- หน้าแรก
- บอดี้การ์ดสุดเกรียน พิทักษ์เทพธิดามหาลัย
- ตอนที่ 5 ทำไมเหมือนหาคู่?
ตอนที่ 5 ทำไมเหมือนหาคู่?
ตอนที่ 5 ทำไมเหมือนหาคู่?
หลินอี้ยิ้มบาง ๆ แล้วพยักหน้า ยื่นมือออกไปจับมือกับฉู่เผิงจั้นตามมารยาท “สวัสดีครับ คุณฉู่”
ความกระตือรือร้นของฉู่เผิงจั้นทำให้หลินอี้แปลกใจไม่น้อย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเจอนายจ้างที่ต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นขนาดนี้ ถึงแม้จะบอกว่าเชิญเขามาเพื่อทำภารกิจบางอย่าง แต่สำหรับประธานบริษัทติดอันดับโลกแบบนี้ กลับทำเหมือนเขาเป็นแขกผู้ทรงเกียรติ มันชวนให้สงสัยจริง ๆ ว่านี่มันการนัดพบแบบผู้ใหญ่คุยกันเสียมากกว่า
“คุณหลิน ผมก็รู้ว่า บางทีอาจทำให้คุณลำบากใจ ที่ต้องลดตัวมาทำเรื่องแบบนี้…” ฉู่เผิงจั้นพูดขึ้นหลังจากลังเลเล็กน้อย
ฟังไปฟังมา แม้แต่คนหน้าหนาหนังหนาอย่างหลินอี้ยังรู้สึกเก้อ เลยรีบโบกมือ “ไม่หรอกครับ… ที่บ้านผมสานรองเท้าฟาง เดือนหนึ่งได้ไม่กี่ร้อยหยวนเอง ลุงยังบอกว่างานนี้ทำทีเดียว กินไปทั้งชีวิต…”
ในใจหลินอี้ก็อดคิดไม่ได้ว่า นายจ้างคนนี้ออกจะใจกว้างจริง ๆ จ้างงานแล้วยังพูดจาสุภาพต่างจากหลายคนที่พอจ่ายเงินแล้วก็มักจะตั้งเงื่อนไขจุกจิก
“หา? สานรองเท้าฟาง?” ฉู่เผิงจั้นตะลึง เขามองหลินอี้อีกครั้ง ยืนยันว่ามองไม่ผิดคน แต่ประโยคที่ได้ยินมันชวนงงจริง ๆ เขาเองก็เคยได้ฟังเรื่องราวของหลินอี้มาบ้าง โดยเฉพาะภารกิจช่วยตัวประกันในแอฟริกาที่ค่าจ้างเป็นหลักพันล้านหยวน แต่เจ้าตัวกลับพูดว่าทำรองเท้าฟางขายเนี่ยนะ?
“ใช่สิ รองเท้าฟางคู่ละสี่หยวน ทำวันละสามห้าคู่ เดือนหนึ่งก็หลายร้อยแล้ว” หลินอี้พยักหน้า เขาเองก็แอบรู้สึกว่ามันแปลก ๆ ว่าลุงหลินนี่มันยังไงกันแน่ ทำไมถึงชอบทำตัวเหมือนยากจน ทั้งที่ไม่น่าจะใช่
ฉู่เผิงจั้นส่ายหัว ไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของพวกเขา เลยเปลี่ยนเรื่องทันที “ต่อไป เงินเดือนคุณจะเป็นสามหมื่นต่อเดือน รวมถึงค่าเล่าเรียนกับค่าใช้จ่ายประจำวัน ส่วนเงินที่ใช้จ่ายเกี่ยวกับลูกสาวผม สามารถเบิกกับฟูป๋อได้โดยตรง”
“สามหมื่น? ลุงบอกแค่ไม่กี่พันเองไม่ใช่เหรอ?” หลินอี้อึ้งไปเลย ไม่อยากเชื่อว่าตัวเองจะได้ค่าจ้างขนาดนี้ นึกย้อนไปถึงตอนลุงหลินควักสี่หมื่นเก้าออกมาให้ใช้หน้าตาเฉย ตอนนั้นแทบจะกัดฟันทุกคำ แต่ที่นี่กลับให้เดือนละสามหมื่น!
“เดี๋ยวก่อนครับ คุณฉู่ เมื่อกี้คุณพูดถึงค่าเล่าเรียน ค่าใช้จ่าย… แล้วก็เงินที่ใช้กับลูกสาวคุณ หมายความว่ายังไงกันแน่? ผมไม่ค่อยเข้าใจ…”
หลินอี้มึนตึ้บ เขานึกว่าโดนจ้างมาทำภารกิจเสี่ยงตายเสียอีก แต่ฟังแบบนี้ชักไม่ใช่แล้ว
“อ้าว? แปลว่า ผู้เฒ่าหลินยังไม่ได้บอกคุณเหรอ? งั้นไปคุยกันบนห้องทำงานดีกว่า” ฉู่เผิงจั้นยิ้มแล้วผายมือเชิญ เขาเดินเคียงคู่ไปกับหลินอี้
หลินอี้รู้ดีว่าอีกฝ่ายคือเจ้านายที่จ่ายเงินให้ แต่ท่าทีของฉู่เผิงจั้นกลับดูให้เกียรติเขามากเกินไปจนแปลก เขารู้สึกได้ว่าความสัมพันธ์นี้ไม่เหมือนเจ้านายกับลูกน้องทั่วไป แต่ก็ยังเลือกที่จะไม่ถามออกมาตรง ๆ ตอนนี้
สำนักงานของฉู่เผิงจั้นอยู่ชั้นบนสุดของตึก กว้างถึง 200 ตารางเมตร ผนังด้านหนึ่งเป็นกระจกใสบานใหญ่ ทำให้ห้องสว่างและกว้างขวาง
ฟูป๋อเดินตามเข้ามาส่งหลินอี้กับฉู่เผิงจั้น แล้วก็ถอยออกไป สักพักเลขาสาวเสี่ยวอวี๋ก็ยกน้ำเข้ามาเสิร์ฟ
“คุณหลิน รับอะไรดีคะ?” เสี่ยวอวี๋ถามอย่างสุภาพ
“น้ำเปล่าก็พอครับ” หลินอี้ตอบง่าย ๆ เพราะสิ่งที่เขาดื่มจนชินก็คือน้ำเปล่านี่แหละ
เสี่ยวอวี๋ถึงกับชะงักเล็กน้อย แต่ก็ยังยิ้มรับ “ได้ค่ะ รอสักครู่”
“คุณหลิน ตั้งแต่พรุ่งนี้ ฟูป๋อจะจัดการให้คุณเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งของเมืองซงซาน เข้าเรียนในห้อง ม.6/5 อยู่ห้องเดียวกับลูกสาวผม ฉู่เมิ่งเหยา คุณจะได้ไปกลับโรงเรียนพร้อมกัน ดูแลชีวิตประจำวัน และช่วยติวหนังสือให้เธอ… พูดตรง ๆ ก็คือให้คุณคอยอยู่ข้าง ๆ เธอ”
ฉู่เผิงจั้นพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ที่ผ่านมาผมมัวแต่ทำงาน จนไม่ได้ดูแลลูกสาวมากนัก เลยรู้สึกผิด เลยอยากหาคนที่เข้ากับเธอได้ มาคอยอยู่ข้าง ๆ ให้ความอบอุ่นแทน”
หลินอี้ถึงกับอึ้ง “หา? ภารกิจที่เลี้ยงได้ทั้งชีวิตที่ลุงพูดถึง…มันคือแบบนี้เนี่ยนะ? ทำไมฟังแล้วเหมือนผมถูกส่งมาหาคู่เลย?”
เขาเริ่มสงสัยว่า ลูกสาวประธานนี่มีปัญหาสุขภาพอะไรหรือเปล่า ถึงต้องหาคนมาประกบไว้แบบนี้
“คุณหลิน เป็นอะไรไป?” ฉู่เผิงจั้นเห็นสีหน้าประหลาดใจของเขา จึงหัวเราะเบา ๆ “ผมนึกว่าผู้เฒ่าหลินบอกคุณแล้วซะอีก ที่แท้ยังไม่รู้เรื่องเลยเหรอ?”
“คุณฉู่ เรียกผมว่าหลินอี้ก็พอครับ คำว่า ‘คุณหลิน’ ฟังแล้วขัดหูจริง ๆ” หลินอี้ยิ้มเจื่อน “จริง ๆ ก่อนหน้านี้ผมก็ไม่รู้หรอก ลุงแค่บอกว่านี่คือภารกิจใหญ่ ทำเสร็จแล้วกินไปได้ทั้งชีวิต…”
“ก็ไม่ผิดหรอก” ฉู่เผิงจั้นหัวเราะเสียงดัง “ถ้าคุณทำสำเร็จจริง ๆ รางวัลครั้งนี้ก็เลี้ยงคุณได้ทั้งชีวิตแน่!”
“เอ่อ…” หลินอี้ยังงง ๆ “แล้วภารกิจที่แท้จริงคืออะไร?”
“ผมก็พูดไปแล้วไง อยู่กับลูกสาวผมไปโรงเรียน กลับบ้าน เรียนหนังสือด้วยกัน และปกป้องไม่ให้ใครรังแกเธอ” ฉู่เผิงจั้นอธิบาย
“นี่มัน…คนดูแล? หรือครูพี่เลี้ยง?” หลินอี้ถึงกับพูดไม่ออก
“เอาเป็นว่าคุณจะเข้าใจยังไงก็ได้ ความจริงมันก็ประมาณนั้น” ฉู่เผิงจั้นยิ้ม แล้วส่งแฟ้มข้อมูลโรงเรียนให้ “นี่คือรายละเอียดของโรงเรียน คุณลองอ่านดู”
หลินอี้ถอนหายใจรับแฟ้มพลางคิดในใจ “นี่คือภารกิจระดับตำนานที่ลุงพูดถึงงั้นเหรอ? จะไม่โดนต้มอีกรอบใช่ไหม?”
แต่เอาเถอะ อย่างน้อยงานนี้ก็แทบไม่มีอันตราย แถมรายได้ดีขนาดนี้ ต่อให้ต้องคอยเป็นเบ๊ให้คุณหนูบ้านรวยก็ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นช่วงพักผ่อนก็แล้วกัน
โรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งของเมืองซงซาน ถึงชื่อจะดูเหมือนโรงเรียนรัฐ แต่จริง ๆ เป็นโรงเรียนเอกชนที่ถูกซื้อกิจการไปนานแล้ว โดยที่เผิงจั้นกรุ๊ปของฉู่เผิงจั้นก็เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่
ไม่แปลกที่เขาจะจัดการส่งหลินอี้เข้าเรียนได้ง่าย ทั้งที่เจ้าตัวไม่เคยเรียนหนังสือจริงจังมาก่อนเลย ในเมืองใหญ่ เด็กบ้านนอกย้ายเข้ามาเรียนไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ ๆ
“โอเคครับ ผมจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด” หลินอี้อ่านข้อมูลคร่าว ๆ แล้วตอบ
“แต่ต้องบอกไว้ก่อนนะ เมิ่งเหยาลูกสาวผม บางทีก็มีนิสัยเอาแต่ใจ แต่จริง ๆ แล้วเป็นเด็กดี” ฉู่เผิงจั้นพูดพร้อมยิ้มเจื่อน “ผมเชื่อว่าคุณเก่งแบบนี้ ต้องเข้ากับเธอได้แน่”
“เข้ากันได้?” หลินอี้อดบ่นในใจไม่ได้ “นี่ไม่ใช่จับคู่จริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย?” แต่ปากก็ตอบออกไปว่า “ผมจะพยายามครับ”
ฉู่เผิงจั้นเหมือนจะดูออกว่านี่เป็นคำพูดขอไปที แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร เพียงแต่หันไปเรียก “ฟูป๋อ! เมิ่งเหยากำลังจะเลิกเรียนแล้ว คุณไปรับเธอมา เจอคุณหลินพอดี จะได้แนะนำให้รู้จัก”
“คุณฉู่ เรียกผมว่าหลินอี้ก็พอ หรือจะเรียก ‘เสี่ยวอี้’ ก็ได้ อย่าเรียกคุณหลินเลย ฟังแล้วไม่คุ้น”
“ได้สิ งั้นผมเรียกคุณว่าเสี่ยวอี้ ส่วนคุณก็อย่าเรียกผมว่าคุณฉู่ เรียกผมว่าลุงฉู่ก็แล้วกัน ถือว่าผมเป็นผู้ใหญ่ คุณไม่เสียเปรียบหรอก” ฉู่เผิงจั้นตอบ
หลินอี้พยักหน้า จากนั้นก็เดินตามฟูป๋อลงไปถึงชั้นใต้ดินที่เป็นลานจอดรถ
(จบตอน)