เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 72 - ฉัน เทพพระเจ้า!? (5) [อ่านฟรีวันที่ 08/11/61]

บทที่ 72 - ฉัน เทพพระเจ้า!? (5) [อ่านฟรีวันที่ 08/11/61]

บทที่ 72 - ฉัน เทพพระเจ้า!? (5) [อ่านฟรีวันที่ 08/11/61]


บทที่ 72 - ฉัน เทพพระเจ้า!? (5)

 

ยูอิลฮานได้เงหน้าขึ้นอย่างฉับพลันในทันที ความเข้มข้นของมานาจำนวนมากกำลังโจมตีเขา

ไม่ใช่แค่นั้นแต่มอนสเตอร์ในที่นั่นก็ดูเหมือนจะถูกดึงดูดทำให้พวกมันเงยหน้าขึ้นก่อนที่จะวิ่งไปยังจุดๆหนึ่งอย่างบ้าคลั่ง

"ออร่านั่นมันอะไรนะ? ฉันคิดว่ามันโครตอันตรายเลย"

[โอ้พระเจ้า มันคือการล้นของพลัง!] (ลิต้า)

[มันเกิดขึ้นได้ยังไง] (เอิลต้า)

ลิต้ากับเอิลต้าที่สังเกตุเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นก็ยังตะโกนออกมาอย่างตกใจ ยูอิลฮานที่รู้ได้แล้วว่าสถานการณ์นี้มันเป็นเรื่องเร่งด่วนยังไงทำให้เขาเริ่มวิ่งไปในทางเดียวกันกับที่มอนสเตอร์และขว้างหอกออกไปเพื่อที่จะลดจำนวนมอนสเตอร์ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ยังไงก็ตามถ้าหากว่าแค่นี้เขาก็หยุดสถานการณ์ได้งั้นการล้นของพลังก็คงไม่เกิดขึ้นตั้งแต่แรกแล้ว

"การล้นของพลังเป็นปรากฏการที่จะเกิดขึ้นเมื่อประสิทธิภาพของกับดักแห่งการทำลายแข็งแกร่งจนเกินไป แถมในตอนนี้มันไม่ใช่แค่กับดักแห่งการทำลายเท้านั้นแต่ว่าดันเจี้ยนก็ยังพังลงอีกด้วยดังนั้นมันจะเกิดบ้าอะไรขึ้นกันเนี้ย?"

[ฉันก็ไม่รู้! การที่กับดักแห่งการทำลายที่จู่ๆก็ทำงานนี่มัน... ไม่เลย นี่มันเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผลอย่างมาก] (ลิต้า)

ในตอนที่ลิต้าตะโกนส่ายหัวออกมา ยูอิลฮานก็ได้คิดว่าสถานการณ์นี่มันน่ากลัวมากแล้ว

"ในสถานการณ์นี้ที่ที่มีมอนสเตอร์จำนวนมหาศาลถูกปล่อยออกมาในพื้นที่ที่จำนัดเนื่องจากการพังของดันเจี้ยน ถ้าหากว่ามีใครสักคนโยนกับดักแห่งการทำลายมาในที่ที่เดียวกัน งั้นมันจะเป็นไปได้ไหมที่จะทำให้เกิดการล้นของพลัง?"

การคาดการณ์ของยูอิลฮานถูกตรง จริงๆแล้วถ้าหากว่าการล้นของพลังเกิดขึ้นในสถานการณ์แบบนี้อย่างคลื่นดันเจี้ยนมันก็คงไม่มีคำอธิบายอื่นอีกแล้ว

[ทำไมใคนคนนั้น... ใครกัน!] (เอิลต้า)

[คนทรยศ... มันมีจำนวนมาก] (ลิต้า)

ในขณะที่เอิลต้าเห็นด้วยและตกใจอยู่ ลิต้าที่รู้ถึงสถานการณ์แล้วได้กัดฟันกรอด

เธอรู้เป็นอย่างดีว่าคนทรยศที่เจอในครั้งนั่นเป็นแค่พวกปลายแถว ที่เขาถูกฆ่าไปก็เนื่องจากว่าพวกเธอไม่มีทางที่จะสืบสาวหาเบื้องหลังจากเจ้านั่นได้ พวกเธอก็ยังรู้ด้วยว่ามันยังเป็นไปได้ที่จะมีคนทรยศอีกมากในหมู่ระดับสูง ดังนั้นพวกเธอจึงระมัดระวัง มันไม่ใช่ว่านี่เป็นเหตุผลให้ทูตสวรรค์คนอื่นๆจำนวนมากถูกส่งมาที่โลกเพื่อป้องกันเรื่องนี้หรอ?

[ทำไมเขาต้องทำแบบนี้? เขาต้องการจะทำลายโลกงั้นหรอ?] (เอิลต้า)

[มีแค่ไม่กี่คนหรอกที่คิดแบบนั้น ยังไงก็ตามสำหรับตอนนี้การแก้ปัญหาการล้นของพลังเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด!] (ลิต้า)

ลิต้าพูดถูก ในตอนนี้มันไม่มีความจำเป็นจะต้องคิดเรื่องอื่นๆแล้ว ยูอิลฮานจำเป็นแค่รีบวิ่งไปข้างหน้า

"พายุซูซาโนะกำลังไล่ตามมอนสเตอร์ไป!"

"เวรเอ้ย ตามท่านซูซาโนะ! ถ้าพวกเราตามไม่ทันงั้นเราทั้งหมดจะตาย!"

"การล้นของพลัง มันเป็นการล้นของพลังแน่นอนและหากมันเกิดพวกกลายพันธ์ขึ้นในสถานที่ที่มีความเข้มข้นของมานาที่สูงมาก... เวรเอ้ย!"

กองทัพซูซาโฯะก็ยังดูจะรู้ในสถานการณ์ที่ไม่ดีนี้เช่นกัน บางคนในกลุ่มพวกเขาก็เคยมีประสบการณ์กับการล้นของพลังในต่างโลกและที่ LA มาก่อนด้วย ดังนั้นเมื่อพวกเขาเห็นสถานการณ์แบบนี้เขาจึงเดาได้ถูกต้อง

[ยูอิลฮานช่วยรีบกว่านี้หน่อย! เร็วกว่านี้อีกนิด!] (เอิลต้า)

"ฉันรู้ ตอนนี้ฉันวิ่งเต็มที่แล้ว!"

สถานที่ที่ได้ถูกสันนิษฐานว่าเป็นศูนย์กลางของการล้นของพลังที่อยู่ห่างไจากที่ที่ยูอิลฮานสู้อยู่คือ 30 กิโลเมตร มันเป็นเรื่องโชคดีที่มันไม่ได้เกิดขึ้นไกลนักทำให้ยูอิลฮานเร่งสปีดเต็มกำลัง

หลังจากที่เขาได้ค้นพบการผสานกันของการฟื้นฟูเหนือมนุษย์กับพลังเหนือมนุษย์ทำให้ในตอนนี้มันเป็นไปได้แล้วที่เขาจะใช้พลังเหนือมนุษย์ได้แทบจะต่อเนื่องตราบที่เขายังมีบลัดดริ้งอยู่ เขาได้เน้นพลังทั้งหมดไปที่กล้ามเนื้อในการวิ่ง

ในตอนนี้เนื่องจากเขาใช้มานาไม่ได้ดังนั้นการใช้พลังเหนือมนุษย์ตลอดเวลาคือพรสำหรับเขาแล้ว

[มันอันตราย....] (ลิต้า)

ลิต้าได้กังวลขึ้นมา

[นี่มันอันตรายเกินไป ตอนนี้มันไม่ดีแล้ว มันจะเป็นเรื่องแย่ถึงในจุดที่ฉันคิดว่าการพังของดันเจี้ยนคือสิ่งที่ได้รับการวางแผนมาอย่างละเอียดอ่อน ความเข้มข้นของมานามันมากเกินกว่าปกติในเขตคันโตและเลเวลของมอนสเตอร์ก็สูงตามขึ้นไปด้วย การพังของดันเจี้ยนก็ได้กิดขึ้นมาพร้อมๆกัน คลื่นดันเจี้ยนและการที่ผู้ใช้พลังที่แข็งแกร่งมารวมตัวกัน ทั้งหมดนี้ต่างก็ได้แสดงให้เห็นถึงความเข้มข้นของมานาที่เพิ่มขึ้นและพวกมันก็กระจายกับดักแห่งการทำลายออกไปเพื่อให้เกิดการล้นของพลังเทียมขึ้นมา มอนสเตอร์ที่อยู่รอบๆนี่ส่วนใหญ่อยู่ที่คลาส 2 และบางทีมอนสเตอร์ที่เกิดขึ้นมาในตอนท้ายของการล้นพลังนี้บางที... แค่บางที] (ลิต้า)

"มันไม่สำคัญอะไรหรอก"

ในขณะที่กำลังวิ่งเต็มสปีดนี้ยูอิลฮานก็ได้ตรอบสอบในสภาพของเขา สกิลของเขาและอุปกรณ์ของเขาอีกครั้ง

"ฉันจะฆ่ามันไม่ว่าจะเป็นคลาส 3 หรือ 4 ก็ตามที"

เมื่อคิดย้อนกลับไปถึงในตอนที่เขาได้จบชีวิตจอมเวทย์ไปในทันที ยูอิลฮานก็คิดว่าเรื่องในคราวนี้มันไม่จบง่ายแบบนั้นแน่และส่ายหัวของเขา

สถานการณ์ในตอนนี้มันต่างไปจากคราวที่แล้วอย่างสมบูณณ์ จอมเวทย์ไม่มีการป้องกันเลยสักนิดและเขาก็ไม่ได้มีโอกาสแสดงความสามารถออกมาเต็มทีและเขาก็เป็นจอมเวทย์ที่มีพลังป้องกันต่ำที่สุดในคลาสทั้งหมด

เขาไม่รู้เลยว่ามอนสเตอร์อะไรจะออกมาจากการล้นของพลัง แต่ว่าการป้องกันของมันจะต้องอยู่ในระดับที่ต่างไปกับจอมเวทย์แน่นอน บางทรพลังโจมตีและระยะการทำลายของมันก็ด้วย

ยังไงก็ตามถึงแตกต่างแล้วทำไงได้ล่ะ? การเสริมพลังมนุษยชาติของยูอิลฮานยังไม่สำเร็จเลยและมอนสเตอร์ก็มาปรากฏขึ้นแล้ว ดังนั้นยูอิลฮานต้องยอมแพ้แล้วก็หนีไปเพราะการที่เห็นว่ายากที่จะฆ่ามันหรอ?

นั่นมันเป็นไปไม่ได้เลย ง่ายๆคือหากเขาฆ่ามันไม่ได้งั้นโลกก็จะก้าวสู่เส้นทางการถูกทำลายแล้ว มันไม่มีใครอื่นอีกแล้วนอกจากยูอิลฮานที่จะฆ่ามันได้

[อิลฮาน พวกเรามาถึงแล้ว!]

ยูอิลฮานได้หยุดความคิดของเขาและเงยหน้าขึ้นมา

นี่คือสถานที่ที่น่าทึ่งจริงๆ พายุมานาที่รุนแรงและมอนสเตอร์จำนวนมหาศาลที่วิ่งเข้าไปหามันโดยไม่คำนึงถึงชีวิตพวกมันเลย เมืองที่พังทหาลและมนุษย์ที่หลงทางไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อ

ถ้าเขามาถึงก่อนหน้านี้มันจะต่างไปไหมนะ? เขาจะสามารถป้องกันการปรากฏตัวของพวกกลายพันธ์ได้ไหมนะถ้าเขาใช้อาวุธทั้งหมดของเขา? แต่ว่าในตอนนี้คำถามประเภทนี้มันไม่มีค่าใดๆ

มอนสเตอร์ที่รวมกันที่นี่ทั้งหมดได้ทิ้งตัวเองไปในพายุและเลเวลของตัวกลายพันธ์จำนวนมากที่น่ากลัวก็ได้ปรากฏขึ้นบนโลกนี้

และแม้แต่ในหมู่พวกกลายพันธ์ด้วยกันเองก็ยังมีมอนสเตอร์ตัวใหญ่ที่ได้ดูดซับในพลังของกับดักแห่งการทำลายทั้งสามอันปรากฏขึ้นมา

{ก๊าซซซซซซซ}

"พรืดด"

หลังจากได้เห็นรูปลักษณ์ที่ปรากฏตัวออกมาพร้อมๆกับเสียงคำราม ยูอิลฮานก็ได้หลุดหัวเราะออกมา

"เธอพอจะมีดาบในตำนานให้ฉันปะ?"

[ไม่] (ลิต้า)

ลิต้าได้ตอบกลับมาอย่างเด็ดขาด ยูอิลฮานได้หยักหน้าเหมือนกับเขารู้อยู่แแล้วและยืดเอวอยู่ข้างหน้าของมอนสเตอร์ยักษ์ที่มีแปดหัวและแปดหาง

"ถ้างั้นฉันก็ทำได้แต่สู้มันทั้งแบบนี้"

ในตอนนี้มอนสเตอร์มันได้ปรากฏตัวมาเบื้องหน้าของมนุษยชาติแล้ว มอนสเตอร์ตัวนี้มันดูคล้าบกัวโอโรจิในตำนวนที่ถูกจัดการไปโดยซูซาโนะตามตำนานญี่ปุ่น

{ก๊าซซซซซซซซซซซ!}

"หลักการการเกิดของพวกตัวกลายพันธ์นี่มันยังไงกัน? อย่าบอกฉันนะว่าเรื่องตำนานไร้สาระนั่นเป็นเรื่องจริงนะ?"

[ไม่มีทาง แต่ว่าในดินแดนญี่ปุ่นนี้มีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับโอโรจิเป็นเรื่องที่น่าสนใจเลยไม่ใช่หรอ?] (ลิต้า)

จากทั้งหนังสือ มังงะ หนัง เกมส์ การ์ตูน และจากคนอื่นๆ เรื่องราวของเจ้าตัวนี้ถูกถ่ายถอดออกไปนับครั้งไม่ถ้วน การมีอยู่ของโอโรจิมันเป็นเรื่องปลอม ดังนั้นมันจึงไม่มีบันทึกอะไรอยู่เลย แต่ว่าสื่อต่างๆก็ได้ส่งนตัวการมีอยู่ของมอนสเตอร์ปลอมๆนี้ต่อไป

[ฉันคิดว่าที่มันมีรูปร่างแบบนั้นเพราะมันได้ดูดซับบันทึกจากพวกเขาเหล่านั้น นี่มันคือสัตว์กลายพันธ์จริงๆ] (ลิต้า)

จริงๆแล้วยูอิลฮานไม่ได้สนสักนิดว่ามันจะมีรูปลักษณ์ภายนอกยังไง ต่อให้มันเป็นยังไงก็ไม่ได้มีความหมายอะไรอยู่แล้ว เขาแค่ต้องสู้กับมัน

สิ่งที่สำคัญสุดในตอนนี้ก็คือพลังจำนวนมหาศาลที่เหมาะสมกับรูปลักษณ์ที่น่ากลัวของมันมากกว่า

{กรรรรรรรรรรรรรรร!}

มันได้พ่นน้ำลายออกมาจากปากของมันโดยไม่ให้สัญญาณใดๆ เนื่องจากมันมีแปดปากทำให้มีน้ำลายออกมาถึง 8 ก้อน น้ำลายพวกนี้ได้เผาทุกๆอย่างที่มันสัมผัสและสร้างหลุมดินลงมา ทั้งมนุษย์และมอนสเตอร์ด้วยกันเองต่างก็ระเหยกลายเป็นไอในทันที มันเป็นพลังที่ไร้สาระเป็นบ้าเลย

"เวร!!"

"อะ โอโรจิ..."

"ไม่เป็นไร พวกเรามีท่านซูซาโนะอยู่ด้วย ตำนานกำลังถูกเล่นซ้ำอยู่!"

"ที่สำคัญกว่านั้นถ้าเราไม่หนีเราจะตายนะ! ศัตรูมันไม่ได้มีแค่โอโรจิเท่านั้นนะ!"

โอโรจิมันเป็นแค่หัวหน้าของพวกกลายพันธ์ มันยังมีพวกกลายพันธ์อื่นๆที่ปรากฏออกมาจากผลลัพธ์ของการล้นของพลังอยู่อีก งูยักษ์ กิ้งก่ายักษ์และปลาที่เดินสองขา... พวกมันทุกตัวต่างก็แข็งแกร่ง

"ยะ อย่าบอกฉันนะว่าพวกมันทั้งหมดมีคลาส 3 นะ?"

"ไม่ใช่ทั้งหมด แต่ว่าก็มีตัวที่มีคลาส 3"

"เหี้ยแล้ว เราจะไปฆ่ามันได้ยังไงล่ะ!"

แม้แต่คนที่ได้ต่อสู้กับมอนสเตอร์ระดับสูงมานับร้อยตัวในตอนนี้ก็ยังตื่นตระหนก

นี่มันเป็นระดับที่ต่างไปจากที่พวกเขาเคยเห็นมาจนถึงตอนนี้โดยสิ้นเชิง พวกเราได้มีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการต่อสู้กับพวกก่อนหน้านี้ที่เพิ่งจะผ่านเลเวล 50 มาและในตอนนี้เลเวลต่ำสุดของพวกนี้มันก็อยู่ที่เลเวล 90 แล้ว พวกมอนสเตอร์คลาสสามมีนับสิบตัว

{ก๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ!}

โอโรจิได้พ่นก้อนน้ำลายสีม่วงของมันอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากมนุษย์ได้ตื่นตระหนกจากการเห็นมอนสเตอร์เลเวลสูงจำนวนมากทำให้ก้อนน้ำหายสีม่วงนี้เป็นหายนะสำหรับพวกเขา นอกจากนี้เวลาในการพ่นน้ำลายใหม่ของมันก็ไม่ได้ยาวนานเลย ถ้าหากว่านี่เป็นเกมผู้สร้างคนสร้างมันไว้ในระดับนรกแล้วล่ะ

นอกไปจากนี้ก้อนน้ำลายสีม่วงก็ไม่ได้จบแค่การโจมตีตรงๆเท่านั้นแต่มันยังกระจายเพลิงสีม่วงออกไปทุกๆที่ มันเป็นพลังทำให้สนามรบนี้ได้กลายเป็นนรกเพลิง

"อ่า ฉันจะบ้าแล้วจริงๆ"

[ไม่ต้องสงสัยเลย มันอยู่คลาส 4 แน่ๆ] (เอิลต้า)

แม้แต่เอิลต้าก็ไม่รู้จะพูดยังไงดีเพราะเธอไม่รู้จะแนะนำเขายังไง

เธออยากจะช่วยเขา แต่ว่าสกิลการสนับสนุนของทูตสวรรค์ไม่สามารถจะทำงานได้เว้นแต่จะอยู่ในโลกที่ถูกทอดทิ้ง เธอมอบคลาสนี้ให้กับยูอิลฮานเพราะว่าเธอไม่อยากจะถ่วงเขา แต่ว่าในตอนนี้มันก็ยังใช้งานไม่ได้

[อ๊าาา จริงๆเลย!] (เอิลต้า)

[ไม่ เอิลต้า] (ลิต้า)

เพียงแค่ในตอนที่เอิลต้ากำลังจะระเบิดความหงุดหงิดที่เก็บเอาไว้ออกมา หรือก็คือเธอกำลังจะทำสิ่งที่ขัดกับกฏของสวรรค์นั่นเอง ลิต้าได้ห้ามเธอไว้ด้วยน้ำเสียงสงบๆ

[เชื่อในตัวอิลฮานและรอเขา] (ลิต้า)

[นี่มันต่างกับในตอนที่เขาฆ่าจอมเวทย์มากนะ!] (เอิลต้า)

[ถ้างั้นก็พาเขามาและหนีไปถ้ามันดูจะไม่ได้ผลจริงๆ] (ลิต้า)

[เข้าใจแล้ว] (เอิลต้า)

สิ่งที่ทั้งสองคนพูดกันนี้ห่างทูตสวรรค์คนอื่นๆมาได้ยินคงลงโทษพวกเธอแล้วแน่ แต่ว่าโชคดีที่ในตอนนี้ไม่มีใครอยู่ มนุษย์ไม่มีใครเลยที่รู้สึกถึงทูตสวรรค์และทูตสวรรค์ต่างก็ยุ่งอยู่กับคู่หูที่ตัวเองดูแลอยู่

ยังไงก็ตามตัวยูอิลฮานเองก็ได้มองไปหาโอโรจิแล้ว

"ฉันคิดว่าฉันจะต้องล่อมัน"

[อะไรนะ?] (เอิลต้า)

[ว่าไงนะ?] (ลิต้า)

"หากเป็นแบบนี้ทุกๆคนนอกจากฉันได้ตายแน่ ฉันจะต้องล่อมันไปสู้ที่อื่น"

หลังจากตัดสินใจได้แล้วเขาก็พุ่งตัวออกไป ในมือของเขามี pile bunker ที่ไม่ได้ใช้บ่อยนักอยู่ แน่นอนว่ากระสุนในตอนนี้ก็โหลดอยู่ในขั้นสี่แล้ว

ไม่ว่าจะเป็นโอโรจิก็ตามแต่มันก็ไม่สามารถมองทะลุการปกปิดตัวตนของยูอิลฮานไปได้และเนื่องจากว่าเขาได้ฆ๋ามอนสเตอร์ไปอย่างนับไม่ถ้วนในขณะที่สกิลเทพแห่งความตายทำงานอยู่ทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าเดิมถึง 60% และเมื่อนับรวมในพลังทั้งหมดของเขาที่จะเพิ่มขึ้นเมื่อโจมตีทีเผลอทำให้ตอนนี้เขาสามารถจะสร้างเสียหายได้ถึง 3 เท่าจากปกติ

แน่นอนว่านั่นก็ไม่พอที่จะฆ่าโอโรจิ แต่ว่ามันก็น่าจะพอที่ทำให้มันคลั่งไล่ล่ายูอิลฮานได้

ยูอิลฮานได้กระโดดตัวลอยขึ้นไปหลายร้อยเมตรในที่เดียวแต่ว่าโอโรจิก็ยังคงไม่เห็นตัวเขา

แม้ว่าจะมีศัตรูที่มาคุกคามถึงชีวิตของเขา แต่ทำไมเขาถึงยังทำออกมาล่ะ? ยูอิลฮานได้หัวเราะออกมาและเล็ง pile bunker ไปที่กึ่งกลางหัวที่อยู่ตรงกลางของมัน จากนั้นก็ใช้การกระโดดบนท้องฟ้าอีกครั้ง

"รับนี่ไปเลย ดู การ โจม ตี ของ ฉัน สิ้!"

[อย่ามาพูดอะไรแปลกๆในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้สิ] (เอิลต้า)

ในเวลาเดียวกันนี้ pile bunker ก็ได้เจาะเข้าไปในลำคอของโอโรจิที่มันเพิ่งจะเปิดขึ้นมาหลังจากยิงกระสุนเวทย์ไป ในอตนี้เองตาของโอโรจิได้เบิกกว้างอย่างเฉียบพลัง ยูอิลฮานได้ยิงกระสุนออกไปพร้อมๆกับในขณะที่เขาถ่ายโอนน้ำหนักของกระเป๋าสะพาย

{ก๊าซซซซซซซซซซซซซซ!}

เสียงกรีดร้องนี้มันดูเหมือนกับจะทำให้โลกแยกออกจากนั้น เสียงๆนี้ได้ดังลั่นไปทั่ว คนที่กำลังหนีเพราะความกลัวและคนที่กำลังสู้อยู่ต่างก็ต้องสั่นเพราะคลื่นสั่นสะเทือนนี้

และพวกเขาก็ได้เห็นคนที่ซ่อนตัวมาจนถึงตอนนี้ คนที่ที่นำทางพวกเขา

เนื่องจากว่าเขาฆ่าศัตรูไม่ได้ในครั้งเดียวทำให้การปกปิดตัวที่ยาวนานของเขาได้หายไปแล้ว

"ซูซาโนะ"

"โอ้พระเจ้า เขาเป็นมนุษย์จริงๆหรอ?"

{กี๊ซซซซซซ!}

คอของโอโรจิที่ถูก pile bunker โจมตีเข้าไปอย่างสมบูรณ์ได้พังจนยับเยิน กระสุนของ pile bunker ก็ยังไม่ได้หมดพลังลงมันได้ตัดผ่านคอของโอโรจิไปจนถึงร่างกายของมันพร้อมด้วยน้ำหนักหลายพันตัน เสียงดังลั่นได้ออกมาก่อนที่จะปิดท้ายด้วยเสียงระเบิด

ในขณะที่โอโรจิกำลังร้องอย่างเจ็บปวดนี้ ยูอิลฮานก็ได้ลงมาถึงพื้นแล้ว

"ทะ ท่านซูซาโนะ"

"ซูซาโนะ!"

เขารู้ดีว่าสายตาของผู้คนตรงมาที่เขาแล้ว แต่ว่าเขาก็ไม่สนใจ มันชัดเจนอยู่แล้วว่าเขาไม่มีเวลาไปสนใจเรื่องพวกนี้ เขาได้พุ่งตัวออกวิ่งในทันที

{ก๊าซซซซซซ!}

ทุกๆอย่างมันได้เป็นไปตามแผนของเขา เมื่อเจอกับความเจ็บปวดอย่างมหาศาลทำให้โอโรจิไล่ตามยูอิลฮานอย่างสุดพลัง ถึงแม้ว่าจะมีเหยื่อจำนวนมากแต่มันก็ไม่สนใจเพราะความโกรธที่ต้องการแก้แค้นกับยูอิลฮานที่ทำลายหัวของมัน

"มานี่ ตามมาเลย!"

{ก๊าซซซซซซ!}

ยูอิลฮานได้นำเอาพลังทั้งหมดของพลังเหนือมนุษย์มาเสริมที่กล้ามเนื้อขาของเขาและความเร็วของเขาในตอนนี้มันจนถึงจุดที่ชื่อเล่นบุรุษความเร็วแสงของเขามันไม่ใช่เรื่องตลกแล้ว

นอกไปจากนี้ยังมีขวดบลัดดริ้งคาปากของยูอิลฮานอยู่ดังนั้นทำให้ความเหนื่อยล้าของเขาได้หายไปในทันทีก่อนที่พลังเหนือมนุษย์จะหมดไปซะอีก เขาสามารถจะรักษาพลังไว้จนกว่าบลัดดริ้งจะหมดลงไป

นี่มันเป็นไปได้เนื่องจากความสามารถในการควบคุมกล้ามเนื้อของยูอิลฮานและสกิลของเขาที่ได้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องซ้ำๆในสถานการณ์ที่วิกฤตอย่างไม่สิ้นสุด

"ท่านซูซาโนะ...."

"พาโอโรจิไปที่อื่น"

"เวรเอ้ย เราต้องช่วยเรา"

"สะกิดมันเรายังทำไม่ได้เลย"

กองทัพซูซาโนะส่วนใหญ่ได้ประกอบไปด้วยคนที่ยูอิลฮานได้ช่วยชีวิตเอาไว้ มันเป็นเรื่องปกติที่พวกเขาต้องการจะช่วยยูอิลฮาน แต่ว่าในทางกลับกันพลังของพวกเขาอ่อนแอเกินไป

นอกจากนี้ยังมีมอนสเตอร์ตัวอื่นๆไล่พวกเขาอยู่ด้วยทำให้ตอนนี้แค่ดูแลตัวเองพวกเขาก็ยากแล้ว

ในขณะเดียวกันพวกตระกูลต่างๆก็ตระหนักได้ว่านี่เป็นโอกาสดีที่พวกเขาจะได้เป็นที่รู้จัก แม้กระทั่งบางคนยังคิดว่าพวกเขาควรจะเป็นคนฆ่าโอโรจิ

"ฉันจำเป็นต้องตัดคอโอโรจิ"

"มิเรย์"

"ฉันรู้ เราจำเป็นต้องฆ่าพวกมันก่อน!"

คังมิเรย์ได้สร้างหอกสายฟ้าขึ้นเหนือคทาของเธอและขว้างมันออกไป หอกของจักรพรรดินีที่เป็นจอมเวทย์ที่แข็งแกร่งที่สุดของมนุษยชาติได้ฉีกกระชากมอนสเตอร์ที่พุ่งเข้ามาหาตระกูลเทพสายฟ้า แต่ว่าเธอก็ยังไม่พอใจกับมัน

"ฉันไม่สามารถจะฆ่ามอนสเตอร์คลาส 3 ได้ในครั้งเดียวเลย ถึงแม้ว่าฉันจะใช้มานาลงไปถึงหนึ่งในสี่"

"ยูนา บัฟมิเรย์เร็ว"

"โอเคพี่ แต่ว่าฉันทำให้ดีที่สุดไม่ได้"

นายูน่าได้บ่นออกมาในขณะที่มอบบัฟให้กับมิเรย์ด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์ของเธอคำพูดหลังของเธอทำให้คังฮาจินต้องคิดขึ้นก่อนจะถามกลับไป

"เธอใช้สิ่งที่ดีที่สุดไม่ได้หรอ? ในสถานการณ์สำคัญแบบนี้อะนะ?"

"ฉันจำเป็นต้องบัฟให้อิลฮานนนน"

"อะไรนะ"

"ถ้าเราไม่ฆ่าโอโรจิที่นี่ในตอนนี้งั้นโลกก็จะพังลงไป แต่ว่าไม่มีใครนอกจากเขาจะฆ่ามันได้ใช่ไหมล่ะ? ดังนั้นฉันต้องช่วยเขา"

ไม่ว่าจะเป็นเพราะว่าเธอขาดความเคารพในตัวเองหรือเชื่อมั่นในตัวเองมากก็ตาม นายูน่าก็ได้ประกาศออกไปอย่างหนักแน่น เธอได้ประกาศว่าไม่มีใครแล้วนอกจากยูอิลฮานที่จะทำมันได้ เธอบอกว่าคนอื่นๆทุกๆคนทำไม่ได้ และบอกว่าเธอต้องช่วยเขา

หากคนอื่นมาได้ยินเข้าก็คงจะโกรธ คังฮาจินก็เช่นกัน

"ไม่มีใครนอกจากนายยูอิลฮานที่จะฆ่ามันได้งั้นหรอ? ให้ตายสิ ฉันก็รู้มากขนาดนี้เลย"

จากในตอนที่เรื่องซูซาโนะได้มีชื่อเสียงขึ้นมา พวกเขาก็สงสัยแล้วว่าตัวตนของซูซาโนะน่าจะเป็นยูอิลฮาน

ยังไงก็ตามวิธีการต่อสู้ของเขาก็ต่างจากที่พวกเขาเคยเห็นมามากเกินไป และนอกจากนี้เนื่องจากว่าพลังของเขามหาศาลเกินไปทำให้พวกเขาก็ไม่อยากจะเชื่อ เพราะแบบนี้ทำให้พวกเขาปฏิเสธความเป็นจริงเรื่องนั้น

ยังไงก็ตามเมื่อไม่กี่นาทีก่อนในตอนที่เขาได้ทำลายหัวของโอโรจิไป คังฮาจินก็ไม่มีทางจะไม่ยอมรับมันได้อีกแล้ว บนโลกนี้ ไม่สิ ในหมู่คนที่แข็งแกร่งทั้งหมดในโลกต่างๆมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ใช้อาวุธแบบนั้น

"ทำไมถึงเป็นเธอล่ะ?"

คังมิเรย์ได้ถามนายูนาหลังจากที่ฆ่ามอนสเตอร์ด้วยหอกสายฟ้าที่ได้รับการเสริมพลังจากนายูนา

เธอก็รู้สึกหงุดหงิดเหมือนกันเมื่อได้ยินว่าไม่มีใครอีกนอกจากยูอิลฮานที่จะฆ่าโอโรจิได้ดังนั้นการแสดงออกของเธอจึงเฉียบคมมาก

"เอาล่ะ นั่นมันเพราะฉันเป็นผู้สนับสนุนหมายเลขหนึ่งของโลกไงล่ะ"

นายูนาได้ประกาศออกมาอย่างน่าไม่อาย ความภูมิใจของเธอที่ไร้ขีดสุดนี้ดูเหมือนกับเพื่อนเธอคังมิเรย์มาก

"มาจัดการที่นี่ให้เร็วที่สุดและไปช่วยอิลฮานนนน"

"โอเค ฉันจะต้องจัดการที่นี่เหมือนกัน มันเป็นโอกาสดีที่จะทำให้เขาเป็นหนี้ฉัน"

"เธอชอบเขาจริงๆใช่ไหม?"

"เงียบน่าพี่ แค่ป้องกันแนวหน้าไปก็พอ!"

พวกอัศวินโลหะและมาเกียต่างก็รู้ว่าพวกเขาจะต้องป้องกันพวกมันเหมือนกับที่เทพสายฟ้าทำอยู่เช่นกัน

ไม่สิ กลับกันเลยด้วยการปรากฏตัวของมอนสเตอร์ที่ไร้สาระนี้ทำให้เกิดการร่วมมือที่ไม่มีวันเกิดขึ้นมาก่อนขึ้นมาแล้ว

"หัวหน้าอัศวินโลหะมิเชล สมิทสัน"

"ลอร์ดแห่งมาเกีย คาริน่า มาลาเทสต้า"

ชายผู้ที่มีความรู้สึกไม่ดีที่ต้องการจะฆ่ายูอิลฮานกับสาวที่ดูเหมือนชนชั้นสูงที่ดูจะไม่น่ามาร่วมมือกันได้ได้ร่วมมือกันแล้ว

ทั้งสองกองกำลังนี้ในตอนแรกหลังจากเสียกองกำลังไปบางส่วนได้คิดจะหนีไปแล้ว แต่ว่าหลังจากที่มอนสเตอร์บ้าๆแบบนี้อย่างโอโรจิออกมา พวกเขาก็รู้แล้วว่านี่มันไม่ใช่ปัญหาที่พวกเขาหนีไปได้อีก มันเกี่ยวข้องกับชะตาของโลกแล้ว

ไม่ว่าพวกเขาจะโง่และงี่เง่ายังไงพวกเขาก็รู้ในสถานการณ์ตรงหน้า พวกเขาต้องใช้ชีวิตเดิมพันและเอาชนะวิกฤตินี้ให้ได้เพื่อที่จะให้โลกได้รอดต่อไป

นอกไปจากนี้พวกเขายังบังเอิญมีสิ่งที่กันและกันขาดไป อัศวินโลหะมีการป้องกันที่สูง และมาเกียก็มีพลังเวทย์ที่ไร้เทียมทาน

"พวกคุณรับมือมันได้จริงๆนะ? พวกมันแข็งแกร่งมาก พวกมันต่างไปจากระดับที่พวกเราเจอมาจนถึงตอนนี้โดยสิ้นเชิง"

"ฮึ่ม พวกมันไม่คณามือฉันหรอกน่า"

จริงๆแล้วพวกเขาเจ็บเหมือนกับในนรกเลยล่ะ แต่ว่าหากพวกเขายื้อไว้ไม่ได้งั้นโลกก็จบแล้ว

"ฝากตัวด้วย"

"ฟู่ เช่นกัน"

ทั้งมิเชลและคาริน่าต่างก็พูด 'เวร เวร' อยู่ภายในใจของตัวเอง แต่ว่าพวกเขาก็สร้างปาร์ตี้ขึ้นมาด้วยภายนอกที่ดูใจเย็น นี่มันเป็นในตอนที่ตระกูลที่แข็งแกร่งทั้งสองตระกูลได้ร่วมมือกันแล้ว

"ถ้าเข้ามาในตี้แล้ว งั้นก็ไปสู้กันได้แล้วไอ้พวกเวรตะไล"

และคังฮาจินที่ได้รับบาดเจ็บจากการที่ป้องกันแนวหน้าของพวกกลายพันธ์ก็ได้ตะโกนออกมาจนสุดเสียง

จบบทที่ บทที่ 72 - ฉัน เทพพระเจ้า!? (5) [อ่านฟรีวันที่ 08/11/61]

คัดลอกลิงก์แล้ว