- หน้าแรก
- นิวนิว หนูน้อยวาจาสิทธิ์
- บทที่ 441 - ชำระความในสำนัก
บทที่ 441 - ชำระความในสำนัก
บทที่ 441 - ชำระความในสำนัก
บทที่ 441 - ชำระความในสำนัก
"ท่านอาอาจารย์ ไม่เจอกันนานเลยนะขอรับ"
ซินหยวนหมิงเอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม
นักพรตจางจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชาพลางกล่าวว่า "เจ้าทำเรื่องงามหน้าไว้ขนาดนี้ ยังมีหน้ามาพูดกับข้าอีกรึ!"
ซินหยวนหมิงเป็นคนหน้าหนาไร้ยางอายอยู่แล้ว หรือจะพูดให้ถูกคือเมื่ออยู่ต่อหน้าคนกันเองเขาก็ไม่จำเป็นต้องปิดบังธาตุแท้ของตน จึงขยับเข้าไปใกล้นักพรตจางแล้วพูดว่า "ท่านอาอาจารย์ ไม่ใช่ท่านหรอกหรือที่มาหาข้าเอง"
นักพรตจางไม่พูดพร่ำทำเพลงกับเขาให้มากความ พูดเข้าประเด็นทันทีว่า "สลับดวงชะตาผู้อื่น เจ้าช่างกล้าทำเรื่องพรรค์นี้จริงๆ! รีบจัดการเรื่องนี้ให้จบสิ้นเสีย!"
ซินหยวนหมิงไม่ได้ตอบรับโดยตรง แต่กลับหันไปมองรูปปั้นเทพเจ้าเบื้องหน้า แล้วพูดกับนักพรตจางว่า "ท่านอาอาจารย์ ท่านดูปรมาจารย์ของพวกเราสิ สำนักเราเป็นสุดยอดแห่งวิถีป๋า แต่ตอนนี้กลับต้องมาตกอับเช่นนี้ ท่านทำใจยอมรับได้หรือ ท่านไม่อยากให้สำนักกลับมารุ่งเรือง มีผู้คนมากราบไหว้บูชาเหมือนในอดีตหรือไง"
นักพรตจางมองรูปปั้นเทพเจ้าตรงหน้าแล้วถอนหายใจ "ปรมาจารย์ไม่เคยคิดจะครอบครองยุทธภพ วิถีป๋าอยู่ที่ใจ ไม่ใช่อยู่ที่ควันธูป"
แต่ซินหยวนหมิงกลับแย้งว่า "ท่านมีวิชาความรู้ท่วมตัวแต่กลับยอมก้มหัวให้คนอื่น ท่านยอมได้แต่ข้าไม่ยอม!"
นักพรตจางจ้องมองเขาเขม็ง "เจ้ากำลังจะทำให้ตระกูลซินหยวนสิ้นสูญ"
พอได้ยินคำนี้ แววตาของซินหยวนหมิงก็เปลี่ยนเป็นดุร้ายทันที เขาตวาดว่า "ข้าไม่ได้ทำให้ตระกูลซินหยวนสิ้นสูญ ข้ากำลังจะทำให้ตระกูลซินหยวนกลับมาเป็นที่ปรึกษาของฮ่องเต้อีกครั้ง! ข้าคือผู้กอบกู้ตระกูลซินหยวนต่างหาก!"
นักพรตจางถอนหายใจ "เจ้ายึดติดกับรูปลักษณ์ภายนอกเกินไปแล้ว ก้าวผิดเพียงก้าวเดียวย่อมผิดไปทั้งกระดาน"
ทว่าซินหยวนหมิงกลับตาแดงก่ำ เอ่ยเสียงเหี้ยมว่า "ข้าไม่ได้ทำผิด!"
"ในอดีตบรรพบุรุษของเจ้า ซินหยวนผิง ใช้เล่ห์กลหลอกลวงฮ่องเต้ฮั่นเหวินตี้จนถูกประหารสามชั่วโคตร ดีที่ปรมาจารย์แอบช่วยทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลซินหยวนไว้ได้ จึงมีเจ้าในวันนี้ แต่เจ้ากลับกำลังจะเดินซ้ำรอยบรรพบุรุษอีกครั้ง" นักพรตจางกล่าวเตือนสติ
ซินหยวนหมิงเถียงว่า "เรื่องของบรรพบุรุษเกี่ยวอะไรกับข้า ข้ามีฝีมือ ต่อให้มีความผิดต่อฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน แต่พอผลัดเปลี่ยนแผ่นดิน ข้าก็จะได้เป็นราชครูที่คนนับหมื่นเคารพยกย่องอยู่ดี"
เขาไม่เพียงไม่รู้สึกว่าตัวเองผิด แต่ยังดึงแขนนักพรตจางไว้พลางเกลี้ยกล่อม "ท่านอาอาจารย์ ท่านไม่อยากมีอายุยืนยาวหรือ ขอแค่ท่านสอนข้า ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาอมตะประจำตระกูลให้ท่าน!"
ใบหน้าของนักพรตจางไม่มีความหวั่นไหวแม้แต่น้อย เขากล่าวเรียบๆ ว่า "ดูท่าเจ้าคงจะดื้อด้านจนกู่ไม่กลับเสียแล้ว"
"ท่านอาอาจารย์ไม่อยากเป็นอมตะจริงๆ หรือ"
นักพรตจางแค่นหัวเราะ "พ่อเจ้าอยากเป็นอมตะ ปู่เจ้าก็อยากเป็นอมตะ แม้แต่บรรพบุรุษเจ้าซินหยวนผิงก็เหมือนกัน เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าวิชาอมตะประจำตระกูลเจ้าเป็นของดี ไม่ใช่ว่าเป็นคำสาปหรอกหรือ"
ซินหยวนหมิงถึงกับพูดไม่ออก
"อาตมาเห็นแก่ความเป็นศิษย์ร่วมสำนักมาหลายปี จึงยอมให้โอกาสเจ้า หากเจ้ายังไม่ยอม อาตมาก็คงต้องชำระความในสำนักด้วยตัวเองแล้ว" นักพรตจางยื่นคำขาด
แววตาของซินหยวนหมิงฉายแววครุ่นคิดวูบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า "ตกลง ในเมื่อท่านอาอาจารย์ออกปาก ข้าก็จะเชื่อฟังท่าน หวังเพียงว่าท่านจะช่วยแก้ต่างให้ข้าต่อหน้าฝ่าบาทบ้าง ข้ายินดีจะถอนวิชาสลับดวงชะตา ขอแค่รักษาชีวิตข้าไว้ได้ก็พอ"
นักพรตจางพยักหน้า "เจ้าคิดได้ก็ดีแล้ว"
ซินหยวนหมิงกล่าวต่อ "ท่านอาอาจารย์ หลานยังต้องไปเตรียมของสำหรับถอนวิชาอาคม รอเตรียมเสร็จแล้ว หลานจะไปมอบตัวที่ที่ว่าการเมืองหลวงเอง"
นักพรตจางพิจารณาสีหน้าเขาอย่างละเอียด เห็นว่าไม่ได้ดูเสแสร้งจึงวางใจ "อีกสามวัน ข้าจะไปรอเจ้าที่ที่ว่าการเมืองหลวง"
พูดจบนักพรตจางก็หันหลังเดินจากไป
ทันใดนั้นเองซินหยวนหมิงที่อยู่ด้านหลังก็เงยหน้าขึ้น คว้ามีดสั้นลวดลายโบราณออกมาจากอกเสื้อ แสงเย็นวาบผ่านนัยน์ตา เขาแทงใส่แผ่นหลังของนักพรตจางสุดแรงเกิด
เขาคิดว่าการโจมตีทีเผลอนี้ไม่มีทางพลาด แต่คาดไม่ถึงว่านักพรตจางจะเหมือนมีตาหลัง เพียงสะบัดแส้ปัดฝุ่นไปด้านหลังวูบเดียว ซินหยวนหมิงทั้งคนทั้งมีดก็กระเด็นถอยหลังไปหลายก้าว
"ท่านอาอาจารย์ ท่านระวังตัวกับข้ามาตลอดเลยรึ!" ซินหยวนหมิงกลับเป็นฝ่ายกล่าวโทษนักพรตจางเสียอย่างนั้น
นักพรตจางตอบกลับ "เจ้าทำได้แม้กระทั่งบูชายัญด้วยเลือด ข้าจะกล้าไม่ระวังเจ้าได้อย่างไร"
เมื่อได้ยินดังนั้น ซินหยวนหมิงก็หยิบขวดกระเบื้องใบเล็กออกมาจากอกเสื้อ แล้วเทยาเม็ดทั้งหมดในขวดกรอกใส่ปาก
นักพรตจางถอยหลังไปสองก้าวอย่างเงียบเชียบ
ซินหยวนหมิงคำราม "ท่านอาอาจารย์ ท่านบีบข้าเองนะ"
นักพรตจางตบมือเบาๆ อย่างไม่ทุกข์ร้อน "ออกมาได้แล้ว"
ซินหยวนหมิงชะงักไปครู่หนึ่ง ทันใดนั้นทหารรักษาวังหลายสิบนายก็กรูกันเข้ามาล้อมศาลเจ้าร้างเอาไว้
"ท่านถึงกับพาคนนอกเข้ามารบกวนศาลเจ้าปรมาจารย์เชียวหรือ!" ซินหยวนหมิงโวยวาย เขาคาดไม่ถึงเลยว่าท่านอาอาจารย์จะไปตามคนมาดักรอแต่เนิ่นๆ หากรู้ก่อนเขาคงไม่ออกมาเจอแน่
เขาคิดจะฉวยโอกาสกำจัดท่านอาอาจารย์ แต่กลับถูกซ้อนแผนเสียเอง
นักพรตจางกล่าว "ข้าบอกแล้ว วิถีป๋าอยู่ที่ใจ ไม่ใช่ธูปเทียน และไม่ใช่ศาลเจ้าหรือรูปปั้น"
สภาพของซินหยวนหมิงตอนนี้ดูผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด นักพรตจางจึงไม่คิดจะใช้กำลังเข้าปะทะตรงๆ ต่อให้วิชาอาคมของซินหยวนหมิงจะร้ายกาจเพียงใด ก็ไม่อาจต้านทานฝูงมดที่รุมกัดช้างตายได้ หลังจากการต่อสู้พัวพันจนศาลเจ้าพังถล่มลงมา ในที่สุดซินหยวนหมิงก็ถูกจับตัวได้
"ต่อให้จับข้าได้ ข้าก็จะไม่ถอนคำสาปให้หรอก" ซินหยวนหมิงขู่
"ตัวตายวิชาก็สูญ" นักพรตจางถอนหายใจ
คราวนี้ซินหยวนหมิงเริ่มตื่นตระหนกเป็นครั้งแรก เขารีบอ้อนวอน "ท่านอาอาจารย์ ข้าผิดไปแล้ว ข้ายินดีถอนคำสาป ข้ายินดีสารภาพทุกอย่างกับฝ่าบาท ท่านช่วยขอร้องฝ่าบาทให้ข้าหน่อย ขอแค่ไว้ชีวิตข้าก็พอ"
นักพรตจางเป็นคนทำอะไรเด็ดขาด ไม่ยืดเยาดเยิ่นเย้อ เขาเอ่ยเสียงเบาว่า "แต่ข้าไม่อยากให้เจ้าทำลายเกียรติภูมิของสำนัก หากฝ่าบาทล่วงรู้ต้นสายปลายเหตุทั้งหมด มันไม่ใช่เรื่องดีแน่"
สิ้นเสียง นักพรตจางก็ฟาดฝ่ามือเข้าที่หน้าผากของซินหยวนหมิง
จนกระทั่งสิ้นลมหายใจ แววตาของซินหยวนหมิงที่มองท่านอาอาจารย์ก็ยังเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
หัวหน้าทหารองครักษ์ที่มาช่วยจับกุมเห็นเหตุการณ์เข้าก็รู้สึกปวดหัวตุบๆ
"ท่านนักพรตจาง คนตายเสียแล้ว แบบนี้ข้าจะกลับไปรายงานฝ่าบาทกับไทเฮาได้อย่างไรเล่า" หัวหน้าทหารฝืนใจถาม
นักพรตจางทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ "เกี่ยวอะไรกับข้าด้วยเล่า"
หัวหน้าทหารสูดหายใจลึก "ท่านนักพรตจาง นี่ท่านกำลังฆ่าปิดปากอยู่หรือขอรับ"
บนใบหน้าอันเปี่ยมด้วยราศีเซียนของนักพรตจางปรากฏรอยยิ้มจางๆ "เจ้าดูออกด้วยรึ"
ทันใดนั้น โดยไม่รอให้หัวหน้าทหารตั้งตัวทัน ฝีเท้าของนักพรตจางก็รวดเร็วดั่งสายลม เพียงกระโดดไม่กี่ครั้งก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาผู้คน
"นักพรตจางหนีไปแล้ว? พวกเจ้าปล่อยให้เขาหนีไปได้อย่างไร!" ไทเฮาตรัสถามด้วยความกริ้ว
พระนางยังไม่ได้ให้นักพรตจางดูท้องของซุ่นเฟยเลย คนหนีไปแบบนี้จะดูได้อย่างไรเล่า
หัวหน้าทหารรายงานบทสนทนาระหว่างซินหยวนหมิงกับนักพรตจางให้ฟังอีกรอบ แล้วกล่าวว่า "กระหม่อมมีโทษสมควรตาย กระหม่อมดูไม่ออกว่านักพรตจางตั้งใจจะมาชำระความในสำนัก อีกทั้งเขายังมีวิชาตัวเบาพิสดาร จับตัวไม่ได้เลยพะย่ะค่ะ"
ฮ่องเต้ยังทรงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งเรื่องการสลับดวงชะตา แต่หลังจากซินหยวนหมิงตาย พระองค์กลับรู้สึกเหมือนเมฆหมอกในใจสลายหายไป จึงตรัสว่า "เสด็จแม่ ในเมื่อนักพรตจางจากไปแล้ว แสดงว่าเรื่องที่เสด็จแม่ปรารถนา เขาคงไม่อยากยุ่งเกี่ยว ท่านก็อย่าฝืนใจเลย ไม่ว่าจะอย่างไร นี่อาจจะเป็นชะตาของลูกเอง"
[จบแล้ว]