- หน้าแรก
- ทะลุมิติพ่อบ้านขั้นเทพ รับจบโหมดคลั่งท่านประธานจอมเผด็จการ
- บทที่ 24 ฉันมาเป็นผู้ช่วยดาราหญิง 6
บทที่ 24 ฉันมาเป็นผู้ช่วยดาราหญิง 6
บทที่ 24 ฉันมาเป็นผู้ช่วยดาราหญิง 6
บทที่ 24 ฉันมาเป็นผู้ช่วยดาราหญิง 6
คนตรงหน้าแอนสันไม่ได้หลบเลี่ยง หัวใจของแอนสันเต้นรัวอย่างลิงโลด คิดไปเองว่าคืนนี้คงเป็นค่ำคืนที่แสนวิเศษ
แต่แล้วเขาก็ได้ยินคนข้างกายเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น "แต่ว่า... คุณแน่ใจเหรอคะว่าเราจะไปที่เปลี่ยวๆ กันสองต่อสอง วันนี้ฉันแอบได้ยินพนักงานโรงแรมคุยกันว่าที่นี่เคยมีคนตายมาก่อน แล้วเถ้าแก่ก็จ่ายเงินปิดข่าว เห็นว่าเป็นแขกสาววัยรุ่นที่ช้ำรัก รับความจริงไม่ได้เลยฆ่าตัวตายในห้องพัก สภาพศพสยดสยองมาก เลือดสาดกระเซ็นเต็มห้องไปหมด..."
เสียงของเธอแผ่วเบา ประตูห้องด้านหลังปิดลงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทางเดินกว้างขวางที่เดิมทีสว่างไสว ตอนนี้กลับดูซีดเซียวลงถนัดตา ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอุปาทานไปเองหรือเปล่า
แอนสันรู้สึกเย็นสันหลังวาบขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ความคิดฟุ้งซ่านเมื่อครู่หดหายไปกว่าครึ่ง
แต่เขาไม่อยากปล่อยโอกาสที่ลอยมาถึงปากให้หลุดมือไป จึงฝืนทำใจดีสู้เสือ "เรื่องผีสางนางไม้นั่นมันเรื่องหลอกเด็กสาวต่างหาก ถ้ากลัวก็กอดผมไว้สิ"
"กอดคุณ... แบบนี้เหรอคะ?" มือเล็กนุ่มนิ่มคู่หนึ่งโอบรอบแขนของแอนสัน
มันควรจะเป็นฉากที่โรแมนติกชวนฝัน แต่หัวใจของแอนสันกลับกระตุกวูบ มือที่จับแขนเขาอยู่นั้นเย็นเฉียบราวกับน้ำแข็ง แถมยังให้ความสัมผัสลื่นๆ เหนียวหนืด และมีกลิ่นเค็มแปลกๆ
เครื่องปรับอากาศของโรงแรมเปิดทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งปกติจะเย็นสบายกำลังดีในฤดูร้อน แต่ตอนนี้แอนสันกลับรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกสันหลัง
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งเตะจมูก ร่างกายแข็งทื่อก้าวขาไม่ออก ไม่กล้าแม้แต่จะก้มลงมอง
เสียงหัวเราะคิกคักดังขึ้นข้างหู พร้อมกับลมเย็นๆ ที่เป่ารดต้นคอ "พี่แอนสันคะ ไหนบอกว่าจะพาหนูไปติวบทละครกันไง ทำไมไม่หันมามองหนูเลยล่ะ?"
แอนสันไม่อยากมอง แต่ร่างกายกลับไม่เชื่อฟัง ราวกับมีด้ายที่มองไม่เห็นฉุดดึง ศีรษะของเขาค่อยๆ ก้มต่ำลงทีละนิ้ว จนประสานสายตากับดวงตาดำสนิทไร้ตาขาวคู่หนึ่ง
ผีสาวในอ้อมแขนฉีกยิ้มหวาน "พี่แอนสันคะ พี่ว่า... ที่นี่เงียบพอหรือยัง?"
ฉากรอบข้างเปลี่ยนจากทางเดินกลายเป็นห้องพักแขกตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ ทั้งผนัง เพดาน และพื้นห้อง ถูกฉาบย้อมไปด้วยเลือดสีแดงข้นคลั่กทุกตารางนิ้ว
"อ๊ากกกกกกก—"
ความเงียบสงัดยามค่ำคืนถูกฉีกกระชากด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวน
แขกที่พักอยู่ชั้นเดียวกันหลายห้องสะดุ้งตื่น คนที่ใจกล้าหน่อยแง้มประตูออกมาดู ก็เห็นร่างที่คุ้นตาของใครบางคนวิ่งหน้าตั้งไปตามทางเดิน ปากก็ตะโกนลั่น "อย่าฆ่าฉัน! ช่วยด้วย!"
"นั่นมัน... ผู้ช่วยแอนสัน ผู้ช่วยของผู้กำกับจี้นี่นา?"
"เกิดอะไรขึ้นน่ะ?"
มีคนตะโกนเรียกเขา แต่แอนสันไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น สีหน้าของเขาบิดเบี้ยว ดวงตาแดงก่ำ ดูน่ากลัวราวกับคนเสียสติ
บางคนสบตากันอย่างรู้ทัน... หรือว่าหมอนี่จะเล่นยา?
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรมรีบขึ้นมาถึง เนื่องจากคุยกันไม่รู้เรื่อง จึงจำต้องคุมตัวเขาออกไป และเพราะอาการของแอนสันดูผิดปกติมาก พวกเขาจึงแจ้งตำรวจด้วย
จูอินดูดชานมคำโต ข้างกายเธอมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยในชุดกระโปรงสีแดงยืนอยู่ เส้นผมดำขลับตัดกับผิวขาวรามหิมะ แผ่กลิ่นอายเสน่ห์เย้ายวนน่าหลงใหล
แน่นอน ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าภายใต้แสงไฟ เท้าของหญิงสาวคนนั้นลอยสูงจากพื้น... ไม่มีเท้า
จูอินพยักหน้าให้เธอ "ลำบากเธอแล้วนะ"
เธอยื่นชานมแก้วหนึ่งให้ ชานมแก้วนี้ผ่านกรรมวิธีพิเศษที่ทำให้แม้แต่วิญญาณก็ยังสัมผัสรสชาติได้
สาวชุดแดงรับไปดื่มอย่างกระหาย "ท่านจูอินใจดีเหลือเกินค่ะ วันนี้ฉันหยุดงานพอดี ไม่มีอะไรทำ ต้องขอบคุณท่านมากกว่าที่ให้โอกาสฉันออกมาเที่ยวเล่นในที่สนุกๆ แบบนี้ ซู้ดดด... อร่อยจังเลย..."
สายตาของเธอสอดส่ายไปทั่วห้องสวีทที่เงียบสงบอย่างโลภมาก สายตาทะลุผ่านกำแพงไปเห็นลู่เหยาที่กำลังหลับสนิทในห้องนอน
เธออดไม่ได้ที่จะชะโงกหน้าเข้าไปใกล้ "นี่คือแม่หนูผู้โชคดีที่ท่านจูอินคอยปกป้องสินะคะ...?"
ฟุ่บ!
ราวกับถูกของร้อนลวก เธฮรีบชักสายตากลับมาทันที
จูอินยังคงยิ้มอย่างไม่มีพิษภัย มือถือแก้วชานมพลางมองเธอด้วยรอยยิ้ม "เธอก็แค่คนธรรมดา กลับไปได้แล้ว"
โลกนี้ไม่ต้อนรับพลังงานผิดปกติ ผีสาวตนนี้อาศัยของวิเศษของจูอินถึงออกมาได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น
ผีสาวรีบขอโทษขอโพย "ฉันไม่ได้มีเจตนาร้ายค่ะ แค่สงสัย... สงสัยเฉยๆ"
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของจูอินไม่ได้แสดงความโกรธเคือง เธอจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะรีบกลายร่างเป็นควันสีเขียวจางหายกลับไปยังโลกของตน
แน่นอนว่าเธอก็ไม่ลืมที่จะหอบชานมแก้วนั้นกลับไปด้วย
...
ค่ำคืนนี้ช่างตื่นเต้นเร้าใจสำหรับใครหลายคน
ผู้คนในโรงแรมมากกว่าหนึ่งชั้นถูกปลุกด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวนของแอนสัน แม้แต่คนที่หลับลึกก็ยังต้องตื่นเพราะความวุ่นวายที่ตามมา
โดยเฉพาะหลังจากที่แอนสันถูก รปภ. จับตัวได้ เขาก็เอาแต่ตะโกนว่า "เลือด! เลือดเต็มไปหมด!" และ "มีผี!"
กลางดึกสงัดในสถานที่อย่างโรงแรม คำพูดพวกนี้ช่างชวนขนหัวลุกเป็นพิเศษ
คนในกองถ่ายขอดูกล้องวงจรปิดของโรงแรม เห็นชัดๆ ว่าตอนแรกแอนสันก็ปกติดี แต่พอเดินไปถึงจุดหนึ่ง จู่ๆ เขาก็หยุดเดินและเริ่มพูดคุยกับใครบางคน แถมยังมีท่าทีถูกเนื้อต้องตัวกันอีกต่างหาก
ปัญหาคือ ในกล้องวงจรปิด... ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่มีบุคคลที่สองปรากฏตัวเลย!
ภาพที่เห็นคือแอนสันทำท่าทางเหมือนคุยกับอากาศอยู่พักใหญ่ แล้วจู่ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นหวาดกลัวสุดขีด ราวกับเห็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดในชีวิต ก่อนจะวิ่งหนีตายออกมา
ช่างน่าสยดสยองจนขนลุกชัน
แทบไม่มีใครในกองถ่ายข่มตานอนลงได้ในช่วงครึ่งหลังของคืน
แต่ลู่เหยากลับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เธอนอนหลับสนิทอยู่ใต้ผ้าห่ม ณ เวลานี้ อย่าว่าแต่เรื่องเล็กน้อยแค่นี้เลย ต่อให้ฟ้าถล่มดินทลาย ก็ไม่อาจดึงเธอออกมาจากโลกจำลองแห่งนั้นได้
แน่นอน จูอินเชื่อว่าประสบการณ์ที่ลู่เหยาเจอในโลกจำลองนั้น ตื่นเต้นเร้าใจกว่าเรื่องวุ่นวายเล็กๆ ของแอนสันเป็นร้อยเท่า
ค่ำคืนอันยาวนานผ่านพ้นไป
แสงรุ่งอรุณมาเยือน
ลู่เหยาลืมตาตื่นขึ้น
เมื่อเห็นเพดานสีขาวที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตา เธอก็ตกตะลึงไปเนิ่นนาน
น้ำแข็งที่เกาะกุมแววตาของเธอค่อยๆ ละลายลง เธอลุกจากเตียงเดินไปที่หน้าต่างแล้วกระชากผ้าม่านเปิดออก
แสงแดดสีทองที่ไร้เมฆหมอกบดบัง สาดส่องกระทบใบหน้า ให้ความรู้สึกราวกับได้เกิดใหม่
เสียงเคาะประตูที่คุ้นเคยดังขึ้น
ลู่เหยาเปิดประตู จูอินมองเธอพร้อมรอยยิ้ม "ดาราหญิงของเราดูเหมือนจะโตขึ้นเยอะเลยนะ"
ลู่เหยายกยิ้มมุมปาก การกระทำที่เคยชินนี้ ซึ่งเธอทำมาตลอดกว่ายี่สิบปี กลับทำให้รู้สึกไม่เป็นธรรมชาติไปชั่วขณะหนึ่ง
"ฉัน... ฉันเหมือนทะลุมิติไปฝันเรื่องที่ยาวนานมากๆ เรื่องหนึ่งมาค่ะ"
จูอินยื่นแก้วน้ำอุ่นให้เธอ ส่งสัญญาณให้นั่งลงคุยกัน
"รู้สึกยังไงบ้าง?"
ท่าทีที่เป็นธรรมชาติและคุ้นเคยนี้ช่วยให้หัวใจที่เต้นแรงของลู่เหยาสงบลง เธอกุมแก้วน้ำแล้วถอนหายใจยาว "รู้สึกว่า... การได้กลับมานี่มันดีจริงๆ ค่ะ!"
ความทรงจำไหลบ่ากลับมา เธอจำได้แล้วว่าตัวเองอยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไรอยู่
ทว่า ความหวาดกลัว ความไร้หนทาง และความสับสนที่เคยมีก่อนหน้านี้ได้มลายหายไปจนหมดสิ้น
เมื่อเทียบกับฝูงซอมบี้ที่น่าสยดสยองและความตายที่คืบคลานเข้ามาทุกขณะ การถ่ายละครหรือการถูกเพื่อนร่วมงานกีดกันรังแกแค่นี้... มันจะนับเป็นเรื่องใหญ่อะไรได้?