ฉีเหยียน หลับรึยัง? ฉีเหยียน เสี่ยวฉี เสี่ยวฉี หลับหรือยัง?"
"คุณคิดว่าไงล่ะ?"
ฉีเหยียน ปรือตาที่ง่วงงุน ดึงแม่ตัวยุ่งที่กำลังป่วนเขาเข้ามาในอ้อมกอดแน่นขึ้น น้ำเสียงแฝงแววขี้เล่นปนงัวเงียอย่างคนเพิ่งตื่น
"ฉันนอนไม่หลับ"
หลี่อันซุกไซ้ในอ้อมกอดเขา นิ้วมือกรีดกรายวนเวียนเล่นอยู่บนแผงอก
"นอนไม่หลับ?" พอได้ยินคำนี้ ฉีเหยียนก็ตาสว่างขึ้นมาทันที "งั้นมาต่อกันอีกรอบไหม? ผมยังไม่อิ่มพอดีเลย"
"ไม่เอาแล้ว เจ็บนิดหน่อยอะ" หลี่อันบ่นอุบด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
"ไหนขอดูหน่อย"
"นี่ อย่าซนสิ" หลี่อันคว้ามือเขาไว้ หยุดการกระทำนั้น
"ก็ไหนบอกว่าเจ็บ?"
"แค่คุณหยุดทำ ก็ไม่เจ็บแล้ว"
"โอเค ๆ หยุดก็ได้ ถ้าพรุ่งนี้ยังเจ็บอยู่ ต้องบอกผมนะ"
"อื้อ"
ฉีเหยียนล้มตัวลงนอนโอบกอดหล่อนอีกครั้ง "ไหนบอกซิ ทำไมถึงนอนไม่หลับ?"
"ไม่รู้อะ คุณเล่านิทานให้ฟังหน่อยสิ"
"นิทานเหรอ?"
"อื้อ เล่ามาเรื่องนึง!"
"เล่าเรื่องอะไรดีล่ะ? ขอคิดแป๊บนะ!"
เขาลูบคาง ทำท่าทางครุ่นคิดอย่างจริงจัง
หลี่อันนอนรออย่างคาดหวัง
ผ่านไปหลายนาที
"คิดออกยังเนี่ย?"
"ยังไม่หลับอีกเหรอ?"
หลี่อันถึงเพิ่งรู้ตัวว่าโดนแกล้ง "หนอย! คุณหลอกฉันเหรอ"
หล่อนง้างมือจะตีเขา
"โอเค ๆ เล่าแล้ว ๆ จะเล่าเดี๋ยวนี้แหละ..."
"รีบเล่ามาเลย!"
"กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีชายคนหนึ่งขึ้นเขาไปฝึกวิทยายุทธ เขาฝึกวิชา 'หัวเหล็ก' มาหลายปี วันหนึ่งอาจารย์ก็บอกเขาว่า 'เจ้าฝึกสำเร็จแล้ว ข้าไม่มีอะไรจะสอนเจ้าอีก ลงเขาไปเถิด' เขาจึงกราบลาอาจารย์แล้วลงจากเขา แต่ปัญหาก็คือ... พอลงจากเขาปุ๊บ จู่ ๆ เขาก็หายตัวไป ทายซิว่าเป็นเพราะอะไร?"
"อืม... เพราะโดนฆ่าตาย?"
"ไม่ใช่ ลองทายใหม่!"
"งั้น... ตกน้ำตาย?"
"ผิด!"
"อ๋อ! รู้แล้ว เขาอยากใช้ชีวิตสันโดษ ก็เลยตั้งใจซ่อนตัวไม่อยากให้ใครเจอ!"
"ผิด!"
"แล้วมันเพราะอะไรล่ะ? ทายไม่ถูกแล้ว!"
"เขาฝึกวิชาอะไรมา?"
"วิชาหัวเหล็กไง!"
"อื้อ วิชาหัวเหล็ก!" ฉีเหยียนแทบจะกลั้นขำไม่อยู่เมื่อนึกถึงสิ่งที่จะพูดต่อไป
"เฉลยมาเร็ว ๆ สิ!"
"ก็เขาฝึกวิชาหัวเหล็กไง... พอลงจากเขา... ก็เลยโดนแม่เหล็กยักษ์ดูดหายไปเลย..."
ฉีเหยียนกลั้นขำจนพูดจบประโยค ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา
"อะไรของคุ๊ณ! บ้าบอที่สุด! ทีนี้ฉันนอนไม่หลับจริง ๆ แล้วนะ!"
ทั้งสองคนหยอกล้อกันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง
"ทำไงดี ตาฉันสว่างกว่าเดิมอีก!"
"งั้นผมนับแกะให้ฟังนะ"
"อื้อ"
"แกะหนึ่งตัว แกะสองตัว แกะสามตัว แกะสี่ตัว แกะห้าตัว... แกะร้อยตัว แกะร้อยหนึ่งตัว... อันอัน หลับรึยัง?"
"อย่าเพิ่งคุย ง่วงแล้ว"
"งั้นก็นอนซะ"
เขาประทับจูบลงบนหน้าผากหล่อน...
ทว่าในค่ำคืนที่นอนไม่หลับเช่นนี้เหมือนกัน หล่อนกลับทำได้เพียงหล่อเลี้ยงชีวิตด้วยการฉายภาพความทรงจำเหล่านั้นซ้ำไปซ้ำมา
ความจริงแล้ว ฉีเหยียนก็นอนไม่หลับเช่นกัน
ห้าปีแล้ว เขาไม่คิดเลยว่าหลังเลิกรากันไปห้าปี จะยังมีช่วงเวลาแบบวันนี้เกิดขึ้นอีก
เขาไม่ได้เป็นเหมือนหลี่อันที่จำทุกอย่างในอดีตได้แม่นยำ หลายเรื่องเริ่มเลือนรางไปตามกาลเวลา
ความทรงจำเปรียบเสมือนนาฬิกาทรายที่รั่วไหล เขาได้แต่มองดูเม็ดทรายที่ลดน้อยลงด้วยความสิ้นหวังแต่กลับทำอะไรไม่ได้
เขาเคยวาดภาพจุดจบไว้ตั้งนานแล้ว ว่าไม่ช้าก็เร็วทรายในนาฬิกาก็คงหมดลง
สักวันเขาคงลืมเรื่องราวเกี่ยวกับหล่อนไปจนหมดสิ้น ไม่หลงเหลือร่องรอยใด ๆ
แต่วันนี้ กลับมีใครบางคนเททรายกลับเข้ามาในนาฬิกาอีกครั้ง
เขารู้สึกเหมือนเห็นจุดเปลี่ยน
แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ก่นด่าตัวเองในใจไม่หยุด
เขาเป็นบ้าอะไรไป?
แค่หล่อนกลับมา ก็ทำให้เขาลืมสิ่งที่หล่อนเคยทำกับเขาแล้วงั้นเหรอ?
ลืมความทุกข์ทรมานตลอดห้าปีที่ผ่านมาแล้วหรือไง!
เขาบอกตัวเองมาตลอดไม่ใช่หรือ?
ให้อยู่ห่าง ๆ ผู้หญิงคนนี้ไว้!
แล้วตอนนี้เขากำลังทำบ้าอะไรอยู่?
หล่อนโดนแมวกัด ก็สมควรแล้วนี่!
ใครใช้ให้หล่อนทำตัวเป็นแม่พระอยากช่วยสัตว์โลกนักล่ะ!
ต่อให้เสี่ยงเป็นโรคกระดูกอักเสบ หรือต้องตัดขา นั่นมันก็เรื่องของหล่อน... ไม่สิ จะตัดขาไม่ได้นะ!
แต่ไม่ว่าจะยังไง นั่นมันก็เรื่องส่วนตัวของหล่อน หล่อนเป็นผู้ใหญ่แล้ว มีอะไรที่จัดการเองไม่ได้บ้าง!
ทำไมเขาต้องแส่หาเรื่องเข้าไปยุ่งวุ่นวายด้วย?
ในใจของเขาร้อนรุ่มดั่งพายุคลั่ง แต่ใบหน้ากลับเรียบเฉย
เขานั่งชันเข่าข้างหนึ่งอยู่บนเตียง สายตาจับจ้องไปที่ประตูห้องนอนเขม็ง
บนประตูนั้นมีป้ายแขวนลายการ์ตูนที่เขาดึงกระชากมาจากประตูห้องของหลี่อันแปะอยู่
ครอบครัวเครยอนชินจัง
ใช่แล้ว เขาโยนทิ้งถังขยะไปแล้ว แต่สุดท้ายก็ไปคุ้ยกลับมาติดไว้ที่นี่...
วันรุ่งขึ้น ทันทีที่ฉีเหยียนมาถึงสถานีตำรวจ ก็บังเอิญเจอกับ สวี่เจี้ยน ที่เพิ่งเดินเข้ามาพอดี
"อรุณสวัสดิ์ครับหัวหน้า"
"อืม"
"กินข้าวยังครับ? ผมซื้อซาลาเปามา แม่ผมทำเองเลยนะ!" เขาชูซาลาเปาในมือแกว่งไปมา "แบ่งให้ลูกนึงเอาป่ะ?"
"ไม่ล่ะ ฉันกินมาแล้ว"
"งั้นผมกินเองนะ?"
"อืม"
ขณะที่สวี่เจี้ยนกำลังจะเดินจากไป ฉีเหยียนก็เรียกเขาไว้ "เดี๋ยว! แกยังมี... กาแฟเหลือไหม?"
"มีครับ"
"ขอซองนึง!"
"เมื่อคืนนอนไม่หลับเหรอครับ?"
"เลิกพล่ามได้แล้ว!"
"ขอพูดอีกคำเดียว คำเดียวจริง ๆ หัวหน้า ทำไมผมรู้สึกว่าช่วงนี้หัวหน้าดูแปลก ๆ ไปนะ?"
"แปลกยังไง?" ฉีเหยียนกระแอมเบา ๆ ในใจทั้งกลัวลูกน้องจะจับสังเกตได้ แต่ลึก ๆ ก็แอบหวังให้เขาพูดอะไรออกมา