- หน้าแรก
- ทะลุมิติพ่อบ้านขั้นเทพ รับจบโหมดคลั่งท่านประธานจอมเผด็จการ
- บทที่ 10 ฉันคือพ่อบ้านของท่านประธานจอมเผด็จการ 10
บทที่ 10 ฉันคือพ่อบ้านของท่านประธานจอมเผด็จการ 10
บทที่ 10 ฉันคือพ่อบ้านของท่านประธานจอมเผด็จการ 10
บทที่ 10 ฉันคือพ่อบ้านของท่านประธานจอมเผด็จการ 10
การเผชิญหน้าท่ามกลางควันปืนแห่งศึกชิงนางต้องยุติลงอย่างกะทันหัน เพราะท่านประธานเกิดอาการ 'ป่วย' จนพูดไม่ออกเสียดื้อๆ
ระหว่างทางกลับบ้าน เสิ่นตงจวินไม่มีกะจิตกะใจจะไปโกรธเคือง 'แสงจันทร์ขาว' คนนั้นอีกแล้ว เขาเอาแต่จ้องเขม็งไปที่จูอินด้วยแววตาอาฆาตมาดร้าย ระดับความโกรธพุ่งทะลุปรอท
แต่จูอินกลับกัดหลอดชานมไข่มุกอย่างสบายใจเฉิบ ไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย เธอเคยถูกฝูงซอมบี้ไล่ล่าและโดนคำสาปแช่งมานับไม่ถ้วน สายตาพิฆาตแค่นี้ของท่านประธานก็เหมือนฝนพรำๆ ที่ทำอะไรเธอไม่ได้
ฝ่ายฮานชิงจื่อนั้นสับสนงุนงง แม้เธอจะยังโกรธสามีอยู่ แต่การที่จู่ๆ เสิ่นตงจวินเสียงหายไป ก็ทำให้ความห่วงใยมีน้ำหนักมากกว่าโทสะ
เธอเสนอให้รีบไปโรงพยาบาล แต่ทั้งเสิ่นตงจวินและจูอินต่างส่ายหน้าปฏิเสธ
เสิ่นตงจวินรู้อยู่เต็มอกว่านี่เป็นฝีมือของจูอิน เขาไม่ได้ป่วยสักหน่อย!
จูอินเอ่ยปลอบใจ "นายน้อยแค่เป็นหวัดเล็กน้อยค่ะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ส่วนที่เสียงหายไป น่าจะเพราะปกติชอบตะโกนโวยวายมากเกินไป เส้นเสียงเลยอักเสบชั่วคราวค่ะ"
เธอปั้นน้ำเป็นตัวด้วยสีหน้าตายด้าน แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแววตาที่ดูจริงใจเกินเหตุ น้ำเสียงที่มั่นใจสุดขีด หรือเหตุผลทางไสยศาสตร์บางอย่าง ฮานชิงจื่อกลับเชื่อเธอสนิทใจ
และเพราะคนที่ชอบจุดชนวนระเบิดอารมณ์ดันพูดไม่ได้ บรรยากาศตลอดการเดินทางกลับจึงปรองดองราบรื่นอย่างเหลือเชื่อ
เมื่อกลับถึงคฤหาสน์ตระกูลเสิ่น
เสิ่นตงจวินส่งสายตาบอกให้ฮานชิงจื่อวางใจ ก่อนจะลากตัวจูอินเข้าห้องทำงานด้วยท่าทางปึงปัง
ฮานชิงจื่อที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังได้แต่มองตาม...
แปลกจริง ตั้งแต่พ่อบ้านจูอินเข้ามาทำงาน เสิ่นตงจวินกับเธอมักจะขลุกอยู่ด้วยกันในห้องทำงานบ่อยครั้ง
แต่ไม่รู้ทำไม ทั้งที่สาวน้อยหน้าตาดีขนาดนั้นอยู่ตามลำพังกับสามี แต่เธอกลับไม่รู้สึกระแวงหรือหึงหวงเลยแม้แต่น้อย
สัญชาตญาณบอกเธอว่า สองคนนี้ไม่มีทางสปาร์คกันได้แน่นอน
ภายในห้องทำงาน
เสิ่นตงจวินจ้องหน้าจูอินเขม็ง
จูอินกระแอมไอแก้เก้อ "นายน้อยคะ ฉันทำไปเพื่อตัวคุณเองทั้งนั้นนะ"
จู่ๆ เสิ่นตงจวินก็กลับมาพูดได้อีกครั้ง ยิ่งตอกย้ำว่าเป็นฝีมือของเธอชัดๆ
เขาถามเสียงเย็น "งั้นฉันควรขอบใจเธอสินะ ที่ทำให้ฉันกลายเป็นใบ้?"
เขาตั้งใจจะประชด แต่จูอินกลับพยักหน้าเห็นด้วยอย่างจริงจัง "บางครั้ง... ถ้าพูดดีๆ ไม่ได้ การเป็นใบ้ก็น่าจะดีกว่านะคะ"
เสิ่นตงจวิน: ??
จูอินทำหน้าสงสัย "นายน้อยคะ เมื่อกี้คุณก็รู้อยู่เต็มอกว่าเข้าใจผิดนายหญิง แล้วทำไมยังจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ เตรียมจะพ่นคำพูดทำร้ายจิตใจเธอออกมาอีก?"
เธอเชื่อมั่นว่า ถ้าเสิ่นตงจวินหลุดปากพูดประโยคเชือดเฉือนเหล่านั้นออกไป ความสัมพันธ์ของคู่รักที่เพิ่งจะเริ่มดีขึ้นคงเข้าสู่ยุคน้ำแข็งอีกรอบแน่
เสิ่นตงจวินไม่ใช่คนโง่ เขารู้จักตัวเองดีและรู้ตัวว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ทันทีที่อยู่ต่อหน้าฮานชิงจื่อ ความสุขุมเยือกเย็นและการควบคุมอารมณ์ที่เขาภูมิใจนักหนาก็พังทลายลงไม่เป็นท่า
ดังนั้น ความไม่พอใจที่เขามีต่อจูอินในตอนนี้ จึงเป็นเพียงความโกรธที่ถูกเธอ 'สั่งปิดปาก' โดยไม่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
เขาเงียบลง
จูอินนั่งเท้าคางมองเขาจากฝั่งตรงข้าม จู่ๆ ก็ปิ๊งไอเดียขึ้นมา "นายน้อยคะ ฉันมีแผนเด็ด!"
เสิ่นตงจวินไม่กล้าไว้ใจเธออีกแล้ว พอได้ยินแบบนั้นก็ระแวงทันที "เธอจะเล่นพิเรนทร์อะไรอีก?"
จูอินทำหูทวนลม ถามกลับไปว่า "นายน้อยตอบมาตามตรงเถอะค่ะ คุณชอบนายหญิงใช่ไหม? และคุณอยากปรับความเข้าใจกับเธอ แล้วกลับมาหวานชื่นกันเหมือนเดิมหรือเปล่า?"
เมื่อได้ยินคำถาม ดวงตาของเสิ่นตงจวินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย การสังเกตอันเฉียบคมของจูอินย่อมไม่พลาดที่จะเห็นแววตาแห่งความคาดหวังที่วูบไหวขึ้นมาเพียงชั่วครู่
แต่เพียงพริบตาเดียว เขาก็ซ่อนอารมณ์นั้นไว้ ปั้นหน้าตึงและตอบเสียงเย็นชา "ในใจเธอมียังคนอื่นอยู่"
ถ้าจูอินไม่จ้องจับผิดเขาอยู่ เธอคงไม่ทันสังเกตเห็นน้ำเสียงตัดพ้อที่เจืออยู่ในประโยคนั้น
เครื่องหมายคำถามเด้งขึ้นบนหัวจูอิน เมื่อกี้ในห้องอาหาร ขนาดเธอยังดูออกเลยว่านายหญิงแคร์นายน้อยมากกว่าเห็นๆ
สายตาของฮานชิงจื่อคอยแต่ชำเลืองมองเขา พอรู้ว่าเขาป่วย เธอก็แทบจะทิ้งทุกอย่างแล้ววิ่งมาหา
นี่เขาไม่เห็นสีหน้าเจื่อนๆ ของพ่อหนุ่มแสงจันทร์ขาวคนนั้นเลยหรือไง?
แต่จูอินขี้เกียจจะอธิบาย เพราะถึงพูดไปท่านประธานจอมดื้อด้านก็คงไม่ฟัง
เธอได้แต่ยิ้มพลางมองเสิ่นตงจวิน "นายน้อย ไม่ต้องกังวลเรื่องอื่นหรอกค่ะ แค่ตอบมาคำเดียว... คุณเชื่อใจฉันไหม?"
เสิ่นตงจวินส่ายหน้าทันทีโดยไม่ต้องคิด เขาไม่เชื่อใจยัยตัวแสบนี่เลยสักนิด!
วินาทีถัดมา แก้วน้ำใบหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา
จะเรียกให้ถูกคือ... แก้วใส่น้ำอะไรก็ไม่รู้
แก้วใสบรรจุของเหลวสีม่วงเข้ม ที่น่าสยดสยองคือของเหลวนั้นมีฟองผุดปุๆ ราวกับสิ่งมีชีวิต
เสิ่นตงจวิน: "..."
อย่าว่าแต่เขาไม่ได้เชื่อใจจูอินตั้งแต่แรกเลย ต่อให้เชื่อใจสุดหัวใจ การจะดื่มไอ้สิ่งนี้ลงไปต้องใช้ความกล้าหาญระดับไหนกัน?
เขามองจูอินด้วยสายตาบอกความนัย ปฏิเสธอย่างเงียบเชียบ
จูอินบ่นอุบอิบว่าเขาช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย "คนอื่นเขาอ้อนวอนแทบตายกว่าจะได้ยาวิเศษของฉันสักแก้ว นี่ฉันให้ฟรีๆ คุณยังทำท่าไม่พอใจอีก"
เธอไม่บังคับ "เอาเป็นว่าฉันให้คุณแล้ว จะดื่มหรือไม่ดื่มก็เรื่องของคุณ ยานี้มีผลภายในหนึ่งเดือนถ้าคุณตัดสินใจดื่มมัน"
หลังจากนั้นตลอดทั้งสัปดาห์ เธอก็ไม่ได้อยู่ตามลำพังกับท่านประธานอีกเลย
ดูเหมือนว่าเสิ่นตงจวินกับฮานชิงจื่อจะยังไม่คืนดีกัน คืนที่เสียงของเสิ่นตงจวินกลับมาเป็นปกติ ฮานชิงจื่อก็ย้ายออกจากห้องนอนใหญ่ ทั้งคู่เข้าสู่โหมดสงครามเย็น
ครั้งนี้ไม่มีการทะเลาะเบาะแว้ง แต่เจ้านายทั้งสองต่างปั้นหน้ายักษ์ใส่กันทุกวัน ทำเอาบรรยากาศในบ้านหนาวเหน็บยะเยือก
ในช่วงเวลานี้ เสิ่นซินที่ล้มเหลวในการซื้อตัวจูอินก็ยังไม่ยอมแพ้ เขาไปสรรหาสาวงามคนใหม่มาจนได้
จูอินเห็นหน้าคุณหมอประจำตัวคนใหม่แล้วถึงกับต้องหันขวับไปมองฮานชิงจื่อ
ให้ตายเถอะ... คราวนี้เสิ่นซินไปหา 'ฮานชิงจื่อเวอร์ชันมินิ' มาประเคนให้ลูกชาย
เธออยากจะผ่าสมองเสิ่นซินดูจริงๆ ว่าข้างในมันมีโครงสร้างยังไง
อย่างไรก็ตาม หมอคนใหม่ถูกไล่ออกและส่งกลับบ้านในวันเดียวกัน เสิ่นตงจวินที่อารมณ์คุกรุ่นอยู่แล้ว ขับรถบึ่งไปบ้านเสิ่นซินกลางดึกคืนนั้น
เช้าวันรุ่งขึ้น ท่านประธานกลับมาพร้อมรอยฟกช้ำสองจุดบนใบหน้า
ฮานชิงจื่อไม่พูดถึงเรื่องนั้นเลย เธอเพียงแค่เก็บกระเป๋าเงียบๆ ในวันเดียวกัน
"เสิ่นตงจวิน..." เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหนื่อยล้า "ฉันเหนื่อยแล้วค่ะ ฉันคิดว่าเราทั้งคู่ควรห่างกันสักพักเพื่อทบทวนตัวเอง"
สายตาของเสิ่นตงจวินจับจ้องที่เธอไม่วางตา "ทบทวน? แล้วหลังจากทบทวนเสร็จล่ะ?"
ฮานชิงจื่อชะงัก กัดริมฝีปากแน่นก่อนจะกระซิบแผ่วเบา "ก็ลองคิดดูให้ดีไงคะ การแต่งงานของเราไม่ได้เริ่มจากความรัก คุณเองก็ไม่เต็มใจตั้งแต่แรก... บางที มันอาจจะเป็นความผิดพลาดมาตั้งแต่ต้นแล้วก็ได้"
เธอเอียงคอมองฉากดราม่านี้ด้วยความสนใจ เมื่อคืนบาร์บาร่าเพิ่งเปิดนิยายแนวท่านประธานให้เธออ่าน พล็อตมันเป๊ะเลย!
หลังจากฮานชิงจื่อจากไป ผ่านไปครู่ใหญ่ เสิ่นตงจวินถึงค่อยหันหลังกลับมา
คราวนี้จูอินเห็นชัดเจน สีหน้าของเขายังคงเย็นชาและเฉยเมย ดวงตาปกติดี ไม่มีเส้นเลือดแดงก่ำ และฝ่ามือก็ไม่มีเลือดไหลจากการจิกเล็บ
"พ่อบ้าน" จู่ๆ เสิ่นตงจวินก็เรียกเธอ
จูอินเดินตามเขาเข้าไปในห้องทำงาน
เธอเห็นเสิ่นตงจวินเปิดตู้เซฟ แล้วหยิบขวดยาวิเศษที่คุ้นตานั้นออกมา
เสิ่นตงจวินจ้องมองของเหลวปริศนาในขวดอย่างแน่วแน่ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงหลายครั้ง ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้
"เธอเคยบอกใช่ไหมว่าไอ้นี่ช่วยฉันได้?"