เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 54 - ดวล

บทที่ 54 - ดวล

บทที่ 54 - ดวล


2/4

บทที่ 54 - ดวล

“นังหนู เจ้าชื่อเฉินเฉินถูกไหม?” หยางหลางเทียนเดินมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

แม้อยู่ในฐานะประมุขตระกูล แต่เขายอมย่อตัวลงครึ่งหนึ่ง เพื่อให้คุยกับเฉินเฉินได้สะดวก เอ่ยอย่างชอบธรรมว่า “ต่อไป ถ้าใครกล้ารังแกเจ้า ขอแค่บอกข้า ข้าประมุขจะไม่ยอมไว้ชีวิตมัน!”

สิ้นเสียง เขาลุกยืนทันใด สายตาดั่งคบเพลิงกวาดไปยังทุกคนที่อยู่ตรงนี้ สื่อความหมายชัดเจน นอกจากนี้ยังเป็นการเตือนสมาชิกตระกูลหยางทุกคน

ได้ยินคำนี้ ทุกคนต่างก้มศีรษะลงด้วยความกลัว

ในเวลาเดียวกัน พวกเขายังมองหยางซือเล่ยด้วยสายตาอิจฉา

ด้วยประการฉะนี้ เหตุการณ์เล็กๆที่เกิดขึ้นในลานฝึกถือเป็นอันสิ้นสุดลง

สถานที่ที่หยางซือเล่ยและคนอื่นๆต้องเข้าพัก จากเดิมเป็นห้องพักในส่วนทิศเหนือ ได้ถูกเปลี่ยนไปยังพื้นที่ส่วนกลางของคฤหาสน์ พวกเขาไม่ใช่แค่ได้ห้องหรูที่มีพื้นที่แยกเป็นของตัวเองเท่านั้น แต่ยังมีคนอารักขาคอยติดตามมาด้วยสองนาย

แต่ตามคำขอของหยางซือเล่ย คนอารักขาทั้งสองได้ถูกแทนที่ด้วยหลิวฉีและฉินหูที่คอยเฝ้าประตูในตอนแรก

ช่วงเย็น อาหารหรูหราฟุ่มเฟื่อยหลายสิบจานถูกนำมาส่งถึงห้อง

นี่แสดงให้เห็นว่าประมุขตระกูลให้ความสำคัญกับหยางเฉินเฉินมากแค่ไหน เอาจริงเขาแทบจะรอไม่ไหวแล้วที่จะถลุงทรัพยากรทั้งหมดของตระกูลให้กับเธอ เพื่อให้เธอพัฒนาเร็วขึ้นแม้ซักวันก็ยังดี

อย่างไรก็ตาม หยางเฉินเฉินอายุเพียงห้าขวบเท่านั้น ตอนนี้เลยทำได้แค่ดูแลให้ดีเหมือนไข่มุกในอุ้งมือ

หยางซือเล่ยแอบยิ้มอยู่ในใจ ดูท่าอนาคตของเขาในตระกูลหยาง คงได้อาศัยบารมีของบุตรสาวเสียแล้ว

แน่นอน หยางซือเล่ยตระหนักดีว่าทั้งหมดนี้ล้วนเป็นผลงานของระบบ

หากไม่ใช่เพราะเนื้อกระป๋องที่ช่วยกระตุ้นจิตวรยุทธให้กับหยางเฉินเฉินในตอนแรก คงไม่ทราบว่าต้องใช้เวลาอีกนานแค่ไหนมันถึงจะตื่น

ดังนั้นการขายอาวุธ แล้วรับรางวัลแต้มเสริมพลัง ต้องเร่งมือทำห้ามชักช้า

โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานแข่งล่าสัตว์ในเมืองหลงเฟยในอีกสองวันต่อมา ต้องรีบบรรลุภารกิจระบบให้เสร็จสิ้น

...

ในยามค่ำคืนของเมืองหลงเฟย เสียงกุบ กุบ ของกีบม้าดังขึ้น

ไม่นาน กลุ่มคนหนุ่มสาวบนหลังม้าก็มาหยุดอยู่หน้าประตูคฤหาสน์

รุ่นเยาว์กลุ่มนี้ พวกเขาเป็นลูกหลานของตระกูลสายในหรือก็คือสายตระกูลหลักของตระกูลหยางในเมืองหลงเฟย

เมื่อสองเดือนที่แล้วพวกเขาไปยังเทือกเขาหมี่ชวนเพื่อฝึกฝนด้วยกัน ตอนนี้เมื่อกลับมา พลังรบของทุกคนดีขึ้นมากอย่างเห็นได้ชัด

ชายหนุ่มเสื้อดำเป็นหัวหน้า มีหน้าตาหล่อเหลา ดวงตารุนแรงเฉียบคมราวกับมีด ทั่วตัวแผ่ไปด้วยพลังวิญญาณที่เย็นชาและเย่อหยิ่ง

เหล่ารุ่นเยาว์ที่อยู่ถัดมาข้างหลัง ยามมองไปยังชายหนุ่มชุดดำ แววตาพวกเขาเปี่ยมไปด้วยความชื่นชมยินดี

เพราะคนๆนี้ คือรุ่นเยาว์อันดับหนึ่งแห่งตระกูลหยาง --หยางโม่!

“ในที่สุดก็มาถึง โชคดีที่ทันเวลา”

หยางโม่เงยหน้าขึ้นเล็กน้อยมองไปยังประตูคฤหาสน์หยาง มุมปากยกยิ้มขี้เล่น “หวังว่าคนที่มาจากตระกูลสาขาในปีนี้ จะทำให้ข้าสนุกได้บ้าง”

ได้ยินแบบนั้น  บุตรชายของหนึ่งในตระกูลสายในข้างๆเขาเริ่มประจบสอพลอ

“พี่โม่ เลิกล้อเล่นเถอะ พวกขยะจากตระกูลสาขา จะดีสักแค่ไหนกันเชียว”

“ใช่ ใช่ แค่พวกเราลูกหลานตระกูลสายในคนเดียว ก็สามารถบดขยี้พวกมันได้แล้ว”

“ในความเห็นของข้า ไม่ต้องกล่าวถึงเรื่องงานประลองคัดเลือกตัวแทนในวันพรุ่งนี้ กระทั่งที่หนึ่งในงานล่า พี่โม่ก็สามารถคว้ามาครองได้ง่ายๆ”

ได้ยินคำชมเชยจากรอบข้าง มุมปากของหยางโม่ยกโค้งด้วยความภาคภูมิใจ อิ่มเอิบไปกับความเพลิดเพลินที่ถูกเยินยอ ให้ความรู้สึกที่เหนือกว่าผู้ใด

“นายน้อยโม่ ยินดีต้อนรับกลับจากการฝึกขอรับ”

ทหารยามที่ประตูรีบวิ่งเข้ามาด้วยความเคารพ โค้งคำนับเล็กน้อย

หยางโม่พยักหน้าอย่างไม่แยแส สายตากวาดไปที่ประตูที่เงียบงันว่างเปล่า อดถามขึ้นมาไม่ได้ “ผู้จัดการหลี่อยู่ที่ไหน?”

ตลอดมา ทุกครั้งที่เขากลับจากการเดินทาง ลุงหลี่ค่ายจะมารอเขาอยู่ที่นี่ จัดงานเลี้ยงต้อนรับ

แต่ตอนนี้ ไม่เห็นกระทั่งเงาของเขา

เห็นได้ชัดว่าทหารยามรู้ความสัมพันธ์ระหว่างหยางโม่และหลี่ค่าย เขาเริ่มพูดติดอ่าง “เอ่อ .. ผู้จัดการหลี่ถูกไล่ออกจากตำแหน่งวันนี้ เขาไม่อยู่ในคฤหาสน์อีกต่อไปแล้ว”

ได้ฟังแบบนั้น หยางโม่ขมวดคิ้วพูดด้วยความโกรธ “ใครกันที่กล้าทำเช่นนั้น? บังอาจมาไล่ลุงข้า! แล้วท่านปู่ข้าเล่า? เขาคือผู้อาวุโสใหญ่ ไม่มีทางที่เขาจะยอมนิ่งเฉย”

ทหารยามตัวสั่น ใช้เวลาทำใจอยู่นานแล้วพูดว่า “คือ ... เป็นท่านประมุขที่ไล่ผู้จัดการหลี่ไป ตอนนั้นผู้อาวุโสใหญ่ก็อยู่ด้วย แต่ท่านไม่คัดค้านใดๆ”

“ท่านประมุขเป็นคนไล่ด้วยตัวเอง?”

หยางโม่อึ้งไปเล็กน้อย ร่องรอยของความสงสัยฉายวาบในดวงตาของเขา

เขารู้ดี ท่านประมุขตระกูลไม่เคยสนใจเรื่องเล็กน้อยของผู้ใต้บังคับบัญชาในคฤหาสน์ แต่จู่ๆกลับไล่ลุงหลี่ค่ายของเขา หรือว่าท่านลุงจะทำสิ่งที่ไม่อาจให้อภัยลงไป?

หยางโม่ขมวดคิ้ว เอ่ยปากถาม “บอกข้าที เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

“เรื่องมันเป็นแบบนี้......” ทหารยามไม่กล้าปิดบังอะไร บอกเรื่องความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างหลี่ค่ายกับหยางซือเล่ยในวันนี้ และรวมไปถึงเรื่องที่หยางเฉินเฉินมีจิตวรยุทธขั้นเก้าในครอบครอง

ซู้ดดด——!

หลังจากได้ยินแบบนี้ รุ่นเยาว์รอบๆสูดหายใจลึก

จิตวรยุทธขั้นเก้าหมายความว่ายังไง พวกเขากระจ่างแก่ใจเป็นอย่างดี

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ท่านประมุขจะตื่นตระหนกกับเรื่องนี้ มิน่าเล่าเขาถึงสั่งลงโทษหลี่ค่ายด้วยตัวเอง ทั้งยังขับไล่ออกจากตระกูลหยาง

ความตกใจฉายชัดบนใบหน้าของหยางโม่ แต่ผ่านไปพริบตาเดียว มันก็ถูกความเย็นชาเข้ามาแทนที่

เขาเกิดความรู้สึกได้รางๆ ว่าตำแหน่งของเขาในตระกูลกำลังสั่นคลอนเพราะการปรากฏตัวของหยางเฉินเฉิน

หยางโม่ถามอย่างเย็นชา “หยางซือเล่ยที่เจ้าพูดถึง ใช่ขยะที่ถูกขับไล่ไปเมืองชิงหยางเมื่อสองปีก่อนหรือไม่?”

“เป็นเขา เป็นเขา!”

ได้รับคำยืนยันจากทหารยาม หยางโม่กระโดดลงจากหลังม้า จากนั้นบุกเข้าไปในประตูคฤหาสน์หยาง มุ่งหน้าไปยังลานส่วนตัวที่หยางซือเล่ยอาศัยอยู่ด้วยความโกรธ

เบื้องหลังเขา ลูกหลานตระกูลสายในทั้งหมดก็ลงจากหลังม้าเช่นกัน เดินตามไปตั้งใจรับชมความสนุก

เวลานี้ หยางซือเล่ยเพิ่งพาบุตรสาวเข้านอนกำลังจะเดินออกจากห้องนอน แต่จู่ๆข้างนอกก็มีเสียงเตะประตูดังขึ้น

ต่อมา เสียงที่เย็นชาและโกรธเกรี้ยวดังขึ้นตาม “หยางซือเล่ย!ไสหัวออกมา!!”

หยางซือเล่ยขมวดคิ้ว หันศีรษะไปมองที่เตียง เห็นบุตรสาวยังหลับอยู่ ก็ถอนหายใจโล่งอก ปล่อยพลังวิญญาณเป็นม่านบางๆคลุมเตียงเอาไว้ ปิดกั้นไม่ให้เสียงเข้าไปรบกวน

หลังจากทำเสร็จ หยางซือเล่ยก็ผลักประตูออกไป สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาเขาคือกลุ่มคนจำนวนมากที่บุกเข้ามาในลานบ้าน ดวงตาของหยางซือเล่ยแคบลง เพ่งมองมัน

จากในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หน้าตาของรุ่นเยาว์กลุ่มนี้ ไม่ถือเป็นคนแปลกหน้า พวกเขาคือลูกหลานตระกูลสายในของตระกูลหยาง

และคนที่เป็นหัวหน้า คือหยางโม่รุ่นเยาว์ที่โดดเด่นของตระกูลหยาง ซึ่งขณะนี้กำลังจ้องมองมาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

เฉินซี หลิวฉีและฉินหูที่ได้ยินเสียงเอะอะก็รีบวิ่งออกไป เมื่อเห็นรุ่นเยาว์มากมาย พวกเขาก็เริ่มตื่นตัวเล็กน้อย

เพราะสถานการณ์ดังกล่าว  มันชัดเจนมากว่ามาหาเรื่อง!

หยางโม่เดินเข้ามา จ้องมองหยางซือเล่ยด้วยดวงตาดำมืด เอ่ยเสียงเย็น “เจ้ารู้ใช่ไหมว่าหลี่ค่ายเป็นลุงของข้า”

มุมปากของหยางซือเล่ยโค้งเล็กน้อย เอ่ยอย่างเฉยเมยว่า “ก็ถ้ารู้แล้วจะทำไม?”

จบบทที่ บทที่ 54 - ดวล

คัดลอกลิงก์แล้ว