เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 75 - ตอนนี้ฉันก็ด้วย (1) [อ่านฟรีวันที่ 14/11/61]

บทที่ 75 - ตอนนี้ฉันก็ด้วย (1) [อ่านฟรีวันที่ 14/11/61]

บทที่ 75 - ตอนนี้ฉันก็ด้วย (1) [อ่านฟรีวันที่ 14/11/61]


บทที่ 75 - ตอนนี้ฉันก็ด้วย (1)

 

เพลิงที่ลุกไหม้อยู่บนร่างของมันได้หายไปในทันที มันกำลังจะกลับไปร่างเดิมงั้นหรอ?

ยูอิลฮานกังวลว่ามันอาจจะกลับไปยิงกระสุนเวทย์อีกครั้งหนึ่ง แต่ว่าร่างกายของโอโรจิมันได้เปลื่ยนไปต่างจากที่เขาคิดไว้ สำหรับหัวมันไม่มีการเปลื่ยนแปลงใดๆ แต่ว่าหางทั้งหมดของมันได้เข้ามารวมกันกลายเป็นหางขนาดใหญ่เพียงอันเดียว

ถึงแม้ว่าสถานการมันจะรุนแรงมากๆ แต่ว่ายูอิลฮานก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนออกไป

"นี่มันไม่ใช่โอโรจิอีกต่อไปแล้ว"

[ฉันกะไว้แล้วว่าคุณจะพูดแบบนี้!] (เอิลต้า)

หางของมันในตอนนี้ได้มีดาบยื่นออกมาที่ปลายห่างเหมือนกับในร่างที่สองของมัน ด้วยการรวมกันของเจ็ดหางทำให้ดาบทั้งใหญ่ คม และยาวมากยิ่งขึ้น ที่น่ากลัวไปกว่านั้นก็ยังมีเพลิงสีม่วงลุกอยู่ด้านบนนั้นอีกด้วย

[นี่มันหมายความว่ามันจะเน้นการโจมตีทั้งหมดมาที่หาง] (ลิต้า)

[ระวังด้วยยูอิลฮาน นับจากนี้ไปมันจะต่างจากเดิม] (เอิลต้า)

ยูอิลฮานก็คาดถึงจุดนี้เหมือนกัน เขาแม้กระทั่งคิดว่ามันน่ากลัวแน่ถ้าหากว่าเขาไม่ได้มีการสนับสนุนจากนายูนา

ในทันทีที่มันเปลื่ยนร่างมันก็ได้พุ่งเข้ามาหายูอิลฮานและหางของมันก็ได้ยืดออกมาเหมือนกับผ้าบางๆและลอยเข้ามาหาเขา

"อึก!"

ไม่ว่าเขาจะแข็งแกร่งยังไงก็ตามเขาก็ไม่คิดว่าเขาจะป้องกันมันได้อีกต่อไป ยูอิลฮานได้หลบออกมาด้วยพลังทั้งหมดของเขาและในทันทีหลังจากนั้นดาบยักษ์ที่ปลายหางของมันก็ได้ปักลงที่พื้นถึงรอยเหมือนกับอุกาบาตที่ลึกนับสิบเมตรเอาไว้ มันเต็มไปด้วยแรงจำนวนมหาศาลจริงๆ

{ก๊าซซซซซซซซซซซซ!}

โอโรจิดูจะไม่พอใจกับการโจมตีแค่ครั้งเดียว มันได้พุ่งเข้ามาหายูอิลฮานต่อทันที บางทีอาจจะเพราะการที่หางของมันได้รวมเป็นหนึ่งทำให้มันมีความเร็วมากยิ่งกว่าแต่ก่อน หัวทั้งเจ็ดของของมันได้ส่องแสงออกมา ตาทั้งสิบสี่ได้จ้องลงมาที่เขา

ยูอิลฮานได้ตั้งสมาธิกับประสาทสัมผัสทั้งหมดของตัวเขา การโจมตีในครั้งนี้มันร้ายแรงมากและมันเร็วยิ่งกว่ากระสุนเวทย์

ถ้าหากว่าเขาสนใจแต่หางงั้นหนึ่งในหัวทั้งเจ็ดของมันได้กลืนยูอิลฮานลงไปแน่ และหากเขาหลบหางของมันงั้นเขาก็จะถูกหั่นเป็นครึ่งด้วยดาบยักษ์ก่อนจะกลายเป็นขี้เถ้ากระจายไปแน่นอน

ยังไงก็ตามเขาจะตายที่นี่ไม่ได้

บัฟยังคงมีเวลาเหลืออยู่อีก 3 นาที มันเป็นช่วงเวลาที่สั้นเกินไปที่จะฆ่ามันได้ แต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่ยอมแพ้

"บะ บ้าไปแล้ว เขากำลังสู้กับตัวแบบนี้งั้นหรอ?"

"แต่ว่าดูดีๆสิ มันกำลังจะตายแล้ว นี่มันคือการดิ้นรนสุดท้ายก่อนจะตาย"

ดูเหมือนว่าจะมีคนอื่นๆเข้ามาร่วมสนามรบแล้ว แต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้สนพวกเขา ถ้าหากว่าเขาหันไปสนใจเรื่องแบบนั้นในขณะที่กำลังเสี่ยงอยู่เขาได้ตายแน่

{ก๊าซซซซซซซซ!}

หางดาบยักษ์ได้ฟาดเข้ากับพื้นและเพลิงได้กระจายออกมาเผาพื้นหินที่กระจายออกไปทั่ว ยูอิลฮานได้หลบเศษหินแต่ละอันและรอจนกว่าเขาจะมีโอกาศในการจบชีวิตมันมาถึง เขาเชื่อว่าตอนนั้นมันจะต้องมาถึงในไม่ช้าอย่างแน่นอน

เขาได้มองผ่านดูทุกๆอย่างในสนามรบแล้วเลือกมาเฉพาะข้อมูลที่มีประโยคกับตัวเอง นำมันมาคำนวนกับการกระทำที่เขาจะทำในทุกๆช่วงเวลา

"ดูตอนนี้สิ นั่นมันคือเรื่องจริง เราฆ่ามันได้! พวกเราแค่รอจนกระทั่งซูซาโนะตายไปก่อนที่จะเข้าร่วมปาร์ตี้กับตระกู,เทพสายฟ้า จากนั่นเราก็จะแบ่งกันได้"

"เจ้าโง่ ถ้าหากว่าซูซาโนะตาย งั้นเราทุกคนก็จะตาย! ฉันบอกว่าเราจะต้องไปช่วยซูซาโนะ! เดี๋ยวนี้เลยด้วย!"

ผู้คนจำนวนมหาศาลได้มารวมกันในสนามรบนี้ หนามองุ่นก็ได้เริ่มถูกทำร้ายและโอโรจิก็คำรามออกมา การต่อสู้กับโอโรจิได้ใกล้ถึงจุดจบลงแล้ว

และในตอนนี้เองยูอิลฮานก็รู้ได้โดยธรรมชาติว่าเวลาโต้กลับได้มาถึงแล้ว

ถึงแม้ว่าบัฟของนายูนาจะเหลืออีกแค่สองนาทีเท่านั้น แต่ว่าโชคดีที่คังมิเรย์ได้ร่ายเวทย์ที่เธอเตรียมไว้เสร็จแล้ว

เธอได้เตรียมเวทย์ที่ต่อให้เจอกับคลาส 4 ก็ได้ผลและทำให้มันอยู่ในสภาพที่หมดทางป้องกัน เธอได้รออยู่พักหนึ่งเพื่อที่จะใช้งานมัน เธอรอคอยที่จะใช้ให้ตรงเวลากับยูอลิฮษน

ในตอนนี้เขาได้กลายเป็นรู้สึกไวต่อมานาแล้วงั้นหรอ

ได้ยังไงกัน? จนกระทั่งถึงตอนนี้มันไม่เคยเป็นไปได้เลย!

ถึงแม้ว่าจะมีทั้งความเมื่อยล้าและเจ็บปวดอย่างไม่สิ้นสุด แต่ว่ายูอิลฮานก็รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก ถึงแม้ว่าตัวเขาจะอยู่ท่ามกลางสนามรบ แต่ว่าเขาก็สามารถจะรู้สึกได้ถึงลมหายใจของโอโรจิและผู้คนที่อยู่รอบๆ

ไม่สิ มันไม่ใช่แค่นี้ มันได้กลายเป็นว่าสิ่งที่เขารู้สึกมันไม่ใช่แค่ลมหายใจเท่านั้น

มานาที่ทุกคนมี มานาที่ปกคลุมโลก และมานาที่อยู่ในหัวใจของเขา เขาก็รู้สึกได้ เขายังรู้ได้ถึงวิธีที่จะทำให้มันขยับและให้มันเปลื่ยนไปยังไงได้

นี่มันตื่นขึ้นมาแล้ว การตรัสรู้และช่วงเวลาของอารมณ์

ในที่สุดเขาก็รู้ได้แล้วว่าทำไมทูตสวรรค์ถึงได้บอกว่ามันไม่จำเป็นต้องมีการฝึกเพิ่มเติม นี่คือปีกของยูอิลฮานที่ซึ่งไม่มีมันมาจนกระทั่งตอนนี้

สิ่งมีชีวิตที่ไม่มีปีกจะไปฝึกกระพือปีกบินได้ยังไงกันล่ะ? เขาต้องรอคอยจนกระทั่งจะมีปีกงอกออกมาและไม่มีสิ่งอื่นที่จะทำได้อีก

และในที่สุดมันก็งอกออกมาแล้ว

ยูอิลฮานที่ไม่เคยได้เห็นโลกที่ถูกต้องมาจนถึงตอนนี้ ถึงแม้ว่าเขาจะรู้ถึงการมีอยู่ของมานา แต่ว่าเขาก็ไม่เคยได้เข้าใจถึงมันเลย

ถ้าหากเป็นตอนนี้เขาใช้มันได้แล้ว มานาที่น่าพิศวง ความเป็นไปได้และพลังที่มหาศาล

"พวกเราชนะแล้ว" ยูอิลฮานได้พึมพัมออกมา

[พวกเราจะชนะ] (ลิต้า)

[พวกเราจะชนะแน่นอน] (เอิลต้า)

ทูตสวรรค์ได้ประกาศออกมาโดยไม่สงสัยเลยสักนิด ยูอิลฮานไม่รู้ว่าพวกเธอคิดอะไรอยู่ในตอนที่พวกเธอติดว่าจะพาเขาหนีไปในตอนที่มันเลวร้ายที่สุด แต่ถึงแบบนั้นเขาก็มีความสุข

ยูอิลฮานได้เหวี่ยงแขนออกไปฟาดหนามองุ่นในทันทีและกระโดดขึ้นไปบนท้องฟ้า ถึงแม้ว่าเขาจะเพิ่งใช้มานาได้เขาก็รู้สึกได้ว่ามันได้เสริมสกิลพลังเหนือมนุษย์เพิ่มขึ้นหลังจากที่เขาใส่มานาลงไป

โอโรจิที่เฝ้ามองอยู่หัวทั้งเจ็ด หางใบมีดของมันได้ลอยเข้ามาหาเขา แต่ว่ายูอิลฮานได้ใช้การกระโดดอีกครั้งหนึ่งราวกับว่าเขารอมันอยู่

สูงขึ้นไปบนท้องฟ้าเป็นพื้นที่ที่โอโรจิไม่สามารถจะมาถึงได้หากว่ามันไม่มีกระสุนเวทย์

{ก๊าซซซซซซซซซ!}

มันได้คำรามออกมาในขณะที่มองยูอิลฮานพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ไม่ใช่ว่ามันเคยถูกซุ่มโจมตีแบบนี้มาก่อนงั้นหรอกหรอ? ในขณะที่มันกลัวว่ายูอิลฮานจะกลับมาอีกครั้งพร้อมอาวุธขนาดใหญ่ของเขาทำให้มันอดไม่ได้ที่จะกังวล

ยังไงก็ตามเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ในหัวยูอิลานเลยเนื่องจากว่ามนุษย์จำนวนนับไม่ถ้วนกำลังวิ่งเข้ามาพยายามเลาะเกล็ดออกไปบางส่วน

มดตัวหนึ่งก็แค่มดตัวหนึ่ง แต่ว่าถ้าหากว่ามดนับหมื่นโจมตีพร้อมๆกัน มันก็จะกลายเป็นเรื่องที่น่ากลัวจริงๆ มันเป็นเรื่องจริงที่ว่ามันอยากจะป้องกันยูอิลฮาน แต่ว่ามันก็ไม่สามารถจะปล่อยมนุษย์คนอื่นๆไว้ได้

และนี่ก็คือสิ่งที่ยูอิลฮานคำนวนไว้แล้ว นี่มันเป็นเพียงประโยชน์ของคนที่เข้ามารวมในสนามรบ

"นี่มันเป็นวิวที่ดีเลยนะ"

ยูอิลฮานได้ตั้งท่าจับหอกหนามกลางอากาศแน่นด้วยท่าที่เตรียมจะขว้างมันออกไป

นี่คือวิธีที่เขาไม่เคยใช้มันเลยจนมาถึงตอนนี้เพราะว่าเขารู้ว่าหากเขาทำแบบนี้ในก่อนหน้านี้มันจะไม่ต่างกับการที่เขาทิ้งตัวลงไปในปากของมันแน่ๆ นอกจากนี้เขายังสามารถจะทุ่มพลังไปในครั้งๆเดียวอีกด้วย

ที่เขาใช้มันไม่ได้ใช้มันก็เนื่องจากว่าโอโรจิมันยังคงมุ่งความสนใจมาที่เขาตลอดหลังจากที่เขาไดทำการซุ่มโจมตี ตราบเท่าที่มันสนใจเขาอยู่ไม่ว่าการโจมตีที่เขาใช้จะทรงพลังแค่ไหนแต่ว่าว่ามันหลบได้มันก็จบ

นี่ก็ยังเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมเขาถึงได้รอให้คังมิเรย์ใช้เวทย์ของเธอ ถ้าหากว่าเป็นเธอเขาคาดว่าเธอก็น่าจะพอซื้อเวลาให้สกิลการปกปิดตัวตนแบบติดตัวของเขาทำงานได้อรกครั้ง

ยังไงก็ตามสำหรับตอนนี้ความน่าจะเป็นแบบนั้นก็ไม่จำเป็นแล้ว

ยูอิลฮานได้สูดหายใจลึกๆเพื่อปลุกพลังมานาที่อยู่ภายในใจของเขา และใช้งานความสามารถที่แท้จริงของเขาอย่างเต็มที่

ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งใดนอกไปจากการปกปิดตัวตน

[....!] (เอิลต้า)

[อะ อะ อิลฮาน คุณ อย่าบอกนะว่า...] (ลิต้า)

ในที่สุดทูตสวรรค์ทั้งสองคนก็ตระหนักได้ถึงความเปลื่ยนแปลงที่ยูอิลฮานเจอ แต่ว่ายูอิลฮานก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาได้มุ่งมันอยู่กับโอโรจิและใช้งานการปกปิดตัวตนสำหรับ

{กรรร?}

และผลที่เกิดขึ้นก็คือโอโรจิที่ให้ความสนใจยูอิลฮานที่ลอยบนฟ้าอยู่ถึงแม้ว่ามันจะต่อสู้กับมนุษย์ไปด้วยก็ตาม มันได้สูญเสียการสัมผัสถึงตัวตนของยูอิลฮานไปในทันที

สิ่งที่มันคิดก็ง่ายๆว่าเป็นเพราะว่ามีมนุษย์จำนวนมากเกินไปที่มันให้ความสนใจและยูอิลฮานจะต้องแสดงตัวออกมาแน่ในตอนที่ตกลงมา

และนี่ก็คือการตัดสินใจที่ผิดพลาดของมัน

พื้นดินที่พังทลาย มันเป็นเรื่องดีที่พวกเขาได้จัดการเอาชนะพวกกลายพันธ์ตัวอื่นๆได้ด้วยการช่วยจากผู้ใช้พลังในต่างประเทศ แตว่าเนื่องจากว่าพวกเขาพยายามที่จะเอาชนะโอโรจิที่เหนือกว่ามากทำให้พวกเขาต่างก็ถูกจัดการไปในไม่ช้า

โอโรจิมันมีขนาดที่ใหญ่มากและหากว่าพวกเขาฆ่ามันได้สำเร็จ ถ้างั้นพวกเขาก็จะได้ความมั่งคั่งจำนวนมหาศาลจากมัน

พวกเขาได้ชดใช้แล้วสำหรับความโลภนี้ ความโลภที่มากเกินไปของเขาทำให้หัวของพวกเขาจำนวนมากต้องหลุดลอยไป

แต่ในเวลาต่อมานี้เองเวทย์สายฟ้าของคังมิเรย์ก็ลอยออกมา นี่คือช่วงเวลาที่ยูอิลฮานเฝ้าคอยอยู่มานานแล้ว

{ก๊าซซซซซซซซซซ!}

เสียงกรีดร้องของมันได้ดังออกมาซึ่งแม้แต่ยูอิลฮานที่อยู่สูงบนท้องฟ้ายังได้ยินเลย แต่ถึงแบบนั้นเขาก็ตั้งท่าขว้างหอกและยิ้มขึ้นมา

เขาได้คิดสิ่งที่ที่รุนแรงถึงขนาดที่ทำให้มอนสเตอร์คลาส 4 ร้องออกมา แต่ว่าก่อนหน้านั้นเขาก็นึกขึ้นได้ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาควรจะมาคิด

"ขอโทษนะที่ไม่ได้ตั้งปาร์ตี้นะ" ยูอิลฮานได้แอบพึมพัมออกมาเงียบๆ

ไม่ว่าเวทย์ที่เธอยิงออกมาจะยอดเยี่ยมยังไงและไม่ว่าบัฟที่นายูนาให้เขามาจะเยี่ยมแค่ไหน ไม่ว่าผู้คนนับหมื่นจะโจมตีโอโรจิยังไง แต่ว่าคนที่เป็น MVP ของการต่อสู้นี้ก็มีแค่เขาเท่านั้น

มันเหลือเวลาเหลือแค่ 19 วินาทีก่อนที่บัฟจะหมดลงไป

เขาได้สูดหายใจลึกและขว้างหอกออกไปด้วยสุดพลังที่เขามี ในเวลาเดียวกันนี้เขาก็ใช้การถ่ายโอนน้ำหนักของกระเป๋าสะพายไปด้วย

หอกหนามได้พุ่งลงไปเป็นเหมือนกับเส้นววาดสีดำเชื่อมต่อระหว่างท้องฟ้ากับผืนดินและทะลวงเข้าไปในร่างของโอโรจิเหมือนกับตะเกียบที่แทงลงไปในเต้าหู้อ่อนๆ

{กร!}

นี่คือเสียงสุดท้ายของมัน เนื่องจากการโจมตีนี้ได้ทำลายหัวใจของมันที่เป็นจุดที่อ่อนแอที่สุดทำให้มันไม่สามารถจะทำอะไรได้อีกแล้ว

[คุณได้รับค่าประสบการณ์ 2,051,894,873]

[คุณได้กลายเป็นเลเวล 87 พละกำลัง +7 ความคล่องแคล่ว +5 สุขภาพ +4 พลังเวทย์ +4]

[คุณได้รับฉายา 'นักล่ามังกร' ความสามารถทั้งหมดเพิ่มขึ้น 10% เมื่อต่อสู้กับเผ่าพันธ์มังกร]

[คุณได้รับบันทึกของโอโรจิเลเวล 221]

[คุณได้รับอาร์ติแฟคระดับตำนานดาบเมฆาสวรรค์]

[พลังชีวิตของโอโรจิได้ถูกดูดไปด้วยพลังของนักสะสมความตาย]

ข้อความจำนวนมากได้ปรากฏขึ้นมาบนม่านตาของเขา ถึงแม้ว่ามันจะมีความต่างเพียงแค่ 20 เลเวลระหว่างโอโรจิกับจอมเวทย์คลาส 4 แต่ว่าค่าประสบการณ์ที่เขาได้รับจากมันนี้เป็นสี่เท่าของจอมเวทย์นั่น นี่มันบ้ามาก

สิ่งที่บ้ายิ่งไปกว่านั้นก็คือเขาเลเวลขึ้นมาแค่ 4 เลเวลเท่านั้นเอง

หอกของเขาได้ปักลงไปบนพื้นหลังจากที่ทะลวงผ่านหัวใจของโอโรจิไปแล้วและศพของโอโรจิก็หายไปใจพื้น แน่นอนว่ามันได้เข้าไปอยู่ในกระเป๋าของยูอิลฮานแล้ว แต่ว่ามนุษย์ที่มองดูอยู่ได้กลายเป็นมึนงงไป

"นี่มันอะไร"

"คุณเห็นอะไรปะ? มันมีอะไรไม่รู้ตกมาจากท้องฟ้า"

พวกหน้าโง่ได้โกรธขึ้นอย่างน่าไม่อายเรื่องการที่มีคนเอาสมบัติของพวกเขาไป แต่ว่าพวกคนแบบนี้ก็เป็นแค่กลุ่มน้อย

กองทัพของซูซาโนะได้อดทนผ่านการโจมตีของพวกกลายพันธ์และมาถึงสนามรบนี้ได้ประทับใจที่ท่านซูซาโนะได้ปกป้องญี่ปุ่นเอาไว้ได้และร้องไห้ออกมา มาเกียกับอัศวินโลหะก็ยังตกใจและสับสนเนื่องจากว่าสถานการณ์มันได้จบลงก่อนที่พวกเขาจะได้เขาไปแจม ในขณะที่หัวหน้าตระกูลเทพสายฟ้าคังมิเรย์ได้ขบริมฝีปากของเธอเมื่อเห็นพลังที่เหนือกว่ามากๆ

"...การโจมตีครั้งสุดท้ายนั่น มันไม่มีทางเป็นความจริง"

"มิเรย์ เธอโกรธหรอ? แต่ว่าการขโมยมันไม่ดีนะ"

นายูนาได้เอียงหัวของเธอก่อนที่จะมาเกาะคังมิเรย์ ยังไงก็ตามคังมิเรย์ได้ส่ายหัวของเธอและผลักนายูนาออกไป จากนั้นเธอได้พึมพัมเบาๆด้วยเสียงที่มีแค่เธอกับคังฮาจินที่ได้ยิน

"ฉันจะสามารถสร้างเส้นตัดที่สวยงามแบบนั้นได้ในสักวันหรือป่าวนะ?"

คังมิเรย์ไม่สามารถจะเห็นยูอิลฮานที่อยู่ในสถานะปกปิดตัวตนได้ แต่ว่าเธอได้เห็นการโจมตีที่เชื่อมต่อระหว่างท้องฟ้ากับผืนดินแน่นอน และฉากๆนี้ก็ยังตราตรึงอยู่ในใจเธอ

"หืมม"

นายูนาก็เห็นมันเหมือนกัน พลังทำลายที่มหาศาลที่ดูเหมือนจะแยกทุกๆสิ่งออกไปจากกัน มันเป็นการโจมตีที่เกิดขึ้นมาได้อย่างสมบูรณ์ด้วยการช่วยจากเธอ เธอได้ยิ้มออกมาก่อนจะตอบกลับไป

"ฉันไม่คิดว่าเธอจะทำได้น้าาาา?"

"นายูนาฉันจะฆ่าเธอ"

"หว่าาา ฉันก็แค่พูดความจริงเองงงงง!"

ในขณะเดีบงกัยบูอิลฮานที่หมดแรงไปกับการขว้างหอกแล้วก็ตกลงมาอย่างหมดพลังและไม่สามารถจะลงพื้นได้อย่างปลอดภัยเลย

เอิลต้าที่เห็นสภาพเขาแบบนี้ก็ได้ใช้เวทย์ขึ้นมาเพื่อช่วยเขาที่น่าสงสาร

[ในตอนนี้คุณจะไปพักแล้วใช่ไหม?] (ลิต้า)

[นี่มันจบลงด้วยดีแล้ว] (เอิลต้า)

ทูตสวรรค์ต่างก็ยินดีกับการกระทำที่น่าอัศจรรย์ของยูอิลฮาน

ในเวลาที่เกิดวิกฤตขึ้น มนุษยชาติได้ถูกมอนสเตอร์โจมตีและตัวเองก็ได้จัดการมอนสเตอร์ได้หลังจากที่พลังได้ตื่นขึ้นมา ไม่ใช่ว่านี่มันจบได้สมบูรณ์แบบเลยหรอกหรอ?

ยังไงก็ตามยูอิลฮานได้ปฏิเสธด้วยเสียงหัวเราะ

"พวกเธอกำลังพูดไร้สาระอะไรกันนะ?"

หลังจากที่เห็นพวกมนุษย์มารวมตัวกันในที่ที่โอโรจิได้หายไป เขาก็ได้หันหน้าและเดินไปอีกทางหนึ่ง มันเป็นเส้นทางที่ต่างไปจากที่ที่เขามา

"คลื่นดันเจี้ยนมันยังไม่จบซะหน่อย ถึงแม้ว่าฉันจะพัก อย่างน้อยฉันก็ควรจะพักหลังจากที่จัดการกวาดล้างที่ชิบะเสร็จสิ พวกคนในนิยายมักจะตายเสมอหลังจากที่โล่งใจที่ฆ่าบอสได้ สิ่งแบบนี้มันจะไม่เกิดกับเรา"

[ฉันรู้สึกสงสารคนที่มีอิลฮานเป็นศัตรูจริงๆเลย] (ลิต้า)

[เธอเพิ่งจะรู้หรอลิต้า?] (เอิลต้า)

ฮีโร่ยูอิลฮานได้จัดการผ่านวิกฤตที่ยิ่งใหญ่และร้ายแรงมาได้แล้ว

ในตอนนี้มันเป็นไปได้แล้วที่เขาจะยกเลิกการปกปิดตัวตนของเขาเนื่องจากเขาใช้มานาได้แล้ว แต่ว่าเขาได้เลิกที่จะไปฆ่ามอนสเตอร์ตัวอื่นๆโดยที่ไม่ยกเลิกมันเงียบๆดีกว่า

หลังจากนั้นสามวันเขาก็ได้กลับไปที่เกาหลีหลังจากจัดการคลื่นดันเจี้ยนในญี่ปุ่นเสร็จสิ้น

จบบทที่ บทที่ 75 - ตอนนี้ฉันก็ด้วย (1) [อ่านฟรีวันที่ 14/11/61]

คัดลอกลิงก์แล้ว