เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 77 - ตอนนี้ฉันก็ด้วย (3) [อ่านฟรีวันที่ 18/11/61]

บทที่ 77 - ตอนนี้ฉันก็ด้วย (3) [อ่านฟรีวันที่ 18/11/61]

บทที่ 77 - ตอนนี้ฉันก็ด้วย (3) [อ่านฟรีวันที่ 18/11/61]


บทที่ 77 - ตอนนี้ฉันก็ด้วย (3)

สายตาของยูอิลอานได้รุนแรงมากยิ่งขึ้น

"เจอยังจะพยายามทำให้ฉันต้องช้ำใจอีกงั้นหรอ?"

[มันเป็นอาร์ติแฟคที่ดีจริงๆนะ! มันพิเศษเกินกว่าที่จะเป็นสมบัติที่จะมอบให้คุณด้วยซ้ำไป! มันคือหนึ่งในอาร์ติแฟคที่ยอดเยี่ยมในสวรรค์]

ยูอิลฮานได้มองดูในข้อมูลรายละเอียดของอาร์ติแฟคระดับพระเจ้าในฝ่ามือของเขา เขาได้คิดถึงสิ่งที่เขาจะทำได้ด้วยอาร์ติแฟคที่จะแช่แข็งเวลาและสร้างบาเรียขึ้นมาได้

"เดี๋ยวนะ ไม่ใช่ว่านี่มันจะเป็นบาเรียที่จะปฏิเสธในทุกๆที่ฉันไม่ต้องการแม้ว่าฉันจะใช้มันในตอนใกล้ตายหรอ?"

[ในตอนนี้คุณรู้แล้วสินะว่ามันน่าทึ่งยังไง?] (เอิลต้า)

มันเป็นสิ่งที่น่าทึ่งมากๆ ถึงแม้ว่ามันจะมีข้อจำกัดที่ใช้ได้เดือนละครั้งก็ตามที

เขาได้รู้สึกถึงความตายที่มาอยู่ตรงหน้าหลายต่อหลายครั้งในตอนที่สู้กับโอโรจิ ในด้านของคำสาปมันก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้เขาลำบากในอนาคตแน่นอน แต่ว่าในตอนนี้เขาได้ตัวช่วยรับประกันในชีวิตของเขาแล้ว

และอย่างที่สอง

"ฉันคิดว่าเธอให้เจ้านี่กับฉันมาเพื่อการทำแรงงาน...."

เนื่องจากว่าแม้แต่ทูตสวรรค์ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบนโลก นี่มันดูเหมือนกับพวกทูตสวรรค์จะบอกให้เขาสร้างอาวุธขึ้นมาเป็นเวลาสองเดือนที่ไอเทมชิ้นนี้จะให้เขาได้ เอิลต้าก็ได้หยักหน้าเช่นกัน

[ใช่แล้วยูอิลฮาน คุณไม่มีเวลาเหลือมากแล้ว] (เอิลต้า)

"แค่เพราะมันจะมีคนทำแบบนั้นอีกครั้งสินะ หืออ?"

ยูอิลฮานได้กัดฟันแน่นและเก็บนาฬิกาทรายลงไปในกระเป๋าที่อก เมื่อเขาได้รู้ความจริงที่ว่าเขาจะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวเป็นเวลาสองเดือนในทุกๆครั้งที่ใช้มันทำให้เขาเจ็บปวดมาก แต่ว่าเมื่อคิดดีๆแล้วเขาก็โดดเดี่ยวอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วนี่ มันไม่ได้สำคัญอะไรหรอก

"เอิลต้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นฉันจะให้เธอเข้ามาในบาเรีย"

[อะ อะไร คุณกำลังพูดอะไร?] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานคิดเพียงแค่ว่าเขาไม่สามารถจะอยู่ติดในบาเรียเพียงคนเดียวได้ในสองเดือนเท่านั้น แต่ว่าเอิลต้าได้รู้สึกใจเต้นแรง

แน่นอนว่าเขาก็ไม่สนใจเลยสักนิด เขาได้คว้าเธอมาและตรงไปที่ทำงานทันที จากนั้นเมื่อเขามาถึงที่ทำงานเขาก็เปิดใช้นาฬิกาทรายทันที

บาเรียมันกว้างกว่าที่เขาคิดเอาไว้อีก มันได้ปกคลุมทั้งที่ทำงานของเขา เมื่อคิดว่าเขาได้ใช้มันอยู่ภายในตึกชั้น 5 มันก็มีจะมีขนาดที่ใหญ่มาก

[นี่มันยังเป็นครั้งแรกที่ฉันได้เข้ามาในบาเรียเหมือนกัน น่าทึ่งจริงๆ ฉันรู้สึกได้เลยถึงเวลาที่ถูกแช่แข็งลงไป] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้มองไปรอบๆด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง แต่ว่าในความเป็นจริงแล้ยูอิลฮานไม่ได้ไม่คุ้นเคยกับที่นี่เลย ทำไมน่ะหรอ? ก็มันดูคล้ายกับในตอนที่เวลาของโลกทั้งหมดได้หยุดลงไป

"เอิลต้ามานี่หน่อยสิ"

[ว่าไง... ว่าไง!] (เอิลต้า)

 

ด้วยเหตุผลบางอย่างเสียงที่ยุอิลฮานเรียกเธอมันแปลกๆ

ถึงแม้ว่าจะไม่มีอะไรที่เปลื่ยนไป แต่ดูเหมือนว่าจะมีเพียงเอิลต้าที่รู้สึกพิเศษเนื่องจากว่าพวกเขาได้อยู่กันในเวลาที่ถูกแช่แข็งกันเพียงลำพัง

ไม่สิ มันไม่ใช่แบบนั้น! ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับด้านนอกและมีเพียงแค่เธอกับยูอิลฮาน เอิลต้าคิดว่ามันโรแมนติกมาก

เมื่อเธอได้นึกถึงใบหน้าที่โกรธของลิต้ามันก็ทำให้เธอกลัวขึ้นมา แต่ไม่นานนักเธอก็นึกได้ถึงคำนึงของลิต้าที่เคยพูดเอาไว้ - 'ถ้าหากว่ามันไม่ถูกเจอก็ไม่นับเป็นความผิด'

ใช่แล้ว ถ้าไม่ถูกเจอเธอก็ไม่ผิด! ถ้าหากยูอิลฮานไม่พูดอะไรต่อให้เป็นลิต้าเธอก็ไม่รู้หรอก! เอิลต้าได้ใจเย็นลงไปทันทีและมองไปทางยูอิลฮาน

เมื่อเธอหันไปเธอก็ได้เผชิญกับกองเศษเกราะ หอก และชุดคลุมทันที ท่าทางของเธอได้พูดบึ้ง

[ฉันรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นแบบนี้] (เอิลต้า)

"ใช่ปะ? นี่มันแย่กว่าที่ฉันคิดอีก ของพวกนี้ได้ผ่านช่วงสงครามมา แต่ตอนนี้... พวกมันเป็นเศษเหล็กไปแล้ว"

ชุดคลุมมันอยู่ในระดับยูนีค ในขณะที่เกราะกับหอกต่างก็อยู่ในระดับตำนาน แต่ในท้ายที่สุดพวกมันก็มาอยู่ในสภาพที่แย่แบบนี้มันจะไม่ให้เขาเศร้าได้ยังไงกันล่ะ เมื่อเห็นเอิลต้าที่ดูจะหดหู่อยู่ ยูอิลฮานก็คิดว่าเธอก็คงรู้สึกไม่ต่างกันนัก

"ฉันจะต้องซ่อมพวกมันกลับมา ถ้าฉันใช่หนังของโอโรจิมันจะเป็นไปได้ไหมนะ?"

[เฮ้อออ] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้ยิดตัวตรงๆ เธอได้ตำหนิตัวเองที่ไปคาดหวังความโรแมนติกจากคนที่เธอไม่ควรไปคาดหวังที่สุดและเธอได้เลือกกลับมาเผชิญกับความเป็นจริงที่หนาวเหน็บ

[ยูอิลฮานเลเวลของสกิลหัตถกรรมมานาอยู่ระดับไหนแล้ว?] (เอิลต้า)

"32 ทำไมล่ะ?"

[ถ้างั้นมันก็น่าจะเป็นไปได้ ฉันจะสอนเทคนิคที่คุณจะได้ใช้มันเป็นอย่างมากนับจากนี้ไป] (เอิลต้า)

เมื่อได้ยินเรื่องเทคนิคใหม่นี้ทำให้ตาของยูอิลฮานเปล่งประกายออกมา ยังไงก็ตามความรู้สึกของลิต้าตอนนี้ดูจะเย็นชาเหมือนอยู่ในฤดูที่หนาวเหน็บ

[หัตถกรรมมานาเป็ฯเทคนิคในการปลุกศักยภาพของวัตถุที่ไม่มีพลังใดๆ ถ้างั้นมันก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปได้ที่จะทำการกลับกันหรอกหรอ?] (เอิลต้า)

"กลับกัน?"

[บีบอัดในพลังที่มีอยู่แล้วและแยกมันออกมา]

ยูอิลฮานไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ว่าเขาก็ตกลงไปอยู่ในความคิดในขณะที่คิดถึงความหมายของการทำในสิ่งที่ตรงกันข้ามกันกับสิ่งที่เขาทำมมาจนกระทั่งตอนนี้

เทคนิคนี้มันไม่ใช่สิ่งที่จะใช้ได้ด้วยการยัดข้อมูลให้ยูอิลฮานตรงๆดังนั้นเอิลต้าก็ทำได้แค่เฝ้ามอง แน่นอนว่ามันก็ยังเป็นเพราะว่าตัวเธอเองก็ยังใช้ในเทคนิคที่เธอพยายามสอนยูอิลฮานไม่ได้เช่นกัน - เทคนิคการสกัด

"ฉันไม่ค่อยเข้าใจแหะ เธอกำลังจะบอกว่าเอาพลังจากสิ่งๆหนึ่งไปใส่ในอาร์ติแฟคงั้นหรอ"

[คุณจำเป็นจะต้องมีหินพลังเวทย์] (เอิลต้า)

มันเป็นเรื่องอันตรายที่จะทดสอบกับไอเทมระดับตำนานตั้งแต่เดิมเลย ดังนั้นยูอิลฮานเลยได้เลือกหยิบอาวุธระดับยูนีคกับหินพลังเวทย์คลาส 2 ออกมาทดลองดูก่อน

[มันยังเหลือเวลาอีกตั้งสองเดือน ทำช้าๆไม่ต้องรีบหรอก] (เอิลต้า)

ในทันทีที่เอิลต้าพูดจบได้มีแสงปรากฏขึ้นมา

สารที่เหมือนกับของเหลวโปร่งแสงได้ไหลออกมาจากขวานที่ยูอิลฮานถืออยู่ก่อนที่มันจะมาเกาะที่แขนของเขา ไหลผ่านไหลและตรงไปที่หินพลังเวทย์ที่เขาถืออยู่ในอีกมือ หลังจากนั้นได้มีแสงสว่างปรากฏขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

เอิลต้าได้มองดูพร้อมกับคิดว่าไม่มีทางขึ้น

[มันล้มเหลวใช่ไหม?] (เอิลต้า)

"ฉันทำสำเร็จ"

ในเวลาเดียวกันกับที่ยูอิลฮานตอบกลับไป ขวานในมือเขาที่ถูกดูดพลังออกไปก็ได้กลายเป็นผงโลหะและพังลงไป แต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้สนเลยสักนิด มันมีข้อความปรากฏขึ้นบนม่านตา

[หินพลังเวทย์คลาส 2 มีพลังแห่ง 'การทำลาย 'ทรราชย์' สถิตอยู่]

[หินพลังเวทย์มีสองออฟชั่นอยู่ ในตอนที่ทำหัตถกรรมมานากับวัตถุที่เป็นไปได้ที่จะเข้ากับออฟชั่นทั้งสองอย่างนี้ มันก็เป็นไปได้ที่ออฟชั่นอาจจะลดขั้นหรือวิวัฒนาการขึ้นไปตามแต่พลังของผู้สร้างและเลเวลของหินพลังเวทย์]

[ออฟชั่นอัลฟ่า 'การทำลาย' เพิ่มพลังโจมตีให้กับอาวุธ]

[ออฟชั่นเบต้า 'ทรราชย์' เพิ่มความเสียหายคริติคอล]

"โอ้ ฉันก็ยังสงสัยว่ามันจะถูกเวลาไปเหมือนกับโลกหรือป่าว แต่ว่าดูเหมือนว่าบันทึกแห่งอคาชิคก็ยังทำงานอยู่"

[แทนที่จะสนเรื่องนั้นคุณยังเป็นมนุษย์อยู่แน่นะ?]

การที่มีสกิลเลเวลสูงมันไม่ได้สอดคล้องกับเทคนิคขั้นสูง แม้ว่ามันจะมีส่วนช่วยจากบันทึกแห่งอคาชิคก็ตาม แต่ว่าการจะใช้เทคนิคหนึ่งในท้ายที่สุดมันก็ขึ้นอยู่กับอัตลักษณ์ของบุคคล

ยังไงก็ตามการใช้เทคนิคใหม่สำเร็จในทันทีและมันยังสมบูรณ์แบบอีกด้วยนี่มันเกินไปแล้ว เอิลต้ายอมรับมันไม่ได้

ยังไงก็ตามยูอิลฮานก็ยังมีเหตุผลสำหรับตัวเขาเองอยู่

"ไม่ แต่ว่านี่มันคือสิ่งที่เหมือนกับการเสริมพลังในนิยายเลยไม่ใช่หรอ? การจินตนาการภาพมันค่อนข้างง่ายเลยล่ะ"

[ในความเป็นจริงแล้วคนที่ใช้การหัตถกรรมมานาเป็นอาชีพจะถูกเรียกว่าผู้เสริมพลัง มันไม่ใช่ว่าทุกๆคนจะมีศักยภาพในการเป็นช่างตีเหล็กแบบคุณ] (เอิลต้า)

"แล้วในตอนนี้ฉันก็ใช้มานาได้แล้วด้วย"

[อ่า] (เอิลต้าได้ปิดปากของเธอ)

นี่มันเป็นเรื่องจริง เธอได้ลืมไปเลยเนื่องจากว่าของที่ยูอิลฮานทำขึ้นมาแต่ล่ะอย่างต่างก็ทรงพลังเกินไป แต่ว่าจนกระทั่งมาถึงตอนนี้เขาได้สร้างของทั้งหมดขึ้นโดยไม่ได้ใช้มานาของตัวเองเลย

ดังนั้นในตอนนี้ที่เขาใช้มานาได้แล้วการที่เขาสกัดพลังออกมาสำเร็จในครั้งเดียวมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเกินไป

ไม่เพียงแค่นั้นการตีเหล็กและหัตถกรรมมานาของเขาก็ยังจะให้ผลรับที่ต่างจากก่อนหน้านี้อย่างเทียบไม่ติดอีกด้วย เนื่องจากว่ามานาเป็นพลังงานที่ส่งผลอย่างมากกับทุกๆสิ่ง

[รีบๆไปคลาส 3 เร็วๆเลยยูอิลฮาน แล้วคุณก็ต้องเอาคลาสของเป็นช่างตีเหล็ก เข้าใจนะ?] (เอิลต้า)

"โอเค ในเมื่อมันไม่ได้ดูน่ากลัวฉันจะเอามา"

ถ้าเป็นไปได้เอิลต้าถึงขนาดอยากจะให้ยูอิลฮานทิ้งการสร้างไอเทมไปจนกว่าจะถึงคลาส 3 แต่ไม่ว่าเลเวลตอนนี้เขาจะสูงแค่ไหนมันก็ยังต้องใช้เวลานานกว่าจะไปถึงเลเวล 100

ใช่แล้ว ค่อยให้เขาทำอุปกรณณ์อีกครั้งหลังจากได้รับคลาสช่างตีเหล็กก็ได้ เอิลต้าได้ตัดสินใจที่จะรอคอยวันนั้นวันที่จะได้เชยชมเทคนิคช่างตีเหล็กอันบริสุทธิ์ของเขา

"ฉันควรจะทำมันตามลำดับใช่ปะ?"

มันมีองค์ประสอบสำคัญสองอย่างในการสกัด - อุปกรณ์ที่เป้าหมายในการสกัดและหินพลังเวทย์ที่จะฝังพลังลงไป แต่ว่ามันจะไม่จบลงแค่การสกัดอย่างเดียว เขาจะต้องสร้างอุปกรณ์ใหม่ที่มีวัสดุที่เข้ากันได้อย่างดีที่สุดกับออฟชั่นที่จะนำมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ เขาไม่ต้องการให้มันมีความผิดพลาด

เพื่อที่จะทำแบบนี้ต้องทำอะไรก่อนล่ะ?

ใช่แล้ว

การชำแหละไง

[คุณจะบ้าไปแล้วหรอ? คุณกำลังจะบอกว่าคุณจะชำแหละมอนสเตอร์พวกนี้ทั้งหมด!?] (เอิลต้า)

"เอิลต้า บรรพบุรุษของเขาเคยพูดไว้ว่า ทุกๆอย่างจะดีได้ด้วยการทำงานอย่างขยันขันแข็ง"

[ฉันไม่ชอบบรรพบุรุษพวกนั้นเลย!] (เอิลต้า)

ในตอนนี้้แผนเขาได้ถูกสร้างขึ้นมาแล้ว เขาจะต้องไม่เสียเวลาไปอีรกแล้ว! ยูอิลฮานได้หยิบมีดชำแหละอกมาและเปิดกระเป๋าสะพายของเขา เขาได้เริ่มการชำแหละในขณะที่เอาศพออกมาในปริมาณที่เขาจัดการได้!

"เพลิงนิรันด์ นายในตอนนี้ได้รับหน้าที่ในการจัดการสิ่งที่ได้เหลืออยู่!"

คลื่น! มันดูเหมือนกับว่าเพลิงนิรันดร์ได้หยักหน้าตอบกลับมา

จริงๆแล้วมันก็ไม่ได้สำคัญอะไรเลย เขาในตอนนี้มีงานอยู่เต็มมือ! เขาดูจะไม่พอใจกับการใช้แค่มือเดียวทำให้ยูอิลฮานใช้มืออีกข้างหนึ่งหยิบมีดมาเช่นกันและขยับไปมาเหมือนกับคนบ้า

สิ่งที่น่าสนใจคือทุกๆครั้งที่เขาเหวี่ยงมีดมอนสเตอร์ที่โผล่ออกมาจากกระเป๋าสะพายทั้งหมดจะถูกเลาะหนังออกและตัดเป็นชิ้นๆ

กระดูก หนัง กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น และรวมทั้งเนื้อมอนสเตอร์เล็กน้อย เลือดและหินพลังเวทย์ ทุกอย่างนอกจากนี้ต่างก็ถูกโยนเขาไปในเตาเผาด้วยเทาของยูอิลฮานที่ขยับเบาๆ

[ฉันสงสัยจังเลยว่าหากเป็นแบบนี้ต่อไปเขาจะไปถึงความสนใจของเทพแห่งการชำแหละไหม] (เอิลต้า)

เอิลต้าได้เป็นกังวลขึ้น ยูอิลฮานที่ได้ยินเธอเบาๆก็ได้ตะโกนออกมาในขณะที่ขยับมีดและยิ้มขึ้นอย่างเย็นชา

"ฉันจะกลายเป็นเทพแห่งการชำแหละเองนี่แหละ!"

หลังจากผ่านไปสองสัปดาห์ยูอิลฮานที่ทำงานโดยไม่พักเลยในที่สุดแล้วก็หยุดขยับมีดในมือของเขา

"เสร็จแล้ว"

[จริงดิ!? มันมีมอนสเตอร์คลาส 2 มากกว่าแสนตัวอีกนะ] (เอิลต้า)

"ก็ฉันได้จัดการชำแหละมันกว่า 700 ตัวต่อวันเลยนะ"

[โอเค ตอนนี้คุณคือราชาแห่งการชำแหละ]

หลังจากที่ได้รับชื่อเล่นใหม่ยูอิลฮานก็หยักไหล่ของเขา

"จริงๆแล้วยังเหลืออีกตัวนะ แต่ว่ามีดนี้มันใช้ไม่ได้กับตัวนั้น"

เอิลต้ารู้ดีว่าคืออะไร มันก็คือมอนสเตอร์กลายพันธ์คลาส 4 ที่ยูอิลฮานได้ล่ามันในญี่ปุ่น โอโรจิ

ในขณะเดียวกันยูอิลฮานก็ได้สะบัดซากมีดชำแหละเข้าไปในเพลิงนิรันดร์ จากนั้นเขาก็ได้หยิบเอาไว้มีดปังตอร์ออกมาจากกระเป๋าสะพาย

[อย่าบอกฉันนะว่าคุณจะชำแหละมันที่นี่ด้วยนะ] (เอิลต้า)

"ทำไมจะไม่ได้ล่ะ มันไม่เป็นอะไรหรอกหากฉันเอามันออกช้าๆ"

สำหรับยูอิลฮานที่เชี่ยวชาญในการเก็บของอัตโนมัติแล้วมันไม่ใช่เรื่องยากเลย

เมื่อเห็นเขาใช้ฟังก์ชั่นนี้อย่างสบายใจมันได้ทำใเห็เธอคิดว่าตัวเธอเองกับทูตสวรรค์ได้ทำข้อผิดพลาดไปแล้ว

"ถ้างั้นเริ่มล่ะนะ"

ยูอิลฮานได้สะบัดมีดสองสามครั้งก่อนที่จะเรียกศพของโอโรจิออกมาจากกระเป๋าสะพายทีละนิดในขณะที่สูดหายใจลึก

"ฮ่าาาาาาาาห์!"

จากนั้นเขาก็กระโดดไปรอบๆเหมือนกับคนบ้าและชำแหละร่างของโอโรจิ

[ฉันอยากจะให้ลิต้าเห็นฉากนี้จริงๆเลย] (เอิลต้า)

ในระหว่างที่ชำแหละยูอิลฮานก็ยังแยกเลือดที่อันตรายของมันใส่ขวดพิเศษเฉพาะไปอีกด้วยในเวลาเดียวกัน

[ฉันอัพคลิปนี้ลงยูทูปได้ปะ?] (เอิลต้า)

"อย่ามาชวนฉันคุย!"

ในพริบตาเดียวร่างกายขยายใหญ่ของโอโรจิก็ถูกชำแหละไปหลายส่วนแล้ว เมื่อได้เห็นจุดที่ตัดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นยูอิลฮานก็ยิ่งชำแหละได้รวดเร็วและสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

"ให้ตายสิ ฉันไม่เจอหินพลังเวทย์เลย"

[กลับกันเลยมันโชคดีแล้วที่ไม่มีมัน หินพลังเวทย์ชนิดความโกลาหลคลาส 4 มันเป็นสิ่งที่อันตรายที่จะมีในโลกปัจจุบัน] (เอิลต้า)

สิ่งที่เอิลต้าเป็นกังวลมันไม่จำเป็นเลย เนื่องจากว่ายังไงมันก็จะถูกใช้กับอาวุธของยูอิลฮานเอง ยูอิลฮานได้เร่งความเร็วขึ้นไปกว่าเดิมอีกขึ้นหนึ่ง

แม้ว่าซากศพของโอโรจิจะมีแค่ผิวหนังและกระดูก แต่ว่าในทุกๆครั้งที่สัมผัสกับใบมีดก็จะเกิดประกายไฟออกไปทั่ว นี่มันเป็นเพราะว่ามันได้กินกับดักแห่งการทำลายไปสามอันหรือป่าวนะ? แม้ว่าเขาจะดึงศักยภาพของเทคนิคการชำแหละของเขามาอย่างดีที่สุดแล้ว แต่การแยกหนังและกระดูกของมันก็ยังยากมาก เขาจะทำไม่ได้เลยถ้าหากว่าเขาไม่ได้ใช้สกิลพลังเหนือมนุษย์

"นายกินนี่ได้!"

ในขณะที่แยกส่วนที่ใช้ได้ทั้งหมดออกมา เขาก็ยังโยนส่วนที่ถูกทำลายจากการต่อสู้กับเขาที่ใช้ประโยชน์ไม่ได้ให้กับเพลิงนิรันดร์อีกด้วย

บางทีก็อาจจะเป็นเพราะเนื้อมีระดับที่สูงมากยิ่งกว่าที่เพลิงนิรันดร์เคยกินมาก่อนทำให้มันได้กินเนื้อของโอโรจิไปอย่างมีความสุข จากนั้นก็ได้มีแสงส่องมาก่อนที่มันจะเปลื่ยนไปเป็นเพลิงสีทอง

[อ๊าาา มันพัฒนาอีกแล้ววว!] (เอิลต้า)

"อย่ามาโกรธสิ"

ความเร็วในการชำแหละของเขาได้เร็วยิ่งขึ้น เริ่มจากหัวทั้งเจ็ด ผ่านตลอดทั้งร่างกายไปจนกระทั่งหาง

จากนั้นยูอิลฮานก็หยุดการกระทำทั้งหมดหลังจากนั้นพักหนึ่ง เบื้องหน้าของเขาเป็นดาบยักษ์ที่ทำขึ้นมาจากการรวมกันของหางทั้งหมดของโอโรจิ

การชำแหละโอโรจิได้สิ้นสุดลงไปแล้ว ในตอนนี้มีแต่ส่วนที่ไม่สามารถจะชำแหละได้เหลืออยู่

[ดาบรวมเมฆาสวรรค์]

[ระดับ - ตำนาน]

[พลังโจมตี - 4,444]

[ออฟชั่น - พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 40% เมื่อเผชิญหน้ากับเผ่ามังกร สามารถใช้เพลิงม่วง ได้ด้วยการใส่มานาลงไป]

[ความทนทาน - 5,000/5,000]

[อาวุธที่สร้างขึ้นมาหลังจากที่มอนสเตอร์กลายพันธ์คลาส 4 ได้เกิดมาด้วยการดูดซับบันทึกตำนานสัตว์ประหลาดจากตำนานญี่ปุ่นโอโรจิ มันแข็งและคมเป็นอย่างมาก มันจะแสดงพลังถึงขีดสุดออกมาได้เมื่อต่อสู้กับเผ่าพันธ์มังกร]

"หืมมม"

เมื่อคิดย้อนกลับไปดีๆแล้วมันก็มีการแจ้งเตือนว่าเขาได้รับอาร์ติแฟคระดับตำนานมาอยู่ในตอนที่เขาได้ฆ่ามัน

เขาได้แค่มองมันผ่านๆเนื่องจากตอนนั้นเขายุ่งอยู่ แต่ว่าดูเหมือนการแจ้งเตือนนั้นมันจะมาเพราะว่าตอนที่ร่างกายมันเข้ามาในกระเป๋าสะพายเนื่องจากร่างกายส่วนหนึ่งมันเป็นอาร์ติแฟค

เมื่อตรวจสอบในอาร์ติแฟคดาบรวมเมฆาสวรรค์แล้วยูอิลฮานได้หยักหน้าและพูดออกมา

"มันดูกระจอกเมื่อคิดจากการที่มันมาจากบอสคลาส 4 ใช่ปะ? มันไม่แม้แต่คมเลยสักนิด สิ่งที่แย่กว่านั้นก็คือฉันคงต้องเป็นยักษ์ที่สูงกว่า 5 เมตรหากอยากจะใช้อาวุธนี้"

[ยูอิลฮานคำพูดต่อไปของคุณก็คือ 'ฉันจะสร้างหอกใหม่ด้วยเจ้านี่']

"ฉันจะสร้างหอกใหม่... หือออ?"

ยูอิลฮานได้ตกใจขึ้น และเอิลต้าก็พูดออกมาในขณะที่ถอนหายใจ

[ทำมันสิยูอิลฮาน] (เอิลต้า)

ความหวังของมนุษยชาติยูอิลฮานได้หยักหน้าและหยิบค้อนขึ้นมา

เนื่องจากว่าเขาชำแหละเสร็จไปแล้ว สิ่งที่เขาต้องทำอีกก็คือการสกัดออฟชั่นและสร้างอุปกรณ์ขึ้น เขาไม่มีเหตุผลที่จะต้องลังเลแล้ว

จบบทที่ บทที่ 77 - ตอนนี้ฉันก็ด้วย (3) [อ่านฟรีวันที่ 18/11/61]

คัดลอกลิงก์แล้ว