- หน้าแรก
- ราชันย์จอมโจรย้อนเวลา
- บทที่ 431 - กิลด์กู้ชาติพินาศสิ้น!!
บทที่ 431 - กิลด์กู้ชาติพินาศสิ้น!!
บทที่ 431 - กิลด์กู้ชาติพินาศสิ้น!!
บทที่ 431 - กิลด์กู้ชาติพินาศสิ้น!!
เวทมนตร์ระดับสูงเริ่มแพร่หลายมากขึ้นในหมู่ผู้เล่น บางครั้งผู้เล่นทั่วไปก็เรียนรู้เวทมนตร์ระดับสูงได้ นักเวทธาตุที่ชื่อเสี่ยวฉีคนนี้จัดอยู่ในอันดับแปดเก้าสิบของนักเวทธาตุในชนเผ่ายอดคน ไม่ถือว่าเป็นระดับท็อป แต่ไม่ว่าใครจะเป็นคนร่าย เวทมนตร์ระดับสูงก็ทรงพลังเสมอ เหนือเครื่องเหวี่ยงหินหุ้มเกราะเครื่องนั้นถูกปกคลุมด้วยเมฆสีแดงฉานที่ร้อนระอุ คนของดาบคลั่งกระหายเลือดเพิ่งจะรู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติ
"ใบ้มันเร็ว!"
"ห้ามร่ายเวท!"
อัศวินศักดิ์สิทธิ์ของดาบคลั่งกระหายเลือดพุ่งเข้าใส่ทิศทางที่เสี่ยวฉีอยู่
เงาพยัคฆ์เย็นเยียบที่ยืนค้ำหน้านักรบโล่ของดาบคลั่งกระหายเลือดมาตลอดเหลือบมองช่องปาร์ตี้แล้วยิ้มบางๆ "เสี่ยวฉี เจ้านั่นทำได้ดีมาก"
เห็นกลุ่มอัศวินศักดิ์สิทธิ์ของดาบคลั่งกระหายเลือดพุ่งเข้ามาในระยะห้าหลา เงาพยัคฆ์เย็นเยียบก็คำรามเสียงดังสนั่น คำรามข่มขวัญ! เสียงอันทรงพลังทำให้คนของดาบคลั่งกระหายเลือดรอบๆ ชะงักไปเล็กน้อย ผลควบคุมของคำรามข่มขวัญไม่ถือว่าแรงมาก แต่ดีตรงที่เป็นสกิลกลุ่ม
ทันทีที่เงาพยัคฆ์เย็นเยียบใช้คำรามข่มขวัญ นักเวทธาตุด้านหลังก็ร่ายสกิลแดนเหมันต์ลงมา พื้นที่รอบๆ ถูกปกคลุมด้วยหมอกขาว อุณหภูมิลดฮวบ ในอาณาเขตแดนเหมันต์ ความเร็วของผู้เล่นทั้งสองฝ่ายลดลงอย่างมาก การเคลื่อนไหวของทุกคนเชื่องช้าลง
กลุ่มนักเวทด้านหลังทำทุกวิถีทางเพื่อคุ้มกันเสี่ยวฉี พวกเขามีความเชื่ออย่างหนึ่งว่า ขอแค่ทำลายเครื่องเหวี่ยงหินหุ้มเกราะได้ ต่อให้ต้องสละชีวิตพี่น้องชนเผ่ายอดคนไปบ้างก็คุ้มค่า เพราะตั้งแต่เริ่มจนถึงตอนนี้ เครื่องเหวี่ยงหินฆ่าพี่น้องชนเผ่ายอดคนไปอย่างน้อยแปดเก้าพันคน ความเสียหายทางตรงและทางอ้อมที่เกิดจากเครื่องเหวี่ยงหินน่าจะถึงสามหมื่นคน ถ้าชนเผ่ายอดคนไม่มีปืนใหญ่เวทมนตร์ก็อบลินกับจ้าวแห่งถ้ำลึก คงพ่ายแพ้ที่ป้อมปราการคริปส์ไปแล้ว ดังนั้นผู้เล่นชนเผ่ายอดคนจึงเกลียดชังเครื่องเหวี่ยงหินพวกนี้เข้ากระดูกดำ
ความแข็งแกร่งของดาบคลั่งกระหายเลือด สมาพันธ์จอมเวท ผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ และอาณาจักรเทวทูต เกินกว่าที่ชนเผ่ายอดคนจะต้านทานได้ ชนเผ่ายอดคนมียอดฝีมือเยอะก็จริง มีศักยภาพในการพัฒนาสูง แต่องค์กรเหล็กกล้าแค่ไหนก็ทนการสูญเสียจากสงครามต่อเนื่องหลายครั้งไม่ไหว ยอดฝีมือระดับท็อปของชนเผ่ายอดคน เลเวลและอุปกรณ์ล้าหลังกว่าสี่กิลด์ใหญ่นั้นมาก ยอดฝีมือบางคนที่เนี่ยเหยียนเคยหมายตาไว้ เลเวลตกลงไปเหลือสามสิบสี่สิบจากสงครามครั้งก่อนๆ กว่าจะไล่ตามคนอื่นทันต้องใช้เวลาพักฟื้นอีกนาน
แต่สงครามครั้งนี้ก็ลากชนเผ่ายอดคนลงสู่ปลักโคลนอีกครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะเงินทุนมหาศาลที่เนี่ยเหยียนอัดฉีดและความสามัคคีของคนในกิลด์ เป็นกิลด์อื่นคงล่มสลายไปนานแล้ว กว่าชนเผ่ายอดคนจะมีวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ถ้าสงครามนี้มีแค่ดาบคลั่งกระหายเลือด ชนเผ่ายอดคนคงรับมือสบาย แต่ศัตรูรวมหัวกับอีกสี่กิลด์ แถมยังมีอาวุธทำลายล้างอย่างเครื่องเหวี่ยงหินหุ้มเกราะ ชนเผ่ายอดคนไม่แพ้ราบคาบก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
การปรากฏตัวของจ้าวแห่งถ้ำลึกช่วยลบความได้เปรียบของเครื่องเหวี่ยงหิน ทำให้ตาชั่งแห่งชัยชนะเริ่มเอียงมาทางชนเผ่ายอดคน ถึงตอนนี้ ผู้เล่นชนเผ่ายอดคนต่างรู้ดีว่า ถ้าทำลายเครื่องเหวี่ยงหินสองเครื่องนี้ได้ ก็ชนะไปกว่าครึ่ง!
เพื่อพี่น้องชนเผ่ายอดคนทีตายไป!
เวทมนตร์โจมตีกลุ่มขนาดเล็กที่ใช้เวลาร่ายสั้นถูกระดมยิงลงไปด้านหน้า เวทพวกนี้มีรัศมีแค่ 5x5 หลา แต่ไม่แยกมิตรศัตรู สร้างความเสียหายให้ทุกคน มีแค่ดาเมจวงกว้างแบบนี้เท่านั้นที่จะหยุดคลื่นผู้เล่นดาบคลั่งกระหายเลือดที่ดาหน้าเข้ามาได้ ผู้เล่นกลุ่มแล้วกลุ่มเล่าล้มลงภายใต้การระดมยิงเวทมนตร์ ส่วนใหญ่เป็นคนของดาบคลั่งกระหายเลือด แต่ก็มีคนของชนเผ่ายอดคนรวมอยู่ด้วย ภายใต้เวทมนตร์หนาแน่นขนาดนี้ ต่อนักรบโล่ก็ยืนไม่อยู่ พื้นที่ด้านหน้าถูกกวาดเรียบ เวทมนตร์เหล่านี้คงอยู่ได้เจ็ดแปดวินาที บางบทนานถึงสิบกว่าวินาที กลายเป็นแนวกันไฟที่ข้ามไม่ได้
ลูกไฟหลายลูกกระแทกใส่เงาพยัคฆ์เย็นเยียบ ตัวเลขความเสียหายห้าร้อยหกร้อยเด้งขึ้นบนหัว เลือดของเขาเหลือแค่ขีดแดง นักบวชเจ็ดแปดคนข้างหลังระดมฮีลให้เขาไม่หยุด นักรบโล่คนอื่นของชนเผ่ายอดคนตายหมดแล้ว เหลือเขาแค่คนเดียว ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ไม่มีวันมอดดับ เงาพยัคฆ์เย็นเยียบยังคงพุ่งเข้าใส่อัศวินศักดิ์สิทธิ์ที่อาจจะฝ่าเข้ามาได้ ต่อให้ต้องตายตกไปตามกัน ก็จะไม่ยอมให้พวกมันผ่านไป!
เทวทูตปีกสวรรค์ผ่านแนวกันไฟไปไม่ได้ ทำได้แค่ยิงธนูใส่เสี่ยวฉีไม่ยั้ง นักเวทคนอื่นของชนเผ่ายอดคนเอาตัวเข้าแลกเพื่อรับลูกธนูแทน
"คุ้มกันเสี่ยวฉี!"
"ทุกคนต้านไว้!"
นักเวทคนแล้วคนเล่ากลายเป็นแสงสีขาวภายใต้คมธนูของเทวทูตปีกสวรรค์
สามวินาที สองวินาที หนึ่งวินาที... เสี่ยวฉีร่ายเวทระดับสูงเสร็จสิ้น เพลิงผลาญทำลายล้าง!
เสาเพลิงขนาดมหึมาเทลงมาจากฟากฟ้า เปลวไฟเหล่านี้เหมือนลาวาที่ปะทุจากภูเขาไฟ อัดแน่นด้วยพลังทำลายล้าง กระแทกใส่เครื่องเหวี่ยงหินหุ้มเกราะเต็มๆ เครื่องเหวี่ยงหินติดไฟลุกโชนทันที เสียงดังโครมครามก่อนจะพังทลายลง
มือที่ถือคันธนูนกไฟพาเรนท์ของเทวทูตปีกสวรรค์ตกลงข้างลำตัว ความสิ้นหวังวาบผ่านในใจ จบกัน สายตาของเขาจ้องมองจ้าวแห่งถ้ำลึกที่อยู่ไกลออกไปอย่างเคียดแค้น จอมโจรคลั่งนิพพานเพลิง เรื่องระหว่างเรามันไม่จบง่ายๆ แค่นี้หรอก! รอให้ระบบสัตว์ขี่บินได้เปิดเมื่อไหร่ อาณาจักรเทวทูตจะกลับมาทวงคืน!
เครื่องเหวี่ยงหินหุ้มเกราะเหลือแค่เครื่องเดียว ยิ่งหยุดจ้าวแห่งถ้ำลึกไม่ได้ เนี่ยเหยียนบังคับจ้าวแห่งถ้ำลึกพุ่งเข้าใส่เครื่องเหวี่ยงหินที่เหลือ ลูกเหล็กติดไฟห้าลูกกระแทกใส่ร่างจ้าวแห่งถ้ำลึก เลือดลดไปครั้งละสามแสนห้า แต่เนื่องจากเครื่องเหวี่ยงหินโจมตีช้า จึงไม่คุกคามจ้าวแห่งถ้ำลึกเท่าไหร่ จ้าวแห่งถ้ำลึกชนผู้เล่นดาบคลั่งกระหายเลือดกระเด็นเป็นเบือ แล้วพุ่งชนเครื่องเหวี่ยงหิน เสียงดังโครม เครื่องเหวี่ยงหินเครื่องสุดท้ายกลายเป็นเศษไม้
ดาบคลั่งกระหายเลือดหมดสิ้นหนทาง ครู่ต่อมา กองทัพหลายหมื่นคนของสมาพันธ์จอมเวทและผู้พิทักษ์ศักดิ์สิทธิ์ก็ได้รับข่าวว่าเครื่องเหวี่ยงหินพังหมดแล้ว
"เครื่องเหวี่ยงหินพังแล้ว พวกเราจบเห่แล้ว!"
ความสิ้นหวังแผ่ซ่านในใจพวกเขา พวกเขากำลังจะหันหลังกลับ ออกจากพื้นที่นี้ ก็เห็นจ้าวแห่งถ้ำลึกตัวมหึมาปรากฏขึ้นในสายตาบนที่ราบไกลออกไป พลังอำนาจของมันข่มขวัญทุกคน พอไม่มีเครื่องเหวี่ยงหิน จ้าวแห่งถ้ำลึกก็คือผู้ปกครองสนามรบแห่งนี้
"เทวทูตปีกสวรรค์ล่ะ" เนี่ยเหยียนถามในช่องกิลด์
"ไม่รู้ครับ หายไปแล้ว"
"บัดซบ หนีเร็วจริง!"
เทวทูตปีกสวรรค์หายตัวไปแล้ว ไกลออกไป กิลด์กู้ชาติที่กำลังพัวพันกับวิหารเทพกาแลนและจักรวรรดิโรมันศักดิ์สิทธิ์ เห็นท่าไม่ดีก็รีบถอยทัพไปทางเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์
โพเทียนส่งข้อความลับไปด่าคทาเทพทลายราตรีอย่างโกรธเกรี้ยว "ไอ้เหี้ย คทาเทพทลายราตรี ทำไมนายยังไม่ลงมืออีก? จะจบศึกอยู่แล้วนะเว้ย!"
เขากับคทาเทพทลายราตรีนัดกันไว้ว่าจะลงมือพร้อมกัน กองกำลังเยอะขนาดนี้ อย่างน้อยก็กวาดล้างวิหารเทพกาแลนกับจักรวรรดิโรมันศักดิ์สิทธิ์ได้หมด ส่วนชนเผ่ายอดคน ตอนนี้คงสูญเสียหนัก เหลือแค่สองสามหมื่นคน พอฆ่าคนของชนเผ่ายอดคนหมด ต่อให้มีจ้าวแห่งถ้ำลึก จะทำอะไรได้? ถึงจะไม่รู้ค่าสถานะของจ้าวแห่งถ้ำลึก แต่สิ่งมีชีวิตทรงพลังแบบนี้ต้องมีเวลาอัญเชิญจำกัดแน่ ขอแค่หลบไปก่อน รอให้เวลาอัญเชิญหมด ค่อยกลับมาโต้กลับ ก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสชนะ แต่เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์กลับไม่ส่งคนมาตามแผน ยืนดูอยู่ข้างสนามจนถึงตอนนี้ โพเทียนจะไม่โกรธได้ไง?
คทาเทพทลายราตรีฟังคำด่าของโพเทียนแล้วไม่โกรธ ยิ้มบางๆ ตอบกลับไป "ขอโทษที นายเราคนละคนกัน ขอโทษด้วยนะ"
"คทาเทพทลายราตรี นายหมายความว่าไง!" โพเทียนตะคอกถาม
สิ้นเสียงเขา ผู้เล่นเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ทั่วภูเขาก็โห่ร้องฆ่าฟัน พุ่งเข้าใส่กองทัพกิลด์กู้ชาติ
ตอนนั้นเอง โพเทียนก็ได้รับข่าวจากลูกน้อง
"หัวหน้าโพเทียน เปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์โดนชนเผ่ายอดคนซื้อไปแล้ว! พวกมันบุกมาแล้ว!" ผู้เล่นคนหนึ่งรายงานด้วยความตื่นตระหนก
"ไอ้เวรคทาเทพทลายราตรี ทำไมเราถึงไม่รู้ข่าวมาก่อนเลยวะ?" โพเทียนขมวดคิ้ว คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน
"เจ้านั่นปิดข่าวเงียบกริบ เพิ่งจะประกาศให้คนในกิลด์รู้เมื่อกี้นี้เอง คนของวิหารเทพกาแลน จักรวรรดิโรมันศักดิ์สิทธิ์ และเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ส่วนหนึ่งกำลังมุ่งหน้าไปที่ป้อมปราการของเราแล้ว!"
พวกเขาก็เพิ่งได้รับข่าว คทาเทพทลายราตรีเก็บความลับได้มิดชิดจริงๆ
ในเวลานี้ กิลด์กู้ชาติกับเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์เริ่มปะทะกันแล้ว นอกจากนี้ โพเทียนยังได้รับข้อความจากระบบอีกหลายข้อความ
ระบบ: เมืองแห่งรุ่งอรุณถูกโจมตี
ระบบ: ป้อมปราการแสงแห่งชัยชนะถูกโจมตี
คนของวิหารเทพกาแลน จักรวรรดิโรมันศักดิ์สิทธิ์ และเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์บุกเข้าใส่สองป้อมปราการนี้ด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ คนที่ไปตีเมืองมีแค่ห้าหกพันคน แต่คนของกิลด์กู้ชาติเทหมดหน้าตักมาตีป้อมปราการคริปส์ คนเฝ้าบ้านที่เมืองแห่งรุ่งอรุณและป้อมปราการแสงแห่งชัยชนะมีแค่สองสามพันคน แถมฝีมือก็งั้นๆ
ถ้าสองป้อมปราการนี้แตก กิลด์กู้ชาติจะถูกลบชื่อออกจากเมืองคาโลรอย่างถาวร แต่กองทัพของพวกเขาถูกเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ตรึงไว้ที่สนามรบ กลับไปช่วยไม่ได้ อดีตกิลด์อันดับหนึ่งของอาณาจักรกรีนแลนด์ที่เคยยิ่งใหญ่ จะต้องมาล่มสลายที่นี่! ความรุ่งโรจน์ในอดีต สุดท้ายก็เหลือเพียงความว่างเปล่า!
[จบแล้ว]