- หน้าแรก
- สามก๊ก ยอดกุนซือแห่งยุคเข้าใจผิดว่าโจโฉคือพ่อตา
- ตอนที่ 5 โจโฉมาเยือน ตกตะลึงอีกครั้ง
ตอนที่ 5 โจโฉมาเยือน ตกตะลึงอีกครั้ง
ตอนที่ 5 โจโฉมาเยือน ตกตะลึงอีกครั้ง
ตอนที่ 5 โจโฉมาเยือน ตกตะลึงอีกครั้ง
“หากคนผู้นี้มีความสามารถยิ่งใหญ่ ข้ารับเขาเป็นเขยแล้วจะเป็นไรไป”
โจโฉลูบเครายาวของตน ยิ้มกล่าว
“นายท่านกระหายผู้มีความสามารถ คิดจะรับซูอี้เป็นลูกเขยก็เป็นเรื่องปกติ”
“เพียงแต่”
น้ำเสียงของซีจื้อไฉเปลี่ยนไป กลับถอนหายใจกล่าวว่า “คุณหนูตั้งแต่เล็กได้รับการเลี้ยงดูจากฮูหยิน รักประดุจลูกในไส้ เกรงว่าฮูหยินจะใส่ใจเรื่องชาติตระกูลของลูกเขยในอนาคตนะขอรับ”
รอยยิ้มของโจโฉหายไป คิ้วขมวดเล็กน้อย
ภรรยาเอกของเขา ติงฮูหยินมาจากตระกูลใหญ่ ค่อนข้างจะยึดติดกับเรื่องชาติตระกูล หากรู้ว่าซูอี้เป็นเพียงบุตรหลานตระกูลขุนนางชั้นปลายแถวที่กำลังจะตกต่ำ เกรงว่าจะไม่ยอมยกบุตรีให้
ครุ่นคิดอยู่นาน
โจโฉโบกมือ “เรื่องนี้ไม่รีบ รอให้เชิญเสด็จโอรสสวรรค์กลับมายังอำเภอสวี่ก่อนค่อยว่ากัน”
“นายท่านพูดถูกแล้วขอรับ” ซีจื้อไฉประสานมือคารวะ
…
สามวันต่อมา
โจโฉนำทหารม้าสามพันนาย จากอำเภอสวี่ขึ้นเหนือ มุ่งตรงไปยังลั่วหยาง
ความขัดแย้งของตังสินและเอียวฮอง การขาดแคลนเสบียงของลั่วหยาง ประกอบกับการยุยงอย่างลับ ๆ ของตังเจี๋ยว
โจโฉใช้กลอุบาย หลังจากเจรจาต่อรองอยู่หนึ่งเดือน ในที่สุดก็สามารถรับเสด็จโอรสสวรรค์จากลั่วหยางกลับมายังเมืองสวี่ได้สำเร็จ
เดือนสิบเอ็ด
จักรพรรดิฮั่นมีราชโองการ แต่งตั้งโจโฉเป็นสมุหโยธา ดำรงตำแหน่งแม่ทัพทหารม้า ควบคุมขุนนางในราชสำนักทั้งหมด
อำเภอสวี่ ในชั่วข้ามคืน ได้รับการเลื่อนขั้นเป็นเมืองหลวงของราชวงศ์ฮั่น
…
จวนสมุหโยธา
“ตามคำสั่งของท่านสมุหโยธา ช่างฝีมือทั้งหมดในเมืองอิ่งชวนได้ถูกเกณฑ์มายังอำเภอสวี่แล้ว เร่งทำงานทั้งคืนวัน เพื่อสร้างพระราชวังให้โอรสสวรรค์”
“ตามความคืบหน้าในปัจจุบัน อย่างช้าที่สุดต้นปีหน้า โอรสสวรรค์ก็จะสามารถเข้าประทับในพระราชวังใหม่ได้”
ซีจื้อไฉรายงานเรื่องการจัดที่ประทับของโอรสสวรรค์
บนตำแหน่งประธาน
โจโฉพยักหน้าเล็กน้อย “การสร้างพระราชวังต้องรวดเร็ว ให้โอรสสวรรค์ได้ประทับในพระราชวังใหม่โดยเร็วที่สุด ถึงจะสามารถแสดงให้คนทั่วหล้าเห็นถึงความเคารพของข้าที่มีต่อโอรสสวรรค์ได้”
น้ำเสียงเปลี่ยนไป
โจโฉถามอีกครั้งว่า “การก่อสร้างครั้งใหญ่อย่างเร่งด่วนเช่นนี้ ไม้ที่ต้องการขาดแคลนหรือไม่?”
“ท่านสมุหโยธาวางใจได้ ไม้มีเพียงพอขอรับ”
ซีจื้อไฉปลอบใจ
“เพียงพอ?”
ในดวงตาของโจโฉฉายแววสงสัย แต่กล่าวว่า “แค่เมืองสวี่เมืองเดียว ในเวลาสั้น ๆ จะหาไม้มากมายขนาดนั้นมาจากที่ไหน”
ซีจื้อไฉยิ้มกล่าวว่า “ไม่ปิดบังท่านสมุหโยธา เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้แก่คุณชายซูอี้ผู้นั้น”
“ซูอี้? เกี่ยวอะไรกับเขา?”
ดวงตาของโจโฉสั่นไหวกล่าว
“ตามที่ข้าสืบมา ตระกูลซูนั่นเริ่มกักตุนไม้มาตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้ว ในจำนวนนั้นมีไม้หนานมู่ใยทองชั้นเลิศที่ขนส่งมาจากหวยหนานอยู่ไม่น้อย”
“ไม้ที่เราต้องการ ส่วนใหญ่ซื้อมาจากตระกูลซู จึงไม่มีการขาดแคลน”
ซีจื้อไฉชี้แจงเหตุผล
“ที่แท้เป็นเช่นนี้”
โจโฉเข้าใจในทันที ยิ้มกล่าวว่า “ที่แท้เขาวางแผนล่วงหน้า ฉวยโอกาสทำกำไรก้อนโตจากข้าไปนี่เอง ช่างหลักแหลมเสียจริง”
หลังจากนั้น โจโฉลุกขึ้นยืนทันที กล่าวอย่างยินดีว่า “ไป ไปบ้านตระกูลซูกับข้า ไปพบเจ้าหนุ่มนั่นสักหน่อย”
…
หมู่บ้านตระกูลซู
ซูอี้ยืนไพล่มือไว้ด้านหลังที่หน้าประตู สั่งการให้บ่าวรับใช้ขนย้ายไม้ชุดสุดท้ายออกไป
“น้องหลี่เหิง ท่านโจโฉเชิญเสด็จโอรสสวรรค์กลับมายังอำเภอสวี่ได้จริง ๆ เจ้าช่างราวกับเทพเจ้าโดยแท้”
“ข้าจิวท่ายยอมรับนับถือเจ้าอย่างสุดหัวใจ ตั้งแต่นี้ไป ข้าจะฟังคำสั่งของเจ้า!”
จิวท่ายมีสีหน้าเลื่อมใส โค้งคำนับซูอี้อย่างลึกซึ้ง
“พี่อิ้วผิงเกรงใจไปแล้ว”
บนใบหน้าของซูอี้กลับไม่มีความภาคภูมิใจ เพียงยิ้มบาง ๆ พยุงจิวท่ายให้ลุกขึ้น
ในตอนนี้
โจโฉในชุดลำลอง ได้ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตูจวนซู พร้อมด้วยเตียนอุยและซีจื้อไฉ
“นายท่าน องครักษ์ข้างกายซูอี้นั่นไม่ธรรมดา เกรงว่าฝีมือไม่น่าจะด้อยไปกว่าข้าน้อย”
เตียนอุยชี้ไปที่จิวท่าย กล่าวเสียงต่ำ
“เขาเป็นเพียงคนสันโดษ กลับสามารถชักชวนคนเช่นนี้มาเป็นองครักษ์ให้ได้อย่างเต็มใจ!”
โจโฉแอบประหลาดใจ
“ท่านลุง!”
ซูอี้เห็นโจโฉมาถึง จึงเข้าไปทักทาย
“หลานชายผู้ปราดเปรื่อง!”
โจโฉเก็บซ่อนความเด็ดขาดของผู้มีอำนาจ เข้าไปคารวะตอบอย่างเป็นกันเอง
“เรื่องการแต่งงานระหว่างผู้เยาว์กับบุตรีของท่าน ท่านลุงตัดสินใจได้แล้วหรือยังขอรับ?”
ซูอี้ถามอย่างตรงไปตรงมา
“เรื่องแต่งงานยังไม่รีบ เข้าไปคุยกันข้างในช้า ๆ เถอะ”
โจโฉยิ้ม
ซูอี้จึงเชิญโจโฉเข้าจวน
จิวท่ายยืนอยู่ข้างหลังซูอี้โดยอัตโนมัติ
“อิ้วผิง แจ้งไปยังร้านค้าทุกแห่ง ให้รีบกว้านซื้อยารักษาบาดแผลภายนอก มีเท่าไหร่เอาเท่านั้น”
ซูอี้กล่าวสั่งขณะรินชาให้โจโฉ
ครั้งนี้จิวท่ายไม่มีข้อสงสัยแม้แต่น้อย รับคำสั่งทันที
“หลานชายผู้ปราดเปรื่อง เหตุใดเจ้าจึงต้องการซื้อยาขึ้นมาทันที?”
โจโฉถามอย่างสงสัย
“ท่านสมุหโยธาโจโฉกำลังจะใช้ทหาร ในกองทัพย่อมต้องการยาอย่างเร่งด่วน ผู้เยาว์ซื้อไว้ล่วงหน้า ทำกำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น”ซูอี้ตอบอย่างไม่ใส่ใจ
“ใช้ทหาร?”
แววตาของโจโฉยิ่งประหลาดใจขึ้น ซักถามต่อไปว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าท่านสมุหโยธาโจโฉจะใช้ทหาร แล้วเขาจะใช้ทหารกับผู้ใด?”
“ย่อมเป็นเตียวสิ้วแห่งเมืองอ้วนเสียแล้ว”
ซูอี้พูดพลางยกชาที่ชงเสร็จแล้วให้โจโฉ
โจโฉรับถ้วยชา แต่ไม่มีอารมณ์จะลิ้มรส กล่าวอย่างประหลาดใจว่า “นี่เป็นเพราะเหตุใดอีก?”
“โจโฉกุมโอรสสวรรค์เพื่อบัญชาเหล่าเจ้าเมือง ย่อมต้องถูกเหล่าเจ้าเมืองทั่วหล้าหวาดระแวง เมืองอ้วนเสียที่เตียวสิ้วครอบครองอยู่ ใกล้กับเมืองสวี่มาก ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่คิดการใหญ่”
“และโจโฉเพื่อความปลอดภัยทางทิศใต้ของเมืองสวี่ ก็ย่อมต้องส่งทหารไปปราบเตียวสิ้ว และยึดเมืองอ้วนเสียมาไว้ในครอบครอง”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ สงครามครั้งนี้ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องเกิดขึ้น”
ซูอี้จิบชากรุ่น ๆ พูดราวกับกำลังคุยเล่น
ในดวงตาของโจโฉฉายแววตกตะลึง อดไม่ได้ที่จะหันไปสบตากับซีจื้อไฉอย่างลับ ๆ
[จบแล้ว]
ปล.ยุคนี้ยังเป็นระบบปกครองแบบสามสมุห สามซานกง ยังไม่มีระบบอัครมหาเสนาบดี