เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 191 - เข้าเมืองหลวง

บทที่ 191 - เข้าเมืองหลวง

บทที่ 191 - เข้าเมืองหลวง


บทที่ 191 - เข้าเมืองหลวง

กู้หมิงต๋าได้ยินดังนั้นก็ชะงักไป

"หรือว่าเขาเพิ่งเข้ามาร่วมกลุ่มทีหลัง" กู้หมิงต๋าคาดเดา

ซุนเจียซิงยังคงรู้สึกตะขิดตะขวงใจ "ข้าก็บอกไม่ถูก หรือเราควรไปถามคนอื่นดู"

ย่าเฒ่ากู้พูดแทรกขึ้นมา "พวกเจ้าคิดมากไปแล้ว ไม่ว่าจะอยู่ตั้งแต่ต้นหรือเพิ่งมาทีหลัง พวกเศรษฐีที่จ่ายเงินนั่นแหละรู้ดีที่สุด"

ซุนเจียซิงได้ยินแบบนี้ก็เลิกคิดมากทันที "ท่านป้าพูดถูก ท่านอาบน้ำร้อนมาก่อนข้าจริงๆ คนจ่ายเงินย่อมจำแม่นที่สุด เงินตั้งหกสิบตำลึงต่อคน พวกเขาคงไม่ยอมจ่ายให้ใครฟรีๆ แน่"

ทุกคนเลิกสนใจเรื่องนี้ กู้หมิงต๋าพาเซี่ยสิงชวนไปเดินรับลมบนดาดฟ้าเรือ ส่วนย่าเฒ่ากู้และคนอื่นๆ ก็เดินกลับห้อง

ตอนที่จางอวิ๋นเหนียงกลับมาถึงห้อง ก็ได้ยินเสียงหัวเราะดังลอดออกมา

เสียงหัวเราะของนิวนิวฟังดูนุ่มนิ่มน่ารัก นางกำลังไล่ถามคุณชายเสิ่นอย่างเอาเป็นเอาตาย "พี่เสิ่น จริงหรือจ๊ะ ที่เมืองหลวงมีกวางตัวสีขาวจั๊วะ แล้วก็มีหมีตัวใหญ่ลายขาวดำด้วยหรือ"

คุณชายเสิ่นตอบว่า "แน่นอนสิ ข้าจะโกหกเจ้าทำไม ไว้ถึงเมืองหลวงข้าจะพาเจ้าไปดู"

จางอวิ๋นเหนียงเห็นลูกสาวอารมณ์ดี สีหน้าก็ผ่อนคลายลง

กลับเป็นกู้เจาที่พอได้ยินเรื่องสัตว์ ก็พุ่งตัวเข้าไปร่วมวงทันทีราวกับลูกธนูหลุดจากคัน

"พี่เสิ่น เล่าให้ข้าฟังบ้างสิ ข้าก็อยากฟัง!" กู้เจาทำหน้ากระตือรือร้นสุดขีด

แม้แต่ย่าเฒ่ากู้ก็ยังทำทีเป็นเดินเนียนๆ เข้าไปในห้อง หูผึ่งรอฟัง แทบจะเขียนคำว่า 'ข้าก็อยากฟัง' แปะไว้บนหน้าอยู่รอมร่อ

จางอวิ๋นเหนียงส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ แต่นางกับหลิวเสี่ยวรูก็เดินเข้าไปนั่งฟังในห้องด้วยเหมือนกัน

การเดินทางราบรื่น เรือแล่นมาถึงท่าเรือทงโจวโดยไม่มีอุปสรรค

ชายฉกรรจ์ที่ติดตามหวังเหอ ส่วนหนึ่งลงเรือไปกลางทาง ตอนนี้เหลืออีกครึ่งหนึ่งที่ตั้งใจแน่วแน่ว่าจะติดตามหวังเหอไปหาความร่ำรวย

ซุนเจียซิงแม้จะเชื่อในตัวตนของหวังเหอ แต่ในใจก็ยังมีปมเล็กๆ กู้หมิงต๋าดูออก จึงลองเข้าไปตีสนิทและสังเกตการณ์ จนได้ข้อสันนิษฐานบางอย่าง

"คนคนนี้ตรงง่ามนิ้วโป้งมีหนังด้าน น่าจะเป็นคนที่ฝึกวรยุทธ์มานาน" กู้หมิงต๋าบอก

ซุนเจียซิงได้ยินแล้วใจหายวาบ

กู้หมิงต๋าพูดต่อ "ตามคำบอกเล่าของเจ้าตัว เขาเป็นคนเมืองกวงหลิน สมัยเด็กฐานะทางบ้านดี ครอบครัวส่งไปเรียนวรยุทธ์ แต่โชคร้ายเจอคนพาลจนบ้านแตกสาแหรกขาด จำต้องเข้าเมืองหลวงมาพึ่งญาติ"

"สำเนียงของเขาเป็นคนกวงหลินจริงๆ เรื่องราวความเป็นอยู่ของเมืองกวงหลินเขาก็รู้ละเอียดลออ"

ซุนเจียซิงได้ยินดังนั้นก็โล่งอก เพิ่งผ่านเรื่องโจรน้ำมาหมาดๆ รอดตายมาได้ พอเจออะไรผิดปกตินิดหน่อยเขาก็อดระแวงไม่ได้

"พี่กู้ ข้านี่มองคนในแง่ร้ายเกินไปจริงๆ โชคดีที่ข้าไม่ได้พูดโพลงออกไป" ซุนเจียซิงรำพึง

กู้หมิงต๋าปลอบใจ "รอบคอบไว้ก่อนย่อมปลอดภัยกว่า เจ้าคิดแบบนั้นก็ไม่ผิดหรอก หากคนผู้นี้ประวัติขาวสะอาด จริงๆ แล้วก็น่าใช้งานได้"

"พี่กู้ หมายความว่าอย่างไร" ซุนเจียซิงถามต่อ

กู้หมิงต๋าอธิบาย "เด็กคนนี้แม้จะเป็นคนระดับล่าง แต่ทำงานมีแบบแผน รู้จักกฎระเบียบ เขาเป็นคนบ้านเดียวกับเรา ย่อมมีความสนิทสนมกันเป็นทุนเดิม วันหน้าถ้าอยู่เมืองหลวง หากมีเรื่องไม่สะดวกออกหน้าเอง ก็ไหว้วานให้เขาไปจัดการได้"

ซุนเจียซิงฟังแล้วก็ทำท่าครุ่นคิด "ที่พี่กู้พูดมาก็มีเหตุผล"

ตระกูลซุนเป็นตระกูลใหญ่ในท้องถิ่น แต่ในเมืองหลวงฐานรากยังไม่มั่นคง หวังเหอคลุกคลีกับคนระดับล่าง หูตากว้างไกล ผูกมิตรไว้ก่อนก็ไม่เสียหาย วันหน้าเผื่อได้ข่าวสารอะไรดีๆ เขาย่อมบอกเราเป็นคนแรก

สิ่งที่พวกเขาต้องแลกก็แค่ให้ความคุ้มครองแก่หวังเหอเล็กน้อย หวังเหอตั้งใจจะทำมาหากินสุจริตในเมืองหลวง พวกเขาก็ไม่ต้องกลัวว่าจะเดือดร้อนเพราะเขา

หากคนคนนี้ทำตัวนอกลู่นอกทาง พวกเขาก็แค่คนบ้านเดียวกัน ตัดหางปล่อยวัดหวังเหอก็เป็นเรื่องง่ายนิดเดียว

ตอนลงจากเรือ หวังเหอพาพี่น้องลูกสมุนมาช่วยสองตระกูลขนสัมภาระอย่างขยันขันแข็ง

หวังเหอฉลาดและรู้จักพูดจาเอาใจ คุยกับย่าเฒ่ากู้แป๊บเดียวก็ทำเอาคนแก่หัวเราะชอบใจจนหน้าบาน

"ข้าเห็นท่านป้าแล้วรู้สึกถูกชะตามาก ก่อนหน้านี้ไม่รู้ทำไม ตอนนี้เพิ่งนึกออกว่าท่านหน้าเหมือนแม่ข้าเปี๊ยบเลย" หวังเหอทำหน้าจริงใจสุดซึ้ง

ย่าเฒ่ากู้รีบแย้ง "เจ้าดูแล้วเพิ่งยี่สิบกว่าๆ แม่เจ้าจะอายุเท่าไหร่กันเชียว อย่างมากก็สี่สิบ ข้าจะหกสิบอยู่แล้ว จะไปเหมือนนางได้ยังไง"

หวังเหอทำท่าตกใจตาโต "ท่านป้า ข้าดูท่านนึกว่าเพิ่งจะสี่สิบ ใครจะไปดูออกว่าท่านจะหกสิบแล้ว"

ย่าเฒ่ากู้ได้ยินแบบนี้ก็ยิ่งดีใจ มองหวังเหอด้วยความเอ็นดู พอรู้ว่าพ่อแม่เขาตายหมดแล้ว ก็ยิ่งสงสารและเมตตาเขามากขึ้นไปอีก

ทงโจวอยู่ห่างจากเมืองหลวงแค่ครึ่งวันเดินทาง ตระกูลกู้และตระกูลซุนเช่ารถม้าเข้าเมือง

ย่าเฒ่ากู้ขึ้นรถม้าแล้วก็ยังชะโงกหน้ามองออกไปข้างนอก พูดกับคนในครอบครัวว่า "พ่อหนุ่มนั่นปากหวาน อนาคตต้องหาเงินในเมืองหลวงได้เป็นกอบเป็นกำแน่"

จางอวิ๋นเหนียงเสริม "ท่านแม่ชอบเขา วันหน้าก็เชิญเขามากินข้าวที่บ้านบ่อยๆ สิเจ้าคะ ท่านจะรับเป็นลูกบุญธรรมก็ได้นะ"

ย่าเฒ่ากู้ได้ยินก็มีใจเอนเอียง แต่สักพักก็พูดว่า "ช่างเถอะ รับลูกบุญธรรมเป็นเรื่องใหญ่ ต้องคิดดูอีกที"

หญิงชราผ่านโลกมามาก ย่อมดูออกว่าอีกฝ่ายพินอบพิเทาก็เพราะเห็นแก่หน้ากู้หมิงต๋ากับซุนเจียซิง ไม่ใช่เพราะชอบนางจริงๆ เสียหน่อย

นิวนิวเอียงคอทำท่าเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ไม่พูด

จางอวิ๋นเหนียงถาม "ลูกรัก อยากพูดอะไรจ๊ะ"

นิวนิวไม่ชอบปิดบังแม่ จึงขยับเข้าไปกระซิบข้างหูแม่ "ท่านแม่ คนนั้นเป็นพี่สาวชัดๆ ทำไมทุกคนถึงเรียกว่าพ่อหนุ่มล่ะจ๊ะ"

จางอวิ๋นเหนียงได้ยินก็ตกใจแทบแย่

นางลองนึกย้อนดู หวังเหอนอกจากตัวเตี้ยหน่อย รูปร่างหน้าตาและเสียงพูดก็ดูไม่ต่างจากผู้ชายเลย

"จริงหรือลูก" จางอวิ๋นเหนียงถามย้ำ

นิวนิวพยักหน้าหนักแน่น "นิวนิวดูไม่ผิดหรอก"

ย่าเฒ่ากู้ที่อยู่ข้างๆ ถามขึ้น "สองแม่ลูกซุบซิบอะไรกัน เล่าให้ข้าฟังบ้างสิ"

กู้เจาก็ทำหน้าอยากรู้อยากเห็นมองแม่กับน้องสาว

นิวนิวอ้าปากจะพูด แต่ถูกจางอวิ๋นเหนียงห้ามไว้

"ท่านแม่ ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะ ประสาเด็กคุยกัน" จางอวิ๋นเหนียงตัดบท

จางอวิ๋นเหนียงคิดว่า หากหวังเหอเป็นผู้หญิงจริงๆ การที่นางต้องปลอมเป็นชายออกมาเดินเหินข้างนอก ย่อมต้องมีความจำเป็นบางอย่าง ย่าเฒ่ากู้กับกู้เจาปากโป้ง ถ้าขืนบอกไปกลัวจะก่อเรื่องวุ่นวาย

ย่าเฒ่ากู้ไม่ได้ซักไซ้ต่อ เปิดม่านรถม้ามองออกไปข้างนอก

ทงโจวเป็นประตูสู่เมืองหลวง ทุกครั้งที่มีเรือเทียบท่า บรรยากาศจะคึกคักเป็นพิเศษ บนถนนมีผู้คนเดินขวักไขว่ไปมา

ย่าเฒ่ากู้รู้สึกว่าตามองไม่ทัน นางนั่งดูวิวข้างทางไม่พักสายตาเลยสักนิด ดูไปจนกระทั่งถึงหน้าประตูเมืองหลวง

รถม้าค่อยๆ หยุดลง

คนขับรถม้าบอกว่า "ฮูหยินผู้เฒ่า ฮูหยิน นายน้อย คุณหนู รอกันสักครู่นะขอรับ วันนี้ไม่รู้เป็นวันอะไร หน้าประตูเมืองคนแน่นจนแทบจะขี่คอกัน คงต้องรอต่อแถวอีกสักพัก"

คนขับรถม้าพูดไม่ทันขาดคำ ข้างหลังก็มีเสียงหยิ่งยโสตะโกนขึ้นมา

"หลีกไป หลีกไปให้หมด รถม้าของจวนเสียนกั๋วกงมาแล้ว หลีกทางเดี๋ยวนี้!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 191 - เข้าเมืองหลวง

คัดลอกลิงก์แล้ว