เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 82 - คนแปลกหน้า (1) [อ่านฟรีวันที่ 28/11/2561]

บทที่ 82 - คนแปลกหน้า (1) [อ่านฟรีวันที่ 28/11/2561]

บทที่ 82 - คนแปลกหน้า (1) [อ่านฟรีวันที่ 28/11/2561]


บทที่ 82 - คนแปลกหน้า (1)

 

ชื่อเสียงของแวนการ์ดได้เพิ่มมากขึ้นไปทุกๆวัน

ระดับของอาวุธมาตราฐานก็ยังเพิ่มขึ้นมาทีละนิด และหลังจากที่ประสิทธิภาพของอาวุธระดับสูงที่ขายให้กับทั้ง 26 ตระกูลได้ถูกเปิดเผย พลังของแวนการ์ดก็ได้กลายเป็นที่รู้จักกันดีมากขึ้น นอกไปจากนี้หลังจากที่กองกำลังทหารของเกาหลีกลุ่มปราบปรามได้เผยว่าพวกเขาก็ยังได้รับการสนับสนุนมาจากเกาหลีแล้วด้วยทำให้แบรนด์ๆนี้ได้มีชื่อเสียงมากยิ่งขึ้นไปอีก

ก่อนหน้านี้กองกำลังปราบปรามได้รับการพิจารณาว่าเป็นกองกำลังกลุ่มที่น่าสงสารมากที่สุดในเกาหลี แต่ว่าตอนนี้พวกเขาได้กลายเป็นกลุ่มที่โชคดีที่สุดไปแล้วทันที

แน่นอนว่ามันก็ไม่ได้เปลื่ยนความจริงที่ว่าพวกเขาก็ยังต้องทนทุกข์อยู่ แต่ว่าเนื่องจากมีอุปกรณ์ที่มีทั้งระดับและคุณภาพที่มากขึ้นทำให้การบาดเจ็บล้มตายของพวกเขาได้ลดน้อยลงไปซึ่งมันไม่ค่อยมีให้เห็นมากนักแล้ว แม้กระทั่งความเร็วในการพัฒนาของพวกเขาก็ยังเพิ่มมากยิ่งขึ้น

สิ่งที่น่าเชื่อถือที่สุดในโลกตอนนี้ก็คือเลเวลของตนเอง

กองกำลังปราบปรามกำลังเพิ่มเลเวลของตัวเองขึ้นด้วยความเร็วที่ไม่ด้อยไปกว่าตระกูลที่ทรงพลังเลย ถึงแม้ว่าจะเป็นการทำงานให้กับประเทศและแม้ว่าหากประเทศหรือกองกำลังปราบปามได้พังลง เลเวลของพวกเขาก็ยังมีอยู่ไม่เปลื่ยนแปลงและมันจะเป็นจุดแข็งของพวกเขาเอง

"อ้าาาา ฉันจำเป็นต้องจับคุณยูอิลฮาน"

"ยอมแพ้เถอะร้อยโทนฮาน ทำไมคุณไม่เลือกใครสักคนที่นี่ไปล่ะ?"

"ต่อให้ฉันตายก็ไม่มีวัน! ความรักมันเป็นเรื่องของการเอาชนะ! ฉันจะต้องเอาชนะเขาได้แน่นอน!"

"เอาเถอะ ขอให้โชคดีล่ะกันนะ"

ร้อยโทฮานโยรังในตอนนี้ได้เต็มไปด้วยความฝันที่ไร้สาระของเธอกับสถานการณ์ในโลกตอนนี้ที่เปลื่ยนไปอย่างต่อเนื่อง

ผู้หญิงที่ได้ท้องก่อนหน้าที่จะเดินทางไปต่างโลกพร้อมกับเด็กในท้องตอนนี้ได้ให้กำเนิดเด็กออกมาและโกลในตอนนี้ก็ได้กลายเป็นบ้านสำหรับเด็กที่เกิดมาหลังจากหายนะครั้งใหญ่ซึ่งก็คือพวกรุ่นใหม่ ภายใต้ความพยายามของรัญบายและภาคธุกิตได้ทำการฟื้นฟูอาคารที่มีความสำคัญด้วยวัสดุที่แข็งแกร่งกว่าที่เคยมีอยู่เป็น 10 เท่า

หลังจากเกิดเหตุการณ์คลื่นดันเจี้ยนในญี่ปุ่นได้มีความตึงเครียดในการจัดการกำดันเจี้ยนมากยิ่งขึ้นในหลายๆประเทศทั่วโลกและมันเป็นผลให้เหล่าตระกูลที่ทรงพลังได้รับโอกาสที่จะฉายแสงออกมามากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกตระกูลที่ได้รับการเสริมด้วยอุปกรณ์จากแวนการ์ดได้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วกว่าตระกูลอื่นๆทั้งหมดจนได้รับความอิจฉาอย่างท่วมท้น

ยังมีความขัดแย้งได้เกิดขึ้นเพราะการที่ตระกูลได้สู้กันด้วย แต่ว่ายูอิลฮานก็ได้ก็ได้แจ้งออกไปว่าคนที่ขโมยอาวุธของแวนการ์ดจะไม่สามารถได้รับตั๋วในการซื้ออาวุธระดับสูงจากแวนการ์ดได้ทำให้พวกเขาสงบกันลง

โอกาสมันยังไม่หมดลง พวกเขาจะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งได้เหมือนกัน! เมื่อเหล่าตระกูลได้รู้ถึงเรื่องนี้ พวกเขาก็เริ่มที่จะเชื่อฟังมากขึ้น ยูอิลฮานในตอนนี้ได้ส่งผลต่อตระกูลทั้งหมดในโลกด้วยร้านแวนการ์ดของเขาเอง

"ในตอนนี้ฉันกำลังเป็นที่สนใจ

[ทำไมคุณถึงหยุดเล่นบทเป็นพลังอยู่เบื้องหลังแล้วเริ่มเคลื่อนไหวล่ะ]

การทักจากเอิลต้าได้ทำให้ยูอิลฮานปิดแลปท็อปลงไปและยืนขึ้นมา เขาอยากจะเห็นสถานการณ์ที่เปลื่ยนไปตามการประกาศจากแวนการ์ด แต่ว่าแค่ในตอนนี้มันก็พอแล้ว

"โชคดีที่พวกเรารักษาที่ที่ปลอดภัยของเราไว้ได้"

[คุณคิดว่ามันจะล้มเหลวใช่ไหมล่ะ?]

"ใช่ ถ้างั้นฉันจะต้องมีงานที่จะต้องทำมากขึ้นแน่"

เมื่อคิดย้อนกลับไปถึงวัตถุประสงค์ของยูอิลฮานที่สร้างแวนการ์ดขึ้นมาก็คือการเสริมพลังของมนุษยชาตแล้ว หากว่าแผนการนี้มันพังลงไปเนื่องจากความโลภของมนุษย์คนอื่นๆถ้างั้นในตอนนั้นเขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากแบกรับงานเพียงคนเดียวทั้งหมด

ยังไงก็ตามโชคดีที่เนื่องจากการขายอุปกรณ์ทั้งมาตราฐานและระดับสูงได้เป็นไปอย่างราบรื่นทำให้พวกเขาทั้งหมดสามารถลำบากไปด้วยกันได้แล้ว

ภายใต้การแก้ปัญหาที่เขาจะไม่ต้องลำบากทำทุกอย่างเพียงลำพังแล้ว ยูอิลฮานก็ได้ทำอุปกรณ์ให้กับนายูนาและคังฮาจินจากตระกูลเทพสายฟ้า และเช่นเดียวกันกับตระกูลอื่นๆอีก 25 ตระกูล

แน่นอนว่าเขาก็ได้ออกไปล่ามอนสเตอร์ในดันเจี้ยนบ้างในตอนที่เขาว่าง แต่ว่าหลังจากที่เลเวลของเขาได้มาถึงที่ 87 เพราะการล่าโอโรจิ ความเร็วในการเพิ่มของเลเวลของเขาก็ช้าจนน่ารังเกจียจ มันเกือบจะดูเหมือนว่าเขาจะอยู่เลเวลเดิมไปตลอดชีวิต

"เมื่อไหร่ฉันจะเลเวล 100 แล้วได้อาชีพที่ 3...."

[สิ่งที่คุณพูดออกมาเหมือนไม่คิดอะไรมันคือเป้าหมายทั้งชีวิตของคนอื่นๆในทุกๆโลกเลยนะ ความเร็วการพัฒนาของคนบนโลกได้เหนือกว่าที่ฉันคิดไว้ แต่ว่าสำหรับความเร็วของคุณแล้วมันเทียบกันไม่ติดเลย!]

เขาเคยเป็นกังวลว่าเขาจะใช้มานาไม่ได้เลยก่อนที่จะไปถึงเลเวล 100 แต่ว่าพอมาถึงตรงจุดนี้แล้วดูท่าว่าความกังวลของเขามันจะเสียเปล่าไป

เอาล่ะ มันจะยากขึ้นในทุกๆครั้งที่เขาเลเวลขึ้น หากว่าเขาไม่ได้รับค่าประสบการณ์จากโอโรจิเพียงลำพังล่ะก็ป่านนี้เขาก็ยังคงทรมานอยู่ที่เลเวล 84 อยู่เลย

[ท่านยูอิลฮาน ในตอนนี้เราต้องเคลื่อนไหวแล้ว]

จิตสำนึกของเรต้าคาร์อิฮ่าห์ได้พูดออกมา ยูอิลฮานก็ยังเห็นด้วยกับคำพูดของเธอ

"ใช่ ฉันจะทำมากที่สุดที่ฉันทำได้ไปแล้ว"

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นไปไม่ได้ที่มันจะครอบคลุมถึงมนุษย์ทุกๆคน แต่ว่ากลุ่มคนที่อยู่แถวหน้าในการต่อสู้กับมอนสเตอร์ก็ได้แข็งแกร่งขึ้นมาด้วยการช่วยจากแวนการ์ดแล้วแน่นอน หากจะพูดว่าพลังการต่อสู้ของคนพวกนั้นเพิ่มขึ้นสองสามเท่ามันก็จะไม่เกินเลยไปเลย

มอนสเตอร์ที่หลั่งไหลจากดันเจี้ยนก็ได้เริ่มถูกกวาดล้างแล้ว ในขณะเดียวกันที่เขตคันโตของญี่ปุ่นที่มีความเข้มข้นของมานาที่สูงขึ้นจากคลื่นดันเจี้ยนก็ได้เริ่มเสถียรแล้ว

"แล้วฉันก็ยังใช้มานาได้ชำนาญมากขึ้นแล้วด้วย"

[คุณมันสัตว์ประหลาด]

คำพูดของเธอได้ออกมาจากความคิดจริงๆของเธอโดยไม่ได้เกินจริงไปเลย เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่ายูอิลฮานจะปรับตัวกับมานาที่เขาไม่เคยใช้มาก่อนทั้งชีวิตได้ในเวลาแค่เดือนเดียว เอาเถอะ หากรวมในบาเรียเวลาด้วยแล้วมันจะเป็นสามเดือน

แน่นอนว่าเขายังไม่ได้อยู่ในระดับที่สามารถจะสร้างสกิลใช้งานได้จากการใช้มานา แต่ว่ามันก็น่าทึ่งมากแล้วที่เขาสามารถจะเสริมพลังให้กับสกิลที่เขามีและใช้การปกปิดตัวตนได้อย่างอิสระ

"ฉันไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเป็นแบบนี้นี่ คิดดูนะเอิลต้า บันทึกอคาชิคมันให้ฉันทำอะไรล่ะในตอนที่ได้อาชีพที่ 2 น่ะ? มันให้ฉันฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ในทันที แล้วเธอคิดว่ามันจะให้ฉันทำอะไรอีกในตอนอาชึพที่สามล่ะ?"

[ฉันไม่อยากจะคิดถึงมัน]

[เงื่อนไขพวกนั่นมันน่ากลัวมาก ข้าก็ยังมีคลาสที่เกี่ยวกับเทพแห่งความตายเหมือนกัน แต่ว่ข้าไม่เคยได้รับเงื่อนไขที่เข้มงวดแบบนั้นเลยแม้ว่าในตอนที่ฉันได้คลาส 3 นะ]

เรต้าคาร์อิฮ่าก็ยังเสริมขึ้นมา ก่อนหน้านี้เธอไม่ได้พูดเรื่องของตัวเองเลย แต่ว่าเมื่อวันเวลาผ่านไปความคิดของเธอก็ชัดเจนและมั่นคงขึ้นทุกๆวันทำให้แสดงการเปลื่ยนแปลงออกมา

ทำไมล่ะ? แน่นอนว่ายูอิลฮานก็รู้ในคำตอบนั้นและมันก็เป็นเพราะตัวเขาเองที่ทำให้เธอเป็นแบบนี้

ซึ่งมันไม่ใช่อะไรอื่นเลยนอกจากการให้เธอได้กลืนกินส่วนหนึ่งของพลังชีวิตที่เขาได้รับมาจากสกิลนักสะสมความตาย! นี่มันเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับจิตสำนึกแบบปกติและที่มันเป็นไปได้ก็เพราะว่าครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นยมทูตมาก่อน

มันยังไม่มีสิลที่จะใช้พลังชีวิตที่สะสมเอาไว้และเนื่องจากว่ายูอิลฮานได้ล่ามอนสเตอร์มาเป็นจำนวนมากอยู่แล้วต่อให้เรต้าคาร์อิฮาห์กลืนกินไปบ้างมันก็ไม่ได้ต่างออกไปเลย ดังนั้นเขาก็เลยให้เธอทำแบบนั้น

ยังไงก็ตามเมื่อเขาได้เห็นความคิดของเรต้าคาร์อิฮ่าห์ได้ชัดเจนมากยิ่งๆขึ้น เขาก็ยังคิดว่าเขาอาจจะทำให้สิ่งที่ไม่น่าเชื่อขึ้นในอนาคตได้ก็เป็นได้

และเรต้าคาร์อิฮ่าห์ก็ยังได้พูดออกมาราวกับว่าเธออ่านความคิดของยูอิลฮาน

[ข้าก็ยังอยากที่จะช่วยท่านยูอิลฮานให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้]

"ฉันก็คิดไว้แล้วว่าเธอจะพูดแบบนั้น เธอก็ไม่ได้กินพลังชีวิตไปเฉยๆอยู่แล้ว"

[คะ คุณมีพลังในการทำนายอนาคตงั้นหรอ!?]

เรต้าคาร์อิฮ่าห์ได้ตกตะลึงขึ้นมา ยูอิลฮานก็แค่พูดในสิ่งที่มันคล้ายๆกันและถามกับเธอ

"ด้วยพลังของยมทูตของฉันมันจะเป็นไปได้ถูกไหม?"

[มันอาจจะเป็นไปได้เมื่อคุณได้รับคลาสที่ 3 ของคุณมา แต่ว่ามันจะต้องใช้พลังชีวิตจำนวนมหาศาลแน่ๆ]

เอิลต้าได้ถอนหายใจออกมา แต่ยูอิลฮานได้ยิ้มขึ้นอย่างสดใส

"นี่มันน่าสนใจ"

[ข้าจะมีประโยชน์มากกว่าเจ้าสารเลวโอโรจิที่อยู่ตรงนั้น]

"เฮ้ อย่าไปพูดถึงเจ้าปีศาจนั่นสิ อ๊าาา! เขามาแล้วนั่น"

[กรรรรรรรรรรรรรรร!]

เขาได้คิดว่าจะปล่อยให้เธอได้กลืนกินในความคิดและพลังของโอโรจิด้วยซ้ำแต่ว่าเขาก็ได้หยุดเอาไว้

เนื่องจากว่ามันเป็นเรื่องยากมากที่ความคิดจะติดมาพร้อมกันกับในตอนที่ดูดพลังชีวิตมาทำให้เขารู้สึกว่ามันจะเสียเปล่าเกินไปหากว่าเขาเอาโอโรจิที่เป็นมอนสเตอร์กลายพันธ์ไปทิ้งเพียงแค่เพราะความรำคาญ มันมีบางสิ่งที่เขาคิดเกี่ยวกับมันไว้อยู่เช่นกัน

"เอาล่ะ ถ้างั้น"

เขาได้เตรียมอุปกรณ์ระดับมาตราฐานที่จะขายในแวนการ์ดไว้มากพอแล้วและรวมไปถึงอาวุธระดับสูงเช่นกัน

เขาได้ขอให้ตระกูลเทพสายฟ้าเป็นคนป้องกันดูแลพ่อแม่ของเขาด้วยและในปัจจุบันนี้มันก็ไม่มีสัญญาณของการเชื่อมต่อกับต่างโลกหรือการล้นของพลัง หากเเป็นแบบนี้มันจะต้องมีบางสิ่งเกินขึ้นแน่ แต่ว่ามันคงไม่ใช่สำหรับในตอนนี้ ยูอิลฮานได้ทำในสิ่งที่เขาทำได้ไปจนหมดแล้ว

"เราควรไปเลย?"

ไม่ว่าเขาจะเคลื่อนไหวเมื่อไหร่จะมีอะไรเกิดขึ้นเสมอมันทำให้ยูอิลฮานลังเลใจ แต่แล้วเขาก็ตัดสินใจที่จะเคลื่อนไหวก่อนที่หายนะครั้งใหญ่ครั้งที่สองจะเกิดขึ้น

โลกที่ถูกทอดทิ้งดาเรย์ โลกที่น่าสยดสยองที่ถูกปกครองด้วยมังกร

จริงๆแล้วสถานที่ที่ยูอิลฮานสามารถจะเพิ่มเลเวลได้ไวที่สุดก็คือที่นั่นด้วยเช่นกัน

ยูอิลฮานได้ไปที่แกรนแคนยอนอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากว่าโลกได้มีความเสถียรที่มากขึ้นเมื่อเทียบกับอดีตทำให้มีนักท่องเที่ยวได้มาที่นี่มากยิ่งขึ้น แต่ว่าก็ไม่มีใครสักคนที่รู้ถึงตัวตนของยูอิลฮานเลย

"ดันเจี้ยนไปทางนี้ปะ?"

[สิทธิ์การเข้าถึงดันเจี้ยนยังไม่ได้มีลงมา เอาล่ะ มันช่วยอะไรไม่ได้ก็เพราะว่าสงครามในกำแพงแห่งความโกลาหลกำลังทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นและกองกำลังที่สำคัญของเขาทั้งหมดต่างก็รวมอยู่ที่นั่น]

ดันเจี้ยนที่เชื่อมต่อกับดาเรย์ได้อยู่ลึกที่สุดภายในแกรนแคนยอนนี้และถูกปิดผนึกเอาไว้ด้วยพลังของสวรรค์

สำหรับยูอิลฮานที่เข้าไปในดันเจี้ยนโดยไม่ทำลายผนึกไปทำให้เขาต้องสร้างทางลับขึ้นมาหรือก็คือหลุมลับ แต่ว่ามันก็เห็นได้ชัดว่าหลุมลับนี่มันไม่ใช่สิ่งที่ทำขึ้นด้วยเขาเอง มันก็แค่เปิดขึ้นมาหลังจากที่ทำการรายงานออกไปและได้รับการอนุญาติ

"แล้วงั้นเวลาเราจะออกมาล่ะ?"

[เราจะทำเหมือนกับในตอนที่เขาเข้าไป เขาจะเจาะรูขึ้นมาอีกครั้งและออกมา ถ้าหากว่ามีพวกเผ่ามังกรหลุดออกมาด้วยงั้นมันก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการพังของดันเจี้ยนจากนั้นมันก็จะเชื่อมต่อไปถึงดันเจี้ยนอื่นด้วย ดังนั้นเราจะต้องเป็นมันอย่างรวดเร็ว เข้าใจนะ?]

ถึงแม้ว่าเสียงของเอิลต้าจะดูกังวล แต่ยูอิลฮานได้ตอบกลับไปอย่างมั่นใจ

"ฉันไม่คิดว่ามันจะเป็นปัญหา ในเมื่อตอนที่ฉันจะออกมาก็คือฉันได้ฆ่าพวกมันส่วนใหญ่เกือบหมดออกไปแล้ว"

[คุณกำลังดูถูกมังกรอยู่นะ? พวกมันจะทำลายโลกทั้งใบ]

"เป็นเธอต่างหากที่กำลังดูถูก เอิลต้า"

เอิลต้าได้แต่ตอบกลับไปด้วยการถอนหายใจ แต่ว่าคนที่อยากจะถอนหายใจจริงๆคือยูอิลฮานเองมากกว่า

"เธอยังไม่เข้าใจจริงๆงั้นหรอแม้ว่าเธอจะได้มีประสบการณ์กับสิ่งพวกนั้นทั้งหมดรอบๆโลกนะ? เธอคิดว่าเราจะออกมาได้ง่ายๆเมื่อเราเข้าไปงั้นหรอฦW

[ไม่]

เอิลต้าก็รู้มามากเหมือนกัน มันไม่เคยมีเลยสักครั้งที่สิ่งที่เกิดขึ้นจะเป็นไปตามแผนของยูอิลฮาน

"ทีนี้ฟังนะ"

เมื่อเอิลต้ายอมรับ คำพูดของยูอิลฮาน็พรั่งพรูออกมาเหมือนกับแม่น้ำด้วยน้ำเสียงที่แฝงการดูถูกเล็กน้อยที่เธอยังไม่คิดถึงเรื่องนี้ให้มากนัก

"สำหรับในตอนนี้เรากำลังจะเข้าไปในที่ที่เขาคิดว่าเราจะต้องเจอกับพวกที่เริ่มจากคลาส 3 แต่ว่าในกลางทางจะต้องมีสิ่งที่ผิดพลาดเกิดขึ้นและฉันก็จะต้องสู้กับมังกรคลาสสี่เหมือนกับมันเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ว่ามันจะเป็นเพราะปัญหาของวงเวทย์ของเอลฟ์หรือมังกรที่พัฒนาขึ้นมาก็ตาม

[คุณกำลังหมายถึงวงเวทย์ที่ทรงพลังน่ะหรอ!?]

แม้แต่เรต้าคาร์อิฮ่าห์ก็ยังตกตะลึงกับการคาดเดาของยูอิลฮานที่บ้าบิ่น

"ยังไงก็ตามฉันจะสามารถเอาชนะคลาส 4 ได้ซักวิธีเนื่องจากว่าฉันได้การเป็นแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าในตอนที่สู้กับโอโรจิ ฉันอาจจะกลายเป็นผ้าขี้ริ้วในทุกๆครั้งที่ฆ่าพวกมันซักตัวก็ตาม แต่ว่าในท้ายที่สุดฉันก็เอาชนะพวกมันทั้งหมดมาได้"

[คุณมั่นใจว่าคุณจะทำลายผู้ที่ทำให้ดาเรย์ล่มสลายง่ายๆได้ยังไงกัน?]

"ใช่แล้ว ฉันอาจจะได้รับคลาส 3 มาในระหว่างนั้นก็ได้ มิตรภาพระหว่างฉันกับเธอก็อาจจะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วย"

[เขาเป็นแบบนี้เสมอแหละ] (เอิลต้า)

ยังไงก็ตามคำพูดยังไม่หมดแค่นี้

"แต่ว่าหลังจากที่ฉันเอาชนะพวกมันทั้งหมดและในตอนที่ฉันกำลังจะออกมาอย่างโล่งใจก็ได้มีมังกรคลาส 5 ที่โกรธกับความตายของเผ่าพันธ์มันได้ออกมาจากสักที่และนั่นคือตอนจบแหละ"

[หยุดเถอะ มันยิ่งน่ากลัวกว่าเดิมอีก!] (เอิลต้า)

[คุณมีพลังของเทพพยากรณณ์จริงๆงั้นหรอ!?] (เรต้า)

ในระหว่างที่คุยกันนี้ยูอิลฮานก็ได้เดินไปรอบแกรนด์แคนยอนเพื่อหาดันเจี้ยนถึงแม้ว่าตัวเขาจะคาดการณ์ในอนาคตที่น่ากลัวเอาไว้ก็ตาม เอิลต้าได้แขวะขึ้นมาอย่างอ่อนแรง

[แต่ทำไมคุณดูมีชีวิตชีวาล่ะ?]

"ก็ถ้าฉันเจอคลาส 5 ฉันก็แค่วิ่งหนีได้ไง พวกเราจะสู้กับมันได้ด้วยการรวมทุกๆอย่างที่เรามีบนโลกไปสู้กับมัน"

[คุณเป็นแค่คลาส 2 ไม่สิ ถึงแม้ว่าคุณจะได้คลาส 3 ตามแผนที่วางไว้ แล้วคุณจะมั่นใจได้ยังไงว่าคุณจะหนีจากสิ่งมีชีวิตชั้น.... โอ้ คุณหนีได้นี่]

เอิลต้าได้ยอมรับในขณะที่กำลังจะเถียงออกไป ในตอนนี้ยูอิลฮานใช้มานาได้แล้ว ถ้าหากใช้การปกปิดตัวตนสุดพลังของเขา งั้นแม้แต่เธอก็ยังไม่มั่นใจว่าจะหาเขาได้หรือป่าวเลย

[เอาล่ะ ถ้าคุณพูดแบบนั้นงั้นเราก็แค่เข้าไปกัน! โอ้ ทางรับดันเจี้ยนก็ได้รับอนุญาติแล้วด้วย!]

"เยี่ยม นี่มันคือจิตวิญญาณนักสู้!"

[เกิดบ้าอะไรขึ้นกับคนพวกนี้กัน น่ากลัวจริงๆ] (เรต้า)

ยูอิลฮานที่ยโสและผองเพื่อน(?) ได้เข้าไปในดันเจี้ยนที่เชื่อมต่อกับดาเรย์โดยไร้ความลังเล

เอิลต้าที่น่าสงสารไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเธอยิ่งคล้ายกับยูอิลฮานไปแล้ว

จบบทที่ บทที่ 82 - คนแปลกหน้า (1) [อ่านฟรีวันที่ 28/11/2561]

คัดลอกลิงก์แล้ว