เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 ที่ผมมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะความพยายามของตัวเองล้วนๆ

บทที่ 13 ที่ผมมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะความพยายามของตัวเองล้วนๆ

บทที่ 13 ที่ผมมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะความพยายามของตัวเองล้วนๆ


บทที่ 13 ที่ผมมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะความพยายามของตัวเองล้วนๆ

"เธอก็มีไดอารี่ของฮั่วอวี่เฮ่าเหมือนกันสินะ?"

"จริงๆ แล้วเธอเป็นผู้หญิงใช่ไหม?"

หลังจากหาสถานที่ลับตาคนได้แล้ว เสียงถามของหวังตงเอ๋อร์และเซียวเซียวก็ดังขึ้นแทบจะพร้อมกัน และทั้งคู่ก็ตอบคำถามของอีกฝ่ายโดยพร้อมเพรียงกัน

"ใช่"

หวังตงเอ๋อร์และเซียวเซียวต่างพูดไม่ออกไปชั่วขณะ นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเธอเจอกันแท้ๆ ทำไมถึงใจตรงกันขนาดนี้?!

เพื่อไม่ให้บรรยากาศอึดอัดดำเนินต่อไป เซียวเซียวจึงโบกมือแล้วเอ่ยว่า

"เธอก็น่าจะไปหาจางเล่อซวน ศิษย์พี่หญิงลานด้านในที่ฮั่วอวี่เฮ่าพูดถึงในไดอารี่มาแล้วใช่ไหม? และเธอก็คงรู้แล้วว่าศิษย์พี่หญิงได้ลาออกจากโรงเรียนสื่อไหลเค่อไปแล้ว"

เมื่อเห็นหวังตงเอ๋อร์พยักหน้า เซียวเซียวก็ถามต่อ

"แล้วเธอล่ะ? วางแผนจะทำยังไงต่อไป? คงไม่ได้กะจะอยู่ที่สื่อไหลเค่อตลอดไปหรอกนะ?"

สิ้นเสียงคำถาม ใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของหวังตงเอ๋อร์ก็ฉายแววระแวดระวังและป้องกันตัวขึ้นมาทันที ท่าทางตื่นตัวเต็มพิกัด

เธอถูกกลอุบายที่ถังซานฝังไว้ในวิญญาณของเธอทำให้หวาดกลัว แม้ตอนนี้จะรู้แล้วว่าเซียวเซียวก็มีสำเนาไดอารี่ของฮั่วอวี่เฮ่าเหมือนกัน แต่เธอก็ยังไม่วางใจอีกฝ่ายมากนัก แน่นอนว่าเรื่องอะไรเธอจะบอกแผนการของตัวเองให้คนอื่นรู้

เซียวเซียวแปลกใจกับปฏิกิริยาของหวังตงเอ๋อร์เล็กน้อย แต่ไม่นานก็เข้าใจเหตุผล

ใครก็ตามที่รู้ความจริงว่าชะตาชีวิตของตัวเองต้องจมปลักอยู่ในหลุมพราง ถูกพ่อแท้ๆ ใช้เป็นเครื่องมือ และต้องสูญเสียตัวตนไปอย่างสมบูรณ์เมื่อบรรลุเป้าหมาย ก็คงจะมีสภาพเหมือนหวังตงเอ๋อร์ตอนนี้ ที่ไม่กล้าไว้ใจใครหน้าไหนทั้งนั้นแหละมั้ง?

เมื่อมองดู 'เด็กหนุ่ม' หน้าสวยตรงหน้า แววตาของเซียวเซียวก็ฉายความสงสารวูบหนึ่ง เธอถอนหายใจเบาๆ แล้วพูดว่า

"ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้คิดร้ายกับเธอหรอก"

"ฉันแค่อยากบอกว่า ถ้าเธอวางแผนจะออกจากโรงเรียนสื่อไหลเค่อเพื่อไปจักรวรรดิสุริยันจันทราล่ะก็ ช่วยพาฉันไปด้วยได้ไหม"

หวังตงเอ๋อร์สะดุ้งกับคำพูดนั้น ดวงตาสีชมพูฟ้าคู่สวยเต็มไปด้วยความงุนงง

"เธออยากไปจักรวรรดิสุริยันจันทราเหรอ? ทำไมล่ะ?"

เซียวเซียวร่างเล็กผายมือออก หลังจากถอนหายใจยาวเหยียด เธอก็เริ่มเล่าเรื่องราวที่ครอบครัวเธอต้องเผชิญมาตลอดหลายปี

"บ้านของฉันอยู่ตรงชายแดนจักรวรรดิโต้วหลิง ติดกับจักรวรรดิสุริยันจันทราพอดี เพราะวิญญาณยุทธ์สืบทอดของตระกูลเราค่อนข้างพิเศษ ทางจักรวรรดิสุริยันจันทราเลยส่งคนมาเกลี้ยกล่อมตระกูลเราอยู่เรื่อยๆ ตลอดหลายปีมานี้"

"พวกผู้อาวุโสในตระกูลก็หนักแน่นมาตั้งแต่ต้น ไม่เคยคิดจะแปรพักตร์ไปเข้ากับจักรวรรดิสุริยันจันทราเลย แต่พอข่าวเรื่องจักรวรรดิสุริยันจันทราพยายามดึงตัวพวกเราไปเข้าหูจักรพรรดิแห่งโต้วหลิง สถานการณ์ของตระกูลเราก็ลำบากขึ้นเรื่อยๆ โดนเพ่งเล็งตลอดเวลา"

"เดิมทีทางตระกูลส่งฉันมาเรียนที่สื่อไหลเค่อ ก็เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจว่าเราไม่มีความเกี่ยวข้องกับจักรวรรดิสุริยันจันทรา และเผื่อว่าจะขอความคุ้มครองจากสื่อไหลเค่อได้ จะได้ทำให้พวกขุนนางในโต้วหลิงเลิกมาวุ่นวายกับที่บ้านเสียที"

"แต่จากที่ฮั่วอวี่เฮ่าเขียนไว้ในไดอารี่ มีความเป็นไปได้สูงมากที่ตระกูลของศิษย์พี่หญิงจางเล่อซวนจะถูกกวาดล้างโดยกลุ่มคนที่ได้รับการบงการลับๆ จากผู้บริหารระดับสูงของสื่อไหลเค่อ ฉันเลยคิดว่าการฝากชะตากรรมของตระกูลไว้กับสื่อไหลเค่อนั้นเสี่ยงเกินไปและพึ่งพาไม่ได้สุดๆ!"

"แทนที่จะทนอยู่ในจักรวรรดิโต้วหลิงแล้วโดนพวกขุนนางจ้องเล่นงานต่อไป สู้ย้ายไปเข้าร่วมกับจักรวรรดิสุริยันจันทราจริงๆ เลยดีกว่า!"

หวังตงเอ๋อร์ฟังแล้วก็ยังกังขาอยู่บ้าง เธอรู้สึกว่าจักรพรรดิและขุนนางแห่งจักรวรรดิโต้วหลิงไม่น่าจะโง่เขลาเบาปัญญาถึงขนาดนั้นเชียวหรือ?

แค่ตระกูลที่จักรวรรดิสุริยันจันทราพยายามดึงตัวไป จักรพรรดิโต้วหลิงก็เริ่มเพ่งเล็งและกดดันโดยไม่ตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนเลยรึไง?

เซียวเซียวเห็นแววตาไม่เชื่อถือของหวังตงเอ๋อร์ก็ส่ายหน้า แล้วพูดว่า

"ฉันรู้ว่ามันยากที่เธอจะเชื่อปุบปับ แต่ในสายตาของพวกชนชั้นสูงในโต้วหลิง การที่ตระกูลฉันจะรับข้อเสนอจากจักรวรรดิสุริยันจันทราหรือไม่นั้นไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือพวกเขาต้องการเชือดไก่ให้ลิงดู เพื่อเตือนตระกูลอื่นๆ ให้รู้ว่าจุดจบของการไปยุ่งเกี่ยวกับจักรวรรดิสุริยันจันทราจะต้องชดใช้ด้วยอะไร"

"อีกอย่าง ถ้าเธอจะไปจักรวรรดิสุริยันจันทรา เธอก็คงกะจะไปเข้าเรียนที่โรงเรียนวิศวกรรมวิญญาณหลวงสุริยันจันทราเหมือนฮั่วอวี่เฮ่าใช่ไหมล่ะ?"

"เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเถอะ ให้คนของตระกูลฉันไปเจรจากับทางนั้น รับรองว่าจัดแจงให้พวกเราได้เรียนห้องเดียวกับฮั่วอวี่เฮ่าที่นั่นได้สบายๆ"

โป๊ะเชะ!

เซียวเซียวสาธิตให้เห็นชัดเจนว่าอะไรคือการ 'พูดประโยคเดียวก็ซื้อใจได้' ทันทีที่หวังตงเอ๋อร์ได้ยินว่าเซียวเซียวมีเส้นสายที่พาเข้าเรียนที่โรงเรียนวิศวกรรมวิญญาณหลวงสุริยันจันทราได้แบบไม่ต้องออกแรง เธอก็พยักหน้าหงึกหงักทันที

"ตกลง! งั้นเราหนีออกจากสื่อไหลเค่อไปจักรวรรดิสุริยันจันทราด้วยกันเถอะ!"

สองสาวมองหน้ากัน แล้วต่างฝ่ายต่างก็ระเบิดรอยยิ้มสดใสออกมา

หลังจากตกลงกันได้แล้ว หวังตงเอ๋อร์ก็บอกเซียวเซียวว่าเธอวางแผนจะรอให้ถึงวันพรุ่งนี้ ซึ่งเป็นวันเปิดเรียนอย่างเป็นทางการ เพื่อลองดูวิธีการสอนของสื่อไหลเค่อสักหน่อยก่อนจะลาออก

ยังไงซะ สื่อไหลเค่อก็ได้ชื่อว่าเป็นโรงเรียนอันดับหนึ่งของทวีป ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าอาจารย์ที่นี่มีดีแค่ไหน

เซียวเซียวไม่ขัดข้อง นอกจากเธอจะมีความคิดคล้ายๆ หวังตงเอ๋อร์แล้ว ทางตระกูลของเธอก็ต้องการเวลาเตรียมตัวเช่นกัน

แม้ตระกูลเซียวจะไม่ใช่ตระกูลใหญ่โตอะไร แต่การจะย้ายถิ่นฐานทั้งตระกูลไปอยู่จักรวรรดิสุริยันจันทราก็ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่จะทำกันได้ปุบปับ

เมื่อตกลงกันเรียบร้อย หวังตงเอ๋อร์และเซียวเซียวก็กลับเข้าไปในโรงเรียนสื่อไหลเค่อ เตรียมตัวรอดูการสอนของเหล่าอาจารย์สื่อไหลเค่อในวันพรุ่งนี้ด้วยตัวเอง

แม้หวังตงเอ๋อร์จะได้ยินจากมู่เอินที่นอนเอกเขนกอยู่หน้าหอพักว่า นอกจากเซียวเซียวแล้ว ยังมีสาวสวยอีกสองคนมาตามหาเธอ แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก ยังไงพรุ่งนี้เธอก็จะหนีตามเซียวเซียวไปอยู่แล้ว ใครอื่นจะมาหาก็ช่างปะไร!

ส่วนหนิงเทียนกับอูฟงที่ยังไม่รู้แผนการนี้ ก็คิดว่ายังมีเวลาเหลือเฟือ เอาไว้ค่อยไปทำความรู้จักกับหวังตงเอ๋อร์ทีหลังก็ได้ เลยไม่ได้รีบร้อนไปหา

ค่ำคืนนั้นจึงผ่านพ้นไปอย่างเงียบสงบโดยไม่มีใครมารบกวน

วันรุ่งขึ้น ขณะที่หวังตงเอ๋อร์และเซียวเซียวนั่งรออาจารย์อยู่ในห้องเรียนเด็กใหม่ห้องหนึ่ง ไดอารี่ในหัวของพวกเธอก็เริ่มสั่นไหวพร้อมกัน

ทำให้สองสาวรีบเปิดดูเนื้อหาที่อัปเดตใหม่ในไดอารี่ทันที

【วันใหม่แล้ว การเดินทางเมื่อวานราบรื่นเกินคาด ตอนนี้ข้าข้ามพรมแดนมาถึงเขตแดนของจักรวรรดิสุริยันจันทราเรียบร้อย เพื่อเป็นการเฉลิมฉลอง ขอย่างปลาให้รางวัลความพยายามของตัวเองสักหน่อย! แนบรูป แนบรูป แนบรูป】

เห็นประโยคนี้ หวังตงเอ๋อร์และเซียวเซียวหันมองหน้ากัน ต่างเห็นแววประหลาดใจในดวงตาของอีกฝ่ายชัดเจน

ฮั่วอวี่เฮ่าถึงจักรวรรดิสุริยันจันทราเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? ไหนบอกว่าจะใช้เวลาสองวันไง?

ยังไม่ทันหายสงสัย ข้อความบรรทัดต่อมาก็ปรากฏขึ้นในไดอารี่

【อ้อ รางวัลจากการเขียนไดอารี่ครบตามเกณฑ์เมื่อวานก็รับมาแล้ว นอกจากพลังวิญญาณจะเพิ่มขึ้นอีกจนตอนนี้แตะระดับ 12 แล้ว ไดอารี่ยังใจป้ำแจก 'แพ็กเกจมือใหม่สำหรับการสร้างอุปกรณ์วิญญาณ' มาให้อีก ทำให้ข้าผู้เป็นบ้านนอกเข้ากรุงที่ไม่เคยจับงานสร้างอุปกรณ์วิญญาณมาก่อน ได้เรียนรู้ความรู้พื้นฐานมากมาย จนกลายเป็นวิศวกรวิญญาณระดับหนึ่งไปโดยปริยาย】

【เฮ้อ ไดอารี่หนอไดอารี่ เดิมทีข้าอยากจะสัมผัสความสุขจากการพึ่งพาตัวเองด้วยความพยายามของข้าแท้ๆ แต่ทำไมเจ้าต้องเอาของรางวัลพวกนี้มามอมเมาข้าด้วยเล่า?】

【ข้าจะบอกให้นะ ถึงจะเป็นแบบนี้ ข้าก็ต้องขอยืนยันว่า: ที่ข้า ฮั่วอวี่เฮ่า มีทุกวันนี้ได้ ก็เพราะความพยายามอย่างหนักของตัวเองล้วนๆ! o(>ω<)o】

จบบทที่ บทที่ 13 ที่ผมมีทุกวันนี้ได้ก็เพราะความพยายามของตัวเองล้วนๆ

คัดลอกลิงก์แล้ว